The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 ร้านอินดี้ของเจ้านายสุดอินดี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 2 ร้านอินดี้ของเจ้านายสุดอินดี้

 

                  หลังจากที่ฟ้าบาร์เทนเดอร์หนุ่มนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์คันจิ๋วของพายุมาทำงานในวันที่ฝนตกหนักแล้วเขาก็รีบเดินเข้าไปในร้านเดอะ อ๊อคโทเบอร์ บริสโตร แอนด์ บาร์ เพื่อที่จะตอกบัตรให้ทันเข้างานตอนสี่โมงเย็น   เขาทักทายพี่ส่องแสง บุญหนองปรือ หรือที่แกชอบให้ทุกคนเรียกว่าพี่แสงเฉยๆ ซึ่งแกมีตำแหน่งเป็นแค่กัปตันที่ร้านแห่งนี้ แต่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าใหญ่ในส่วนของงานฝ่ายการบริการลูกค้าด้านหน้าในร้านทั้งหมด ใหญ่เป็นเบอร์สองรองจากคุณหมอก หรือคุณ รรินธร อัศวะพิริยากร ซึ่งเป็นเจ้าของร้านที่ตอนนี้แกยังไม่ได้เข้ามาที่ร้าน

               พี่แสงสวัสดีครับ มาไวจังเลยนะพี่

                  ฟ้าทักทายพี่แสง ซึ่งกำลังยกเก้าอี้ลงจากโต๊ะ กลบเกลื่อนความผิดที่เกือบจะมาทำงานสาย ทั้งที่วันนี้เป็นวันเปิดร้านวันแรก ก่อนที่พี่แสงจะพูดกลับมาว่า

               อือ สวัสดีฟ้า ก็จะสี่โมงแล้วนี่ วันนี้เป็นวันเปิดร้านวันแรกด้วย พี่ก็เลยต้องมาก่อน ตั้งแต่บ่ายสามโมงแล้ว

                  พี่แสงใช้คำพูดแบบเบาๆแต่ทำให้ฟ้าสะอึกได้ (นี่ หัวหน้าดีๆต้องเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เอะอะ ก็ด่าอย่างเดียว) พอแกพูดจบก็ก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเอง ซึ่งในตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งนาทีก็จะถึงเวลาสี่โมงเย็นแล้ว เขาหันซ้ายหันขวาเหมือนจะหาใครสักคน ก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าอันเร่งรีบของพายุ วิ่งเข้ามาในร้านอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พี่แสงจะพูดกับพายุขึ้นว่า

               เร็วๆ หัดมาให้ไวๆหน่อยสิ เปิดร้านวันแรกก็จะมาสายเลยหรือพ่อคุณ

                  พี่แสงพูดเสียงเข้มและดุดันใส่พายุที่กำลังวิ่งหอบด้วยอาการเหนื่อยเข้ามา (แต่กับลูกน้องบางคนก็ต้องเล่นบทโหดแบบนี้)  ก่อนที่พายุจะพูดสวนกลับออกไปว่า

               อ้าวพี่แสงเฉยๆ ไปว่าพี่ฟ้าเขาทำไมล่ะครับ เขาเสียใจแย่เลยนะนั่น ยิ่งเป็นคนขี้น้อยใจอยู่ด้วย มาถึงก็โดนพี่ด่าซะแล้ว เห้อ น่าสงสาร

                  พายุรีบพูดโยนความผิดไปให้ฟ้าในทันทีแบบหน้าตาย ก่อนที่จะช่วยพี่แสงยกเก้าอี้ลงมาจากโต๊ะแบบเนียนเนียนเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ว่าพี่แสงกำลังด่าตัวเองอยู่

                  พี่แสงมองหน้าพายุด้วยหางตาแล้วส่ายหัว และพูดขึ้นมาแบบเซ็งๆออกไปว่า

               “นี่วันหลังแค่เรียกพี่แสงก็พอ ไม่ต้องมีเฉยๆตามหลัง นะไอ้คุณพายุ ขอร้องอย่ากวนตีนแต่หัววัน แล้วที่ฉันด่าอยู่เนี้ย ฉันด่าแกโว้ย ไม่ได้เกี่ยวกับฟ้าเขาเลย”

               “อ๋อ หรือครับพี่แสงก็พอ”

                  พายุตอบแล้วก็รีบวิ่งแจ้นหนีไปตรงอื่นในทันที โดยที่พี่แสงเฉยๆ เห้ย! พี่แสง ยืนเอามือเท้าสะเอวแล้วมองหน้าพายุที่วิ่งหนีไป ก่อนที่แกจะพูดเสียงดังออกมาว่า

               ทุกคน วันนี้ต้องเตรียมงานทุกอย่างให้พร้อมก่อนหกโมงเย็นนะ เพราะเดี๋ยวบอสคงจะพาเพื่อนๆแกมาฉลองวันเปิดร้านใหม่วันแรกด้วย

               “คร้าบบบ”

                  ทุกคนขานรับ และรีบช่วยกันเตรียมงานๆต่างให้พร้อม

                  ฟ้าซึ่งมีหน้าที่เป็นบาร์เทนเดอร์ในร้าน ก็เข้ามาอยู่ในบริเวณบาร์ เขาจัดแจงไปตักน้ำแข็งจากตู้ทำน้ำแข็งที่อยู่หลังร้านเข้ามาเก็บไว้ที่บาร์ด้านหน้า  และเช็ดฝุ่นรอบๆเคาน์เตอร์บาร์ ก่อนที่จะเอาขวดเหล้าออกมาจากตู้เก็บที่อยู่ใต้เคาน์เตอร์ ขึ้นมาโชว์ตามชั้นวางเหล้าที่อยู่ด้านหลัง แล้วจัดการวางอุปกรณ์ต่างๆสำหรับการผสมเครื่องดื่มให้เข้าประจำที่ ก่อนที่จะเตรียมน้ำผลไม้ต่างๆใส่ขวดเอาไว้ให้พร้อม และมาหั่นผลไม้เช่น มะนาว ส้ม สับประรด สำหรับใช้ตกแต่งประดับใส่ในแก้วค็อกเทล จนทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อนเวลาหกโมงเย็นตามที่พี่แสงต้องการ

                  ส่วนพายุนะเหรอโดนพี่แสงก็พอ (เอ้ย! สงสัยติดเรียกตามพายุมัน) ใช้ให้ไปเช็ดน้ำฝนที่สาดเข้ามาตรงทางเดินอยู่ที่หน้าร้าน โดยที่พายุมันกำลังพูดงึมงำอยู่คนเดียวออกมาว่า

                  โธ่ พี่แสง นะพี่แสง ผมสมัครมาเป็นเด็กเสิร์ฟนะครับ ไม่ใช่สมัครมาเป็นแม่บ้านทหารบก จะให้มาวิดน้ำหากุ้งหาหอยแบบนี้ได้ไง โหย!! พายุไม่ปลื้มเลยน้า   

                  พายุบ่นพึมพำอยู่คนเดียวที่หน้าร้าน ในขณะที่ฝนก็ยังไม่หยุดตกซะที ก่อนที่จะมีเสียงดังพูดออกมาจากด้านในว่า

               อะไรของแกพายุ บ่นอะไร ได้ยินเสียงแว่วๆว่าจะลาออกไปเป็นแม่บ้านเหรอ ได้ๆ เดี๋ยวบอกบอสให้รับพนักงานใหม่ พรุ่งนี้แกไม่ต้องมาแล้วนะ แต่วันนี้ต้องทำงานให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วกันเข้าใจมั้ย

                  พี่แสงหูดีมากๆ ขนาดพายุบ่นเบาๆท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักอยู่ด้านนอกแกก็ยังได้ยิน

               ป่าวครับพี่แสงรูปหล่อ ใจดี สุดเท่ห์ (ครั้งนี้ไม่มีเฉยๆหรือก็พอตามหลัง สงสัยจะกลัวตกงาน) ผมบ่นตามประสาคนรูปหล่อ หัวใจติดเบาะเท่านั้นเองล่ะพี่ เกิดเป็นเด็กเสิร์ฟก็ต้องช่วยกันทำงานทุกอย่างในร้าน คนละไม้คนละมือใช่ไหมครับพี่

                  พายุรีบบอกด้วยน้ำเสียงที่สั่นๆ ออกตัวก่อนที่จะโดนไล่ออก ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของคนอื่นๆที่ทำงานอยู่ข้างในร้าน

                  ร้าน เดอะอ๊อกโทเบอร์ บริสโตร แอนด์บาร์ เป็นร้านอาหารนั่งชิวๆ สบายๆ ย่านคลองสานใกล้ตึกคอนโดสุดหรูเดอะริเวอร์ ซึ่งมีคนรวยๆพักอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก โดยมีคุณหมอก หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบปีที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกเพราะเลิกกับภรรยาชาวออสซี่ เป็นเจ้าของร้าน

                  โดยมีพี่ส่องแสงเป็นกัปตัน มีใต้ฝุ่น น้องจันทร์เจ้า และพายุเป็นเด็กเสิร์ฟ มีฟ้าเป็นบาร์เทนเดอร์  ส่วนในครัวมีป้าคะนิ้งกับพี่อากาศเป็นเชฟทำอาหาร และมีน้ำค้างเป็นผู้ช่วยกุ๊ก และสุดท้ายมีทะเล หนุ่มน้อยชาวพม่าเป็นพนักงานล้างจาน หรือเรียกให้ดูดีว่าคุณสจ๊วตเมียนมา รวมพนักงานทั้งหมดเก้าคน

                  ซึ่งร้านมีจำนวนโต๊ะอยู่ สามสิบห้าโต๊ะ จุลูกค้าได้เต็มที่ทั้งหมดอย่างมากประมาณ หนึ่งร้อยยี่สิบคนถึงหนึ่งร้อยห้าสิบคน ถือว่าเป็นร้านอาหารขนาดกลางที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกิน และในวันนี้เป็นวันแรกที่ทางร้านจะเปิดให้บริการอย่างเต็มตัว

                  จริงๆแล้วก่อนที่จะได้ฤกษ์เปิดร้านในวันนี้ คุณหมอกแกตระเวนไปหาฤกษ์หาชัยวันเปิดร้านมาจากตั้งหลายที่ด้วยกัน ทั้งไปหาหมอดูตาบอดที่ประเทศพม่าบ้าง หรือไปหาพระเกจิอาจารย์ดังจากภาคอีสานให้ท่านหาฤกษ์หายามเปิดร้านให้ ไปหาซินแสดังที่เกาะฮ่องกงมาบ้าง แต่สุดท้ายแกก็เลือกเอาวันนี้ เพราะแกบอกเหตุผลว่าแกชอบ วันที่หนึ่งของเดือนตุลาคมซึ่งตรงกับชื่อร้านดี ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแกจะไปหาฤกษ์งามยามดีมาทำไมให้เสียเวล่ำเวลา

                  การตกแต่งร้านของที่นี่ ก็เป็นแบบแนวกึ่งเรทโทรย้อนยุคกึ่งอินดี้สมัยใหม่ตามใจแก ที่จะเอาอะไรมาประดับมาใส่มาวางไว้ตรงไหนก็สุดแล้วแต่ที่ใจตามที่แกชอบ แกเคยจ้างมัณฑนากรชื่อดังมาออกแบบร้านให้ด้วย แต่แกไม่ชอบก็เลยสั่งให้รื้อใหม่ทั้งหมด จนมัณฑนากรที่มาขอบายกลับไปแทบไม่ทัน

                  แนวเพลงที่เปิดในร้านก็เป็นเพลงฟังสบายๆ อินดี้บ้าง ตามกระแสความนิยมบ้าง แต่ก็จะเป็นเพลงไทยแทบทั้งหมด ทั้งที่จริงร้านอาหารแบบนี้ควรที่จะเปิดเพลงสากลหรือเพลงแนวบรรเลงเบาๆ เพราะๆสบายๆซะมากกว่า แต่คุณหมอกกลับบอกว่าไม่ชอบเปิดเพลงให้เหมือนกับร้านอื่นๆที่มักจะเปิดแต่เพลงสากลกัน ก็เลยกลายเป็นว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารนานาชาติแต่หัวใจเป็นเพลงไทย ยิ่งในช่วงนี้ด้วยแล้วแกมักจะเน้นเพลงเหงาๆเศร้าๆตามอารมณ์ติ๊ดๆ ของแกมากหน่อย ก็คงเป็นธรรมดาของคนที่เพิ่งโดนเมียทิ้งมา

                  ยิ่งการสัมภาษณ์งานที่ร้านยิ่งอินดี้ไปกันใหญ่ เพราะแกจะเป็นคนสัมภาษณ์รับพนักงานเองกับมือทุกคน อย่างเช่น กรณีของพี่แสงที่มาสมัครเป็นผู้จัดการร้าน แต่คุณหมอกกลับบอกให้พี่แสงเป็นแค่กัปตันร้าน และยังบอกออกไปอีกว่าตำแหน่งผู้จัดการร้านแกเขียนเอาไว้ดูเล่นเฉยๆ ไม่อยากรับใครมาเป็นทั้งสิ้น ซึ่งในทีแรกพี่แสงก็รู้สึกเคืองๆคุณหมอกที่พูดออกมาแบบนั้น ก็เลยพูดประชดคุณหมอกออกไปว่า ยอมเป็นกัปตันก็ได้ แต่ขอเงินเดือนสามหมื่นห้าซึ่งคุณหมอกได้บอกตกลงทันที พี่แสงก็เลยตอบตกลงแบบงงๆเข้ามาทำงานเป็นกัปตันร้านที่ทำงานและมีเงินเดือนยิ่งกว่าผู้จัดการเสียอีก

                  ส่วนฟ้าตอนที่มาสัมภาษณ์งาน แกให้ฟ้ายืนแล้วหมุนรอบตัวเองยี่สิบรอบแล้วให้ยืนตัวตรงท่องสูตรการทำค็อกเทลไหมไทให้แกฟัง โดยที่แกให้เหตุผลกับฟ้าว่า บาร์ที่เก่งๆจะต้องสามารถทำค็อกเทลได้ในขณะที่ตัวเองกำลังเมาหรือรู้สึกเวียนหัว ซึ่งฟ้าเองก็ดันท่องได้แต่ก็เกือบจะอ้วกแตกออกมาเหมือนกัน แกก็เลยรับฟ้าไว้เข้าทำงาน

                  ส่วนคนอื่นๆก็มีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่ อันที่จริงแล้วพนักงานที่แกจะต้องรับมาทำงานในร้าน จะต้องมีทั้งหมดประมาณสิบแปดถึงยี่สิบคน เพื่อให้เพียงพอต่อการให้บริการลูกค้า ทั้งที่มีคนมาสัมภาษณ์งานกับแกเป็นร้อยคน แต่สุดท้ายก็มีเพียงเก้าคนเท่านั้นที่ผ่านการสัมภาษณ์งานจากแก นับเป็นเจ้าของร้านที่สุดแสนจะอินดี้ จนเมียทิ้งซะจริงๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น