[ Fic Harry Potter ] The meaning of special word [ TMR x OC ]

ตอนที่ 1 : EPISODE 01 : Daffodil ( Re write )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    6 มิ.ย. 63




Daffodil meaning


Friendship Missing


And


' Starting '



- - - - - - - - - - - - 





ในช่วงเย็นของฤดูใบไม้ผลิ ดวงอาทิตย์ที่เริ่มลับขอบฟ้าแปรเปลี่ยนให้ท้องฟ้ามีสีชมพูอมส้ม






ณ บริเวณหน้าบ้านหลังไม่ใหญ่มากนักกลางหุบเขาในประเทศนอร์เวย์


มีเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังรดน้ำให้ดอกไม้นานาพันธุ์ในกระถางเป็นกิจวัตรประจำวัน เด็กหญิงมีผมสีบลอนด์เข้ม นัยน์ตาสีเขียวต้นจูนิเปอร์ประกายสว่างไสวเมื่อรดน้ำดอกไม้ เธอชื่นชอบดอกไม้มากๆและชื่นชอบในการปรุงยาตามๆกัน


" เสร็จแล้ว "


เธอเอ่ยพลางยกสายบัวรดน้ำขึ้นและเก็บให้เรียบร้อย เด็กหญิงเดินไปทางห้องครัวต่อและเตรียมเนื้อแซลมอนให้เรียบร้อยทว่าขณะที่กำลังแล่ส่วนท้องของเจ้าปลาตัวโตเพื่อนำมาย่างเสียงกุกกักก็ดังขึ้นทางด้านหลังของเธอ


เมื่อเด็กหญิงหันไปก็พบกับนกฮูกตากลมโตแป๋วกำลังจ้องมองมาที่เธอ เธอเดินไปเปิดหน้าต่างออกแล้วลูบหัวเจ้านกฮูกเล็กน้อย เธอค่อนข้างแปลกตากับนกฮูกตัวนี้มากเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน


" เจ้ามาจากที่ไหนล่ะเนี่ย? "


เด็กหญิงเอ่ยถามนกฮูกพลางหยิบจดหมายที่มันคาบออกจากจงอยแหลมๆแล้วยื่นหนังปลาแซลมอนทอดให้มัน เมื่อนกฮูกสีเทาอมดำทำหน้าที่ของมันเสร็จก็บินกลับทันทีแต่ก็มีลอบกินหนังแซลมอนที่เด็กหญิงยื่นให้


ดวงตาสีเขียวจูนิเปอร์มองจดหมายที่จ่าหน้าถึงเธอ ที่พิเศษกว่านั้นคือมันมาจากโรงเรียนที่เธออยากเข้าที่สุด ฮอกวอตส์ นั่นเอง


" ถึงคุณ เดรวิส เรายินดีที่จะแจ้งว่าคุณเหมาะสมที่จะเข้าศึกษาที่โรงเรียนเวทย์มนตร์ ฮอกวอตส์ ภาคเรียนจะเริ่มจะเริ่ม1กันยา เราจะรอนกฮูกของคุณภายใน31กรกฎา.. ในที่สุด!!! "


ชาร์ล็อตกระโดดโลดเต้นทั่วห้องครัว เธอตื่นเต้นมากที่จะเข้าเรียนที่นั่น ที่ๆพ่อของเธอเคยเรียน เขาเล่าให้เธอฟังหลายๆอย่างทั้งฮอกส์มี๊ด หมึกยักษ์ในทะเลสาบ ห้องโถงที่กว้างขวางและอีกหลายอย่าง


พ่อของชาร์ล็อตเป็นนักบำบัดและทำงานที่เซนต์มังโก ซึ่งมักจะมีงานถาโถมหาเขาเสมอๆ เขามักจะส่งจดหมายมาบอกเธอผ่านนกฮูกว่าวันนี้จะกลับไหมซึ่งส่วนมากจะไม่ค่อยกลับ ส่วนแม่ของเธอได้ทอดทิ้งเธอตั้งแต่ที่ได้รู้ว่าพ่อของเธอเป็นผู้วิเศษแล้วประมาณช่วงเธออายุได้6เดือนแต่เธอก็ไม่ได้รังเกียจพ่อหรือที่เป็นครึ่งแบบนี้เลย


ออกจะขอบคุณแม่ด้วยที่ไม่ลากเธอไปหรือฆ่าเธอให้ตาย เพราะเธอมีความสุขมากแม้จะอยู่กับพ่อ แต่พ่อก็พยายามทุกทางให้เธอมีความสุขดีและไม่รู้สึกด้อยกว่าเมื่อมีคนมาล้อเลียน


เมื่อดีใจได้ไม่นานนัก ชาร์ล็อตก็รีบทำอาหารค่ำต้อนรับพ่อของเธอต่อเนื่องด้วยเวลาผ่านมานานแล้วและเธอมัวแต่ดีใจเวลาในการทำอาหารถึงเริ่มมีน้อยแล้ว





" ชาร์ล็อต! "


ชายร่างสูงเดินออกมาจากเตาผิงแล้วเรียกหาลูกสาวที่มักจะรออยู่ที่บ้าน เขาปัดผงฟลูที่ติดตามตัวออกแล้วมองเด็กหญิงที่วิ่งมาหา ชายวัยกลางคนอ้าแขนรับอ้อมกอดของลูกสาวเธอมีกลิ่นของดอกไม้ติดตัวทำให้เขาสดชื่นทุกครั้งที่ได้กอดเธอ


" คุณพ่อคะ วันนี้หนูทำสเต็กแซลมอนให้ด้วยค่ะ! "


เด็กหญิงเอ่ยบอกอย่างตื่นเต้นพลางดึงมือใหญ่ของเขาให้เดินไปทางห้องทานอาหารที่บนโต๊ะถูกตกแต่งเรียบร้อย


" วันนี้ก็น่าทานเหมือนเคยเลยนะ ชาร์ล็อต "


" แน่นอนค่ะ มื้อนี้หนูได้สูตรมาจากหนังสือของร้านคุณสฟิตซ์เชียร์เลยนะคะ! "


คุณสฟิตซ์เชียร์ที่ว่าคือเจ้าของร้านหนังสือแถวๆนี้ที่ค่อนข้างสนิทกับชาร์ล็อตเพราะเธอคือหนอนหนังสือและลูกค้าประจำของเขา ชาร์ล็อตไม่ค่อยออกไปเล่นที่ไหนเท่าไหร่เพราะร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงมากนักและมักโดนล้อว่าไม่มีแม่ เธอจึงต้องหมกตัวอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านไม่ก็คุยกับดอกไม้


เมื่อทั้งคู่ทานอาหารเรียบร้อย เอ็ดมันด์ เดรวิส ก็เอ่ยออกมาอย่างใจดีเช่นเคย เขามักมีของขวัญสำหรับการเป็นเด็กดีของชาร์ล็อตเสมอ


" ชาร์ล็อต พ่อมีของมาให้ด้วย "


" ดอกไม้อีกใช่มั้ยคะ!! "


เด็กหญิงขานรับอย่างตื่นเต้น ดวงตาสีเขียวจูนิเปอร์เปล่งประกายเนื่องด้วยเธอชอบดอกไม้มากและมากกว่านั้นคือการศึกษาภาษาดอกไม้หรือก็คือความหมายของดอกไม้นั้นๆ เด็กหญิงหัวใจเต้นระรัวและตื่นเต้นกับดอกไม้ชนิดใหม่ที่จะได้รับ อีกทั้งเธอไม่ได้แพ้เกสรของพวกมันจึงไปด้วยกันได้


" แต๊นนน "


ช่อดอกไม้สีเหลืองทองถูกยื่นเข้าหาเด็กหญิง ชาร์ล็อตกรีดร้องเป็นสุขในใจแล้วกอดช่อดอกไม้ที่พ่อของเธอมอบมาให้


" แดฟโฟดิล! ขอบคุณนะคะคุณพ่อ "


ชาร์ล็อตเอ่ยพลางวิ่งไปกอดพ่อของเธอ เด็กหญิงพยายามอย่างมากกับการฝึกให้ตนเองร่างกายแข็งแรงกว่านี้อย่างน้อยก็เพียงพอให้ไปฮอกส์มี้ดหรือทนอยู่ในปราสาทยามฤดูเหมันต์ได้ก็พอ


" ฮ่าๆ ยินดีเสมอครับองค์หญิงทีนี้ก็ทรงบรรทมได้แล้วพะยะค่ะ "


" แล้วจานล่ะคะ? "


" กระหม่อมจะจัดการชะล้างเอง ทีนี้ก็เข้านอนได้แล้วครับองค์หญิงของพ่อ "


เมื่อเด็กหญิงยินยอมแต่โดยดี เอ็ดมันด์ก็จัดการอุ้มเด็กหญิงขึ้นชั้นบนไปยังห้องนอนของเธอพร้อมจัดการกล่อมนอนให้เรียบร้อย บัดนี้องค์หญิงตัวน้อยของเขาตกอยู่ในห้วงนิทราแล้ว ดวงตาสีเขียวเข้มของเอ็ดมันด์ก็ได้แต่มองเด็กหญิงที่นอนด้วยสายตาที่รู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่ดูแลหรือครบครันเหมือนครอบครัวปกติ


เขาบรรจงจุมพิตลงบนหน้าผากมนของชาร์ล็อตอย่างแผ่วเบาแล้วลูบผมสีบลอนด์เข้มกว่าผู้เป็นแม่ของชาร์ล็อต เอ็ดมันด์ยอมรับว่าเขาโหมงานหนักเพื่อลืมเธอ เธอผู้เป็นที่รัก ที่เป็นคนจากพวกเขาไปเพราะรู้ว่าเขาเป็นผู้วิเศษ


" พ่อขอโทษนะ... ชาร์ล็อต.. "






ณ ชานชาลาที่9¾ที่คับคั่งไปด้วยผู้คนมากมาย


" พ่อคะ เรากอดกันนานไปแล้วนะ "


เด็กหญิงเอ่ยติดตลกพลางหัวเราะขบขัน เธอกอดผู้เป็นพ่อที่กดจมูกของตนลงบนผมสีบลอนด์เข้มของเธอแล้วหอมมันเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้


" เจ้าหญิงน้อยของพ่อกำลังจะจากไปนี่คะ พ่อต้องคิดถึงอยู่แล้วค่ะ "


" มากเกินไปค่ะ "


ชาร์ล็อตเอ่ยพลางหัวเราะขึ้นอีกครั้ง ว่ากันตามตรงเธอเองก็ทั้งคิดถึงทั้งเป็นห่วงคุณพ่อ หากเธอไม่อยู่แล้วจะมีใครทำอาหารให้ ใครจะรดน้ำดอกไม้ที่มากมายในสวนกันล่ะ แต่พ่อเธอก็กล่าวว่าพ่อจัดการได้ ไม่ต้องห่วง


พลันเสียงหวูดของรถไฟก็ดังขึ้นเรียกสติทั้งคู่ มันคือสัญญานบอกว่าต้องลากันแล้วดวงตาของเอ็ดมันด์สั่นระริกอย่างห้ามไม่ได้ มือของชาร์ล็อตจึงแนบลงบนแก้มของเขาราวกับเตือนสติเขา


" หนูไปแล้วนะคะ ดูแลตัวเองด้วยค่ะ "


เธอเอ่ยพลางหอมแก้มพ่อฟอดใหญ่พลางคว้ากรงแมวและกระเป๋าเสื้อไว้เปลี่ยนของเธอวิ่งขึ้นรถไฟอย่างฉิวเฉียด ไม่วายหันมาโบกมือลาพ่อของตนก่อนจะเริ่มหาตู้นั่ง


" ให้ตายสิ เด็กคนนี้นี่นะ... "


นายเดรวิสเอ่ยพลางเอามือทาบลงบนบริเวณที่ลูกสาวหอมแก้มลงมา เขายิ้มให้กับอากาศและมองรถไฟที่แล่นจนสุดสายตา


" เหมือนคุณไม่มีผิดเลย สเตลล่า... "




ดวงตาสีเขียวจูนิเปอร์ไล่ไปตามห้องโดยสารต่างๆซึ่งจะมีแต่นักเรียนชั้นปีสูงๆไม่ก็พวกที่คนเยอะซึ่งชาร์ล็อตไม่ค่อยอยากจะอยู่เป็นกลุ่มใหญ่มากนัก กระทั่งเธอพบกับห้องหนึ่งที่มีเพียงเด็กชายผมสีดำยาวประติ่งหูและเด็กหญิงผมสีแดงประกายทองนั่งอยู่


ชาร์ล็อตถือวิสาสะเลื่อนบานประตู และนั่นทำให้ทั้งคู่หันมองเธอ


" โทษทีนะ แต่ฉันนั่งด้วยได้รึเปล่า? "


เด็กหญิงเอ่ย เด็กชายที่มีหนังสือพยักหน้ารับรู้ก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือต่อขณะที่เด็กหญิงผมแดงเอ่ยรับอย่างยินดี


" เชิญเลยจ๊ะ! "


" ขอบคุณนะ "


" เด็กๆ มีใครอยากได้ขนมบ้างมั้ย? "


ไม่ทันที่ชาร์ล็อตจะเดินเข้าไป เสียงของหญิงชราคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นด้านหลังของเธอทำให้เด็กหญิงหันไปตามเสียง


" โอ้ หนูขอเป็นพัฟไก่2ชิ้นกับกบช็อคโกแล็ตละกันค่ะ พวกเธอล่ะ? "


ชาร์ล็อตเอ่ยบอกเสร็จสรรพก่อนจะหันไปถามเพื่อนร่วมทางทั้ง2


" ไม่เป็นไรดีกว่า ฉันทานมาแล้ว "


หลังเสียงของเธอ ดวงตาสีเขียวจูนิเปอร์ก็เลื่อนมองอีกคนซึ่งส่ายหัวแทนคำตอบ ชาร์ล็อตพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปรับขนมพร้อมจ่ายเงิน พร้อมนั่งที่


" หวัดดีอีกครั้งนะ ฉันชื่อลิลี่ เอฟเว่นส์นะ เธอชื่ออะไรเหรอ? "


" ฉันชาร์ล็อต เดรวิส ขอเรียกว่าลิลี่ได้มั้ย? "


" ยินดี งั้นฉันขอเรียกเธอว่าชาร์ล็อตนะ! ส่วนนั่นชื่อเซเวอร์รัส สเนปเป็นเพื่อนฉันก่อนจะขึ้นรถไฟเสียอีก "


ลิลี่เอ่ยอย่างร่าเริง เธอดูสดใสราวกับดวงอาทิตย์แรกแย้ม เธอพูดคุยกับชาร์ล็อตเยอะไปหมดทำให้เริ่มสนิทมากขึ้นทีละนิด


" ฉันเพิ่งรู้จักโลกเวทย์มนต์เมื่อไม่นานมานี้เองน่ะ เลยไม่กล้าสั่งขนมถึงพวกมันจะน่ากินมากแค่ไหนก็ตาม "


" จริงเหรอ? งั้นเธอคือมักเกิลบอร์นใช่มั้ย? จริงๆแล้วฉันเป็นลูกครึ่งนะแต่ว่าไม่ค่อยได้ไปเล่นกับเด็กมักเกิลเท่าไหร่ "


ดูเหมือนคำพูดของชาร์ล็อตจะสะกิดใจเด็กชายที่กำลังอ่านหนังสือ เขาละสายตาจากหนังสือเล่มหนาพลางเอ่ยถามเธอ


" ทำไมล่ะ? "


" อืม..เหมือนพวกเขามองว่าฉันเป็นตัวประหลาดน่ะและฉันก็ไม่มีแม่ด้วย แต่ฉันก็ไม่ซีเรียสอะไรเลยไปหาอะไรฆ่าเวลาเล่นแทนอย่างปลูกดอกไม้ไม่ก็แอบปรุงยา "


" เธอชอบปรุงยาเหรอ? "


" แน่นอนสิ จริงๆก็แอบชอบร่ายคาถามากกว่านะแต่พ่อจะจับได้เอาน่ะเลยต้องปรุงยาซะมากกว่า "


เด็กชายมองเธออย่างตื่นเต้น เขาดีใจที่เจอคนที่เหมือนกันกับเขา เซเวอร์รัสเริ่มไถ่ถามเรื่องต่างๆหลายๆเรื่องเพราะไม่มีโอกาสได้แอบหยิบไม้กายสิทธิ์ของแม่มาใช้หรือปรุงยา เขาและพวกเธอเริ่มคุยกันอย่างสนิทสนมก่อนจะมีใครอีก2คนเข้ามา


" โทษที นั่งด้วยนะ หนีญาติหมอนี่มาน่ะ "


เด็กชายผมสีดำหยิกสวมแว่นชี้ไปทางเด็กชายอีกคนซึ่งยืนทำท่าไม่พอใจอยู่ และลิลี่ก็ตอบรับอย่างยินดีไปอีกตามเคย


" ได้สิ เชิญเลย "


บรรยากาศห้องเงียบไปซักพักก็เริ่มมาคุ ชาร์ล็อตที่เห็นว่าเริ่มไม่ดีก็เลยหาเรื่องชวนคุย


" อา.. ฉันอยากอยู่บ้านเดียวกันกับพวกเธอชะมัด ขืนแยกไปฉันต้องไม่มีเพื่อนคุยแน่ๆ "


" นั่นสิ.. ฉันอยากให้พวกเธออยู่บ้านสลิธิรินกับฉัน! ฉันได้ยินมาว่าเป็นบ้านที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลยและแม่ฉันก็อยู่บ้านนั้นมาก่อนด้วย! "


เซเวอร์รัสเอ่ยอย่างตื่นเต้น ขณะที่มีใครบางคนที่ฟังไม่พอใจและเอ่ยขัดอย่างเสียมารยาทเด็กชายที่เพิ่งมาใหม่นั่นเอง


" หึ สลิธิรินใครจะไปอยากอยู่กัน ดีแต่เดินเทียวไปเทียวมาขู่ฟ่อแฟ่ไปทั่ว นายก็เห็นด้วยใช่มั้ยแบล็ค "


" เอ่อ..พอตเตอร์ คือบ้านฉันมันสลิธิรินทั้งหลังน่ะ "


ทว่าเหมือนอีกคนจะไม่ได้อินไปด้วย เขาเอ่ยอย่างมึนงงขณะที่เจ้าพอตเตอร์หน้าแตกไปแล้ว แต่ดูเหมือนลิลี่และเซเวอร์รัสจะเริ่มไม่พอใจ ทั้งสองเริ่มนึกรำคาญที่เด็กชายแบ่งแยกเช่นนั้น


อ้อ แน่นอนฉันก็ด้วย


" นายไม่ควรพูดแบบนั้นนะ "


เป็นเซเวอร์รัสที่เริ่มเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ เขาพูดราวตอบรับสาสน์หาเรื่องจากพอตเตอร์ ดวงตาสีทองภายใต้เลนส์แว่นหันมองเซเวอร์รัสอย่างหาเรื่อง


" อย่าเลยเซฟ เปลืองน้ำลายเปล่าๆ "


ลิลี่พยายามพูดกล่อมเซเวอร์รัส ขณะที่ชาร์ล็อตเริ่มใช้สายตาไล่มองพอตเตอร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างประเมิน


คงจะอิจฉาล่ะสิ โฮะๆ( ? )


" เหอะ อะไรกัน แค่นี้ก็ต้องให้ผู้หญิงมาแอ่นแนะแอ่นแหนเชียวเหรอ สนิฟเวลลัส? "


พอตเตอร์เริ่มเอ่ยขึ้นอย่างท้าทายขณะที่แบล็คเริ่มทำท่าทางล้อเลียนลิลี่เพราะนึกสนุก


" อุ้ย อย่าค่ะ เปลืองน้ำลายเปล่าๆ "


" อะฮ้า! ถ้าที่รักขอมาผมก็จะไม่หาเรื่องพวกมัน "


" อุ้ย...เขินจั-- "


ปึง!!!!


เสียงของประตูถูกเปิดออกอย่างรุนแรงด้วยที่ความอดทนของลิลี่หมดลง เธอมองทั้งสองอย่างกินเลือดกินเนื้อก่อนจะกัดฟันขู่อย่างหัวเสีย


" ฉันให้พวกนายเข้ามานั่งไม่ได้ให้มารบกวนเวลาชาวบ้านเขาแบบนี้ ถ้าไม่พอใจกันนักพวกฉันจะไปกันก็ได้ อ้อ!จริงสิ การกระทำแบบนี้คงไม่ต่างกับผ้าขี้ริ้วเน่าขาดความอบอุ่นสินะ? น่าสงสารจัง ไปกันเถอะเซฟ ชาร์ล็อต "


เมื่อเอ่ยจบ ลิลี่ก็คว้าข้อมือของเธอและเซเวอร์รัสพร้อมเดินออกมาไม่วายปิดประตูเสียงดังอย่างหัวเสียจนชาร์ล็อตแทบถือของตามไม่ทันแต่เซเวอร์รัสคงหนักกว่าเพราะถือของลิลี่ด้วย


" เอ่อ..แล้วเราจะนั่งที่ไหนกันล่ะลิลี่? "


" โอ้! ตายจริง ขอโทษจริงๆนะชาร์ล็อต ที่ลากเธอมาเกี่ยวด้วย.. "


" ไม่เป็นไรเลยลิลี่ เราไม่ได้ทำอะไรผิดพวกเขานั่นแหละผิด ฉันว่าที่เธอทำถูกแล้วดีกว่าปล่อยให้เซเวอร์รัสหาเรื่องโดนไล่ออกตั้งแต่วันแรก "


" เฮ้! ชาร์ล็อตอย่าใส่ร้ายกันสิ แต่ก็ถูกแหละ "


" เห็นมั้ยล่ะ? "


ชาร์ล็อตเอ่ยพลางตบบ่าเพื่อนของตนอย่างปลงๆก่อนจะสะดุ้งเมื่อมีคนมาจิ้มจากด้านหลัง


" ข..ขอโทษ! ไม่ได้ตั้งใจจะให้ตกใจ.. "


ชาร์ล็อตหันมองต้นเสียงที่สะกิดเธอเมื่อครู่ เป็นเด็กหญิงผมยาวสีน้ำตาลประกายทองคล้ายลิลี่เธอดูขี้อายนะ


" คือ..ใกล้ถึงแล้วนะ ไปเปลี่ยนชุดเถอะ "


" อ้อ นั่นสินะ ขอบคุณ "


ชาร์ล็อตเอ่ยพลางยกยิ้มให้อย่างเป็นมิตร นั่นทำให้เด็กหญิงอีกคนประหม่าน้อยลง


" ไม่เป็นไรจ๊ะ.. "


ชาร์ล็อตมองเด็กหญิงแปลกหน้าที่เดินจากไปจนลับตาแล้วหันไปบอกเพื่อนทั้งสองอย่างไม่เร่งรีบนัก 


" งั้นเราไปเปลี่ยนเสื้อกันเถอะ "


" อืม/จ๊ะ! "





ตอนนี้ชาร์ล็อต ลิลี่ และเซเวอร์รัสกำลังต่อแถวขึ้นเรืออย่างไม่รีบร้อนนักเพราะยังไงก็ได้ขึ้นอยู่ดีขืนไปเบียดเอาก็โดนทับเอาได้


เมื่อต่อไปได้ไม่นานนัก ทั้ง3ก็ได้ขึ้นเป็นกลุ่มสุดท้ายเพียงแต่มีเด็กอีกคนหนึ่งมาร่วมด้วย ใช่แล้ว เด็กคนที่มาบอกพวกเธอให้เปลี่ยนชุดเมื่อครู่นั่นเอง


บัดนี้เด็กทั้ง4กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานระหว่างนั่งเรือกันอยู่ เพราะด้วยเด็กขี้อายไม่ช่างคุยและดูเหมือนจะไม่ชอบสุงสิงกับใคร


" นี่ เธอชื่ออะไรเหรอ?? "


ลิลี่เริ่มเปิดบทสนทนากับเด็กหญิงขี้อาย หล่อนดูเลิ่กลั่กและลนลานอาจจะเพราะไม่ค่อยได้สนทนากับคนมากเท่าไหร่นัก


" ร..รีเบ็คก้า แบลร์ "


" แบลร์!? "


ชาร์ล็อตและเซเวอร์รัสเอ่ยอย่างตกใจพร้อมกัน เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเลยว่าจะได้เพื่อนร่วมทางเดินเรือเป็นทายาทเลือดพิเศษของฝรั่งเศษอย่างแบลร์


" ถามจริง? โอ้ เคราเมอร์ลิน! "


ชาร์ล็อตทาบอกด้วยความตกใจพลางมองรีเบ็คก้าอย่างไม่เชื่อสายตา เธอได้ยินมาเสมอเลยว่าแบลร์มักจะทะนงตนและหยิ่งยโสพวกเขามักจะเลือกเรียนที่โบซ์บาตงกันทั้งนั้น นี่มันพลิกผันชัดๆต้องเขียนไปเล่าให้พ่ออ่านแล้ว ทว่าลิลี่มองเธออย่างไม่เข้าใจแต่ก็เข้าใจได้เพราะมีเซเวอร์รัสคอยบอกว่าเคราเมอร์ลินคืออะไร


" อื้อ ฉ..ฉันว่าไม่ค่อยดีหรอกที่..ได้อยู่เป็นตระกูลใหญ่.. "


รีเบ็คก้าเอ่ยพลางก้มหน้างุดด้วยความอายและกลัว เธอกลัวที่จะเป็นจุดสนใจเพราะรีเบ็คก้าขี้อายอย่างนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วแค่อยู่กันแค่นี้ยังอายเลยอย่าว่าถึงตอนมีคนมารุมเลย... เละ


" งั้นเราจะช่วยนะ "


ลิลี่เอ่ยขึ้นอย่างร่าเริงโดยไม่ถามสุขภาพของอีกสองคนแม้แต่น้อย ชาร์ล็อตและเซเวอร์รัสได้แต่มองเธอเหวอๆก่อนจะปลงเมื่อเห็นสีหน้าดีใจสุดๆของรีเบ็คก้า


" จ..จริงๆนะ.. จะช่วยฉัน..จริงๆนะ! "


" อื้อ พวกเราทั้งหมดเลยเนอะ? "


ชาร์ล็อตทำเพียงยิ้มแห้งๆและยักไหล่อย่างปลงๆขณะที่เซเวอร์รัสถอนหายใจและส่ายหัวแต่ก็ยิ้มให้รีเบ็คก้าอย่างมีน้ำใจ


ไม่นานนักเด็กๆก็ได้ขึ้นฝั่ง แต่มันกลับลื่นไปหน่อยทำให้รีเบ็คก้าและลิลี่เกือบได้ล้มหัวทิ่มไปแล้วถ้าไม่ได้เกาะเรือไว้


" พวกเธอเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย? "


" แหะๆ ไม่เป็นไรจ๊ะเซฟ "


ลิลี่หัวเราะแห้งๆก่อนจะชูสองนิ้วขึ้นมาราวกับจะบอกว่าสบายดีทำให้เซเวอร์รัสถอนหายใจอีกรอบพลางตรวจร่างกายลิลี่ด้วยความเป็นห่วง ชาร์ล็อตมองทั้งคู่อย่างชั่งใจก่อนจะฉีกยิ้ม


โอ๊ะโอ๊ววววว ตายจริง? มีเรื่องสนุกๆให้ทำแล้วไม่ใช่รึไง


ชาร์ล็อตยิ้มหวานก่อนจะใช้ศอกสะกิดเซเวอร์รัสขณะที่กำลังเดินเข้าโรงเรียนเพื่อไปห้องโถง เขาหันมองเธออย่างไม่เข้าใจแต่เมื่อพบว่าชาร์ล็อตยักคิ้วพลางเหล่ตามองลิลี่ก็เข้าใจ


ความแตก..


ใบหน้าของเด็กชายเริ่มแดงระเรื่อไปอีกเมื่อพบว่าชาร์ล็อตหัวเราะคิกคักและมองเขาอย่างหยอกล้อ


" ชาร์ล็อต.. ขอร้องอย่าบอกใครนะ "


เซเวอร์รัสลอบกระซิบเบาๆ ชาร์ล็อตเลิกคิ้วเล็กๆและมองสีหน้าออดอ้อนของเด็กชายอย่างสนุกสนาน ดีที่ตอนนี้หยุดรอศาสตราจาร์ยอยู่


" ได้สิจ๊ะ ' ที่รัก 'ของนายจะไม่รู้แน่นอน "


ชาร์ล็อตกระซิบตอบพลางกลั้นขำสุดฤทธิ์เมื่อพบว่าเซเวอร์รัสหน้าแดงก่ำเป็นลูกมะเขือเทศไปถึงหูแล้ว เซเวอร์รัสตีแขนเธอราวกับจะบอกให้หยุด


" ไว้ใจได้เลยน่า! ฉันจะช่วยนายด้วยเอาปะ? "


" ล่มจมกันพอดี "


เซเวอร์รัสได้แต่กุมขมับอย่างปลงๆ ทำไมหล่อนถึงฉลาดได้แต่แบบนี้นะ ให้ตายเถอะเมอร์ลิน...


" นี่ คุยอะไรกันน่ะ? "


ลิลี่ลากรีเบ็คก้ามายืนที่ด้านหลังชาร์ล็อตและเซเวอร์รัส เด็กชายเริ่มลนเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไรแต่ชาร์ล็อตดันชิงตอบไปเสียก่อน


" กำลังคุยกันน่ะว่าจะคัดเลือกกันยังไง "


" ทำไมเซฟหน้าแดงล่ะ? "


" อ้อ อาจจะเพราะอากาศเปลี่ยนร่างกายเขาเลยปรับไม่ทันล่ะมั้ง? "


ลิลี่พยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันไปคุยกับรีเบ็คก้าต่อ เซเวอร์รัสมองมาที่ชาร์ล็อตที่ยักคิ้วและพึมพำไร้เสียงแต่อ่านปากออก


' ไงล่ะไอ้น้อง  '


...ยังไงเขาก็ไม่ให้เธอช่วยแน่ถ้าเธอยังทำตัวน่าหมั่นไส้ขนาดนี้..


ต่อมาศาสตราจาร์ยผู้มีเคราสีเงินก็เปิดประตูและเชิญให้นักเรียนปี1ทุกคนเดินเข้าสู่ห้องโถงขนาดใหญ่ เหล่ารุ่นพี่มองมาที่แถวของปี1อย่างตื่นเต้นและประเมิน หลายคนพากันซุบซิบบางอย่างแต่เธอไม่คิดจะใส่ใจนัก


ดวงตากลมของเด็กหญิงไล่ไปทั่วห้องโถงเพื่อสำรวจหลังจากเริ่มรอคัดบ้าน ทว่าต้องชะงักเมื่อมันสบกับดวงตาสีคาราเมลคู่หนึ่งที่สะกดตาของเธอไว้ ชาร์ล็อตมองมันตอบโดยไม่ละสายตา


ตึกตัก ตึกตัก


ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายของเธอเต้นระรัวและแรงมาก แรงขนาดที่เธอแทบไม่ได้ยินเสียงอาจาร์ยใหญ่หรือศาสตราจาร์ยเคราสีเงินเลยแม้แต่น้อย


เธอเพียงจ้องมองไปยังใบหน้าอันทรงสเน่ห์ของชายที่นั่งอยู่ริมซ้ายสุดตรงหน้าเท่านั้น และเขาเองก็ไม่ละสายตาไปจากเธอเลย ผมของเขาดูเป็นสีดำคล้ายมะเกลือแต่หากมองดีๆกลับเป็นสีน้ำตาลเข้มและมันถูกจัดทรงอย่างดี เสื้อผ้าที่เขาใส่เองก็ดูแตกต่างจากคนอื่นเพราะเป็นเสื้อสูทหรูต่างจากคนอื่นที่ใส่ได้อย่างผู้วิเศษจริงๆ


" ชาร์ล็อต มองอะไรน่ะ "


ชาร์ล็อตรีบหันไปหาลิลี่ที่สะกิดเธอ เด็กทั้งสามมองเธออย่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเธอแทบไม่ได้ฟังอาจาร์ยใหญ่พูดอะไรด้วยซ้ำ


" มองอะไรอยู่ การคัดสรรเริ่มแล้วนะ "


เซเวอร์รัสเอ่ยอย่างตำหนิน้อยๆ ชาร์ล็อตทำเพียงหัวเราะแห้งๆก่อนจะหันกลับไปมองการคัดสรรแต่ก็แอบลอบมองชายคนนั้นเสมอ


มันคืออะไรนะ..เธอควรปรึกษาพ่อดีมั้ยเนี่ย..


" สเนป,เซเวอร์รัส "


ชาร์ล็อตหันมองการคัดสรจนได้เมื่อได้ยินเสียงของศาสตราจาร์ยเอ่ยชื่อเพื่อน เธอกวาดตามองในแถวปี1และแถวบ้านก่อนจะพบว่าไอ้พอตเตอร์นั่นอยู่กริฟฟินดอร์


อา..ขอให้ทุกคนได้ไปบ้านเดียวกันด้วยเถอะค่ะ ไม่เอากริฟฟินดอร์นะ!!


" สลิธิริน!! "


ชาร์ล็อตกระโดดอย่างดีใจพร้อมหันไปกอดเพื่อนอีก2คน

.
.
.


แต่เธอว่าเธอขอเน้นๆไปว่าไม่เอาบ้านกริฟฟินดอร์นี่นา แล้วทำไมลิลี่กับรีเบ็คก้าไปอยู่นู่นได้ล่ะ! 


" เดรวิส,ชาร์ล็อต "


ปลงๆไปก่อนละกัน อย่างน้อยก็ขอให้อยู่สลิธิรินไม่ก็กริฟฟินดอร์ก็ได้อะ


ชาร์ล็อตเดินไปนั่งอย่างไม่รีบร้อนและยอมให้เจ้าหมวกวางบนหัว มันคำรามทันทีที่แตะหัวเธอ


" ฮะฮ่า! ทันทีที่แตะหัวเธอฉันรู้เลยว่าควรส่งไปไหน เรเวนคลอ!! "


อ้าวเฮ้ย! แล้วที่ขอไว้ล่ะเว้ยยยยย!!!



- - - - - - - - - -


มาแล้วค่ะ จัดไปยาวๆ!


จะมาช้าหน่อยนะคะเพราะช่วงนี้ไรท์ไม่ว่างเลย ขอโทษจริงๆค่ะ;-;


ในขณะที่ไรท์รีทั้งสองเรื่อง เรื่องของลิซไรท์จะหยุดไว้ก่อนนะคะ


ปั่น3เรื่องทีเดียวไม่ได้จริงๆค่ะ5555


ติดตามกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่า


รักนะคะ!





เซเวอร์รัส : ให้ยัยนั่นช่วยเหรอ ล่มจมพอดีอะ

Re Write 1 : 4/18

Re Write 2 : 6/12 ( ปรับให้ชาร์ล็อตโก๊ะกว่าเดิม )



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #46 Pploy_thongjutha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 19:43
    สนุกมากเลยย​ ตะบอกบอกว่าต้องใช้'จ้ะ'​นะแบบ้ชิญเลยจ้ะไม่ใช่เชิญเลยจ๊ะเสียงมันจะสูงกว่านะ
    #46
    0
  2. #44 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 15:25
    สนุกค่าาาา
    #44
    0
  3. #42 SunDashine (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 11:34
    พี่เซฟน่ารักอะ555555 ชาร์ล็อตก็คือฉลาดมากจ้า ตอนแรกนึกว่าไปสลิธีริน ไปเรเวนคลอซะงั้น
    #42
    1
    • #42-1 magictiarapen(จากตอนที่ 1)
      18 เมษายน 2562 / 12:08
      เพราะชาร์ล็อตเป็นเด็กใฝ่การศึกษาด้วยค่ะ ส่งไปนู่นเลย555
      #42-1
  4. #5 JannieJK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 22:19
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากๆเลยค่ะ
    #5
    1
    • #5-1 magictiarapen(จากตอนที่ 1)
      22 ธันวาคม 2561 / 10:28
      ขอลคุณค่า♡
      #5-1
  5. #1 Lyra_Selwyn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 21:25
    รอค่าาา
    #1
    0