พบรักรัฐภาม [ชุด Men Of Lions] (ลงจบ) EBook

ตอนที่ 64 : พบรัก ยี่สิบสอง 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    15 มิ.ย. 62









แขกเรื่อภายในงานต่างตกอกตกใจกับสิ่งที่เห็น ต่างส่งเสียงฮือฮา และสิ่งที่ทำเอาทั้งงานต้องนิ่งอึ้งไปอีกครั้งเมื่อร่างเด็กทั้งสามสะบัดมือออกจากมารดา แล้ววิ่งไปกอดร่างสูงของคนที่เด็กๆ เรียกว่าพ่อเอาแน่น ส่งเสียงร้องไห้โหลั่นระงมไปทั่วบริเวณ


“เราไม่ยอม ฮือๆ”


บรรดาแขกที่มาร่วมงานเองเห็นภาพนั้นแล้วก็สะท้อนในใจไม่น้อย ต่างมองมาที่หญิงสาวว่าเธอจะตัดสินใจ


นุชนารีเห็นภาพตรงหน้าก็นิ่งอึ้งไปไม่ต่างกัน ไม่คิดว่าลูกทั้งสามคนจะรักและห่วงใยผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนมากมายถึงขนาดนี้ และเธอไม่อาจทนเห็นภาพนั้นได้จึงหันหลังวิ่งหนีออกจากตรงนั้นไป


“นุชเกิดอะไรขึ้น


เมวารีและนัฐชยาเดินออกมาเห็นหญิงสาววิ่งผ่านหน้าไปก็ตกใจไม่น้อย พอเดินเข้าไปที่ลานกว้างด้านหน้าและถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์จึงรู้ต้นเหตุที่ทำให้นุชนารีวิ่งออกมา


“ยัยนุชคงจะเจ็บปวดไม่น้อยเลยนะคะ”


นัฐชยามองดูภาพตรงหน้าด้วยความสลดใจ เป็นเธอก็คงทำใจลำบากเหมือนกัน สามปีที่พยายามหลบหลีกกันมา มันดูไม่มีประโยชน์เมื่อพ่อลูกเขาได้เจอหน้ากัน


“ไม่มีผู้หญิงคนไหน ไม่เจ็บปวดที่เห็นคนรักที่ทิ้งไปกว่าสามปี กลับมาเพื่อขอคืนดีในวันที่ทุกอย่างสายไปแล้วหรอก”


เมวารีเข้าใจความเจ็บปวดนั้นดี เหมือนกับที่มันกำลังวนกลับมาหาเธออีกครั้งเช่นกัน หลังเห็นร่างสูงของใครอีกคนที่ยืนเด่นอยู่กลางลานกว้างตรงหน้า


“นัฐว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างคิดเสมอไปหรอกนะ”


“แต่มันก็ไม่ได้ดีไม่กว่านี้”


นัฐชยาไม่คิดอย่างพี่สาว เธอเห็นอะไรอีกหลายอย่างจากทั้งพี่สาวและเพื่อนรัก นุชนารียังเก็บเรื่องราวของผู้ชายคนนั้นเอาไว้ ไม่เคยทิ้งไปอย่างที่ปากพูด ถึงแม้ว่าจะไม่แสดงออกมา แต่เธอรู้จักนิสัยของเพื่อนรักดี


“โถลูกรัก...”


รัฐภามน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่คิดว่าลูกๆ จะรักและห่วงใยเขาทั้งที่พึ่งเจอกันแท้ๆ คงจะเป็นอานุภาพของความรักระหว่างพ่อกับลูกสินะ...


“โอ้ๆ ไม่ร้องนะครับ เราไปเป่าเค้กกันดีกว่าเนอะ”


ชายหนุ่มทรุดกายลงอุ้มลูกทั้งสามขึ้นอ้อมแขนพาเดินกลับมาที่ลานกว้างตรงสถานที่จัดงาน เพราะอีกไม่กี่นาทีจะเริ่มงานวันเกิดของแฝดสามแล้ว

 



เมวารีเดินออกมาตามน้องสาวที่หลบไปร้องไห้ หญิงสาวเดินอ้อมสวนดอกไม้งามไปที่ศาลากลางสวน ก้าวเข้าไปยืนมองร่างบางที่กำลังร้องไห้จนตัวโยกแล้วรู้สึกสงสารจับใจ


“มาหลบอยู่นี่เองงานจะเริ่มแล้วนะ”


“...พี่วารี” 


นุชนารีรีบเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องการให้พี่สาวเป็นห่วง


“ไปกันเถอะ เด็กๆ รออยู่ อะไรที่มันกำลังจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด ถือเสียว่าเราทำดีที่สุดแล้ว” แม้สิ่งที่เธอบอกน้องสาวมาทั้งหมด ตัวเธอเองกำลังเตรียมตัวจะรับมืออยู่เช่นกัน


“นุชทำใจให้ยอมรับไม่ได้... เขาจะกลับมาทำไมพี่วารี กลับมาทำไม...” น้ำตาใสไหลรินออกมาอีกครั้ง


“นุช เราหนีความเป็นจริงนี้ไปไม่ได้ตลอดหรอกนะ สักวันลูกก็ต้องรู้ เชื่อพี่เถอะ แต่ตอนนี้เข้างานก่อน เด็กๆ รอเป่าเค้กอยู่”


สองสาวเดินเข้ามาในงาน นุชนารีก้าวเข้าไปหาลูกๆ พร้อมเค้กวันเกิดสุดพิเศษที่เธอเป็นคนลงมือทำเอง เธออยากจะมอบความรักทั้งหมดที่มีให้กับพวกเขา แม้ว่าตอนนี้เขาจะได้ความรักจากอีกคนหนึ่งที่เรียกว่าพ่อเพิ่มมา แต่เธอก็ไม่อยากให้ลูกคิดว่าเธอรักพวกเขาน้อยลง


“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยูแฮป ปี้ เบิร์ด เดย์ ทู ยู นาวี นาวิน นาริน แม่ขอให้ลูกทั้งสามของแม่เป็นเด็กดี และเป็นคนดีอย่างนี้ตลอดไปนะคะ”


นุชนารีอวยพรทั้งน้ำตา แฝดสามโผล่เข้าโอบกอดมารดาอันเป็นที่รัก ด้วยความบริสุทธิ์ใจของความรักที่คนเป็นแม่เป็นลูกจะมอบให้กันได้ มือบางโอบกอดร่างเล็กที่โตเร็วเหลือเกินของแฝดสาม


“นาวีรักคุณแม่นะฮะ”


“นาวินก็รักคุณแม่ฮะ แต่มากกว่าพี่นาวี” นาวินน้องชายผู้ไม่ยอมใครว่าขึ้น


“นารินรักคุณแม่มากๆ มากกว่าพี่ทุกคนเลยด้วย”


เสียงเล็กของเด็กหญิงนารินที่บอกรักมารดาดังกว่าพี่ชายทั้งสอง เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากแขกที่มาร่วมงานได้เป็นอย่างดี ร่วมทั้งคนเป็นพ่ออย่างรัฐภามด้วยเช่นกัน


“ขอให้ทั้งสามมีความสุขและเป็นเด็กดีแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆนะครับ”


รัฐภามอวยพรให้กับลูกๆ ทั้งสามบ้าง เด็กชายเด็กหญิงโผล่เข้ากอดชายหนุ่มยิ้มแย้มมีความสุข ต่างคนต่างไม่ยอม


“คุณพ่ออุ้มหน่อยฮะ/ค้ะ” 


สามแสบเรียกร้องให้คนเป็นพ่ออุ้มวุ่นวาย และก็สมใจอยากเมื่อถูกอุ้ม ส่งเสียงหัวเราะมีความสุขเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นแม่เลี่ยงออกไปนั่งมองพ่อลูกเล่นกันอีกมุมหนึ่ง


“น้ำครับ”


ร่างสูงของใครคนหนึ่งเดินมาหยุดลงใกล้ๆ พร้อมกับยื่นแก้วน้ำผลไม้มาให้


นุชนารีเงยหน้าขึ้นมองจึงเห็นว่าเป็น ราเชนทร์ วินไทย นายแบบและพระเอกหนุ่มสุดหล่อที่กำลังมาแรงในตอนนี้


“ขอบคุณค่ะ”


“ทำไมมานั่งคนเดียว ทำไมไปสนุกกับเด็กๆล่ะครับ” ชายหนุ่มถาม


“วันนี้ว่างหรอค่ะถึงมาได้” นุชนารียิ้มรับเจื่อนๆ หันมาถามเรื่องของชายหนุ่มแทน


“ครับ ...เขาเป็นพ่อของแฝดสามใช่ไหม ขอโทษที่ถาม” ราเชนทร์รีบบอกขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะถามแบบนั้น


“ไม่เป็นไรค่ะ ความจริงก็คือความจริง ต่อให้หนียังไงก็ต้องเจออยู่ดี”


นุชนารีเริ่มเข้าใจคำว่าโชคชะตาก็วันนี้ ฟ้าได้กำหนดให้คนสองคนเป็นคู่กันแล้ว ต่อให้พลัดพรากจากกันนานหลายปี สุดท้ายก็ต้องกลับมาเป็นคู่กันอยู่วันยังค่ำ


“ดูคุณจะไม่ค่อยจะชอบเขาเท่าไร”


“คนเราก็มีทั้งชอบ ไม่ชอบ แล้วแต่เราจะเลือก แต่สำหรับฉันไม่ใช่ทั้งสองอย่าง เขากับฉันไม่ใช่ศัตรูกันจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องเกลียดกัน เขาไม่ได้มีความสำคัญกับฉันตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว”


ความรู้สึกพลั่งพลูออกมาทำเอาชายหนุ่มอีกคนที่นั่งฟังนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เธอบอก


“...ผมคงต้องขอตัวก่อน ฝากหอมแก้มสามแสบด้วยนะครับ”


กล่าวจบราเชนทร์ผละลุกเดินจากไป เมื่อเหลือบไปเห็นเป้าหมายที่กำลังเดินออกจากงานไป

 


รัฐภามจ้องมองมาแต่ไกลก็รู้สึกไม่พอใจ ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน หรือว่าจะเป็นคนที่กำลังตามจีบเธออยู่เหมือนที่พนักงานพูดกัน ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้กาลแล้ว เขาจะต้องรีบหาทางขัดขวางโดยเด็ดขาด เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเป็นพ่อของลูกเขา และคนๆนั้นต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น!


ด้านแฝดสามที่กินและเล่นจนเหนื่อยก็นอนหลับบนตักของบิดาไปเป็นที่เรียบร้อย สิงห์หนุ่มเองไม่รู้จะอุ้มลูกกลับไปนอนอย่างไร มองหาคนสนิทก็หายหัวไปไหน ถ้าแค่สองคนเขาพอจะอุ้มไหว แต่นี่มีถึงสามคงต้องรอให้คนเป็นแม่มาช่วย ความคิดทั้งหมดหยุดลง เมื่อร่างสูงโปร่งของคนเป็นแม่ก้าวเดินเข้าใกล้พร้อมกับพี่เลี้ยงของสามแสบ


“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมอุ้มนาวีกับนาวินเอง” พี่เลี้ยงทั้งสองต้องหยุดที่เดิม


“พวกพี่กลับไปพักผ่อนเถอะ ขอบคุณมาก”


นุชนารีจึงหันไปบอกให้พี่เลี้ยง เธอรู้ว่าเวลาที่ทั้งสามถูกรบกวนตอนหลับมันคืนหายนะดีๆ นี่เอง ทุกคนในรีสอร์ทต่างข้อนี้รู้ดี


“ตามมา”


หญิงสาวบอกแค่นั้น ก่อนจะก้มลงช้อนร่างลูกสาวตัวน้อยขึ้นอ้อมแขน พาเดินนำไปยังบ้านพักที่อยู่ทางด้านหลังห่างจากรีสอร์ทไปไม่ไกลนัก


รัฐภามพึ่งสังเกตสองข้างทางมีรั้วดอกมะลิสีขาวเต็มบานสะพรั่งเต็มต้นทอดยาวไปตลอดทาง ขาแกร่งก้าวเข้ามาอาณาเขตบ้านก็มีซุ้มประตูดอกพวงแสดโค้งสีส้มสดและมีป้ายที่เขียนบอกว่า บ้านไพรนารีถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นชื่อมารดาของหญิงสาว


รัฐภามเดินนำร่างเล็กของสองหนุ่มน้อยไปที่ห้องนอน เป็นห้องที่ถูกจัดไปน่ารักและอบอุ่นมาก โดยเด็กทั้งสามต่างนอนอยู่ในห้องเดียวกัน


“หมดธุระแล้ว เชิญกลับไปได้” เอ่ยไล่เขาน่าตาเฉย ไม่ได้คิดจะให้อยู่ต่อแม้เสียวนาที


“แต่ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ


“วันนี้ฉันเหนื่อยมาก ไม่มีแรงจะมาคุยอะไรด้วยทั้งนั้น กลับไปเถอะ ฉันขอร้อง” หญิงสาวบอกปัดด้วยแววตาเหนื่อยล้า


รัฐภามมองดูใบหน้านวลที่อิดโรยและอ่อนเพลียมากก็ไม่อยากเซ้าซี้อะไรต่อจึงพับเก็บเรื่องทุกอย่างลง


“ถ้าอย่างนั้นคุณพักผ่อนเถอะ ผมไม่กวนแล้ว”


ร่างสูงนั่งลงข้างลูกชายทั้งสองก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเล็กเป็นการบอกฝันดีเหมือนที่มารดากับตอนเด็ก แล้วมาจบลงที่น้องเล็กก็ทำเหมือนกัน นุชนารีเห็นภาพนั้นแล้วก็สะท้อนในอก มองร่างสูงที่เดินไปตามถนนที่เชื่อมไปที่รีสอร์ทด้วยความรู้สึกที่เริ่มตีรวนในอก


โปรดติดตามตอนต่อไป...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

76 ความคิดเห็น