ตอนที่ 7 : พบรัก สอง 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    13 เม.ย. 62






ร่างสูงถอยห่างก้าวหนึ่งมองดูหญิงสาวตรงหน้า ช่างงดงาม สง่า และน่าทะนุถนอมเหลือเกิน และไม่ผิดหวังที่เขาเลือกเธอมาเดินชุดเครื่องเพชรชุดนี้ที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจทำขึ้นมันมา รัฐภามยื่นแขนแกร่งส่งมาให้


“อะไรคะ?” นุชนารีที่ยังยืนนิ่งมองเขาตาปริบๆ


“งานจะเริ่มแล้ว”


มือหนาจึงคว้ามาเกาะเสียเอง พาเดินเคียงคู่กันออกจากห้องตรงเข้าไปยังด้านหลังเวที และเขาอาสาพาไปส่งด้วยตัวเอง


ทั้งสองก้าวมาถึงด้านหลังเวทีทุกสายตาของเหล่าบรรดานางแบบต่างจับจ้องมองไปยังทั้งคู่เป็นจุดเดียว มองทั้งความชื่นชมและอิจฉาในเวลาเดียวกัน พวกหล่อนพยายามทำทุกอย่างให้ได้ใกล้ชิดแทบตาย แต่ก็สูญเปล่า แล้วเจ้าหล่อนคนนี้เป็นใครกันถึงได้รับสิทธิ์นั้น


“อย่าทำให้ผมผิดหวัง” นุชนารีนิ่งไปหลังได้ยินเขากระซิบบอก


หลังกล่าวจบรัฐภามผละเดินออกจากตรงนั้นไป ไม่สนใจสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมายังเขา ทั้งโปรยความปรารถนาที่พวกหล่อนแสดงออกมาชัดเจน จนไม่ต้องมองก็รู้ว่าพวกเธออยากจะขึ้นเตียงกับเขาจนใจจะขาด แต่น่าเสียดายที่ผู้หญิงคนนั้นเขาได้เลือกไปแล้ว


“เชิญเตรียมตัวทางนี้ค่ะ...” 


หนึ่งในทีมงานก้าวยาวเข้ามารับร่างนุชนารีพาไปเตรียมตัวทางด้านหลังเวที พร้อมจะขึ้นแสดงโชว์เป็นคนสุดท้ายและเป็นที่สุดของงานในคืนนี้


 และช่วงเวลาที่ทุกท่านรอคอยกับเครื่องเพชรชุดพิเศษที่ได้รับการออกแบบและควบคุมผลิตทุกอย่างจากท่านประธานของฟานเซสจิวเวลรี่ของเราครับ


แสงไฟดวงใหญ่ส่องมาที่โต๊ะด้านหน้า ร่างสิงห์แห่งฟานเซสจิวเวลรี่ ลุกขึ้นรับเสียงปรบมือและคำชมมากมายจากแขกที่มาร่วมงาน บรรดาช่างภาพต่างทึ่งและอดชื่นชมเขาเสียไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ สมกับเป็นบุตรแห่งฟานเซส ความสามารถไม่ได้แพ้พี่น้องทั้งสี่ที่ได้รับการยกย่องเป็นที่สุดในการบริหารงาน


จากนั้นแสงแฟลชรัวเป็นชุดอีกครั้งเมื่อร่างนางแบบเดินมาพร้อมกับเครื่องเพชรชุดพิเศษ เรื่องราคานั้นไม่ต้องพูดถึงแทบประมาณค่าไม่ได้ ร่างงามก้าวมาหยุดลงด้านหน้าเวทีด้วยท่าทางสง่างาม สมกับตำแหน่งนางแบบเบอร์หนึ่งของเอเชีย


นิ้วเรียววาดไล้ลงสร้อยเพชรบลูเซปไฟร์สีน้ำเงินประกายม่วงเม็ดใหญ่ ตัวสร้อยทำจากเพชรสีขาวบริสุทธิ์ ร่วมทั้งต่างหู กำไลแขน แต่ไม่รวมแหวนเพชรน้ำงามที่ประดับอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ทำให้ผู้ชมในห้องเหมือนถูกมนต์สะกดตึงค้างให้จับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว


ขณะที่นักข่าวต่างกดซัตเตอร์ระรัวอย่างบ้าคลั่ง ความคร่ำหวอดในวงการทำให้เธอไม่รู้สึกประหม่าอย่างที่ควรจะเป็น ร่างบางเดินหมุนกายอีกรอบ ทุกท่วงท่าช่างเหมือนกับนางในเทพนิยายที่หลุดออกมาให้ยลโฉม นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องมองตาไม่กระพริบ


เสียงปรบมือดังกราวแสงแฟลชยังคงทำงานได้เป็นอย่างดี ร่างงามของหญิงสาวก้าวมาหยุดลงด้านหน้าเวที ทุกสายตาจับจ้องมองมายังเธอไม่วางตา นุชนารีโชว์ชุดเครื่องเพชรบนเรือนร่างด้วยความอ่อนช้อยราวนางพญา แล้วหมุนร่างอรชรเดินกลับเข้าไปด้านใน แต่ยังมิวายทิ้งสายตาชวนฝันหาให้ทุกสายแทบจะละลายตามไป ช่างงดงามไร้ที่ติเสียเหลือเกิน


นางแบบทุกคนออกเดินออกมาโชว์ชุดเครื่องเพชรทั้งหมดอีกรอบ บรรดาแขกเรื่อแต่ละคนต่างปรึกษาว่าจะเอาชุดไหนดี แต่ละชุดสวยงดงาม น่าจับจองเก็บสะสมไว้เสียทุกชิ้น แต่แล้ว...


“ว้าย!


ร่างสูงโปร่งของนุชนารีเซถลาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมเรียวเบิกกว้างตกใจสุดขีด รัฐภามจับจ้องมองอยู่ก่อนแล้วรีบพุ่งพรวดขึ้นไปรับร่างบางเอาไว้ นุชนารีลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกเหมือนมีเบาะนุ่มมารองรับไว้ ใบหน้านวลแดงระเรื่อขึ้นเมื่อได้รู้ว่าที่เธอนอนทับอยู่คือร่างเจ้าของเครื่องเพชรที่เธอสวมอยู่ ดวงหน้าหวานห่างจากใบหน้าคมไม่ถึงคืบ


ทั้งคู่สบตากันนิ่งจนแทบจะลืมไปว่างานยังไม่จบ และเป็นหญิงสาวที่หลบก่อน ขื่นตัวลุกออกจากร่างสูงที่เธอนอนทับอยู่ ยังดีที่เวทีไม่สูงมากไม่อย่างงั้นคงได้แขนขาหักกันพอดี บรรดาแขกเรื่อในงานต่างตกใจกันยกใหญ่กับเหตุการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้น


ขะ ขอบคุณค่ะ” 


นุชนารีพูดติดขัด เอ่ยขอบคุณเจ้าของเบาะมีชีวิตที่เธอพึ่งลุกจากมา ชายหนุ่มก้มลงสำรวจร่างบางอย่างรวดเร็ว ลูกน้องทั้งสองรีบเข้ามาพยุงนายหนุ่มขึ้น


เจ็บตรงไหนหรือเปล่า


มะ ไม่เป็นไรค่ะ ...อะ


ร่างบางเซน้อยๆ เมื่อลุกขึ้นยืนเต็มเท้า และเกือบได้ไปนั่งเล่นจับกบกับพื้นอีกรอบ โชคดีที่ได้อ้อมแขนแข็งแรงของคนตรงหน้ารับไว้ได้ทัน


“นี่เหรอไม่เป็นไร” สิงห์หนุ่มก้มลงตำหนิ


“...” 


นุชนารีเถียงไม่ออก ตอนที่นั่งอยู่บนตัวเขาเธอไม่รู้สึกเจ็บนี่น่า ให้จะไปรู้ว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บ


แสงแฟลชรอบตัวยังคงทำงานได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่ารัวเป็นชุดใหญ่ชนิดไม่ลืมหูลืมตากับภาพที่หาชมได้ยากเหลือเกินสำหรับสิงห์หนุ่มแห่งฟานเซส ที่ลงทุนเอาตัวเองพุ่งเข้ารับร่างของนางแบบสาวอย่างไม่คิดกลัวความเจ็บ


“จับมือผมไว้”


“คะ?”


คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันสงสัยว่าเขากำลังจะทำอะไร มือหนายื่นมาตรงหน้า แม้ยังงงงวยอยู่แต่ก็ยอมยื่นมือไปจับมือแกร่ง รัฐภามดึงร่างบางขึ้นจากพื้น แม้จะเป็นเพียงแรงไม่มาก แต่ด้วยร่างบางที่ร่างกายไม่มั่นคงจึงเซถลาเข้าแนบชิดอกกว้าง รัฐภามไม่มีเวลาคิด แขนแกร่งวาดโอบเอวคอดกิ่วพาเดินกลับขึ้นไปบนเวที


“อุย! คุณจะทำอะไร”


“ไม่ต้องถาม ทำตามที่ผมบอกก็พอ ...ยิ้ม”


นุชนารีทำหน้าเลอะละ ก่อนรีบปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว รู้ว่าที่เขาทำเพราะต้องทำงานให้จบ ริมฝีปากบางแย้มยิ้มแต่พองาม ก้าวตามจังหวะที่ชายหนุ่มพาไป ทั้งสองเดินเคียงคู่ไปบนเวทีอย่างสง่างาม เรียกเสียงปรบมือและเสียงกรีดร้องจากแขกในงานอย่างล้นลาม


ตีระยายืนกำมือแน่น  เจ็บใจที่แผนการของหล่อนทำอะไรนางแบบรุ่นน้องไม่ได้ แถมอีกฝ่ายยังได้อยู่ในอ้อมกอดของ รัฐภาม ฟานเซส ทำไมโชคถึงเข้าข้างมันตลอด เพราะอะไรถึงไม่เป็นเธอบ้าง!


โปรดติดตามตอนต่อไป...




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

76 ความคิดเห็น

  1. #50 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 18:16
    จะมีคนรู้ถึงความร้ายของนางมั้ย
    #50
    0