The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 19 สามปีที่รอคอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 19 สามปีที่รอคอย

 

                 พี่ฟ้า พี่ฟ้า ไอ้พายุมันกำลังหัวเราะพี่อยู่แน่ะ มันแอบมองหลบอยู่ข้างหลังเสาโน่นแน่ะพี่

                   ที่แท้ก็เป็นใต้ฝุ่นนี่เองที่เดินพรวดออกมาจากด้านหลังของพายุและก็เดินไปบอกให้ฟ้ารู้ตัวว่า ในตอนนี้เขากำลังโดนพายุแอบหัวเราะเยาะอยู่ที่เขากำลังอินกับเพลงและรับบทเป็นพระเอกเอ็มวี ก่อนที่ใต้ฝุ่นจะทำปากแบะเยาะเย้ยพายุที่ทำหน้าแบบเซ็งๆอยู่ที่ข้างเสา  ในขณะที่ฟ้าซึ่งกำลังเพลิดเพลินและอินอยู่กับบทเพลงที่ตัวเองชื่นชอบ ก็ต้องมาเสียอารมณ์หมดมู๊ดเพราะว่าพายุเพียงแค่คนเดียว เขาก็เลยหันหน้าไปทางพายุที่แอบอยู่ข้างเสาและกำลังจะอ้าปากด่าพายุออกไป แต่แล้วก็เป็นเขาเองที่ถึงกับยืนหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวอะไรเลย จนพายุที่คิดว่าตัวเองจะต้องโดนฟ้าด่าแน่ๆถึงกับยืนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฟ้าก่อนที่จะได้ยินเสียงที่จากทางด้านหลังของเขาว่า

                   พี่ฟ้า พี่ฟ้าจริงๆหรือค่ะ

                   หญิงสาวคนนั้นที่เป็นน้องสาวของคุณหมอกเธอเดินออกมาจากหลังพายุแล้วก็พูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปหาฟ้าที่ตอนนี้กำลังยืนแน่นิ่งกลายเป็นหินและตกตะลึงในสิ่งที่กำลังเห็นอยู่

                   ฝน……. ฝนจริงๆด้วย

                   ฟ้าทำเสียงสั่นและพูดออกมาเบาๆ และช้าๆ (ในขณะที่เพลงฤดูที่ฉันเหงาก็กำลังเล่นอยู่) เขาแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยที่ได้เจอกับคนที่เขาเฝ้าตามหามานานถึงสามปี ในขณะที่ฝนก็เดินมาถึงตัวฟ้าและก็ยื่นมือของตัวเองไปจับมือทั้งของข้างของฟ้าเอาไว้ ก่อนที่เธอจะพูดกับฟ้าออกไปว่า

                 พี่ฟ้าสบายดีเปล่าหรือค่ะ ฝนไม่คิดเลยว่าจะได้มีโอกาสมาเจอกับพี่อีก

                   ฝนพูดออกมาด้วยรอยยิ้มหวานๆ ในขณะที่ฟ้าก็ยังคงตกตะลึงอยู่ เขายังแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองจริงๆว่าในที่สุดเขาจะได้เจอกับฝนที่นี่ (ป้าหมอดูทำนายได้แม่นมากๆ) ก่อนที่ฟ้าจะดึงสติตัวเองกลับมาและตอบฝนด้วยน้ำเสียงที่ดีใจสุดๆไปว่า

                 สบายดีครับ พี่ตามหาฝนมาตลอดสามปีนี้ ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้เจอกับฝนที่นี่เหมือนกัน

                   ฟ้าเองพูดไปเหมือนจะกลั้นน้ำตาแห่งความดีใจไว้ไม่อยู่ เขาดีใจมากๆจนแทบพูดอะไรไม่ออกได้แต่ยืนยิ้มอยู่อย่างนั้น

                   ในขณะที่ทุกคนที่อยู่ในร้าน (พี่แสง ใต้ฝุ่น พายุ จันทร์เจ้า) ที่ได้เห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้ ก็ได้แต่ตกตะลึงและสงสัยไปกับทั้งคู่ โดยจะมีก็แค่พายุกับใต้ฝุ่นเท่านั้นที่รู้ว่าทำไมทั้งคู่ถึงรู้จักกัน และทำไมฟ้าถึงได้ดีใจมากมายขนาดนั้นเมื่อได้เจอกับฝน โดยเฉพาะใต้ฝุ่นเธอถึงกับกลั้นน้ำตาที่รู้สึกยินดีไปกับฟ้าเอาไว้ไม่อยู่ร้องไห้ออกมา ส่วนพายุเองก็ไม่น้อยหน้าใต้ฝุ่นเพราะกำลังร้องไห้จี้มูกโป่งออกมาด้วยเช่นกัน แต่คงจะร้องไห้ด้วยความอิจฉาฟ้าเสียมากกว่า เพราะว่าพายุแอบมองทั้งคู่ด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟและกำลังกัดเสื้อตัวเองอยู่ในมุมเดิมข้างหลังเสาและพูดออกมาเบาๆคนเดียวว่า

                   “โหพี่ฟ้า มีแฟนสวยน่ารักมากเลยอ่ะ พายุอิจฉาๆ ฮือๆๆ”

 

…………………...และเวลาก็ผ่านไป…………………

                  

                   ทั้งฟ้าและฝนต่างก็พูดคุยไถ่ถามกันถึงเรื่องสารทุกข์สุกดิบและเรื่องราวต่างๆที่ไม่ได้เจอะเจอกันมาตั้งนานอยู่ที่ตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์จนจะถึงเวลาเที่ยงคืนครึ่งแล้ว ฝนก็เลยเห็นว่ามันดึกแล้วและสมควรแก่เวลาจึงขอตัวฟ้ากลับบ้านก่อน ฝนเดินมาบอกลาพี่แสงและทุกคนในร้านก่อนที่เธอจะเดินออกไปขึ้นรถ โดยที่ฟ้าได้เดินออกมาส่งฝนที่หน้าร้านด้วย ในขณะที่ข้างนอกฝนก็เริ่มจะหยุดตกแล้วด้วยเหมือนกัน

                   ขับรถกลับดีๆนะครับฝน หลับฝันดีนะครับ

                   ฟ้าบอกฝนที่กำลังก้าวขาขึ้นรถไป และเธอก็หันมาตอบกลับฟ้าไปว่า

                 ค่ะพี่ เช่นเดียวกันค่ะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกันตอนค่ำๆนะคะ พอดีฝนต้องมาช่วยพี่หมอกอีกหลายวันเลยค่ะ ฝันดีนะคะพี่ฟ้า

                   ฝนยิ้มหวานบอกกับฟ้าในขณะที่เธอก็ขับรถออกไป แต่เหมือนจะมีอะไรซ่อนอยู่ในสายตาของฝนเมื่อขับรถออกมาจากร้านได้ไม่นาน

                   ฟ้าเองก็ยืนมองฝนขับรถออกถนนใหญ่ไปจนลับสายตา แล้วจึงเดินยิ้มเฉ่งอย่างมีความสุขกลับเข้ามาในร้าน ในขณะที่ทุกคนกำลังรอที่จะถามฟ้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยที่ฟ้าเองก็ได้แต่เดินยิ้มเฉ่งเข้ามาอย่างคนที่มีความสุขเหลือเกิน โดยที่มีคนที่คุณรู้ว่าใครพูดออกมาทันทีที่เห็นฟ้าเดินกลับเข้ามาในร้าน

                 โหพี่ฟ้า นี่เหรอน้องฝนที่พี่ซ่ำ น่ารักมากๆเลยอ่ะ หูย อิจฉาพี่จังเลย

                   พายุเริ่มสร้างประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้งโดยที่มีใต้ฝุ่นคู่ปรับตลอดกาลของเขาหันมองหน้าพายุและพูดสวนกลับไปในทันทีว่า

                   อีจังไร ปากนี่นะ ในสมองก็มีแต่เรื่องทุเรศควายๆ แถมในปากก็ยังเลี้ยงหมาไว้เป็นฝูงอีก

                   ใต้ฝุ่นด่าสวนกลับพายุแทนฟ้าทันที ในขณะที่พี่แสงเห็นว่าดึกแล้วค่อยมาถามฟ้าพรุ่งนี้ดีกว่าว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่ถึงได้รู้จักกับฝน แกจึงบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปปิดร้าน เพราะว่าเวลาในตอนนี้จวนจะตีหนึ่งแล้ว

                     เมื่อทุกคนช่วยกันปิดร้านจนเสร็จเรียบร้อย ก็พากันเดินออกมาที่หน้าร้านเพื่อแยกย้ายกันกลับบ้านไป พี่แสงขับรถกระบะออกไปเป็นคนแรกเหมือนเคย ตามมาด้วยป้าคะนิ้งและจันทร์เจ้า ทะเลและพี่อากาศ เหลือก็แค่ฟ้า พายุและใต้ฝุ่นที่ยังอยู่หน้าร้าน แต่ฟ้ายังไม่เห็นน้ำค้างเลยตั้งแต่ตอนที่ออกมาจากร้าน และไม่รู้ว่าน้ำค้างกลับไปหรือยัง เลยถามใต้ฝุ่นด้วยความสงสัยไปว่า

                 “อ้าวแล้วน้ำค้างล่ะไปไหน ไม่เห็นเลยนี่ตั้งแต่ร้านเปิดแล้ว ใต้ฝุ่นเห็นหรือป่าวน้อง”

                 “โอ๊ย น้ำค้างมันไม่สบาย ลาพี่แสงกับป้าคะนิ้งกลับบ้านไปตั้งแต่ที่ลูกค้าหมดตอนห้าทุ่มกว่าแล้วพี่ แหม วันนี้มีความสุขเพลินจนไม่ได้ดูน้องดูนุ่งเลยนะคะคุณพี่ฟ้า”

                   ใต้ฝุ่นพูดแซวกึ่งประชดฟ้าที่เอาแต่ยิ้มๆด้วยความเขินอาย ก่อนที่ฟ้าจะขอตัวทุกคนกลับบ้านก่อนในคืนนี้

                 “งั้นพี่กลับบ้านก่อนนะทุกคน ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้วด้วย จะได้รีบกลับไปนอนฝันดีเร็วๆสักคืนนึง(พร้อมกับแหล่หางตาไปที่พายุ)”

                   ฟ้าพูดแล้วก็ยิ้มเดินโบกมือลาทุกคนออกไปรอรถเมล์ที่หน้าปากซอยทันที

                   “แหม มีความสุขจังเลยนะพี่ฟ้า วันนี้ยิ้มปากไม่ยอมหุบเลย”

                   ใต้ฝุ่นพูดแซวฟ้าที่กำลังเดินออกไปหน้าปากซอย แล้วก็หันไปมองพายุที่กำลังเข็นมอเตอร์ไซค์คันเก่งออกมาจากที่จอดรถ

                 “จะกลับแล้วเหรอพายุ วันนี้หลังเลิกงานดูเงียบๆไปนะแก เป็นอะไรหรือป่าว”

                 ใต้ฝุ่นพูดแซวพายุในขณะที่เขากำลังก้าวขาขึ้นขี่รถมอเตอร์ไซค์ก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

                 “เห็นคู่พี่ฟ้าแล้วคิดถึงเมียวะ จะรีบกลับไปกอดเมียสุดที่รักกับเขาบ้างโว้ย รอผัวคนเดียวได้ใช่ไหม คงจะไม่มีใครหน้ามืดฉุดแกไปทำเมียหรอกนะ”

                   พายุพูดเสร็จแล้วก็สตาร์ทรถแล้วขี่ออกไปอย่างไว ปล่อยให้ใต้ฝุ่นต้องนั่งรอแฟนอยู่คนเดียวเป็นคืนแรกตั้งแต่เปิดร้านมา ในขณะที่คืนนี้ฝนได้หยุดตกแล้วที่นี่ แต่ในใจของใครบางคนกลับมีฝนตกหนักมากมายในคืนนี้

                   ฟ้าเดินออกมาจากในซอยและมานั่งรอรถเมล์ที่ป้ายรถประจำทาง เขาเหม่อลอยคิดถึงเรื่องในวันนี้ที่ได้เจอกับฝนที่แสนจะมีความสุขที่สุด คุ้มค่าสมกับการรอคอยมาตลอดในช่วงระยะเวลาสามปีของเขา แล้วภาพการสนทนาในวันนี้ของทั้งคู่ก็ลอยเข้ามาในหัวของฟ้า

                 “ที่แท้ ฝนเป็นน้องสาวของคุณหมอกเองเหรอ โลกมันกลมดีจังเลยเนอะ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เจอกันอีกครั้งจริงๆ”

                   ฟ้าพูดกับฝนแล้วก็ยืนยิ้มในขณะที่ฝนยืนพิงเก้าอี้ตัวยาวหน้าเคาน์เตอร์บาร์แล้วก็พูดตอบกลับไปว่า

                 “คะพี่ ฝนเรียนจบก็เที่ยวเตร่ไม่ได้ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันอะไรมาก จับโน่นนิดจับนี่หน่อยตลอดสองสามปีนี้ พอดีพี่หมอกแกเปิดร้านใหม่ แล้วบอกฝนว่าอยากจัดกิจกรรมให้ร้านดูคึกครื้น แกก็เลยให้ฝนมาช่วยวางแผนทำการตลาดให้แกหน่อยคะ”

                   ฝนบอกฟ้าและเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตัวยาวตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์และฟ้าเองก็เดินเข้าไปในบาร์เพื่อหลบสายตาของคนอื่นๆ เพราะตอนนี้ทั้งคู่กำลังถูกจ้องมองจากคนในร้านที่กำลังสงสัยและสนใจในตัวพวกเขาอยู่ แล้วฝนก็ถามฟ้าออกไปว่า

                   “แล้วพี่ล่ะ ทำไมมาอยู่กับพี่หมอกได้คะ ทำไมไม่ไปหางานตามโรงแรมทำ”

                   ฝนถามฟ้าบ้างในขณะที่ฟ้าได้แต่ยิ้มแบบมีความสุขก่อนจะตอบฝนไปว่า

                 “พี่เหรอ ก็พอออกจากโรงแรมก็ตระเวนทำงานตามที่ต่างๆก็เพื่อตามหาฝน พี่ติดต่อฝนไม่ได้เลย ไม่ว่าจะทำยังไงพี่ก็ไม่ได้ข่าวคราวจากฝน จนในที่สุดก็มาสมัครงานกับคุณหมอกนี่แหล่ะครับ”

                   แล้วภาพการสนทนาของทั้งคู่ก็หายไป พร้อมกับเสียงปีบแตรของรถเมล์ที่กำลังจะเลี้ยวเข้ามาจอดที่ป้าย ฟ้าเห็นดังนั้นจึงรีบกระโดดขึ้นรถเมล์ก่อนที่จะพลาดคันนี้ต้องรอคันใหม่อีกหนึ่งชั่วโมง แล้วหาที่นั่งเหมาะๆก่อนที่จะนั่งยิ้มต่อไปคนเดียวตลอดทางกลับห้อง เหมือนกับว่าเรื่องราวทั้งหมดในชีวิตของเขาจะจบลงและมีความสุขชั่วนิรันดร์อยู่เพียงเท่านี้ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นความรักของเขาเท่านั้นเอง

2 ความคิดเห็น