The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 21 สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าผี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 21 สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าผี

 

                 “เฮ้ย พี่ฟ้าจริงๆด้วย เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เหรอพี่ ไม่เห็นบอกผมเลย จะได้ไปช่วยขนของให้”

                   พายุนั่นเอง ที่ยืนสลอนอยู่หน้าห้องฟ้า (แล้วมันโผล่มาได้ไงเนี้ย) ตอนนี้ก็ไม่รู้แล้วว่าฟ้าไม่อยากจะเจอใครมากกว่ากัน ระหว่างผีหรือพายุ ฟ้าถึงอึ้งไปสักพักที่เห็นพายุโผล่มายืนอยู่ที่หน้าห้อง แต่เขาคงจะคิดว่ายังไงแล้วมันก็คงยังดีกว่าที่จะเจอผีอยู่นิดนึง ก็เลยทำท่าทางแกล้งดีใจที่ได้เจอพายุและตอบกลับไปว่า

                 “อ้าว พายุเหรอ ไม่เป็นไร ของพี่มีไม่เยอะหรอก แล้วรู้ได้ไงว่าพี่อยู่ที่นี่ อย่าบอกนะว่าอยู่หอเดียวกับพี่เลย”

                   ฟ้าถามด้วยความสงสัยและเป็นกังวล ฟ้าภวนาในใจว่าอย่าให้เขาต้องมาอยู่หอเดียวกับพายุเลย แล้วความโชคดีก็เป็นของฟ้าเมื่อพายุบอกออกมาว่า

                 “เปล่าพี่ (ฟ้าทำท่าโล่งใจ) แต่ผมอยู่ถัดจากห้องพี่ไปอีกสองห้องนี่เองครับ เย้ ดีใจจัง จะได้มีพี่ฟ้าเป็นเพื่อนคุยจะได้ไม่เหงาเวลาอยู่ที่ห้อง คนที่คุยกับผมก็ย้ายหนีออกไปที่อื่นหมดแล้ว ดีเลย”

                   ฟ้าแทบจะล้มทั้งยืน (ในใจเขาคงคิดว่ามึงถามกูสักคำไหมว่ากูอยากคุยมึงหรือป่าว) นี่เขาจะต้องมาเจอทั้งผีเจอทั้งพายุภายในคราวเดียวกันเลยหรือนี่ คิดแล้วฟ้าก็กุมขมับตัวเอง แทบจะหายาแก้ปวดหัวกินสักสิบเม็ด ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องโดยที่มีพายุเดินตามหลังเข้าไปติดๆ โดยที่ฟ้าไม่ได้เชิญเลย (ใครจุดธูปเชิญมันเข้ามาวะ) ก่อนที่พายุมองดูของใช้ฟ้าที่ย้ายเข้ามาแล้วก็พูดขึ้นว่า

                 “จริงวะพี่ ของใช้พี่ฟ้ามีไม่ค่อยเยอะจริงๆ นี่ถ้าเป็นของผมนะพี่ สามวันสามคืนยังเก็บยังจัดไม่หมดเลยพี่”

                   พายุเริ่มฝอย แล้วก็เดินเข้าไปช่วยฟ้าจัดเก็บของในห้อง สองหนุ่มใช้เวลาเอาของออกจากกล่องและจัดให้เข้าที่เข้าทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย แล้วพายุก็พูดขึ้นว่า

                 “เห็นไหมพี่ มีพายุช่วยคนเดียวเหมือนมีลิงช่วยสิบตัว” (รู้ตัวเองด้วยว่าวุ่นเหมือนลิง)

                   พายุรีบเสนอความดีความชอบของตัวเอง โดยที่ฟ้าคิดในใจว่า (ไม่เห็นจะช่วยอะไรเลยเอาแต่พูด พูดและก็พูด นี่ถ้าเขาจัดคนเดียวน่าจะเสร็จไวกว่านี้อีก) แต่ฟ้าก็ไม่ได้พูดออกไปแล้วก็ยิ้มแบบหมดอาลัยตายอยากให้กับพายุ และแล้วฟ้าก็เพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้เลยถามพายุไปว่า

                 “เออ พายุเจ้าของห้องคนเก่า พี่ได้ข่าวมาว่าเขาโดนแฟนทิ้งไปเหรอ”

                 พายุค่อยๆหันมองหน้าฟ้าแบบแปลกๆแล้วกลืนน้ำลายตัวเองเบาๆก่อนที่จะค่อยๆพูดออกไปว่า

                 “ใช่พี่ พูดแล้วก็น่าสงสาร พี่เขาเป็นคนดีมากๆ เขารักแฟนเขามากเลยพี่ ทำให้แฟนทุกอย่าง เขาทำงานนะพี่เงินนี้นะแทบจะไม่ได้ใช้เลย มีเงินเท่าไหร่ก็ให้แฟนไปหมดเลย แต่ก็ว่านั่นแหล่ะ พูดแล้วก็น่าเศร้า”

                   พายุเล่าให้ฟ้าฟังด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ แล้วก็ดันหยุดกลางคันเอาเสียดื้อๆ จนฟ้าที่ฟังอยู่เกิดอาการสงสัยเลยถามพายุออกไปว่า

                   “ทำไมเหรอพายุ พี่เขาแขวนคอตายย่างงั้นเลยเหรอ”

                   ฟ้ารีบถามเข้าประเด็นในสิ่งที่เขาค้างคาในใจ ในขณะที่พายุหันมามองหน้าฟ้าอีกครั้งแล้วถอนหายใจทำท่าเศร้าๆก่อนจะบอกออกไปว่า

                 “ถ้าเป็นผมนะพี่ ผมแขวนคอตายไปตั้งนานนานแล้วพี่ ดูสิเขาดีออกอย่างนี้  เฮ้อ…..  เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง เรื่องน่าเศร้าที่สุดก็มาถึง เขากลับมาจากทำงานก่อนเวลาเลิกงาน แล้วไปที่ห้องเจอเมียเขาอยู่กับคนอื่นในห้องครับพี่ แล้วเขาก็ เฮ้อ….ไม่อยากจะเล่าต่อเลย”

                   พายุเล่ามาดีๆถึงจุดสำคัญที่สุดก็หยุดเล่าอีกครั้ง จนทำให้ฟ้าเริ่มหงุดหงิดเป็นอย่างมาก (วันนี้หงุดหงิดทั้งวันเลยตั้งแต่ย้ายมาห้องใหม่) ก็เลยบอกกับพายุออกไปว่า

                 “พายุ  นี่แกจะเล่าดีๆให้มันจบ หรือแกจะเล่าทั้งน้ำตา ฉันเริ่มมีอารมณ์แล้วแกรู้ไหม”

                 “อุย มีอารมณ์ก็ไปเข้าห้องน้ำเลยสิพี่ อย่าอั้นเอาไว้นาน เดี๋ยวจิตหงุดเงี้ยว (ผวนเอาเอง) เอานะพี่ เอ้แต่ทำไมวันนี้ถึงอยากรู้เรื่องนี้ขึ้นมาล่ะพี่ ปรกติพี่ฟ้าเองเป็นคนไม่ชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านนี่หน่า แต่ทำไมวันนี้ถึงอยากรู้เรื่องของคนอื่นจัง  นี่พี่เป็นพี่ฟ้าตัวจริงหรือป่าวนี่ บอกมานะ แกเป็นใคร ถึงมาสิงร่างพี่ฟ้าของฉัน จะออกไม่ออก ไอ้ผีร้าย”

                   พายุยังไม่ยอมเล่าอีกแถมยังกวนตีน (อุ้ย ลืมเซนเซอร์) ขึ้นไปอีกระดับ จนฟ้าหันมามองหน้าพายุแบบประมาณว่าแกจะเล่าดีๆไหม จนพายุเห็นอย่างนั้นก็เลยยอมเล่าแต่โดยดีออกไปอีกว่า

                 “อะ อะ เล่าต่อก็ได้ครับ น้องแค่ล้อเล่นนิดเดียว ทำเป็นเคือง เอาล่ะ เมื่อเขากลับมาถึงห้อง เขาก็มาเจอเมียเขา…………เมียเขา……….เมียเขา………….

                   ฟ้าทนพายุไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาจึงรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบไม้กระบองเบสบอลสำหรับเอาไว้ป้องกันตัวที่เก็บอยู่ลังกระดาษใต้เตียงออกมา แล้วตีลงบนฝ่ามือของเขาอีกข้างเบาๆ ส่งสัญญาณครั้งสุดท้ายให้พายุได้รับรู้ว่า อีกไม่นานนี้ถ้าพายุยังไม่ยอมเล่าหรือถ้าหากไม่เล่าให้มันดีๆ จะเปลี่ยนจากตีมือไปเป็นตีหัวพายุแทน จนพายุเห็นเข้าแบบนั้นเลยยิ้มแบบสะดุ้งและยอมเล่าแบบดีๆให้ฟ้าฟังต่อไปว่า

                 “พอเขาได้กลับมาถึงห้องก็เจอเมียเขานอนคุยจ๊ะจ๋าอยู่กับแฟนใหม่ที่เป็นทอมแก่แต่เสือกรวย เขาก็เลยเลิกกันกับแฟนทันที และก็เก็บข้าวเก็บของย้ายห้องออกจากห้องไปตั้งแต่คืนนั้นเลยครับ จบแอ่นแอ๊น”

                   พายุเล่าจบลงไปอย่างเร็วและไม่เคลียร์เรื่องที่สำคัญจนฟ้าฟังแล้วก็ยังสงสัยและค้างคาใจกับบางเรื่องจึงรีบถามพายุออกไปแบบตรงๆว่า

                 “อะไรกัน แค่นี้เหรอ แกลืมเล่าอะไรไปหรือเปล่าพายุ แล้วตกลงเขาไม่ได้ผูกคอตายในห้องนี้เหรอพายุ”

                   “ใครพี่ ใครผูกคอตายในห้อง ใคร งงนะเนี้ย”

                   พายุรีบถามฟ้าด้วยความสงสัย แล้วเอียงคอคล้ายหมาน้อยที่น่ารักๆแต่กวนๆ ก่อนที่ฟ้าจะรีบบอกพายุกลับไปว่า

                   “ก็เจ้าของห้องนี้ไง ที่มาเจอแฟนมีชู้ในห้อง เขาไม่ได้ผูกคอตายในห้องน้ำเพื่อประชดรักหรือไงพายุ”

                   ฟ้ารีบชี้แจงตรงจุดกับพายุ เพื่อต้องการที่จะรู้คำตอบที่เป็นความจริงเร็วๆสักที

                 “เปล่านี่พี่ เขาไม่โง่ขนาดนั้นหรอก พอเขารู้ว่าแฟนเขาคบกับทอมแก่ เขาก็เข้าไปในห้องแล้วก็กระโดดถีบเข้าหน้าทอมแก่จนหงายหลังตกจากที่นอน ก่อนที่จะกระชากสร้อยทองที่เขาซื้อให้แฟนสาว แล้วเก็บข้าวของกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดในคืนนั้นเลย ส่วนผู้หญิงก็ไปอยู่กับทอมแก่ที่รวยอย่างสบายใจสมหวังชักกาดิ้งฉึกฉึก (ภาษาของพายุแปลว่าเรียบร้อยสมความปรารถนา) เรียบร้อย ห้องนี้ก็เลยว่าง แล้วพี่ก็ย้ายเข้ามาอยู่นี่ไง แล้วอีกอย่างถ้ามีคนผูกคอตายที่นี่จริงๆ ผมนี่แหล่ะจะเป็นคนแรกเลยที่จะย้ายหนีออกไป แล้วใครบอกพี่ล่ะว่ามีคนผูกคอตายในห้องนี้”

                 พายุรีบเคลียร์ประเด็นร้อนอย่างชัดเจนราวกับว่าเห็นภาพเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยตัวเอง ในขณะที่ฟ้ายืนอึ้ง งง ไปหมดไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี แต่ก็ได้ตอบพายุกลับไปว่า

                 “ก็พี่ที่ดูแลหอไง แกบอกว่าเจ้าของห้องคนเดิมผูกคอตายในห้องน้ำเพราะโดนเมียทิ้ง แถมมีเหตุการณ์ตั้งหลายอย่างที่สอดคล้องกันด้วย”

                   “ฮ่ะๆๆๆๆๆ”

                   พายุขำก๊ากแบบออกนอกหน้านอกตาจนท้องแข็งและกลิ้งลงไปนอนกองกับพื้นแถมเอามือทุบพื้นห้องแบบสะใจมากแล้วพยายามคุมสติตัวเองก่อนจะบอกกับฟ้าไปว่า

                 “โธ่ พี่ฟ้า โดนพี่ชายผมหลอกเข้าให้แล้ว แกชื่อพี่เมฆเป็นพี่ชายแท้ๆของผมเลย แกมีหน้าที่ดูแลหอที่นี่เองแหล่ะ แต่แกไม่ค่อยจะเต็มบาทเท่าไหร่นะ และก็หล่อน้อยกว่าผมมากด้วย(ใครถามแกมิทราบไอ้พายุ) แกน่ะชอบแกล้งหลอกเรื่องผีให้กับคนที่ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ที่หอนี้เป็นประจำ แต่ไม่เคยจะมีใครบ้าเชื่อแกเลยสักคน โห นี่พี่เป็นคนแรกเลยนะเนี้ยที่เชื่อพี่เมฆเค้านะ มิน่าล่ะ ช่วงนี้แกถึงได้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ผมว่าแล้วว่าแกต้องหลอกคนโง่ที่ไหนได้สักคน แต่ไม่นึกเลยว่าจะเป็นพี่ พี่ฟ้านี่เจ๋งจริงๆเลย”

                   ฟ้ามองหน้าพายุแล้วก็คิดในใจว่า ทำไมชีวิตนี้ของเขาต้องมาเจอกับพี่น้องสองคนนี้ด้วยนะ  แม่งงงง โคตรกวนตีนทั้งพี่ทั้งน้องเลย มิน่าถึงได้รู้สึกคุ้นๆหน้าตาของพี่เมฆจังว่าเหมือนกับใคร เฮ้อกรรมของฟ้าแท้ๆ เลย ฟ้ายืนถอนหายใจก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่ามีอีกอย่างสองอย่างที่เขายังสงสัย ก็เลยถามพายุออกไปว่า

                   “แล้วเชือกที่ห้อยลงมาจากห้องน้ำล่ะคืออะไร”

                 “โห เชือกที่ห้อยลงมามีทุกห้องแหล่ะพี่ เขาจะทำไว้ให้แขวนเสื้อผ้าในห้องน้ำเวลาที่ฝนมันตก เพราะระเบียงด้านนอกฝนสาดถึงครับพี่ แต่มันยังทำไม่เสร็จช่างก็ลากลับบ้านไปหาเมียน้อยก่อนครับ”

                   พายุบอกกับฟ้าถึงความข้องใจในเรื่องแรก (แต่ทำไมมันรู้ดีนักนะ) แต่ฟ้าก็ยังมีเรื่องสงสัยจึงถามพายุต่อไปอีกว่า

                   “แล้วกลิ่นหอมๆที่คล้ายน้ำหอมจากสปา ลอยมาล่ะ

                   ฟ้ายังไม่เลิกสงสัย ในขณะที่พายุยิ้มและบอกออกไปว่า

                 “จะมีอะไรล่ะพี่ ก็กลิ่นหอมน้ำมันสปาของห้องน้ำค้างมันไง มันอยู่ห้องข้างๆพี่นี่เอง มันชอบจุดน้ำมันหอมในห้อง กลิ่นก็เลยกระจายออกมาเผื่อแผ่ห้องชาวบ้านเขาด้วยครับ”

                   พายุอธิบายต่อให้เข้าใจ ฟ้านี้แทบจะเป็นลมที่ต้องมาเจอกับเรื่องราวพวกนี้ในวันนี้ ทั้งเรื่องที่โดนหลอกว่ามีคนผูกคอตายในห้องบ้างล่ะ และที่รู้ว่าต้องมาอยู่ห้องข้างๆกับพายุอีก ต่อไปความสงบสุขคงจะหายไปจากโลกของฟ้าอย่างแน่นอน

                   แต่ยังมีอีกเรื่องที่เขาไมรู้จะถามใครนั่นก็คือ ทำไมคนที่ยกของให้ฟ้าพอได้เงินแล้วถึงรีบวิ่งลงบันไดและขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

                   (เพราะว่าที่จริงแล้วเขารีบไปรับเมียน้อยที่โทรมาเร่งตั้งหลายรอบแล้ว แต่ฟ้าดันคิดไปเองว่าเขาคงจะเจอผีที่ห้อง ที่เขามองหน้าฟ้าก็เพราะว่าฟ้าจ่ายเงินค่าขนของเกินมาห้าร้อยบาท พอฟ้าไม่ทักท้วงเขาก็เลยรีบลงไปเลย ฟ้าเสียทั้งเงินที่ให้เกินและคิดไปเองว่าเขาเจอผี ฮ่ะๆๆๆ) ดังนั้นเรื่องห้องเช่าใหม่ที่น่ากลัวจนขนหัวลุกจึงกลายเป็นเรื่องขำขันที่ฟ้าแสนจะอับอายขายขี้หน้าเสียจริงๆ แล้วสายตาใครล่ะที่มองลงมาตอนที่ฟ้ายืนอยู่ข้างล่างและเสียงหัวเราะตอนที่กำลังจะเข้าไปในห้องล่ะ (ติดตามต่อไปก็จะรู้ครับ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น