ม่านฟ้าลายพยัคฆ์

ตอนที่ 3 : ม่านฟ้าลายพยัคฆ์ ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 เม.ย. 59

ตอนที่ 3

                ประตูห้องทำงานของประธานบริหารโรงแรมแกรนด์ไอยราถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ดอกรักรวบรวมสมาธิทั้งหมดพยายามนึกเรื่องที่เศร้าที่สุดในชีวิต ใช้เวลาไม่เท่าไรน้ำตาก็ไหลรินอาบสองแก้มอย่างที่เธอต้องการ รู้สึกเสียสมาธิเล็กน้อยกับการที่นายหัวหน้าใหญ่เหลือบมามองเธอขณะรับโทรศัพท์ เขาคงให้ลูกน้องตามไปกระทืบพลเมืองดีที่พยายามช่วยเธอและตอนนี้กำลังรอฟังผลว่าพลเมืองดีพวกนั้นเนื้อตัวอาบไปด้วยเลือดแล้วรึยัง หญิงสาวเริ่มร้องไห้หนักขึ้นเมื่อก้าวเข้าไปในห้องแล้ว เธอไม่มีอารมณ์ที่จะมองว่าห้องนี้เป็นอย่างไรเพราะสายตาคู่สวยสีดำสนิทของเธอเพ่งมองไปที่ใครบางคนซึ่งยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานและเขากำลังมองมาที่เธอ

                ประธานคนใหม่!’

                ใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าไม่ค่อยเหมือนในรูปถ่ายที่ภูผาให้เธอดูเท่าใดนัก เพราะตัวจริงของผู้ชายดูอ่อนเยาว์กว่าในรูปมากนักน่าจะอายุยี่สิบกลางๆ เช่นเดียวกลับเธอ โครงหน้าสมส่วนได้รูป จมูกโด่งรับกับโหนกแก้มกระจ่างใส ริมฝีปากหยักสีแดงระเรื่อ ตัวของเขาสูงใหญ่ล่ำสันผิวขาวสะอาดตา รูปร่างสมส่วนดูแข็งแรง ดอกรักเดาว่าภายใต้เสื้อสูทสีดำทันสมัยนั้นคงมีแผงมัดกล้ามที่ผ่านการเล่นฟิตเนสอย่างสม่ำเสมอเป็นแน่ สายตาเรียวรีคล้ายคนไทยเชื้อสายจีนของเขามองดอกรักราวกับกำลังประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น ก่อนที่สายตานั้นจะปรับเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยในเวลาต่อมา

                ดอกรักมัวแต่มองเขาจนลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เมื่อได้สติก็เริ่มร้องไห้หนักขึ้น เธอแอบเห็นเขาเลิกคิ้วเข้มขึ้นเล็กน้อยแล้วยกยิ้มที่มุมปากคล้ายจะขบขันแต่กำลังกลั้นมันไว้อย่างเต็มที่ แววตาเรียบนิ่งแวววาวขึ้นมาทันใด

                “ฉันขอโทษ! ฉันจะหาเพชรมาคืนคุณให้เร็วที่สุด”

                “ปล่อยเธอ” เขาสั่งน้ำเสียงดูสดใสแปลกๆ

                ชายสองคนปล่อยร่างของดอกรักทันที ช่างเป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่ฉับไวมาก เธอคาดเดาว่าเขาคงเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครทำอะไรเชื่องช้าให้รำคาญใจ

                “มีคนมาช่วยเธอด้วยครับ คนของเราตามไปจนถึงสวนสาธารณะใกล้ๆ นี้ เพราะคิดว่าพวกนั้นเป็นพวกเดียวกับเธอ แต่กลับพบว่าพวกนั้นเป็นสตั๊นแมนที่กำลังจะไปเข้าฉากถ่ายละครครับ” หัวหน้าใหญ่รายงานหน้าเครียด

                “สรุปว่าเป็นพลเมืองดีที่มาช่วยเธอสินะ” เขากลั้วหัวเราะ

                “คุณทำให้ผมกลายเป็นผู้ร้ายไปแล้ว ทั้งที่คุณขโมยเพชรของผม” เขาดูผ่อนคลายเป็นมิตรเหมือนคนที่เข้ากับใครก็ได้ ปฏิกิริยาของเขาทำให้ดอกรักเริ่มคิดหนัก ภายนอกดูเหมือนคนใจดีแต่ภายในอาจโหดร้ายทารุณกว่าธีรัตม์หลายช่วงตัวก็ได้ ไม่เช่นนั้นธีรัตม์คงไม่เดือดร้อนรีบหาสายลับมาสืบเรื่องของเขา

                “คุณทำแบบนี้ทำไม” ประธานคนใหม่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ เหมือนทักทายเพื่อนว่าจะไปไหน หรือทำอะไรอยู่ แต่คนฟังกลับขนลุกเกรียวหวาดหวั่นกับน้ำเสียงใจดีผิดปกติที่เจ้าพ่อควรจะเป็น

                “ฉัน...ฉันกำลังเดือดร้อน ต้องการเงินไปใช้หนี้ ถ้าฉันไม่เอาไปให้เขา เขาต้องฆ่าฉันแน่ๆ” ดอกรักตอบระล่ำระลัก

                “แล้วนึกยังไงถึงมาขโมยของที่งานประมูล การที่คุณสามารถนำของออกไปได้ทั้งที่เรามีการรักษาความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ มันทำให้ผมคิดว่าคุณคือมืออาชีพ ไม่ใช่หัวขโมยฝึกหัดที่กลัวเจ้าของจับได้เหมือนที่คุณกำลังเป็นอยู่ตอนนี้” เขามองท่าทางเหมือนนกน้อยที่กำลังกลัวแมวขย้ำของเธออย่างสงสัย

                แย่ล่ะสิ! ทำไมฉันไม่คิดถึงจุดนี้นะ...ลงทุนร้องไห้ไปเยอะแล้วจะกลับตัวคงไม่ทันแล้วล่ะ

                ดอกรักคิดได้ดังนั้นก็ร้องไห้ขึ้นมาอย่างหนักก่อนจะทรุดกายลงกองกับพื้นทำตัวให้ดูน่าสงสารที่สุด

                “ฉันไม่มีทางเลือก ลุงกับป้าของฉันสร้างหนี้ไว้ก่อนตาย ทิ้งให้ฉันอยู่รับภาระคนเดียว ตอนนี้แม้แต่ที่ซุกหัวนอนยังไม่มีเลย เจ้าหนี้ต้องการให้ใช้หนี้ในวันพรุ่งนี้ เขาขู่ว่าจะฆ่าฉันถ้าไม่เอาเงินไปให้ ฉันกลัว...ฉันก็เลยมาที่นี่เพราะเคยดูรายการแฉพวกต้มตุ๋นก็เลยจำวิธีมาใช้ ถ้ามีปืนมาจี้หัวคุณ...คุณก็ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างให้ตัวเองรอดเหมือนกันนั้นแหละ” ดอกรักมองเขาผ่านม่านน้ำตา

                หญิงสาวเห็นเขากำมือขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะ เขาทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังแสดงหนังตลกให้เขาดู ทั้งที่ตอนนี้เธอกำลังแสดงฉากดราม่าอยู่แท้ๆ

                หรือว่าจะเล่นเกินจริงไป...แย่ล่ะสิ! ฉันคงต้องลดการแสดงลงอีกนิดสินะดอกรักคิดอย่างอลหม่านในอก จากนั้นหญิงสาวจึงเช็ดน้ำตาแล้วลดอาการสะอื้นไห้ลง

                ร่างสูงล้ำสันยังยืนพิงโต๊ะ มือกลับไปสอดประสานกันที่อกเช่นเดิม ริมฝีปากยิ้มกริ่มเผยให้เห็นลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้างของเขา ความกลัวในใจหญิงสาวเริ่มลดลงเมื่อเห็นรอยยิ้มของเขา

                นอกจากทำตัวไม่เหมือนเจ้าพ่อแล้วยังมีหน้าตาไม่เหมาะกับการขู่ฆ่าใครเลยนะหมอนี่ เจ้าพ่อมีลักยิ้มเรียกมิตรแบบนี้แล้วใครหน้าไหนจะไปกลัว

                “ถ้าคุณไปลักขโมยตามบ้านคนรวยน่าจะง่ายกว่ามาเสี่ยงที่งานประมูลของผมนะ” เขาพูดน้ำเสียงแสนสบายแต่ดอกรักเริ่มจับเจตนาได้แล้วว่าเขาไม่ไว้ใจเธอ

                “ทั้งสวยดูดีมีชาติตระกูลอย่างฉันเหมือนพวกย่องเบาตอนไหนไม่ทราบ ฉันเป็นลูกคุณหนูมีเงินนะยะ” หญิงสาวเริ่มชักสีหน้า แต่ก็พยายามกัดฟันอดทนไว้

                “เป็นลูกคุณหนู เคยมีเงินต่างหากล่ะ ในสถานการณ์ที่จนตรอก คนเราก็คิดไปได้สารพัดนั้นแหละ น่าเสียดายที่คุณหาทางออกแบบนี้ คุณไม่กลัวบ้างเหรอว่าถ้าโดนจับได้ คุณก็อาจถูกเป่าหัวกระจุยเหมือนกัน”

                “ก็แค่อาจจะ...ไม่ได้หมายความว่าฉันจะถูกจับได้สักหน่อย”

                “แต่ตอนนี้คุณก็ถูกจับได้”

                ดอกรักเงยสบตาที่เริ่มนิ่งของเขาอย่างใช้ความคิด หากเป็นเจ้าพ่อที่เคยดูในหนัง ถ้าโดนจับมาแบบนี้เธออาจโดนจับปล้ำ ถูกจับขัง ถูกส่งไปขาย ทำร้ายร่างกาย หรืออะไรต่อมิอะไรที่คาดไม่ถึง แต่ตอนนี้เขากลับยืนคุยนานสองนานเพื่อถามหาเหตุผล...เขาทำแบบนี้ทำไมกัน

                “ที่ผมคุยกับคุณแทนที่จะยิงคุณให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ก็เพราะผมไม่ชอบรังแกคนไม่มีทางสู้ ผมคิดว่าคนเรามีเหตุผลในการทำผิดทั้งนั้น”

                เหมือนเขารู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่!

                ฉันทำตัวอ่านง่ายขนาดนั้นเลยเหรอดอกรักเริ่มสบสนในตัวเอง

                “ฉันจะหาเพชรมาคืนคุณให้ได้”

                “จะหาจากที่ไหนมาคืน” เขาถามพลางถอนใจแผ่วเบา

                หญิงสาวอ้ำอึ้ง มองหน้าเขาพลางก้มมองมือตัวเองอย่างใช้ความคิด

                “ฉันไม่รู้ แต่จะหามาคืนคุณแน่นอน”

                “ผมไม่ต้องการเพชรแล้ว ผมต้องการเงินชดใช้ค่าเสียหาย” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ยืนตัวตรงเอามือล้วงกระเป๋ามองที่หญิงสาวด้วยรอยยิ้มกวนประสาทขึ้นทุกที

                “ถ้าคุณต้องการเงินก็ได้ ฉันจะหาเงินมาใช้หนี้คุณ”

                “คุณเป็นหนี้ผมหนึ่งล้านบาท”

                “อะไรนะ! เพชรนั้นราคาไม่ถึงสองแสนด้วยซ้ำ” ดอกรักตะเบ็งเสียง มีอย่างที่ไหนมายัดเยียดหนี้ให้อีกตั้งล้าน แค่หนี้สิบล้านที่ท่วมหัวอยู่ก็แทบจมหนี้ตายอยู่แล้ว

                ชายหนุ่มยื่นมือแบออกไป หัวหน้าใหญ่ก็ส่งบัตรเครดิตให้กับเขา ประธานคนใหม่ชูบัตรเครดิตปลอมขึ้นมาทำให้ดอกรักรับรู้ได้ทันทีว่าเขามีหลักฐานมัดตัวเธอไว้แน่น

                “คุณชื่ออะไร” นายประธานหนุ่มคนใหม่เอ่ยถาม

                “ไดอาน่า” ดอกรักเอ่ยจบก็เงยหน้ามองสีหน้ายิ้มได้ของเจ้าพ่อ ก่อนจะยอมเอ่ยออกมาอีกครั้ง

                “มันเป็นชื่อในวงการบันเทิงของฉัน ไม่เคยดูโทรทัศน์บ้างรึไง ฉันเป็นนางเอกอันดับหนึ่งนะ” พวกเจ้าพ่อทำให้หญิงสาวเสียความมั่นใจเรื่องความโด่งดังของตัวเองเสียจริง

                “แล้วชื่อจริงล่ะ”

                “ดอกรัก”

                “เชยชะมัด” เขาหัวเราะลั่น ดอกรักได้แต่เงยหน้าขึ้นค้อนวงใหญ่ ชายหนุ่มกำลังสนุกกับการแหย่ลูกนกอย่างเธอให้โกรธเล่นอย่างนั้นเหรอ...เจ้าพ่อโรคจิต!

                “ฉันจะรีบหาเงินมาคืนคุณก็แล้วกัน ตอนนี้ปล่อยฉันได้รึยัง” ดอกรักถามเสียงขุ่น ชักคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ความกลัวและกังวลใจเมื่อครู่ชักเลือนรางเต็มที

                “จะไปต้มตุ๋นใครอีกล่ะ”

                “คิดไว้ว่าจะไปปล้นร้านเพชร จะได้เอาเพชรมาคืนคุณสักกระสอบ”

                “เฮ้อ...หนีไม่พ้นเรื่องผิดๆ เลยนะ” เขาส่ายหน้า

                “หนี้สิบล้านบวกกับหนี้ใหม่อีกหนึ่งล้าน คุณคิดว่าฉันควรปล้นร้านเพชรรึเปล่าล่ะ”

                “คุณมีหนี้ตั้งสิบล้านเชียวเหรอ” เขาเริ่มเชื่อเธอขึ้นมาบ้างแล้ว

                “คุณเข้าใจรึยังล่ะว่าฉันมีความจำเป็นขนาดไหน ตอนแรกฉันคิดจะฆ่าตัวตายหนีหนี้ด้วยซ้ำ แต่ฉันรักชีวิตของตัวเองเกินกว่าจะทำเรื่องแบบนั้น ฉันก็เลยต้องทน...ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะเหลือตัวคนเดียวในโลกนี้ก็เถอะ”

                ตอนนี้หญิงสาวน้ำตาซึมไม่ได้แสดงละครอีกแล้ว ความโดดเดี่ยวแล่นเข้ามาจับที่หัวใจอีกครั้ง เธอรู้สึกด้านชากับความกลัวไปตั้งแต่ตอนที่เธอตัดสินใจที่จะยืนอยู่บนโลกนี้เพียงลำพังให้ได้ มีอะไรให้เธอต้องกลัวอีกล่ะ...นั้นแหละที่ทำให้เธอตัดสินใจไปเสนอตัวให้ธีรัตม์ และยังใจกล้าขนาดที่มาเป็นสายลับในแกรนด์ไอยราแห่งนี้

                ดอกรักเห็นประธานคนใหม่ขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด เหมือนกำลังประเมิน ชั่งใจ หรือกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง

                “ถ้ามีทางให้คุณเลือก คุณจะเลือกมันไหม” ในที่สุดเขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดอกรักฟังแล้วอุ่นใจขึ้นมา

                “ทางเลือกไหนที่ทำให้ฉันรอดจากกระสุนของคุณหรือกระสุนของเจ้าหนี้ล่ะก็ ฉันก็เลือกทั้งนั้นแหละ”

                “ถ้าผมจะเสนอให้คุณทำงานใช้หนี้ล่ะ คุณจะว่ายังไง”

                ดอกรักสะดุ้งวาบ ก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าตกใจ

                “คุณจะเอาฉันไปขายเหรอ! ไม่ได้นะ คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้ ฉันบอกแล้วไงว่าจะหาเงินมาคืนคุณให้เร็วที่สุด”

                “ดูละครมากไปแล้วคุณ ผมบอกว่าให้ทำงานก็คือทำงานสิ”

                “คุณจะให้ฉันทำงานอะไรล่ะ” ดอกรักมองเขาอย่างไม่แน่ใจนัก กลัวว่าเขาจะให้เธอไปทำสวนในโรงแรมหรือเป็นแม่บ้าน เพราะตั้งแต่เกิดมาผ้าขี้ริ้วยังแทบไม่จับ ปลูกต้นไม้สักต้นยังกลัวดินจะเปื้อนเสื้อผ้า แล้วจะไปทำงานพวกนั้นได้อย่างไร ใจก็นึกภาวนาขอให้เป็นพนักงานรับโทรศัพท์ก็ยังดี

                “มือซ้ายของผม”

                “อะไรนะ!

                ให้คนที่พึ่งรู้จักไม่ถึงชั่วโมงเป็นมือซ้าย...เขาบ้าไปแล้ว!’ ดอกรักคิดอย่างตกใจ ริมฝีปากบางอ้าค้างพูดอะไรไม่ออก หญิงสาวลืมดีใจไปเลยที่สามารถเข้าใกล้นายพันธกาลได้สำเร็จ แล้วยังได้เป็นมือซ้ายของเขาอีกต่างหาก

                “คุณสติดีอยู่รึเปล่า ให้ฉันเป็นมือซ้ายเนี่ยนะ ฉันทำอะไรไม่เป็นเลยนะ ยิงปืน ต่อสู้ หรืออะไรก็ตามที่จะมาเป็นมือซ้ายของคุณได้”

                “ตกลงว่าไม่ทำ...งั้นก็ได้...หาเงินหนึ่งล้านมาคืนผมด้วยก็แล้วกัน” เขาหันหลังให้เธอเหมือนจะเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงาน

                “เดี๋ยว! ทำก็ได้ แต่ถ้าฉันทำไม่ได้เรื่องก็อย่ามาว่าก็แล้วกัน แล้วไอ้หน้าที่มือซ้ายมันทำอะไรบ้างล่ะ”

                “เดี๋ยวผมจะให้ปฐพีมือขวาของผมบอกคุณก็แล้วกัน” เขาเดินกลับมาใกล้หญิงสาวพอสมควร

                ดอกรักเห็นหัวหน้าใหญ่โค้งรับคำสั่งอย่างนอบน้อม

                ‘อ้อ...นายคนนี้ชื่อปฐพีร่างบางคิดในใจพลางพยักหน้ารับรู้

                “คุณชื่ออะไรค่ะ” ดอกรักเอ่ยถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาเป็นใคร

                “พันธกาล”

                “แล้วนายมือขวาเอ๊ย...คุณปฐพีเรียกคุณว่าอะไรเหรอค่ะ” ดอกรักมองหน้าพันธกาลและลูกน้องของเขาสลับไปมา พวกเขาสบตากันนิดหนึ่ง

                “ผมเรียกว่าคุณกาลครับ” ปฐพีพูดเสียงเรียบ น้ำเสียงฟังดูยำเกรงเจ้านายมากทีเดียว

                “เชยแหลกเหมือนกันนั้นแหละ” ดอกรักแอบเบ้ปากแต่ก็ไม่พ้นสายตาของพันธกาลไปได้

                พันธกาลหัวเราะเสียงดังก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง

                “ตอนนี้คุณไม่มีบ้านอยู่ใช่ไหม ผมจะให้คุณพักที่โรงแรมนี่ มือซ้ายและมือขวาต้องอยู่ใกล้ตัวผมมากที่สุด เดี๋ยวผมจะให้คนจัดการเรื่องที่พักของคุณ”

                “ฉันขอกลับไปเอาเสื้อผ้าก่อนได้ไหม”

                “กลับไปไหน คุณบอกว่าไม่มีบ้านไม่ใช่เหรอ”

                “ฉันอยู่คอนโดฯ อีกไม่กี่วันเขาจะยึดแล้ว” ดอกรักเอ่ยด้วยความเซ็ง รู้สึกเสียดายคอนโดมิเนียมสุดหรูของตนเองจับใจ

                “ต้องการให้ใครไปส่งไหม”

                “ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะ แล้วจะรีบกลับมาภายในสามชั่วโมง...ฉันเผื่อเวลารถติดไว้ด้วย เดี๋ยวคุณจะหาว่าฉันไปนานแล้วคิดว่าจะหนี”

                พันธกาลพยักหน้ารับฟัง แล้วทำท่าเหมือนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้อีกครั้ง แต่ก็หันกลับมามองเมื่อเห็นว่าดอกรักยังนั่งในท่าพับเพียบอยู่ที่พื้น

                “ไหนว่าจะรีบกลับมาไง ทำไมไม่ไปอีกล่ะ”

                “ลุกไม่ได้...เหน็บกินขา” หญิงสาวนั่งหน้านิ่ว พยายามเอามือกดขาไว้

                พันธกาลหัวเราะออกมาดังลั่นจนดอกรักเงยหน้าไปค้อนให้อีกที ส่วนปฐพีก็แอบยิ้มขำเช่นกัน พันธกาลเดินมาทางหญิงสาวและช่วยพยุงร่างบางขึ้นมาอย่างอ่อนโยน สัมผัสจากมืออุ่นของเจ้าพ่อคนใหม่ทำให้ใจของเธอเต้นระรัวจนตัวเองผิดสังเกต คงเพราะเธอกำลังตื่นเต้นที่ได้ใกล้ชิดกับเจ้าพ่อตัวเป็นๆ อยู่ก็ได้

                “โอ๊ย! เดินช้าๆ หน่อยสิคุณ” ดอกรักร้องโวยลั่น

                ชั่วอึดใจเขาก็ช้อนร่างบางขึ้นแนบอกแล้วเดินไปที่โซฟารับแขกตัวยาวริมผนังห้อง ใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าวมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวของเขาจิตใจก็สั่นไหวราวกับลมกรรโชกแรง กลิ่นหอมจากกายแกร่งให้ความรู้สึกลึกลับ น่าค้นหา แต่อบอวลไปด้วยความนุ่มนวลและอบอุ่น เธอรู้สึกว่าพันธกาลเลือกใช้น้ำหอมไม่เหมาะกับตัวเองเลย เพราะบุคคลิกของพันธกาลในสายตาของเธอช่างดูเป็นมิตรและกวนประสาทเหลือเกิน

                “คุณเป็นอะไรรึเปล่า” เขาเอ่ยถามขึ้น คงเห็นว่าหน้าเธอแดงยิ่งกว่าลูกตำลึงเป็นแน่ ดอกรักเคยเล่นบทเลิฟซีนมานักต่อนักยังไม่เคยรู้สึกเขินแบบนี้มาก่อนเลย

                สงสัยฉันจะเพี้ยนไปแล้วหญิงสาวคิดในใจทั้งที่ยังอุ่นซ่านในหัวใจไม่หาย

                “เอ่อ...เปล่าค่ะ ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือ” ดอกรักกัดฟันทนเจ็บเดินกะเผลกออกจากห้องไป ได้ยินเสียงหัวเราะของพันธกาลคล้อยหลังมาด้วย

                พันธกาลมองตามร่างเล็กน่าทะนุถนอมของดอกรักจนพ้นประตูห้องไปได้สักครู่ เขาก็เอ่ยเสียงเข้มกับมือขวาคนสนิททันที

                “ให้คนตามเธอไป”

                “ครับคุณกาล” ปฐพีรีบกดโทรศัพท์ไปสั่งการลูกน้องทันที

                พันธกาลมองไปที่ประตูด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ครุ่นคิดถึงการมาของเธอในครั้งนี้ และคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่เธอคงไม่เคยจดจำมัน

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #34 LoveRainy (@nitcharat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 20:02
    ในอดีต ในอดีตมีอะไรคะ
    #34
    0
  2. #27 แตงโมเย็นฉ่ำ~ (@aromromyen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 15:32
    สนุกค่าาาา 
    #27
    0
  3. #2 mahling (@mahling) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2555 / 12:16
    ขอบคุณมากค่ะ ^-^ ตอนนี้คนเขียนเองก็แอบฝันหวานถึงพระเอกในเรื่องนี้พอสมควร (อินเหมือนตัวเองเป็นนางเอก 555)
    #2
    0
  4. #1 กระป๋องแป้ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2555 / 11:51
    สนุก ตื่นเต้น มาก มาอัพบ่อยๆ นะคะ ลุ้นๆๆๆ
    #1
    0