The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 16 หอพักสิบสองก้าวครึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 16 หอพักสิบสองก้าวครึ่ง

 

เห้ย……หยุด!!!!

                   เสียงของผู้ชายดังออกมาจากด้านข้างของตึกที่เขาเดินผ่าน ทำให้ฟ้าตกใจแล้วหยุดเดินในทันที ก่อนที่เขาจะหันไปมองแล้วก็เจอผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะเกือบๆสี่สิบปี เดินออกมาจากออฟฟิศเล็กๆที่มีกระจกอยู่ด้านหน้า ชายคนนั้นมีสายตาที่ดูขวางๆเห็นแล้วน่ากลัว (จริงๆเขาตาเหล่นิดๆ) เขาเดินมาไม่ใส่เสื้อใส่แต่สวมกางเกงขาสั้นและมีขนเต็มหน้าอก (ไม่สวมกางเกงสิแปลก) เขาสวมพระเครื่องนับยี่สิบองค์ห้อยอยู่เต็มคอ ผมเฝ้าก็ดูรุงรังยุ่งเหยิง กำลังเดินออกมาทางที่ฟ้ายืน แล้วพูดด้วยสำเนียงแปลกๆแต่ดูคุ้นๆหูว่า

                 ถอยหลังไปครึ่งก้าวเลยไอ้หนุ่ม เดี๋ยวมันจะเลยหอ เพราะนี่คือหอสิบสองก้าวครึ่ง หนุ่มคือคนที่โทรมาเมื่อกี้ที่จะมาดูห้องพักใช่ไหม

                 ฟ้ามองหน้าพี่คนนั้นแล้วก็รู้สึกใจคอไม่ดี ไม่ค่อยสบายใจแบบแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก และก็รู้สึกสงสัยอะไรบางอย่างเลยตอบและถามกลับไปว่า

              ใช่ครับ แต่ทำไมต้องเป็นหอสิบสองก้าวครึ่งด้วยล่ะครับ ทำไมไม่สิบสองหรือสิบสามไปเลย

              ฟ้ายังคงสงสัยชื่อของหอพักตามที่พี่คนนั้นบอกเลยถามออกไปเพราะความอยากรู้

                 หนุ่มก็ดูเอาสิ ก็หอนี้ตั้งขื่อตามบ้านเลขที่ สิบสองเก้าครึ่ง เห็นไหมมีเลข 12 และก็ 9 กับ ½) รวมกันก็ สิบสองเก้าครึ่งไง  ฮ่ะๆๆ (จริงๆคือบ้านเลขที่ 1291/2 หนึ่งสองเก้าหนึ่งทับสอง)

                   ชายคนนั้นบอกกับฟ้าแล้วเอามือเท้าสะเอว หัวเราะชอบใจแบบประหลาดๆ และรู้สึกคุ้นๆตายังไงไม่รู้ แล้วแกก็ชี้ให้ฟ้าดูบ้านเลขที่ของหอที่มีหมายเลข 1291/2 (เออ สิบสองเก้าครึ่งจริงๆด้วย) ในขณะที่ฟ้าคิดในใจว่า

                 “เอาแล้วหลาวกรูคิดผิดแน่เลย ไปหาห้องที่อื่นอยู่ดีกว่ามั้ย” (สำเนียงใต้)

                   แต่ฟ้าก็ได้เพียงแค่คิดเท่านั้นแหล่ะ เพราะชายคนนั้นเดินมาถึงตัวและจับมือฟ้าไว้แน่นเสียแล้ว โดยที่ฟ้าได้แต่หันไปมองหน้าแกแล้วทำตาค้างอ้าปากหวอ ก่อนที่ชายคนนั้นจะพูดขึ้นว่า

                   ไปหนุ่มพี่พาไปดูห้องสุขสันต์ของเธอกันดีกว่า ฮ่ะๆๆๆ

                   เขายิ้มหวานให้ฟ้าก่อนที่จะหัวเราะแบบคนโรคจิตและพาฟ้าเดินเข้าไปในรั้วเหล็กที่เปิดไว้อยู่ข้างๆออฟฟิศที่เขานั่งอยู่เมื้อกี้ พอเดินเข้ามาด้านในเล็กน้อยก็มีหอพักสามชั้นขนาดไม่ใหญ่มากซ่อนหลบอยู่จากความวุ่นวายภายนอก ดูจากตรงที่ฟ้ายืนอยู่สภาพของหอพักที่นี่ไม่ได้ใหม่มากแต่ก็ไม่ได้เก่าจนดูน่ากลัว แล้วแต่ละชั้นก็มีห้องพักอยู่ไม่เกินชั้นละแปดห้อง ด้านล่างมีที่ว่างไว้สำหรับจอดรถได้อย่างสะดวกและปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นเย็นดี

                   พี่ชายคนนั้นหันมองฟ้าอีกครั้งแล้วยิ้มให้แบบสยองๆ ในขณะที่ฟ้ารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะโดนพาขึ้นไปยังห้องเชือดอย่างกับในหนังสยองขวัญแบบนั้นเลย

                   ชายคนนั้นพาฟ้าขึ้นบันไดมาบนชั้นที่สาม และเดินไปไขกุญแจห้องพักหมายเลขสามสิบหกและเปิดห้องให้ฟ้าเข้าไปดู ซึ่งในตอนแรกฟ้าเองก็กะว่าจะดูเฉยๆ พอเป็นพิธีแล้วบอกพี่ชายคนนั้นว่าขอคิดดูก่อนแล้วจะไปหาห้องพักที่ใหม่ เพราะกลัวที่พี่แกดูแล้วไม่น่าจะเหมือนกับคนปรกติสักเท่าไหร่

                   แต่พอฟ้าได้เดินเข้ามาในห้องพักที่ชายคนนั้นได้เปิดให้ เพียงแค่ก้าวแรกก็พบกับบรรยากาศของห้องที่รู้สึกเย็นร่มรื่นและดูดี มีกลิ่นหอมเหมือนกับน้ำหอมอ่อนๆในร้านสปาชวนให้หลับฝันดีลอยมาจากที่ไหนสักแห่งใกล้ๆในบริเวณนั้น

                   ฟ้าตัดสินใจเดินเข้าไปในห้อง ก็มีเตียงนอนและฟูกที่ยังใหม่ไม่มีคราบเหลืองหรือรอยน้ำอะไรบางอย่างติดอยู่ (น้ำลายครับ) ข้างห้องมีตู้เสื้อผ้าใบใหญ่กว่าที่เก่าตั้งอยู่ มีโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมหวีของเจ้าของห้องคนเก่าวางไว้ให้ใช้ด้วย (เขาคงจะลืมเอาไปด้วยมั้ง) ฟ้ายังคงเดินเข้าไปด้านในของห้อง เขาเปิดประตูห้องน้ำอย่างช้าๆ สำรวจภายในห้องน้ำซึ่งสำคัญสำหรับเขาเป็นอย่างมาก ซึ่งห้องน้ำก็ดูสะอาดดี ไม่มีรอยของแมลงสาปอาศัยอยู่ และยังมีเชือกไนล่อนห้อยลงมาจากบนเพดานห้องน้ำ เขาน่าจะทำไว้สำหรับตากผ้าขนหนูที่ในห้องน้ำ

                   ฟ้าออกมาจากห้องน้ำก็เดินออกมายืนตรงระเบียงด้านหลังห้อง ก็มีราวตากผ้าไว้ให้และยังสามารถตากผ้าได้มากกว่าที่ห้องเก่าด้วย ฟ้ามองวิวตรงระเบียงด้านนอกห้องก็พบว่าเป็นสวนดอกไม้ขนาดเล็กอยู่ภายในบริเวณรั้วของบ้านหลังใหญ่ที่ปลูกสร้างไว้อยู่ด้านหลังหอ เหมือนมีสวนหย่อมส่วนตัวไว้ให้มองเลย แล้วก็ยังมีเสียงเพลงช้าๆเพราะๆที่ลอยมาจากที่ไหนสักแห่งชวนให้พักผ่อนนอนหลับเป็นอย่างมาก

                   ซึ่งโดยภาพรวมแล้วฟ้าถึงกับชอบห้องที่นี่เอาอย่างมากๆ เขาคงจะลืมเรื่องของชายเพี้ยนๆคนนั้นไปชั่วขณะ เลยหันไปถามชายคนนั้นที่น่าจะเป็นคนดูแลหอที่นี่ซึ่งกำลังหันซ้ายหันขวาเหมือนกับว่ากำลังจะมองหาอะไรอยู่สักอย่างที่ด้านนอกห้องว่า

                   พี่ถ้าผมจ่ายเงินสามพันบาทแล้วสามารถย้ายเข้าอยู่ได้เลยหรือครับ

                   ฟ้าถามถึงเงื่อนไขการจ่ายเงินค่ามัดจำห้องจบ ชายคนนั้นก็ยิ้มแล้วก็ตอบออกมาว่า

                 ใช่แล้วหนุ่ม ไฟฟ้าห้า น้ำประปาสิบห้า จ่ายค่าห้องไม่เกินวันที่เจ็ดของทุกเดือน จ่ายช้าปรับวันละห้าสิบบาท นี่กุญแจ เอ้ารับ

                   เขาพูดจบแล้วก็โยนกุญแจห้องพักให้กับฟ้าทันที ในขณะที่ฟ้ารีบคว้ารับกุญแจที่โยนมาแบบไม่ได้ตั้งตัว และรีบพูดขึ้นไปว่า

                 พี่ พี่ เดี๋ยวก่อนครับ ผมต้องไปบอกย้ายห้องออกจากที่เก่าก่อนครับ คงน่าจะได้ย้ายเข้ามาอยู่ประมาณต้นเดือนหน้าน่ะครับ

                   ฟ้ารีบแจ้งบอกเหตุผลสำคัญของคนที่เช่าห้องแล้วคิดจะย้ายออกให้กับชายที่ดูแลห้องได้ทราบและเข้าใจ

                 แล้วแต่หนุ่มเลย เอาที่สบายใจ แต่ห้องที่นี่ว่างไม่นานนะ พรุ่งนี้ก็คงจะไม่ว่างแล้ว และพี่ก็ไม่รับจองด้วย ห้องพักดี ราคาถูก บรรยากาศโดนใจ ที่ไหนจะมีเหมือนที่นี่

                   ชายคนนั้นพูดยื่นคำขาดให้ฟ้าต้องยืนคิดหนัก ถึงแม้ว่าชายคนนั้นออกจะเป็นคนที่ดูแล้วเหมือนจะเพี้ยนๆแต่พอถึงเวลาจะขายของกลับทำได้ดีเอามากๆ น่าจะเคยเป็นนักขายตัวยงมาก่อน

                   ฟ้ายืนคิดอยู่สักครู่เพราะเสียดายห้องพักที่หากพลาดไปแล้วคงจะหาใหม่แบบนี้ได้ยาก ก่อนที่เขาจะลองโทรไปหาเจ้าของห้องเก่าเพื่อขอย้ายออกด่วน ฟ้าพยายามพูดกับเจ้าของหอเก่าอยู่ประมาณห้านาทีแล้วก็วางสาย และหันมายิ้มก่อนที่จะบอกกับชายคนนั้นว่า

                 พี่โอเคครับ ตกลงผมเอาห้องนี้ ผมตกลงกับทางห้องเก่าได้ ผมจะจ่ายค่าห้องที่อยู่เกินมาและเขาก็ใจดีมากที่จะคืนค่ามัดจำห้องให้ด้วยครับ

                   เมื่อทุกอย่างสำเร็จแล้ว ฟ้าก็เดินตามชายที่ดูแลห้องลงไปเพื่อที่จะจ่ายเงินค่าห้องและทำสัญญาการเช่าห้องพักที่นี่  เขารับกุญแจจากพี่ที่ดูแลหอและบอกกับเขาว่าพรุ่งนี้เที่ยงจะย้ายของเข้ามาอยู่เลย

                   แต่ฟ้ายังมีสองสามเรื่องที่ยังคงสงสัยและค้างคาใจอยู่ อยากจะรู้คำตอบให้ได้ก่อนที่จะย้ายเข้ามาอยู่จึงถามชายคนนั้นไปว่า

                 “พี่ครับผมลืมถามไปว่าตอนที่ผมโทรศัพท์มาหาพี่ พี่รู้ได้ไงว่าผมอยู่ตรงไหนเพราะพี่ให้ผมหันหน้าออกทางตลาดแล้วเดินตรงมาโดยไม่ถามผมสักคำว่าผมอยู่ที่ไหน เหมือนกับว่าพี่เห็นผมจากที่นี่ หรือว่าพี่ติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ครับ”

                   ชายคนนั้นยิ้มและหัวเราะก่อนที่จะตอบฟ้าออกไปว่า

                   “จะไปยากอะไรล่ะหนุ่ม ก็พี่ไปแปะประกาศไว้ที่เสาไฟฟ้าหน้าตลาดคลองสานอยู่แค่ที่เดียว คนบ้าที่ไหนจะโทรมาจากตรงอื่น ฮ่ะๆๆ”

                   แกหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ขณะที่ฟ้าก็ยังข้องใจและแย้งอยู่ในใจคนเดียวว่า แล้วถ้าจดเบอร์โทรศัพท์ไว้ก่อนล่ะแล้วค่อยโทรไปจากที่ตรงอื่นมันก็ได้นี่ไม่ใช่เหรอ (แต่ฟ้าก็ได้แต่คิดในใจ คงไม่กล้าพูดออกมาดังๆเพราะกลัวแกเสกควายธนูเข้าท้อง) และฟ้ายังมีอีกหนึ่งเรื่องที่สงสัยมากอยากจะรู้เลยถามแกออกไปอีกว่า

                 “พี่ผมขอถามอีกเรื่องนะครับ ว่าทำไมเจ้าของห้องคนเก่าถึงได้ย้ายออกไปล่ะครับ ทั้งที่ค่าเช่าห้องก็ไม่แพงและห้องก็ดูดี บรรยากาศก็ร่มรื่นเย็นสบาย หรือว่าเขาย้ายที่ทำงานใหม่หรือย้ายกลับบ้านที่ต่างจังหวัดครับ”

                   ฟ้าพูดเรื่องที่ยังสงสัยแล้วหันไปมองชายคนนั้นที่แกกำลังยืนยิ้มแบบสยองขวัญ และมองมาที่ฟ้าก่อนที่จะตอบออกไปว่า

                 อ๋อ เขาไม่ได้ย้ายออกไปไหนหรอกหนุ่ม เขาแค่ผูกคอตายในห้องน้ำเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง เพราะเมียเขาทิ้งไปอยู่กับชู้ ไม่เห็นเชือกไนล่อนที่ยังอยู่ในห้องน้ำเหรอ เอาน่า อย่าติดมาก ไม่มีอะไรที่น่ากังวลหรอกหนุ่ม ไม่ต้องห่วง อยู่ได้อย่างสบายใจ ชิวๆ

                   ทันทีที่ชายคนนั้นพูดคำว่าชิวๆจบแล้ว แกก็เดินร้องเพลงที่แต่งเนื้อร้องและทำนองเองว่า

                 “หลอกควายได้ตัวหนึ่ง ดีใจจัง ขอให้เจอ ขอให้เจอ”

                  อย่างสบายใจสบายอารมณ์กลับเข้าไปนั่งในออฟฟิศหน้าทางเข้าหอเหมือนเดิม ปล่อยให้ฟ้าอ้าปากค้าง ยืนนิ่งสงบเสงี่ยมไว้อาลัยในคำถามที่ถามออกไปอยู่คนเดียว ในขณะที่ลมก็พัดใบไม้ปลิวไปมา ยิ่งสร้างบรรยากาศให้ครื้นเครงสมฤดีเข้าไปอีก

                   ฟ้ายืนนิ่งและคิดในใจว่า

                   “เวร….แล้วกู ดันจ่ายเงินค่าห้องพักที่นี่และบอกย้ายห้องที่เก่าออกไปแล้วด้วย ทำไมกูไม่ถามก่อนที่จะตกลงจ่ายเงินว้า…….

                   ฟ้ายืนคิดในใจคนเดียวแล้วก็แทบจะร้องไห้ออกมา เขาใช้เวลาทำใจกับเรื่องราวที่ได้รับรู้มาอยู่สักพัก แล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่และพูดกับตัวเองว่า

                 เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ยังไงก็ต้องอยู่ ก็จ่ายเงินไปแล้วนี่ ถ้าเจอจริงๆแบบจะๆแล้วค่อยว่ากันใหม่ก็แล้วกัน

                   ฟ้าพูดให้กำลังใจตัวเองก่อนที่จะเดินออกไปหน้าหอในทันทีโดยไม่กล้าหันกลับมามองที่หออีก มีเพียงสายตาคู่หนึ่งที่แอบจ้องมองเขาลงมาจากบนชั้นสาม หรือว่าจะมีพลังงานบางอย่างที่ลึกลับซ่อนอยู่ในตึกหลังนี้ก็เป็นได้ (ต้องพูดเลียนแบบรายการคนอวดผีด้วยนะ)

                   แล้วฟ้าก็เดินออกไปหน้าปากซอยเจริญรัถสิบสอง เขามองหาเบอร์โทรศัพท์ของรถกระบะรับจ้างที่จะบรรทุกของเพื่อที่จะย้ายห้องในวันพรุ่งนี้ เพราะส่วนมากเสาไฟฟ้าทุกต้นมักจะมีเบอร์โทรศัพท์ของรถบริการเหล่านี้แปะเอาไว้แทบทั้งสิ้น เมื่อฟ้าหาเบอร์โทรศัพท์ของรถกระบะรับจ้างเจอ เขาก็โทรไปต่อรองราคาเพื่อที่จะย้ายของมาที่นี่จริงๆ โดยที่ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้

                   เมื่อการเจรจาต่อรองราคาทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฟ้าก็หยิบนาฬิกาวิเศษออกมาเพื่อดูเวลาที่จะไปเข้างาน

                   เฮ้ย จะสี่โมงเย็นแล้วเหรอ ไวจริงๆ ไม่น่าเสียเวลายืนทำใจนานเลย

                   ฟ้าพูดด้วยความตกใจที่เสียเวลาไปกับการหาห้องใหม่อยู่นาน พร้อมกับมองท้องฟ้าที่มีเมฆลอยอยู่ไม่มากนัก เขาเลยรีบข้ามถนนแล้วเดินไปที่ป้ายรถเมล์หน้าตลาดคลองสานที่เดิม เพื่อจะรอนั่งรถเมล์ไปทำงานทั้งที่เหลือเวลาไม่มากนัก

2 ความคิดเห็น