พบรักรัฐภาม [ชุด Men Of Lions] (ลงจบ) EBook

ตอนที่ 78 : พบรัก ยี่สิบห้า 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    5 ก.ค. 62








เมวารีทำหน้าที่เป็นคนขับรถก็ขึ้นประจำตำแหน่ง พร้อมออกตัวประตูรถก็ถูกกระชากเปิดออก


“คุณแม่!


ร่างเล็กของนาวินที่นั่งริมประตูถูกดึงออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ทุกคนไม่ทันได้ระวัง


“นาวิน!


นุชนารีร้องเรียกชื่อลูกชายดังลั่น เบิกตากว้างด้วยความตกใจ แทบจะพุ่งตามไปนาทีนั้น ถ้าพี่สาวไม่เรียกไว้ก่อน


“นุชอย่า! ไปรถเร็วกว่า เด็กๆ คาดเข็มขัดด้วยลูก”


หลังจากนั้นทั้งหมดจึงรีบก้าวขึ้นรถแล้วขับตามไปทัน ออกตัวตามมันไปติดๆ


“คุณแม่ค๊า พี่นาวินจะไม่เป็นไรใช่ไหม” นารินน้องสาวคนเล็กร้องถามด้วยความเป็นห่วงพี่ชาย


“แน่นอนลูกรัก ไม่ต้องกลัวแม่จะต้องช่วยพี่นาวินให้ได้ จับดีๆนะลูก”


นุชนารีปลอบขวัญลูกๆ ไปพลางตัวเธอเองไปพลาง ในใจนั้นร้อนลนดั่งไฟสุมเป็นห่วงลูกชายจับใจ แต่ไม่แสดงให้กลัวไปด้วย เมวารีเร่งความเร็วตามพวกมันไปติดตาม ความกลัวของเธอไม่มีแล้วในตอนนี้ ชีวิตของหลานชายสำคัญกว่าสิ่งใด ถ้าพวกมันทำอะไรเด็กละก็ได้เห็นดีกันแน่


เสียงเครื่องยนต์กระตุกกึกกักก่อนจะแน่นิ่งไป ดวงตากลมเรียวก้มมองที่หน้าปัดรถยนต์ก็หัวเสียขึ้นมาทันที เมื่อน้ำมันรถดันมาหมดอะไรในตอนนี้


“บ้าเอ้ย!


“รถเป็นอะไรพี่วารี”


“สงสัยน้ำมันหมด เราคงตามมันไม่ทันแล้ว พี่ขอโทษนะที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย”


เมวารีก้มหน้าลงร้องไห้ด้วยความระอายใจ เธอน่าจะรอบคอบกว่านี้ ถ้าแวะเติมน้ำมันตั้งแต่ตอนขาไปรับเด็กๆ ก็คงจะตามพวกมันทัน และช่วยนาวินได้แล้ว


“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ” 


นุชนารีบอกพี่สาวเสียงเบาจนแทบฟังไม่ออก เรี่ยวแรงหดหายไปเกือบจะหมดสิ้น ทำได้เพียงมองตามท้ายรถที่พาลูกน้อยห่างออกไปเรื่อยๆ


“แจ้งตำรวจเลยดีกว่า ตอนนี้พวกมันอาจจะยังไปไหนได้ไม่ไกล”


“ในป่าแบบนี้หาไม่เจอแน่ ... ทำยังไงดี”


นุชนารีตัวสั่นเทาด้วยความกลัว มือไม้สั่นเทา ทรุดนั่งลงกลางถนนอย่างหมดแรงจะยืนยัด ได้แต่นั่งเป็นห่วงลูกชาย ทำอะไรก็ไม่ได้


คนเป็นพี่สาวที่ยังพอมีสติก็รีบโทรบอกให้ทางรีสอร์ทส่งรถมารับทันที่ ในอ้อมกอดก็มีร่างเล็กของลูกสาวที่ร้องไห้ไม่หยุดด้วยความกลัว ไม่ต่างจากน้องสาวที่โอบกอดร่างเล็กของลูกน้อยทั้งสองอยู่เช่นกัน


“ฮือ... น้องจะไม่เป็นไรใช่ไหมฮะ”


นาวีถามเสียงสั่นเครือพลางกอดมารดาแน่น กลัวว่าน้องชายของเขาจะเป็นอะไรไป


“แน่นอนลูกรัก นาวินจะต้องไม่เป็นไรครับ...


ทั้งที่ไม่มีแรงจะยืน แต่ความเป็นแม่ก็ต้องกางปีกปกป้องลูกน้อยเอาไว้ สิ่งที่เธอต้องทำมากที่สุดในตอนนี้คือให้กำลังใจและปลอบโยนพวกเขา...

 



อึดใจต่อมารถตู้คันใหญ่จากรีสอร์ทได้แล่นเข้ามาหยุดต่อท้ายรถคันเดิม เมวารีอุ้มลูกสาวไปที่รถที่ตอนนี้มีร่างยักษ์ช่วยแบกสามเสือที่สลบเหมือดในรถไปขึ้นรถอีกคัน ก่อนเดินกลับมาอุ้มหลานสาวที่หลับสนิทไปที่รถ นุชนารีขยับอุ้มร่างลูกชายลงจากรถต้องนิ่งไปครู่เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตู น้ำตาที่ไม่คิดว่าจะไหลเออออกมาเหมือนเขื่อนแตก


“...พานาวีไปที่รถ” หันไปบอกลูกน้อง ก้าวเข้าไปหาร่างบางที่นั่งอยู่ที่เดิม


“กลับบ้านเรากัน”


ใบหน้าเนียนที่นองไปด้วยน้ำตาเงยขึ้นมองร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ร่างบางค่อยพยุงตัวลงจากรถ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมานอกจากน้ำตาที่ไหลทะลักมาเป็นสาย ก่อนโผล่เข้าหาอ้อมกอดแกร่งอย่างหาที่พึ่ง


รัฐภามโอบกอดคนรักไว้แน่น กลับไปถึงรีสอร์ทได้ยินว่าลูกชายถูกลักพาตัวไป เขาหัวใจแทบหยุดเต้นรีบตามออกมาหาทันที และเมื่อมาเห็นหญิงสาวเป็นแบบนี้แล้วเขาสาบานเลยว่าจะตามตัวลูกชายและชำระแค้นที่มันทำกับเมียรักของเขาอย่างสาสม!


นุชนารีนั่งเหมอลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รัฐภามมองคนรักด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรให้ดีไปมากกว่านี้ ได้เพียงมองอย่างห่วงหา เพราะต้องดูแลสองแสบที่เกาะเป็นลูกลิงไม่ยอมห่างจะผละไปดูคนเป็นแม่ก็ไม่ยอมท่าเดียวทำได้เพียงมองดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น


ส่วนแจ็คสัน คูส ลูฟร์ ที่ตามไปก็อาการสาหัสไม่น้อยนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกันหมดที่รีสอร์ทจึงเหลือเพียงเธอ เขาและลูกน้องอีกสองคนเท่านั้น เพราะแบร์โตต้องดูแลความวุ่นวายและจัดการปัญหาที่บริษัทแม่จึงไม่มีใครสามารถช่วยอะไรได้ในเวลานี้


“ได้เรื่องแล้วครับ”


ลูกน้องตัวโตวิ่งเข้ามาบอกนายหนุ่มถึงที่พัก สิงห์หนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูง รีบถามคนสนิทถึงตัวคนบ่งการเรื่องเลวทรามครั้งนี้


“มันเป็นใคร!


“เจมส์ คาร์เทียร์”


“ไอ้สารเลวเอ้ย! แล้วมันอยู่ที่ไหน” สบถออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อรู้ว่าใครที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายในชีวิตของครอบครัวเขา


“สัญญาณมันขาดหายไปครับ คนของเรากำลังเชื่อมสัญญาณจากดาวเทียมหาอยู่ น่าจะไม่เกินชั่วโมงก็คงได้เรื่อง...”


ทั้งเจ้านายกับลูกน้องกำลังคุยกันอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ของนุชนารีก็กรีดร้องขึ้น ร่างบางจึงหยิบมันขึ้นรับเหมือนคนไร้จิตใจ


“ฮัลโหล”


“ตายยากจริงเลยนะ!


เสียงแหลมที่ผ่านมาตามสายนั้นทำให้ดวงตากลมเรียวเบิกโพลงขึ้นแทบจะทันที เธอจำเสียงนี้ได้ขึ้นใจไม่เคยลืมเลือน แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรก็ตาม


“น้ารัตติมา!


รัฐภามหันมาทางคนรักหลังได้ยินชื่อแม่เลี้ยงใจร้าย ถ้าเขาคิดไม่ผิดก็น่าจะเป็นฝีมือหล่อนเป็นแน่ที่เอาตัวลูกชายเขาไป หันไปส่งสัญญาณไปหาคนสนิท เป็นที่รู้กัน


“ทำไม ถึงกับเสียงสั่นเลยหรือ หึ ฉันจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างคืน เหมือนที่แม่ของแกแย่งทุกอย่างไปจากฉันไง”


“อย่านะคะ! นาวินไม่เกี่ยวอะไรด้วย ถ้าจะทำ ก็มาลงที่นุชคนเดียว ได้โปรดอย่าทำร้ายลูกของนุช” น้ำเสียงสั่นเครือ ร้องขอชีวิตลูกชาย


“มันไม่ง่ายไปหน่อยเรอะ! ถ้ายังอยากเห็นหน้าไอ้เด็กบ้านี่อยู่ คืนนี้สองทุ่มเอาเงินสิบล้านมาให้ฉันที่ตลาดเก่า และห้ามบอกใครเด็ดขาด! อ้อ อย่าได้คิดจะแจ้งตำรวจ ถ้าไม่อยากให้ลูกแกเหลือแต่ชื่อ”


“...ได้ค่ะได้ นุชจะทำตามที่บอกทุกอย่าง... น้ารัตติมาเดี๋ยว...” กล่าวจบรัตติมาก็กดวางสายไปทันที

 



เจมส์ คาร์เทียร์ เดินเข้ามาเห็นร่างของคนรักที่พึ่งวางโทรศัพท์ลงก็นึกสงสัย ร่างสูงเดินเข้ามามาหยุดลงข้างกายพลางถามขึ้น


“โทรหาใคร”


“...พอดีเด็กที่ร้านโทรมาเรื่องส่งของนะคะ ไม่มีอะไรหรอก”


รัตติมาหลบตาคม แสร้งเดินเข้าไปสวมกอดร่างสูงอย่างออดอ้อน มือหนาจึงดึงร่างบางออกนิด


“โอย...”


นิ้วเรียวกุมคว้าหมับเข้าที่คางเรียวสวยบีบแน่น จนสาวแก่มีใบหน้าแหยเก๋ด้วยความเจ็บปวด


“อย่าเล่นไม่ซื่อกับฉัน ถ้าไม่อยากเป็นศพแก่ๆ นอนตายเป็นเหยื่อให้พวกนกกาในป่านี้กินเล่น เข้าใจไหม”


นัยน์ตาสีฟ้าเปล่งประกายหน้ากลัวจ้องมองมาเหมือนกับจะสูบวิญญาณออกจากร่างอย่างนั้น ก่อนจะผลักหญิงสาวออกห่าง


“มึงก็อย่าหวังว่ากูจะยอมให้มึงฝ่ายเดียว! ไอ้โรคจิต”


รัตติมาลูบคางตัวเองปอยๆ เมื่อเป็นอิสระ มองตามร่างสูงไปด้วยความเครียดแค้น


โปรดติดตามตอนต่อไป...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

84 ความคิดเห็น