The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 22 ความโหดของคนน่ารัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 22 ความโหดของคนน่ารัก

 

                     เมื่อความจริงเรื่องเจ้าของห้องคนเก่าผูกคอตายได้กระจ่าง ว่าความจริงเป็นแค่เรื่องโกหกที่พี่ชายของพายุได้หลอกให้ฟ้ากลัวเท่านั้น เขาก็เลยรู้สึกดีขึ้นมามากเพราะฟ้าจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลกับสิ่งที่มองไม่เห็นในการอยู่ที่ห้องใหม่แห่งนี้ แต่พอต้องมารับรู้ว่าเพื่อนบ้านใหม่ที่อยู่ห้องข้างๆคือพายุ ก็เลยทำให้เขารู้สึกหนักใจขึ้นมาอีกนิดหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าที่เขาจะต้องเจอกับผีก็แล้วกันน่ะ และเขายังมีเรื่องที่น่าดีใจอีกเรื่องนั่นก็คือการที่เขาได้พบกับฝนอีกครั้งเมื่อวานนี้ ก็เลยทำให้ฟ้าเริ่มยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม และรู้สึกว่ามีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง

                   พายุเดินกลับเข้าห้องของเขาไปแล้วเพราะว่าจะต้องอาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมเพื่อไปทำงาน นี่มันจะใกล้เวลาสี่โมงเย็นแล้ว ส่วนฟ้าเองก็เช่นกันเมื่อเสร็จสิ้นเรื่องค้างคาใจเขาก็รีบอาบน้ำแต่งตัวด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เจอกับฝนอีกครั้งในวันนี้

                   ฟ้าจัดแจงทำธุระทุกอย่างเสร็จสิ้นก็รีบเปิดประตูห้องเดินออกมา แล้วเขาก็เจอกับใครบางคนที่กำลังเปิดประตูออกมาจากห้องข้างๆเขา ฟ้าจึงพูดทักทายออกไปว่า

                 “อ้าวน้ำ เป็นยังไงบ้างดีขึ้นหรือป่าว นี่พี่ย้ายมาอยู่ห้องข้างๆน้ำเลยนะ”

                   ฟ้าทักทายน้ำค้างที่เปิดประตูห้องออกมาพร้อมๆกัน น้ำค้างหันมามองหน้าฟ้าแบบไม่ได้มีอาการตกใจหรือประหลาดใจเลยที่รู้ว่าฟ้าย้ายมาอยู่ด้วยกันกับเธอข้างๆห้อง ก่อนที่เธอจะบอกกับฟ้าไปว่า

                 “ดีขึ้นหน่อยแล้วคะ ได้ยินเสียงพายุคุยกับพี่เมื่อกี้ก็พอจะรู้แล้ว เสียงหัวเราะของพายุมันดังเข้ามาถึงห้องของน้ำเลย”

                   น้ำค้างบอกฟ้าก่อนจะใส่หน้ากากอนามัยต่อ แล้วก็เดินลงบันไดไปพร้อมกับฟ้า

                 “งั้นวันนี้เรานั่งสามล้อไปที่ร้านเลยนะ ดีจังเนอะ อย่างน้อยจะได้มีคนหารค่ารถไปทำงานทุกวัน นึกว่าจะไม่มีเรื่องที่น่าดีใจที่หอนี้ซะแล้ว ฮ้า ๆๆๆ”

                   ฟ้าพูดแล้วก็หัวเราะเหมือนมีความสุขมากที่จะมีคนมาหารค่าเดินทางไปทำงานด้วย ในขณะที่น้ำค้างหันมามองหน้าฟ้าเหมือนมีอะไรอยากจะถาม แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

                   ทั้งคู่พากันเดินออกมาถึงหน้าปากซอยเจริญรัถสิบเก้า ก็มีรถสามล้อคนหนึ่งแล่นผ่านมาพอดี ฟ้าเลยโบกมือเรียกรถสามล้อเพื่อไปทำงาน

                   “พี่ไปเจริญนครซอยสิบสามครับ”

                   ฟ้าพูดแล้วก็กระโดดขึ้นนั่งบนรถสามล้อทันที โดยที่ให้น้ำค้างขึ้นมานั่งทีหลัง แต่ขณะที่น้ำค้างกำลังจะก้าวขาขึ้นบนรถสามล้อ เธอก็เหมือนจะมีอาการหน้ามืดกะทันหันน้ำค้างจึงเซออกไปเหมือนจะล้ม แต่โชคยังดีที่ฟ้ารีบเอื้อมมือไปจับมือน้ำค้างก่อนที่เธอจะล้มได้ทันท่วงที และถามน้ำค้างออกไปว่า

                   “น้ำเป็นไร ไหวหรือป่าวน้อง ไปหาหมอไหม”

                   ฟ้ารีบถามน้ำค้างด้วยความเป็นห่วงทันที ในขณะที่น้ำค้างเองก็รีบพยุงตัวขึ้นมานั่งบนรถสามล้อแล้วบอกกับฟ้าไปว่า

                 “ขอบคุณคะ ไหวคะพี่ เมื่อกี้มันเหมือนจะหน้ามืดเฉยๆค่ะ”

                   น้ำค้างบอกกับฟ้าและบอกให้รถสามล้อแล่นออกไปได้เลย ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงที่ทำงาน ฟ้าก็บอกให้น้ำค้างลงจากรถไปเลย เพราะเดี๋ยวเขาจะจ่ายค่ารถสามล้อเอง

                 “น้ำเข้าไปนั่งพักในร้านก่อนเลย เดี๋ยวพี่จะจ่ายค่ารถสามล้อเอง วันนี้พี่ใจดี ป๋าเปย์เอง ฮ้าๆๆ”

                   ฟ้าพูดแบบมีอารมณ์ขัน โดยที่น้ำค้างหันมามองหน้าฟ้าก่อนที่เธอจะกล่าวคำขอบคุณ และเดินเข้าร้านไปอย่างช้าๆ

                   ฟ้าจ่ายเงินค่ารถสามล้อเสร็จก็เดินตามเข้าไปตอกบัตรทำงาน โดยวันนี้พายุมาถึงที่ทำงานก่อนเขาอีกแล้ว

                 “โอ้โห วันนี้พายุมาทำงานก่อนอีกแล้วเหรอ อาบน้ำแต่งตัวไวจังสุดยอดเลย สงสัยฝนคงจะตกหนักแน่ตอนเลิกงาน

                   ฟ้าแซวพายุขึ้นมาในทันที ในขณะที่พายุเองที่กำลังกวาดขยะอยู่ในร้าน พอโดนฟ้าแซวก็เลยพูดขึ้นมาบ้างว่า

                 “แหมพี่ฟ้า ผมเป็นพนักงานดีเด่นของร้านนะครับ มาเร็วเป็นเนืองนิตย์ อุทิศชีวิตเพื่อการงาน ไม่เคยจะเกลียดคร้าน แค่สาวสวยๆเดินผ่าน มีอู้บ้าง สักนิดนึง”

                 “ไม่นิดล่ะ เห็นเมื่อวานยืนอู้อยู่ทั้งคืน คนเหนือก็ไม่ใช่ สงสัยจังเป็นคนภาคจางไร อุ้ย พูดผิด ภาคอะไรหนอ”

                   คู่กัดตลอดการใต้ฝุ่นหมีศรีสมรที่ยืนฟังอยู่ก็พูดแซวพายุขึ้นมาทันที ในขณะที่ทุกคนก็หัวเราะขึ้นมา ก่อนที่จะมีเสียงพูดออกมาจากด้านหลังฟ้าว่า

                   “แล้วสรุปฟ้าไปรู้จักคุณฝนได้ยังไงกันนี่ เห็นเมื่อคืนคุยกันอย่างสนิทสนม แถมยังตามไปส่งถึงที่รถอีก เอ เรื่องราวมันเป็นมายังไงกันเหรอฟ้า”

                   พี่แสงที่เก็บความสงสัยเรื่องฟ้ากับฝนมาตั้งแต่เมื่อคืนเริ่มถามฟ้าที่ได้แต่ยืนยิ้มอย่างเดียวอยู่ที่ตรงตู้กดน้ำเย็น จนมีใครคนบางคนหวังดีอธิบายให้พี่แสงฟังแทนว่า

                 “อ๋อพี่แสง อย่างนี้ครับ พี่ฟ้าเคยเป็นแฟนกับคุณฝนตอนสมัยที่เธอยังฝึกงานอยู่ที่โรงแรมเก่าที่พี่ฟ้าเคยทำอยู่ และถูกที่บ้านคุณฝนกีดกันความรักจนทั้งคู่ต้องพลัดพรากจากกันมานานถึงสามปี จนเพิ่งมาเจอกันที่นี่เมื่อคืนนี้นี่แหล่ะพี่แสง และที่สำคัญนะครับคุณฝนเสร็จพี่ฟ้าไปแล้วด้วยน้า”

                   พายุรีบพูดแทรกขึ้นมาทันที ทำเอาฟ้าที่กำลังดื่มน้ำอยู่แทบสำลักพุ่งออกมา และหันมามองหน้าพายุ

                 “ไอ้พายุบ้า อย่าพูดเพ้อเจ้อนะมึงเผื่อบอสหรือคุณฝนเดินเข้ามาในร้านแล้วได้ยินเข้า แกมีหวังได้ตกงานแน่ๆ และจะพาพวกฉันซวยไปกับแกด้วย”

                   พี่แสงรีบด่าพายุที่พูดแบบไม่ระมัดระวังตัว ในขณะที่มีคนเปิดประตูร้านและเดินเข้ามาที่พวกเขาคุยกันอยู่พอดี

                   “สวัสดีค่ะทุกคน คุยอะไรกันอยู่เหรอค่ะ ดูท่าทางสนุกกันเชียว”

                 ทุกคนหันไปมองเจ้าของเสียงที่เดินเข้ามาและพูดทักทาย ก่อนที่เงียบกริบกันทั้งร้าน จนฝนยืนยิ้มและสงสัยเลยพูดออกไปอีกว่า

                 “นี่ฝนเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่ากำลังคุยเรื่องฝนกันอยู่”

                   ฝนช่างคาดการณ์ได้แม่นยำมาก ทำเอาพายุถึงกับยืนตาค้างไปเลย โดยมีคนงานสามคนเดินตามหลังฝนเข้ามาด้วยพร้อมกับถือกระเป๋าเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ต่างๆมาหยุดตรงที่เธอยืนสงสัยอยู่

                 “สวัสดีครับคุณฝน  อ๋อพวกผมกำลังให้พายุท่องโปรโมชั่นร้านอยู่ครับ มันเป็นคนเดียวที่ยังจำไม่ได้ วันนี้คุณฝนมาไวจัง”

                   พี่แสงรีบพูดแก้ตัวให้กับพายุก่อนที่จะตกงานเพราะนินทาเจ้านาย ในขณะที่พายุเองก็รีบพยักหน้าแล้วรีบท่องโปรโมชั่นในร้านให้ฝนฟังในทันที

                 “ใช่ครับคุณฝน โปรโมชั่นรับหน้าฝน ถาดกลางขอบบางกรอบ ร้อยเก้าสิบเก้าบาท ขอบชีสมาใหม่ใส่เยอะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมและ……

                 พายุยังเล่นไม่เลิกและไม่รู้จักกาละเทสะเลยตอบโปรโมชั่นอะไรไม่รู้มั่วๆออกไป แต่ยังไม่ทันที่พายุจะพูดโปรโมชั่นจบ ฝนก็หันไปบอกพี่แสงในทันทีว่า

                 “พี่แสงคะ พรุ่งนี้บอกพี่คนนี้ว่าไม่ต้องมาทำงานที่ร้านแล้วนะคะ ให้เขาไปขายพิซซ่าแทนแล้วกัน”

                   ฝนบอกพี่แสงด้วยน้ำเสียงจริงจังและยืนนิ่งมองไปที่พายุแล้วเธอก็หัวเราะออกมา แสดงว่าฝนล้อเล่นเรื่องที่ไล่พายุออกแต่ว่าคราวนี้เธอเล่นแรงมากๆ ทำเอาพายุนี้ถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย และโล่งใจเอามือปาดเหงื่อออกจากหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะของทุกคน แต่ฝนได้หันหน้าไปหาพายุอีกครั้งและครั้งนี้ฝนได้บอกกับพายุว่า

                   “วันนี้ฝนพูดเล่นนะคะ แต่ถ้าพรุ่งนี้ฝนถามพี่อีกครั้งแล้วพี่ตอบโปรโมชั่นจริงๆของร้านไม่ได้ คราวนี้ฝนจะให้พี่ไปขายพิซซ่าจริงๆนะคะ และไม่จ่ายเงินเดือนที่พี่ทำมาแล้วด้วย”

                   ฝนพูดแล้วก็จ้องตาหวานๆไปทางพายุ ที่ตอนนี้รู้สึกว่าจะไม่หวานซะแล้ว ทำเอาพายุนี้หน้าซีดขึ้นมาอีกครั้งจริงๆ และกลืนน้ำลายตัวเอง และตกตะลึงในความสวยโหดของน้องสาวเจ้าของร้าน และฝนก็หันกลับมาทางพี่แสงและพูดขึ้นว่า

                 “พี่แสงคะ ฝนพาทีมช่างมาทำเวทีค่ะ จะให้พวกพี่ๆเขาสร้างเวทีตรงด้านข้างตรงนี้นะคะ พอดีฝนติดต่อพี่ๆวงเคลียร์ให้มาเล่นมินิคอนเสิร์ตที่ร้านเราอาทิตย์หน้านี้คะ”

                   พอทุกคนได้ยินฝนพูดก็พาฮือฮากันขึ้นมาทันทีเพราะที่ร้านจะมีคอนเสิร์ตของวงเคลียร์มาเล่นแสดงสดในอาทิตย์หน้านี้เอง ทุกคนต่างก็ดีใจที่จะได้เห็นศิลปินที่เขาชื่นชอบมาเล่นสดๆตัวเป็นๆ (พูดอย่างกับว่าเป็นปลาเลย) ให้พวกเขาฟังถึงที่ร้านเลย ในขณะที่ฟ้ายืนมองฝนแล้วก็ยิ้มแบบดีใจตั้งแต่ที่เธอเดินเข้ามาภายในร้านแล้ว

2 ความคิดเห็น