The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 15 อุบัติเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 15 อุบัติเหตุ

 

                   เมื่อพายุซึ่งรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งออกไปแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่ฟ้าคนเดียวที่ต้องนั่งรอรถเมล์รอบดึก ในขณะที่ฝนก็ยังตกอยู่ปรอยๆ เขานั่งมองดูพื้นถนนที่ตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำฝนที่ตกลงมาขังอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่ถึงกับท่วมมาก ฝั่งตรงข้ามป้ายรถเมล์ที่เขานั่งรออยู่เป็นซอยเล็กๆที่สามารถทะลุออกไปยังถนนตากสินได้จึงมีผู้คนอาศัยอยู่กันเยอะ และมีเด็กวัยรุ่นสองคนที่เดินออกมาจากซอยนั้นกำลังจะข้ามถนนมายังฝั่งนี้เพื่อจะมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อหลังจากที่ฝนเริ่มซา

                   แต่ทะว่าด้วยความประมาทของพวกเขาที่ไม่ได้ดูรถก่อนที่จะเดินข้ามถนน ได้มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่วิ่งมาด้วยความเร็วบีบแตรและหักหลบทันก่อนที่จะชนพวกเขาทั้งสองอย่างจัง ท่ามกลางเสียงกรี๊ดที่ดังออกมาก่อนที่คนขี่มอเตอร์ไซค์จะหันมาด่าสองคนนั้นว่า

                 “เฮ้ย ข้ามถนนหัดดูรถบ้างสิวะ เกือบชนแล้วเห็นไหม”

                   ชายวัยกลางคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์พอด่าเสร็จก็บ่นพึมพำคนเดียวแล้วขี่ออกไป ส่วนชายวัยรุ่นสองคนที่เกือบจะซวยหันไปยกมือไหว้ขอโทษก่อนที่จะค่อยๆพากันเดินข้ามถนนมาด้วยอาการขาสั่นเพราะความตกใจ และพากันมานั่งพักให้มีสติหายตกใจตรงที่ป้ายรถเมล์โดยที่ฟ้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วรู้สึกตกใจและเสียวแทน  โดยที่วัยรุ่นคนหนึ่งที่ไว้นวดเคราและมีรอยสักทั่วแขนได้พูดขึ้นมาว่า

                   “เฮ้อ เกือบไป นึกว่าจะโดนชนซะแล้วดีนะที่พี่เขาหักหลบทัน ไม่งั้นแกและฉันมีหวังได้เข้าโรงพยาบาลหรือไม่ก็เข้าวัดเลย นี่ถ้าแกเสียเลือดมากด้วยแล้วต้องลำบากแน่ๆเพราะเลือดของแกยิ่งหาคนบริจาคยากๆอยู่ พูดแล้วยังตกใจไม่หายอยู่เลยวะแก”

                   พอเขาพูดจบทั้งสองคนก็นั่งกอดกันตัวกลมแน่นปลอบใจซึ่งกันและกัน ที่แท้ก็เป็นผัวเมียกันนี่เอง ฟ้าที่นั่งมองอยู่ถึงกับอึ้งและสตั๊นไปสิบวิและรีบหันหน้ากลับมามองดูถนนเหมือนเดิม ฟ้ามองดูถนนที่พวกเขาข้ามมาจนหวนคิดถึงเหตุการณ์วันที่เขาเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดจากอุบัติเหตุที่คล้ายๆวันนี้ในครั้งนั้น

                   ภาพตัวเขาเองโผล่เข้ามาในความคิด ตอนนั้นเขากำลังจะเลิกงานตอนสามทุ่มที่โรงแรม เขาเดินมาเก็บของและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ล็อคเกอร์ แต่ในระหว่างทางที่เดินผ่านได้ยินเพื่อนของฝนพูดคุยกันว่าฝนเลิกงานแล้วและรออยู่ที่ห้องแฟนเพื่อรอเวลาจะไปเที่ยวกันกับพวกเธอตอนห้าทุ่ม เขาเลยดีใจที่ฝนไปรอเพื่อนอยู่ที่ห้อง ฟ้าก็เลยรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและรีบกลับห้องไป เขาออกมาจากตัวตึกของโรงแรมก็วิ่งไปยิ้มไปเหมือนกับคนที่มีความสุขและตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก  ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะมีฝนตกลงมาปรอยๆเหมือนกับในตอนนี้ก็ตาม

                   จะรีบวิ่งไปไหนน่ะ ฝนตกๆ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกฟ้า

                   พี่ซีเคียวริตี้ที่ประจำอยู่ที่ป้อมยามตรงบริเวณทางเข้าออกของโรงแรมถามฟ้าระหว่างที่เขากำลังวิ่งฝ่าฝนผ่านออกมา

                   รีบกลับห้องครับพี่ แฟนรออยู่

                   ฟ้าตอบเสียงดังฟังชัดก่อนที่จะยิ้มหน้าบานวิ่งฝ่าฝนไปยังทางม้าลายหน้าโรงแรม ก่อนที่จะหยุดรอดูรถที่วิ่งผ่านไปมา เมื่อเห็นว่าถนนว่างเขาจึงรีบข้ามถนนในทันที

                   “สงสัยฝนจำที่ซ่อนกุญแจห้องที่เคยบอกไว้ได้ แหม กะจะมาเซอร์ไพรส์พี่สินะ น่ารักจังฝนจ๋า”

                   ฟ้าคิดถึงแต่เรื่องฝนทั้งๆที่กำลังข้ามถนนอยู่และทันใดนั้นเองเสียงปีบแตรของรถก็ดังขึ้น

                   “ปี้นนนนนนนนนนนนนน!!!!!!!!!

 

                   เฮ้ย เอี้ยดดดดดด !!!!!โครม!!   กรี๊ด!!!!!!!!!!”

 

                   นี่คือเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับวูบลงไป

                   ภาพที่เห็นต่อมาคือภาพของตัวเขาเองกำลังนอนอยู่ในเปลที่มีนางพยาบาลกำลังช่วยปั๊มหายใจตัวเขาอยู่และภาพลางๆของฝนที่ยืนร้องไห้เกาะอยู่ข้างๆเตียง ก่อนที่นางพยาบาลจะพาเขาเข้าไปในห้องไอซียูและภาพก็ดับวูบไปอีกครั้งหนึ่ง

                   และพอเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็เห็นภาพลางๆของฝนนั่งอยู่ข้างๆเตียง ภาพใบหน้าของฝนดูเธอดีใจมากที่เห็นเขาฟื้น และเขาเองก็ดีใจมากเช่นกันจนลืมความเจ็บปวดของบาดแผลที่โดนรถชน เขาเรียกชื่อฝนก่อนที่จะสลบลงไปอีกครั้งแล้วภาพก็หายไป

                   ภาพมาปรากฏอีกครั้งตอนเขาฟื้นขึ้นมาอีกทีที่เตียงในโรงพยาบาล เมื่อมีคุณหมอมาตรวจอาการที่ห้อง พอคุณหมอเห็นเขาฟื้นก็ยิ้มให้และพูดขึ้นว่า

                   ไม่เป็นไรแล้วนะครับ บาดแผลที่โดนรถชนมันลึกมากเลยเสียเลือดไปเยอะ แต่หมอได้เย็บแผลให้แล้วนะ และก็โชคดีที่ไม่มีอะไรหักหรือร้ายแรง แล้วนี่ยังปวดที่แผลอยู่ไหมครับ

                   ไม่ค่อยปวดแล้วครับคุณหมอ

                   ฟ้าที่กำลังมึนๆงงๆและยังสับสนอยู่ค่อยๆพูด ในขณะที่คุณหมอตรวจดูอาการเสร็จก็เดินออกจากห้องไป เหลือแต่นางพยาบาลที่กำลังจะเข้ามาวัดไข้ฟ้า เธอมองหน้าฟ้าก่อนจะยิ้มและพูดขึ้นว่า

                   แฟนไปไหนแล้วค่ะคนไข้ รู้ไหมตอนที่เธอพาคนไข้มาที่โรงพยาบาลตอนถูกรถชน เธอร้องไห้ใหญ่เลยนะคะ เพราะคงเห็นว่าคนไข้กำลังเสียเลือดมาก และอีกอย่างเลือดของคนไข้เป็นเลือดกรุ๊ปบี ซึ่งเลือดกรุ๊ปนี้ทางโรงพยาบาลของเราหมดพอดี ต้องรอเลือดจากส่วนกลางซึ่งต้องรอเบิกได้อีกวัน ก็ได้แฟนของคนไข้นั่นแหล่ะค่ะที่บริจาคเลือดให้ด่วนเลย โชคดีนะคะที่เลือดของเธอสามารถที่จะบริจาคให้ใครก็ได้ และพอบริจาคเลือดเสร็จเธอก็ไม่ยอมที่จะนอนพักฟื้นก่อน จะขอมาเฝ้าคนไข้ต่อเลย พี่เห็นแฟนคนไข้มาเฝ้าตั้งสองวันสองคืนอยู่คนเดียวไม่ไปไหนเลยนะคะ น่ารักมากเลย

                   นางพยาบาลพูดแล้วยิ้มให้ฟ้าอีกครั้งก่อนที่จะเอาปรอทมาวัดไข้ ฟ้าได้ฟังแล้วก็รู้สึกสงสารและดีใจที่ฝนเป็นห่วงและอยู่ดูแลเฝ้าไข้ฟ้าโดยตลอดยิ่งทำให้ฟ้ารักฝนมากขึ้นไปอีก พอนางพยาบาลวัดไข้เสร็จแล้วก็เดินออกไป ในขณะที่ฝนก็เปิดประตูห้องเดินสวนทางเข้ามากับนางพยาบาลที่หันไปมองฝนแล้วก็ยิ้มให้ (แบบสงสัย) ก่อนที่จะปิดประตู

                 เป็นยังไงบ้างคะพี่ฟ้า เจ็บมากหรือป่าว ฝนมีน้ำเต้าหู้มาฝากพี่ด้วยนะคะ

                   ฝนที่หน้าตาดูสดใสพูดทักทายและยิ้มให้ฟ้า ในขณะที่ฟ้าพอเห็นฝนเข้ามาเยี่ยม ก็ดีใจและมีความสุขมากจนลืมความเจ็บปวดและลืมสังเกตอะไรที่สำคัญมากบางอย่างไป

 

“ปิ้นๆๆ!!!

                   เสียงแตรรถเมล์ที่วิ่งเข้ามาจอดที่ป้ายรถประจำทางที่ฟ้านั่งรออยู่ ดึงให้ฟ้ากลับมาอยู่บนโลกแห่งความจริงในปัจจุบัน โชคดีที่มีผู้โดยสารลงจากรถเมล์คันนั้น จึงพอทำให้ฟ้าได้มีเวลาวิ่งขึ้นรถเมล์ทัน ก่อนที่รถจะวิ่งออกไปและต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงถึงจะมีมาใหม่อีกคัน

                   ฟ้าใช้เวลานานมากในการเดินทางกลับถึงห้องพักในเวลาตอนกลางคืน เขาต้องต่อรถเมล์ถึงสองสายเพื่อที่จะไปให้ถึงห้องที่เขาพักอยู่ รวมเวลาในเดินทางทั้งหมดราวเกือบชั่วโมงกว่า ทั้งที่ระยะทางจากที่ทำงานกับห้องฟ้าอยู่ห่างกันไม่ถึงสิบกิโลเมตร

                   ฟ้าจึงคิดว่าเขาควรที่จะต้องเปลี่ยนห้องพักใหม่และย้ายมาอยู่แถวคลองสานจะได้ไม่เสียเวลาเดินทางในตอนกลางคืน เพราะคืนนี้ฟ้ากลับมาถึงห้องพักเกือบจะตีสี่ครึ่งแล้ว เขาก็เลยรีบอาบน้ำเข้านอนและตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปหาหอใหม่ก่อนที่จะเข้างาน

 

…………….zzzzzz………………

 

ท้องฟ้าแสนจะกว้างใหญ่

หนทางยังคงยาวไกล

แล้วเธอนั้นก็เดินจากไป

เหลือเพียงเราที่ต้องห่าง

วันเวลาที่แสนเลือนราง

กลับคืนมาเงียบเหงาอ้างว้างอย่างเคย

สุดท้าย     เรื่องราว      ว่างเปล่า        ในใจ

ต้องเจอ     ต้องเป็น     แล้วจะเห็น         ใช่ไหม

 

                   เพลงตาสว่าง ของพี่ป๊อด วงโมเดิร์นด็อก ถูกเปิดดังขึ้นในตอนเที่ยงขณะที่ฟ้ากำลังอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะไปหาห้องพักใหม่แถวฝั่งธนฯ

                   เมื่อฟ้าแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็ลงมาจากที่พักเขาเดินออกมาทางเดิมเหมือนกับเมื่อวานนี้ เพื่อมาขึ้นเรือข้ามฟากที่ท่าเรือสี่พระยา จะต่างกันก็คือวันนี้ฟ้าออกมาเร็วกว่าเมื่อวานมาก เพราะตอนนี้เวลาเพิ่งจะเที่ยงกว่าๆเอง

                   พอฟ้านั่งเรือข้ามฝากมาที่ตลาดคลองสานแล้ว ฟ้าก็เดินอย่างสบายๆไม่ต้องรีบร้อน เพราะคนที่มาซื้อของที่ตลาดในตอนนี้ยังมีไม่มาก ฟ้าจึงเดินออกไปยังหน้าตลาดจนถึงถนนใหญ่ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ฟ้าหันซ้ายหันขวาก็ไม่รู้จะเริ่มหาห้องใหม่จากตรงไหนดี เขาก็เลยคิดว่าจะเริ่มหาห้องใหม่จากฝั่งเดียวกันกับตลาดคลองสานก่อนแล้วกัน เมื่อฟ้าตัดสินใจได้เขาก็เลยเดินไปทางขวามือของตัวเองเรื่อยๆ

                   ฟ้าเดินอยู่แถวแยกโรงพยาบาลตากสินเพื่อหาห้องที่เขาดูแล้วถูกใจและค่าเช่าไม่แพงมาก เขาเดินไปเดินมาก็เจอห้องพักอยู่สามสี่แห่ง แต่เมื่อเข้าไปสอบถามและดูแล้วก็ยังไม่ถูกใจฟ้าสักเท่าไหร่ บางที่ราคาถูกแต่ห้องน้ำรวมต้องใช้ร่วมกับห้องเช่าคนอื่นเขาจึงไม่ชอบ บางที่ห้องดีแต่ค่าเช่าแพงกว่าที่เขาตั้งใจไว้ จนแล้วจนรอดฟ้าก็เลยยังไม่ได้ห้องใหม่ตามที่ต้องการสักที ฟ้าก็เลยเดินกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่ตลาดคลองสานตรงจุดเดิม

                   ฟ้ามองซ้ายมองขวาอีกครั้งว่าจะเอายังไงต่อ จนหันไปเจอกับกระดาษแผ่นหนึ่งที่แปะเอาไว้ที่เสาไฟฟ้าข้างถนนว่า

                   “มีห้องใช้เช่า ถูก ถูก ห้องน้ำในตัว เดือนละสองพันสามร้อยบาท มัดจำสามพันเข้าอยู่ได้เลย

                    กระดาษแผ่นนั้นบอกถึงค่าเช่าที่โดนใจแถมยังเป็นห้องน้ำส่วนตัวพร้อมกับเบอร์โทรของห้องเช่า ฟ้าก็เลยตัดสินใจโทรไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนในทันที

                   เมื่อฟ้าโทรไปก็มีเสียงผู้ชายซึ่งน่าจะเป็นคนดูแลห้องพักรับสายและพูดขึ้นมาทันทีว่า

                 “ห้องเช่าครับ มีว่างอยู่หนึ่งห้อง ค่าเช่าเดือนละสองพันสามร้อยบาท มัดจำสามพันบาทแล้วหอบเสื้อผ้าหนีชู้มาอยู่ได้เลย”

                   ชายคนนั้นพูดออกมาแบบแปลกๆทั้งที่ฟ้ายังไม่ได้พูดหรือถามอะไรสักคำเลย จนฟ้าแน่นิ่งไปสักแปบหนึ่งก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

                 “ครับผม ห้องพักอยู่ตรงไหนครับ จะขอเข้าไปดูห้องก่อนได้ไหมครับ”

                   ฟ้าถามที่ตั้งของหอพักเพื่อที่จะขอเข้าไปดูห้องก่อนว่าถูกใจหรือเปล่า โดยที่ชายในโทรศัพท์ได้พูดออกมาว่า

                   “หนุ่ม หันหน้าออกมาตรงข้ามตลาดคลองสาน แล้วเดินเข้ามาตามถนนเจริญรัถที่อยู่ข้างหน้า จนมาถึงเจริญรัถซอยสิบเก้า แล้วก็เลี้ยวเขาซอยมาสิบสองก้าวครึ่งก็จะเจอหอเลย อย่าเดินเลยไปนะ เดี๋ยวจะไม่เจอ”

                   เขาพูดจบก็วางสายในทันที ทั้งที่ฟ้ายังไม่ได้บอกว่าเข้าใจหรือให้ทวนที่อยู่ใหม่หรือเปล่า ทำเอาฟ้างงๆและคิดอยู่ในใจว่าจะไปตามที่แกบอกดีมั้ย หรือว่าจะลองไปหาห้องใหม่ที่อื่นดี จนฟ้าตัดสินใจว่าลองไปดูก่อนแล้วกันเห็นค่าเช่ามันถูกดี (ความงกเข้าสิง)

              เมื่อฟ้าตัดสินใจได้อย่างนั้นก็เดินข้ามถนนตรงแยกตลาดคลองสานเพื่อเดินเข้าไปในถนนเจริญรัถที่อยู่ตรงข้ามกับตลาด เมื่อเดินเข้ามาไม่ไกลมากก็เจอกับซอยเจริญรัถสิบเก้าอยู่ทางขวามือตามที่ชายคนนั้นได้บอกไว้จริงๆ ฟ้าจึงเดินเลี้ยวเข้าไปในซอยนั้นทันที เขาเดินมาไม่นานนักก็มีเสียงดังตะโกนออกมาว่า

เห้ย……หยุด!!!!

                   เสียงของผู้ชายดังออกมาจากด้านข้างของตึกที่เขาเดินผ่าน ทำให้ฟ้าตกใจแล้วหยุดเดินในทันที ก่อนที่เขาจะหันไปมองแล้วก็เจอ………

2 ความคิดเห็น