ตอนที่ 65 : พบรัก ยี่สิบสอง 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 936
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    17 มิ.ย. 62









เมวารีเดินอุ้มร่างของลูกสาวกลับบ้านพัก รู้สึกวูบวาบทางด้านหลังรู้สึกว่ามีคนเดินตาม จึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นให้ถึงบ้านโดยเร็วด้วยความที่รีบมากจึงไม่ทันสังเกตว่ามีกำแพงชีวิตยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า ทำให้ชนเข้าเต็มแรง


“อุ้ย นาย!


ดวงตากลมเรียวเงยหน้ามองคนตรงหน้าถึงกับนิ่งค้างทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ


“ขอโทษ เป็นอะไรไหม”


แจ็คสันโอบกอดสองร่างไว้ได้ทัน จ้องมองพวกเขาอยู่เช่นกัน จนมีเสียงร้องไห้โยเยของลูกสาวดังขึ้น แต่คนเป็นแม่ก็ยังไม่รู้ตัว จึงรวบร่างเล็กของลูกสาวมาปลอบโยนแทน


“โอ้ๆ ไม่เป็นอะไรแล้วนะครับ”


มือหนาลูบแผ่นหลังเล็กไปมาให้ความอาการทุกใจ ไม่นานเด็กสาวก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง


“เอาลูกฉันคืนมานะ!


เมวารีที่พึ่งรู้สึกตัวก็จ้องมองมาที่ทั้งคู่ น้ำตาพาลจะไหลออกมาอีกครั้งจนได้


“ชู่ว์ เขาก็เป็นลูกผมเหมือนกันนะวารี” แจ็คสันบอกเสียงเรียบบ้าง แต่ยังเบาเสียงไว้ไม่ต้องการให้รบกวนร่างเล็กในอ้อมอก


“เขาเป็นลูกฉันคนเดียว! เอาลูกฉันคืนมานะ”


เมวารีไม่ยอมง่ายๆ ถลาเข้าไปหมายแย่งตัวลูกสาวกลับคืน เด็กหญิงวารินดาที่กำลังหลับสบายสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความตกใจเมื่อถูกกระชากด้วยแรงไม่เบานัก


“แง่ง...” เด็กสาวส่งเสียงร้องไห้โฮเสียงดังลั่น เมวารีเองตกใจรีบปล่อยมือจากลูกสาวทันที  


“วารินลูก คุณแม่ขอโทษ แม่ไม่ได้ตั้งใจ วาริน...


เมวารีเตรียมเข้าไปปลอบลูกสาว แต่ต้องชะงักกึกอยู่กับที่เมื่อลูกสาวเบือนหน้าหนีไปโอบกอดรอบคอแกร่งไว้แน่น ร้องไห้เสียงดังลั่นป่านจะขาดใจ


“โอ้ๆ ไม่เป็นไรแล้วนะ”


แจ็คสันตกใจไม่น้อย มือหนาลูบแผ่นหลังเล็กไปด้วย เสียงทุ้มกังวานกับท่าทีอ่อนโยนนั้นช่างมีอิทธิพลกับร่างเล็กเหลือเกิน


“มาครับคุณพ่อจะเป่าให้น่า โอมเพี้ยงๆ เห็นไหมหายแล้ว เราเข้าบ้านกันดีกว่าเนอะ” เสียงร้องไห้เมื่อครู่หายไปดังสายลมพัดผ่าน


เมวารีได้แต่เพียงมองตามทั้งคู่ไป มือบางยกขึ้นปิดปากแน่นกลัวว่าเสียงสะอื้นของเธอจะดังไปถึงสองคนที่พึ่งเดินจากไป ร้องจนพอแล้วก็เดินตามพวกเขาไป


ก้าวแรกที่หญิงสาวมาถึงก็เห็นเขาอุ้มร่างเล็กอยู่หน้าประตู ก่อนเดินไปไขประตูแล้วเปิดออกกว้างให้ ชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปในบ้าน แต่แม่ลูกสาวตัวน้อยกลับไม่ยอมปล่อยมือ เดินตามร่างบางไปที่ห้องนอนเล็ก อยู่ถัดไปด้านซ้ายมือของเขา ร่างสูงก้มลงจะวางร่างของลูกสาวลงบนเตียงน่ารัก


แต่มือเล็กที่โอบรอบคอแกร่งกลับไม่ยอมปล่อย ส่งเสียงอืออาออกมา และกอดรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม แจ็คสันเงยหน้ามองเจ้าของบ้านที่ยืนอยู่อีกฝั่งเตียง พร้อมเอ่ยบอกเสียงเบา


“คุณจะว่าอะไรไหมถ้าผมจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพักจนกว่าลูกจะหลับ”


“...ลูกหลับเมื่อไรคุณก็กลับไปได้”  


กล่าวจบผละเดินออกจากห้องไปทันที ไม่อยากให้เขาน้ำตาที่พยายามอดกลั่นเอาไว้ไหลออกมาท่วมใบหน้า เธอจะไม่ยอมให้เขาได้เห็นมันเด็ดขาด


“ขอบคุณนะวารี...”


ชายหนุ่มรู้ดีว่าเธอรู้สึกเช่นไรจึงไม่พูดอะไรมาก พลางก้มร่างเล็กของวารินดาตัวน้อยอยู่ในอ้อมแขน มือหนาตบแผ่นหลังเล็กแผ่วเบาให้ลูกสาวตัวน้อยหลับสู่นิทราอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าที่สะสมจากการเดินทางหลายชั่วโมงทำให้ชายหนุ่มผล็อยหลับไปเคียงข้างร่างของบุตรสาวในเวลาไม่นาน

 


เมวารีแยกไปจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนเดินกลับมาดูทั้งสองอีกครั้งเห็นว่าหลับทั้งคู่ ความคิดที่จะไล่เขากลับไปต้องพับเก็บ อีกอย่างกลัวลูกสาวตื่นมากลางดึก จำต้องตัดสินใจเดินออกมานั่งคิดทบทวนบ้างอย่างอยู่ที่โซฟาจนเผลอหลับไปอีกคน


แจ็คสันรู้สึกตัวตื่นในเวลาต่อมาเดินออกมาหาน้ำดื่มกลางดึก เห็นร่างบางนอนอยู่บนโซฟานึกแปลกใจว่าทำไมเธอไม่เข้าไปนอนในห้อง ร่างสูงก้าวเดินมาหยุดลงใกล้ๆ ก้มลงมองใบหน้านวลอยู่ครู่หนึ่ง ฝังจุมพิตแห่งความรักและความคิดถึง


ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีขอมอบมันให้กับเธอบนหน้าผากมนเนินนาน  พลางช้อนอุ้มร่างของหญิงสาวขึ้นอ้อมแขนแกร่งเข้าไปอีกห้องที่อยู่ข้างกันกับห้องลูกสาว ล้มตัวลงนอนเคียงข้างพร้อมดึงเธอเข้ามากอดแล้วหลับไป



เช้าวันรุ่งขึ้นของวันจันทร์ที่แสนสดใส อากาศชดชื่นบริสุทธิ์มีหมอกลงจางๆ แสงระยิบระยับจากน้ำค้างบนยอดหญ้าลานกว้างด้านหน้ารีสอร์ทช่างงดงามเหมือนเพชรนับล้านที่ส่องแสงล่อตาผู้พบเห็น โดยเฉพาะ รัฐภาม ฟานเซส ไม่บ่อยที่จะได้พบเห็นอะไรแบบนี้ มันสวยงามเลอค่าจนเขาเองยังต้องหลงใหลไปกับมัน และเผลอหลงรักเข้าให้ในนาทีแรกที่เดินผ่านมาพบเห็นเลยก็ว่าได้


“คุณพ่อฮะไปทานข้าวกัน”


นาวี รีโอ ลูกชายคนโตวิ่งมาตามคนเป็นพ่อไปรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน มื้อนี้เป็นเมนูโปรดของทั้งสามแสบนั่นเอง คือข้าวต้มกุ้งทรงเครื่องแสนอร่อย


“ไปครับ มาครับพ่ออุ้ม”


รัฐภามยังไม่คุ้นกับคำนี้นักก็อดที่จะรู้สึกขัดเขินทุกครั้งที่ได้ยินเสียไม่ได้ ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วเรียกเขาว่า พ่อ


“พ่อฮะอุ้มนาวินด้วยฮะ/นารินด้วยคะ”


สองแสบวิ่งตามมาสมทบจะให้บิดาอุ้มให้ได้ ชายหนุ่มไม่ขัดก้มลงอุ้มร่างเล็กของสองแสบด้วยแขนแกร่ง ส่วนน้องเล็กกระโดดขึ้นขี่หลังพาเดินไปที่ห้องอาหาร


นุชนารีมองสองพ่อลูกที่ไม่ยอมออกห่างจากกันตั้งแต่เมื่อคืนยันตื่นเช้ามาด้วยกัน เป็นเธอเสียอีกที่ลูกไม่ค่อยให้ความสนใจ จนอดรนทนไม่ไหวต้องเดินเข้ามาดุเสียงเย็น


“ถ้าไม่ทานข้าวแล้ว...งั้นคุณแม่เก็บแล้วนะคะ”


“รีบไปนั่งดีกว่าครับ เดี๋ยวอดกินข้าวไปเร็ว” รัฐภามก้มลงบอกลูกๆ ทั้งสามแสบจึงรีบเดินจับจองที่นั่งของตัวเอง


แฝดสามไม่มีใครกล้าสบตามารดา และที่สำคัญอาหารมื้อนี้พวกเขาทานกันแค่คนในครอบครัว เนื่องจากทุกคนออกไปข้างนอกกันหมด อาหารที่น่าตาดูแสนอร่อยและยังเป็นอาหารโปรดของแฝดสาม กลายเป็นเพียงข้าวต้มหมูธรรมดาซึ่งทั้งสามไม่ยอมทานนั่งเคลียเล่นไปมา


นุชนารีเห็นเข้าจึงกะเตือนลูกๆ ให้ทานข้าว เพราะอีกเดี๋ยวถ้าเลยเวลาไปแล้วจะบ่นปวดท้องกัน แต่ช้ากว่าสิงห์หนุ่มที่นั่งอยู่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม


“ผมจัดการเอง ...ถ้าใครทานข้าวหมดก่อน พ่อมีรางวัลให้ ตกลงไหมครับ”


นุชนารีหันไปกระซิบเสียงเรียบ สิ่งที่เธอสอนลูกมาก่อนหน้านี้จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย


“นี่คุณกำลังสอนให้พวกเขาทำเพื่อหวังผลอยู่นะ”


“อย่าคิดมากสิครับ ...ทานกันเลยครับ” ชายหนุ่มบอกปัด แล้วหันมาบอกลูกทั้งสามเสียงใส


โปรดติดตามตอนต่อไป...









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

71 ความคิดเห็น

  1. #34 เมืองเก่า (@boonglo) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 08:56

    ผู้ชายแมนๆ สอนลูกกกก น่ารักอ่ะ
    #34
    0