พบรักรัฐภาม [ชุด Men Of Lions] (ลงจบ) EBook

ตอนที่ 83 : พบรัก ยี่สิบเจ็ด 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 837
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    12 ก.ค. 62









“...ไม่มีแต่ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”


ประโยคดังกล่าวทำเอาลูกชายและภรรยามองมาด้วยความแปลกใจ แม้จะหกสิบกะรัตแล้วก็ยังหล่อเฟี้ยวไม่น้อยไปกว่าลูกชายทั้งห้าเลย


“คุณพ่อ...”


ที่เขาปฏิเสธเพราะไม่อยากให้บิดาไปเสี่ยงอันตรายมากกว่า เขาไม่รู้ว่าทางโน้นเตรียมอะไรไว้บ้าง ถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาคงไม่ให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต


“เอ๊ะ ไม่เชื่อฝีมือพ่อแกแล้วหรือไง” มิสเตอร์อเดลตาร์ทำเสียงจิ๊จ๊ะเมื่อลูกชายยังดื้อดึง


“คุณอเดลค่ะ


“ลูกเจ็บอยู่แบบนี้ ผมจะนั่งอยู่เฉยได้ยังไง คุณเข้าใจผมนะครับที่รัก” หันมาทางภรรยาบอกเสียงจริงจัง


“ขอบคุณครับคุณพ่อ”


สิงห์หนุ่มนึกขอบคุณผู้เป็นบิดาที่คอยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาอยู่ตลอด แม้ว่าตัวท่านเองจะปลดเกษียรไปแล้วก็ตามที


“เลิกทำหน้าซึ้งกันเลยนะ แค่จะไปดูเฉยๆ ไม่ได้ตายสักหน่อย” เสียงทุ้มกังวานเอ่ยขึ้น


“ไม่พูดแบบนั้นค่ะ ฉันใจไม่ดีรู้ไหม”


มาดามเครือทิพย์โอบเอวสอบของสามีแน่น นึกกลัวขึ้นมาจับใจเมื่อเขาพูดถึงเรื่องเป็นเรื่องตาย


“นั่นสิครับ อย่าพูดเป็นลางแบบนี้สิ โบราณเขาถือ”


รัฐภามเองพลอยใจไม่เสียตามไปด้วย แม้ว่าผู้เป็นบิดาจะชอบพูดเล่นอยู่บ่อยครั้ง ผลออกมาไม่ใช่เล่นอย่างที่พูดเลยสักครั้ง ไม่พวกมันก็พวกเขาที่ต้องตายกันไปข้าง


“ใช่ครับคุณพ่อ” รัฐภัทรเห็นด้วยกับพี่ชาย


“เออก็พูดไปอย่างนั่นแหละ เห็นแต่ละคนทำหน้าเคร่งเครียด ...ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ที่รักคุณอยู่ที่นี่กับลูกไปก่อนนะ เดี๋ยวผมจะสั่งคนมาเพิ่ม เราไม่รู้ว่ามันมีพรรคพวกอยู่ที่ไหนกันบ้าง เราต้องปลอดภัยไว้ก่อน”


ประมุขใหญ่ว่า ประสบที่ผ่านมาสอนไว้หลายอย่าง ไม่ว่าจะรูปแบบไหนเขาก็เจอมาหมดแล้ว แค่นี้เรื่องเล็กน้อยมาก มาเจอตัวพ่อบ้างจะได้รู้ว่าพวกมันแค่เศษธุลีเท่านั้น!


“ขอบคุณคุณพ่อมากครับ”


“ฉันไม่ได้ช่วยฟรีๆ นะโว้ย กลับมาค่อยว่ากัน ผมไปก่อนนะครับที่รัก ไว้ผมจะโทรกลับมาหา ...พวกแกก็ดูแลมาดามให้ดี ถ้ากลับมาแล้วเห็นว่ามีรอยขีดขวนแม้เล็กน้อยมีคิดบัญชีกันแน่”


เน้นย้ำลูกชายน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ก่อนเอียงหน้าก้มลงจุมพิตที่หน้าผากนวลของภรรยาแล้วเดินออกจากห้องไป


“พ่อสิงห์ออกโรงเองแบบนี้ แม่ล่ะอดห่วงไม่ได้จริงๆ”


ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่านิสัยของพ่อกับลูกชายทั้งห้าไม่ได้ต่างกัน เรื่องความใจร้อนดั่งไฟก็ได้มาจากคนเป็นบิดาทั้งนั้น ยังดีที่ได้ความใจเย็นและอ่อนโยนจากเธอไปบ้าง พอพูดถึงตรงนี้ก็หนักใจและเป็นกังวลเหลือเกิน


“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับ” รัฐภามชักสงสัยว่าทำไมมารดาถึงพูดเช่นนั้น


“ตอนสมัยที่ลูกๆ ยังเด็ก พ่อเขาก็เจอสึกสองด้านในลักษณะนี้เหมือนกัน แต่ของพ่อเขาต่างออกไป เขาแก้ปัญหาทั้งสองนั้นด้วยตัวเอง ส่วนแม่ก็เหมือนกับหนูนุชตอนนี้ที่ถูกจับตัวไป”


“เหมือนหนังเลยนะครับเนี่ย” รัฐภพว่า ตั้งใจฟังมารดาเล่าต่อ


“ยิ่งกว่านั้นอีกจ้ะ”


“นี่อย่าบอกนะครับว่ามิสเตอร์...” รัฐภัทรตาโตกับสิ่งที่คิดไว้ ก่อนคนเป็นมารดาจะพูดต่อประโยค


“ใช่แล้วจ้ะ ตอนนั้นแม่กำลังท้องพี่รอฟอยู่ด้วย มันต้องการให้พ่อเซ็นยกท่าเรือฟานเซสแลกกับตัวแม่”


“โห โหดสุด แล้วคุณพ่อทำยังไงครับ?”


“ตอนนั้นคุณพ่อยอมตามน้ำไปก่อน เซ็นยกท่าเรือให้ไปเพื่อความปลอดภัยของแม่”


“เท่มาก” รัฐภัทรเป็นปลื้มที่มีบิดาที่เก่งกาจและทุกอย่างเพื่อคนรักได้แบบไม่กลัวตาย


“แต่นั้นยังไม่จบ พวกมันส่งคนมาเจาะข้อมูลสำคัญของบริษัทไปขายให้คู่แข่งและทำหุ้นบริษัทดิ่งจนควบคุมไม่ได้ พ่อเขาเครียดมากเลย”


“แล้วเรียกความมั่นใจกลับมายังไง?”


“พ่อเขายอมทิ้งทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตแม่ ตอนนั้นแม่โกรธมากที่พ่อเขาทำแบบนั้น ยอมทิ้งสิ่งที่เขาสร้างมากับมือไปให้ศัตรู”


“ผมนับถือความกล้าของมิสเตอร์มาก” รัฐภพว่า


“แต่พอแม่ได้ฟังเหตุผลที่พ่อเขาทำไป แม่ถึงกับน้ำตาไหลเลยล่ะ” พอพูดถึงตรงนี้น้ำตาก็พาลจะไหลออกมา


“อะไรครับ?” รัฐภามฟังมารดาก็หวนคิดมาถึงตัวเอง และอดที่จะเปรียบเทียบไม่ได้


“พ่อบอกแม่ว่า เสียทุกอย่างในชีวิตไปยังหาใหม่ได้ แต่ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขา ถ้าเสียไปแล้วมันหาที่ไหนมาแทนไม่ได้


“โรแมนติกมาก” รัฐภัทรอิจฉาความรักของบิดามารดา


“แม่ยังจำประโยคนั้นได้ขึ้นใจไม่เคยลืม...” มาดามเครือทิพย์รู้สึกภูมิใจในตัวคนเป็นสามีมากในตอนนั้น


รัฐภามนั่งฟังก็ได้ข้อคิดมากมาย และทำให้รู้ว่าเขามันเป็นพวกขี้ขลาดปล่อยให้เวลากว่าสามปีสูญเปล่าโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ห่างไกลคนเป็นบิดาหลายขุมนัก เรียกได้ว่าเทียบไม่ติดฝุ่นเลยก็ว่าได้


“ผมสิครับที่มันแย่ แม้แต่ครอบครัวตัวเองยังไม่สามารถปกป้องได้ ผมอิจฉาคุณแม่มากที่มีผู้ชายที่รักและห่วงใยอย่างคุณพ่อ” บอกจากใจ


“ไม่เลยลูกรัก อย่าคิดแบบนั้น คนทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คิดให้เป็นจริงได้ เพียงแค่เราเชื่อมั่นและเดินหน้าลุยต่อ ผลจะออกมาจะเป็นยังไงไม่สำคัญ ตัวเราเท่านั้นที่เป็นคนกำหนด อย่าให้ใครหรืออะไรมากำหนด” คำสอนอีกประโยคที่มารดาคอยสั่งสอนอยู่ตลอดได้วนกลับมาบอกอีกครั้ง


“ผมจะช่วยนุชกับลูกกลับมาได้ใช่ไหมครับ”


“แน่นอนลูกรัก แม่มั่นใจและเชื่อว่าลูกของแม่ทำได้” มาดามเครือทิพย์โอบกอดร่างสูงของลูกชายแนบอก มือบางลูบไหล่หนาไปมาเป็นการปลอบโยนในที


“ขอบคุณมากครับ”


“มั่นใจในตัวเองหน่อยไอ้น้องชาย” รัฐภูมิก้าวเข้ามาใกล้พลางตบไหล่หนาให้กำลังใจ


“ผมจะพยายามครับ” รัฐภามผละออกจากอ้อมกอดของมารดาเอียงหน้ามาขอบคุณพี่ชาย


“ไม่ใช่แค่พยายาม แต่พี่มั่นใจว่านายทำได้”


“ผมก็เชื่อเหมือนพี่รอครับ” รัฐภัทรก้าวเข้ามาใกล้ ส่งยิ้มความห่วงใยมาให้อีกคน


แล้วเด็กๆ เป็นไงบ้าง” มาดามเอ่ยถามถึงหลานๆ หลังจากที่ย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่เมืองไทย ทำให้คนเป็นปู่ย่าเหงาไม่น้อย แต่ยังดีที่มีแฝดสองของสิงห์ตัวที่สองมาเยี่ยมอยู่ทุกเดือนยังพอทดแทนกันได้


“เตรียมสอบกันอยู่ครับ อาทิตย์หน้าจะพาไปเยี่ยมคุณแม่อยู่พอดี”


“ไม่ต้องหรอก วันนี้แม่แวะไปหาเด็กๆ เลยดีกว่า อดคิดถึงไม่ไหวแล้ว” มาดามกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม



รัฐภาม รัฐภูมิ และรัฐภาค พร้อมลูกน้องกว่าครึ่งร้อยบุกไปเยือนดงหมาบ้า มันมุดหัวอยู่ที่ไหนก็หลบพวกเขาไม่ได้หรอก ร่างสูงส่งสัญญาณให้ลูกน้องกระจายตัวดักซุ่มอยู่รอบบ้านพักสองชั้นหลังใหญ่


ภายในมีไฟสลัวไว้เพียงสองดวงริบรี่ให้เห็นทางเดิน ส่วนด้านนอกมีลูกน้องสี่คนคอยผลัดเปลี่ยนเวรยาม ด้านหลังก็มีอีกสี่คน พวกเขาจึงต้องกระจายกำลังโอบล้อมไว้รอคำสั่ง


“ทำไมไม่เห็นเจมส์กับรัตติมา” รัฐภามกวาดตามองหาตัวเจ้าปัญหา


“นั่นสิ บ้านก็หลังไม่ใหญ่มาก พี่ยังมองไม่เห็นสองคนนั้นเลย” รัฐภูมิเห็นด้วยกับน้องชาย


“บ้านหลังมีห้องใต้ดินอีกครับ”


โปรดติดตามตอนต่อไป...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

84 ความคิดเห็น