The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 11 ลูกค้าโต๊ะแรกของร้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 11 ลูกค้าโต๊ะแรกของร้าน

                  

                   เมื่อพนักงานทุกคนทานกันข้าวกันเสร็จ ก็พร้อมแล้วสำหรับการเปิดร้านให้บริการลูกค้าในวันที่สอง พี่แสงเปิดไฟ เปิดแอร์ เปิดเพลง เช็คความเรียบร้อยทั่วไป (วันนี้เพลงที่เปิดไม่โดนใจฟ้าจึงไม่มีอาการเพ้อเหม่อลอยคิดถึงฝนให้พายุมันแซวเล่น)

                   ไม่นานนักคุณหมอกก็ขับรถเข้ามาและจอดไว้ที่ข้างร้านเหมือนเดิม ก่อนที่แกจะเดินเข้ามาทักทายกับทุกคนในร้านและก็พูดกับพี่แสงว่า

                 “เมื่อคืนเป็นไงบ้าง ทุกคนสนุกกันดีมั้ย หวังว่าคงจะมาทำงานกันไหวกันนะ อืม วันนี้อากาศดีเนอะ ฝนไม่ตกลูกค้าน่าจะเข้าร้านไวนะแสง”

                 “ครับผม เมื่อคืนทุกคนสนุกกันมากและมาทำงานไหวกันทุกครับครับ ส่วนเรื่องของอากาศคงจะไว้ใจฟ้าฝนในเดือนนี้ไม่ค่อยจะได้ครับ เห็นอากาศดีแบบนี้ อาจจะตกตอนดึกๆก็ได้ แต่ยังไงคืนนี้ต้องมีลูกค้าแน่นอนครับบอส”

                   พี่แสงพูดด้วยความมั่นใจแบบไม่กลัวหน้าแตกทำให้คุณหมอกหันมายิ้มก่อนที่แกจะเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านในสุดเหมือนเดิม และก็สั่งให้ป้าคะนิ้งทำหมูสามชั้นทอดกระเทียมพริกไทยราดข้าวไข่ดาวสองฟองมาให้ พร้อมกับหยิบหนังสือเล่มหนาที่แกพกติดตัวเอามาด้วย อ่านอยู่ในมุมด้านในสุดของร้านเงียบๆคนเดียว  ในขณะที่คนอื่นๆยืนเตรียมพร้อมต้อนรับลูกค้า ที่จะมาเป็นแขกโต๊ะแรกของร้านในวันนี้อย่างใจจดใจจ่อ (สงสัยอยากทำงานกันแล้ว)

                    และแล้วประมาณหกโมงครึ่งก็สิ้นสุดการรอคอย ลูกค้าโต๊ะแรกของร้านก็มาถึง รถวอลโว่สีดำขับเข้ามาจอดหน้าร้าน และมีผู้ชายสองคนเปิดประตูลงมาจากรถ ทั้งคู่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำท่าทางดูดีมีฐานะรูปร่างหน้าตาก็จัดว่าดีใช้ได้ และกำลังเดินตรงเข้ามาภายในร้าน

                   สวัสดีครับ สองท่านนะครับ

                   พี่แสงทักทายลูกค้าพร้อมทั้งเชิญลูกค้าเข้ามานั่งในร้านก่อน

                   ไม่ทราบว่าคุณทั้งสองจะนั่งตรงไหนดีครับ มุมหน้ากระจกชมวิวสวยๆหรือว่ามุมส่วนตัวด้านในดีครับผม

                 ชายคนที่ดูมีอายุมากกว่ามองซ้ายมองขวาก่อนที่จะบอกกับพี่แสงไปว่า

                   ตรงนั้นก็ได้ครับ

                   เขาชี้ไปยังโต๊ะใกล้กระจกหน้าต่างที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ และเขาก็เดินนำหน้าไปโดยมีพี่แสงเดินตามหลังลูกค้าไปติดๆ

                   อ้าวอาทิตย์ สวัสดี เป็นยังไงบ้าง

                   คุณหมอกที่นั่งอยู่ที่โต๊ะด้านใน พอเห็นว่าลูกค้าโต๊ะแรกเดินเข้ามาจึงหันหน้าไปมอง ก็เลยเจอกับคุณอาทิตย์ที่แกน่าจะรู้จักกันมาก่อน จึงพูดทักทายออกไป

                 พี่หมอกสวัสดีครับ สบายดีครับพี่ ขอโทษด้วยนะครับที่เมื่อวานไม่ได้มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่เปิดร้านใหม่ ฝนมันตกหนักมากครับพี่ แล้วเป็นไงบ้างครับเมื่อคืน เปิดร้านวันแรกลูกค้าเยอะไหมครับ

                   คุณอาทิตย์รีบขอโทษคุณหมอกที่ไม่ได้มาที่ร้านเมื่อคืน ในขณะที่คุณหมอกวางหนังสือลงและพูดขึ้นไปว่า

                 ไม่เป็นไร ถึงมาเมื่อวานพี่ก็คงไม่ได้ดูแลต้อนรับอาทิตย์มากนักหรอก มันยุ่ง

                   คุณหมอกพูดราวกับว่าเมื่อวานมีลูกค้าที่ร้านเยอะมาก จนยุ่งไม่มีเวลาจะไปต้อนรับใครๆได้ ทำให้พายุซึ่งยืนฟังอยู่นิ่งๆในทีแรกที่ข้างเสา แทบจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ก็ต้องกลั้นความขำนั้นเอาไว้ให้สุดชีวิตก่อน ไม่งั้นพรุ่งนี้เขาคงโดนไล่ออกและได้นอนร้องเพลงอยู่ที่บ้านเฉยๆเป็นแน่

                   เอ้า นั่งก่อนเลย เชิญๆ เออ แล้วน้องสาวพี่เป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้พี่ยังไม่ได้เจอหน้าเจ้าตัวยุ่งเลย

                   คุณหมอกชวนลูกค้าให้นั่ง แต่ตัวเองยังซักถามเขาไม่ยอมหยุด คุณอาทิตย์ก็เลยต้องตอบคุณหมอกก่อนที่จะเดินไปนั่งที่โต๊ะ

                 อ๋อ รายนั้นนะเหรอพี่ เขาสบายดีนี่ครับ เห็นว่าไปเที่ยวดอยกับสาวๆในแก๊งที่มหาลัย คิดว่าน่าจะกลับมาจากเชียงใหม่วันพรุ่งนี้เช้านะครับ

                   คุณอาทิตย์บอกคุณหมอกในขณะที่คุณหมอกยังสงสัยอะไรบางอย่างอยู่ เลยถามคุณอาทิตย์ต่อไปอีกว่า

                 แล้วตกลงจะยังไงกันต่อล่ะคู่นี้ หมั้นเอาไว้ก่อนหรือจะแต่งก่อนไปทำงานที่เมืองนอก

                   คุณหมอกยังคงซักเรื่องส่วนตัวของน้องสาวกับว่าที่น้องเขยต่อไม่ยอมหยุด

                   ยังครับ ผมยังไม่ได้คุยอะไรกับน้องเลยครับ รอให้เค้ากลับมาจากเที่ยวให้สนุกก่อน แล้วกะว่าจะค่อยคุยกันอีกทีนะครับ

                    คุณอาทิตย์พูดแล้วก็ยิ้มออกไป ก่อนที่จะแนะนำผู้ชายที่มาด้วยอีกคนให้คุณหมอกรู้จัก

                 ตะวันนี่พี่หมอก พี่หมอกครับนี่ตะวันน้องชายผมเองครับ

                   พี่หมอกสวัสดีครับ

                   คุณตะวันหนุ่มน้อยที่อยู่ข้างๆคุณอาทิตย์ยกมือไว้คุณหมอกพร้อมกล่าวคำทักทาย

                 สวัสดีตะวัน โอ้ หล่อเหมือนพี่เลย งั้น เชิญๆตามสบายนะครับ ที่นี่อาหารอร่อยทุกอย่างเลย

                   คุณหมอกเชิญทั้งสองคนนั่งลงที่โต๊ะจนได้ ส่วนแกเองก็ลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินไปหาพี่แสงพร้อมทั้งกระซิบข้างหูเบาๆ บอกว่าให้ดูแลโต๊ะนี้ให้ดีๆหน่อย พี่แสงรับคำนายใหญ่ก่อนที่จะเดินเอาเมนูไปให้ลูกค้าทั้งคู่ดู

                   คุณอาทิตย์ดูเมนูอาหารที่พี่แสงยื่นมาให้แล้วก็คุยกับคุณตะวันแปบนึง ก่อนที่จะเรียกพี่แสงมารับออเดอร์

                 ผมขอ ซุปสแกลล็อปครีมมี่ซอส กับสปาเก็ตตี้เบล็คอิ้งลอปเตอร์สองที่ และเครื่องดื่มขอเป็น ดรายมาตีนี่ กับโมฮีโตะ

                   พี่แสงยืนจดออเดอร์ที่คุณอาทิตย์บอก พร้อมกับทวนรายการอาหารที่สั่งอีกครั้งเพื่อกันความผิดพลาด และเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์สเตชั่นเพื่อคีย์ออเดอร์ลงไปในเครื่องไมครอส (เครื่องป้อนรายการอาหารไปยังครัวและบาร์)

                   รายการอาหารที่สั่งก็ถูกส่งไปยังเครื่องพิมพ์ที่อยู่ข้างในครัว น้ำค้างที่เป็นผู้ช่วยกุ๊กและเป็นคนดูแลรายการอาหารที่ลูกค้าสั่ง ก็หยิบกระดาษออเดอร์ที่ปริ้นออกมา แล้วก็บอกกับป้าคะนิ้งที่รอฟังอยู่ว่า

                 โต๊ะแปดมี สแกลลอปซุปครีมมี่ซอสสองที่ ส่วนเมนเป็นสปาเก็ตตี้เบล็คอิ้งลอปเตอร์สองที่เหมือนกันคะ

                 (สำหรับใครที่ไม่เข้าใจ คือน้ำค้างเขาหยิบใบออเดอร์ที่ถูกพิมพ์ออกมา บอกให้ป้าคะนิ้งทำซุปหอยเชลล์ก่อนสองที่ ส่วนเมนหรือเมนคอร์ดคืออาหารจานหลักที่จะทำตอนลูกค้าใกล้จะกินซุปหมดแล้ว มันจะได้ทำเสร็จร้อนๆพร้อมกับตอนที่ลูกค้ากินซุปหมดพอดี)

                 ป้าคะนิ้งเมื่อฟังออเดอร์จากน้ำค้างแล้วก็เริ่มทำซุปหอยเชลล์ก่อนในทันที ก่อนที่แกจะบอกน้ำค้างออกไปว่า

                 “น้ำค้างเอ้ย ไปขอยอดใบมินต์สวยๆสักสองยอดจากพี่ฟ้ามาให้ป้าหน่อยสิลูก ป้าจะเอามาตกแต่งในถ้วยซุปซะหน่อย”

                  “จ้ะป้า ได้ค่ะ”

                   น้ำค้างรีบตอบป้าคะนิ้งที่กำลังเตรียมทำซุปอยู่ ก่อนที่เธอจะเดินออกมาขอยอดใบมิ้นต์กับฟ้าที่อยู่ในบาร์หน้าร้าน แต่เมื่อน้ำค้างเดินออกมาจากในครัว เธอก็หันไปมองลูกค้าที่โต๊ะ ก่อนที่เธอจะหยุดเดินและทำท่าตกใจเมื่อเห็นคุณอาทิตย์อยู่ที่โต๊ะแล้วเธอก็ยืนหยุดนิ่งไปสักพัก แล้วก็ค่อยเดินต่อไปที่บาร์ของฟ้า

                 “พี่ฟ้าคะ ป้าคะนิ้งขอยอดใบมินต์สวยๆสักสองยอดค่ะพี่”

                   น้ำค้างเอ่ยขอยอดใบมินต์กับฟ้าด้วยน้ำเสียงหงอยๆ ก่อนที่ฟ้าจะหยิบยอดใบมิ้นต์ที่เด็ดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ใส่ไปในแก้วแล้วยื่นให้กับน้ำค้างไป แต่ฟ้าเห็นน้ำค้างทำหน้าเศร้าๆและดูเหม่อลอยก็เลยถามออกไปว่า

                 “เป็นอะไรน้ำดูเศร้าๆจังน้อง เมื่อตอนเย็นยังเห็นร่าเริงอยู่เลยนี่ ”

                   น้ำค้างยิ้มออกไปแบบเศร้าๆ แล้วรับใบมิ้นต์มาก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในครัว โดยที่ไม่ได้ตอบคำถามของฟ้า เหมือนกับว่าเธอกำลังเหม่อลอยคิดเรื่องอะไรบางอย่างที่ไม่สบายใจอยู่จนไม่ได้ยินที่ฟ้าพูด ในขณะที่ฟ้าดูน้ำค้างที่เดินกลับไปอย่างหงอยๆด้วยความสงสัย ก่อนที่จะหยิบออเดอร์เครื่องดื่มจากเครื่องพิมพ์ออกมาดู

                   ฟ้าได้รับออเดอร์ค็อกเทล สองตัวคือ ดรายมาร์ตินี่ (ค็อกเทลตัวนี้พระเอกหนังเรื่องเจมส์บอล 007 จะชอบ ดื่มมาก) เขาจัดเตรียมแก้วชงหรือแก้วผสมเครื่องดื่มที่เรียกว่ามิกซิ่งกราซใส่น้ำแข็งให้เต็มแก้วแล้วตั้งไว้บนเคาน์เตอร์บาร์ แล้วรินเหล้าจินสามช็อตลงไป ต่อด้วยรินเหล้ามาร์ตินี่ดรายในช้อนบาร์ที่มีความยาวมากกว่าช้อนกาแฟปรกติถึงสามเท่าแล้วใส่ลงไปในแก้วชง ก่อนที่จะหมุนช้อนบาร์คันยาวเพื่อคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันด้วยนิ้วเพียงสองนิ้วเท่านั้น พร้อมกับนำแก้วมาร์ตินี่ (แก้วที่มีก้านจับยาวๆบากปานๆคล้ายรูปทรงสามเหลี่ยม) ขึ้นมาตักน้ำแข็งใส่ให้เต็มแก้วเพื่อแช่ให้แก้วเย็น

                   ฟ้าทำเครื่องดื่มด้วยลีลาบาร์เทนเดอร์ที่เป็นระดับมืออาชีพจริงๆ จนทำให้พายุที่กำลังยืนรอเพื่อเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้ลูกค้า ถึงกับอ้าปากค้างเพราะความเท่ห์ของฟ้าในการทำค็อกเทล

                   ค็อกเทลตัวที่สองที่คุณอาทิตย์สั่งก็คือ โมฮีโตะ ค็อกเทลตัวนี้หลายคนออกเสียงเรียกผิดๆว่าโมจิโต๊ะ จริงๆแล้วต้องเรียกว่า โมฮีโตะ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของประเทศคิวบาร์ที่โด่งดังไปทั่วโลกรวมถึงที่ประเทศไทยด้วย

               ฟ้าเริ่มลงมือทำด้วยการเอาใบมิ้นต์ญาติของใบสะระแหน่หกถึงเจ็ดใบมาตบใส่มือเขาเอง (เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของใบมินต์เบาๆไม่ให้ฉุนมากจนเกินไป) แล้วทิ้งใบมิ้นต์ลงไปในแก้วชงอีกอัน แล้วหั่นมะนาวแบบไว้บีบใส่ลงไปในแก้วหกซีก พร้อมทั้งตักน้ำตาลทรายหนึ่งช้อนบาร์ใส่ตามลงไป แล้วเขาก็หยิบไม้มัดเดิ้ล (สากอันผอมๆยาวๆทำจากไม้สำหรับบดผลไม้) โยนข้ามหัวตัวเองก่อนที่จะจับด้วยมืออีกข้างสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับพายุที่ตั้งใจมองอยู่ และฟ้าก็บดส่วนผสมที่ใส่อยู่ในแก้วทั้งหมดให้เข้าด้วยกันแล้วตักน้ำแข็งใส่ และฟ้าก็เริ่มเขย่าเชคเกอร์ด้วยลีลาอันน่าดู ก่อนที่จะเทส่วนผสมทั้งหมดลงไปในแก้วยาวและเติมน้ำโซดาลงไปเล็กน้อย ตกแต่งประดับปากแก้วด้วยยอดใบมิ้นต์ที่สวยใหญ่และมะนาวหนึ่งซีกเป็นอันเสร็จการทำ โมฮีตะ

                   และเขาก็เทน้ำแข็งที่ใส่ในแก้วมาร์ตินี่ออก หยิบแก้วผสมใบแรกที่ทำค้างไว้ แล้วก็รินส่วนที่ผสมกรองลงไปในแก้วมาร์ตินี่ที่ทำให้เย็นพร้อมทั้งหยิบมะกอกดองสองลูกเสียบไม้แล้ววางลงไว้ในแก้ว เป็นอันว่าเสร็จการทำ ดรายมาร์ตินี่

                   ฟ้าจึงบอกให้พายุที่ยืนรออยู่รีบเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้กับคุณอาทิตย์กับคุณตะวันที่โต๊ะแปดในทันที

2 ความคิดเห็น