ตอนที่ 62 : พบรัก ยี่สิบเอ็ด 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    13 มิ.ย. 62








เมวารีพาลูกสาวขับรถมุ่งหน้ากลับรีสอร์ทและตอนนี้น่าจะกำลังวุ่นวายกับอาหารมื้อเที่ยงกันอยู่ เธอน่าจะไปทันเสิร์ฟของหวานพอดี


เบบี้ ชาร์ค ดู๊ด ดู ดู่ ดุด,เบบี้ ชาร์ค ดู๊ด ดู ดู่ ดุด...


วารินดาร้องเพลงเสียงแจ่วอย่างมีความสุข ในมือมีตุ๊กตาตัวโปรดที่นุชนารีซื้อให้ตอนอายุครบหนึ่งขวบ ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ยอมวางห่างมือ ไปไหนต้องหอบไปด้วยตลอด


“นางฟ้าตัวน้อยของแม่ให้อะไรเป็นของขวัญให้แฝดสามน่า”


เมวารีเอ่ยถามลูกสาวตัวน้อยเสียงใส เธอแอบเห็นว่าลูกสาวเตรียมของขวัญและแอบหลบไปห่อไม่ให้เธอเห็นด้วย แน่นอนว่าแต่ละคนจะได้ไม่เหมือนกัน


“ไม่บอกค่ะ เป็นความลับ” วารินดาตอบ แววตาเปล่งประกายสุกใส


“บอกหน่อยไม่ได้หรือค่ะ นิดหนึ่งน่าคนดี คุณแม่อยากรู้นี่น่า” เมวารีทำเสียงอ้อนลูกสาว


“ไม่ได้ค่ะ แล้วคุณแม่ล่ะค่ะให้อะไร” เสียงเล็กปฏิเสธ พลางถามกลับมารดามบ้าง


“คุณแม่ก็ไม่บอก รอลุ้นพร้อมกันดีกว่าเนอะ”


สองแม่ลูกต่างปิดที่จะบอกถึงของขวัญพิเศษที่จะมอบให้กับแฝดสามจอมแสบแห่งรีสอร์ท ไพรนารี ระหว่างทางที่ทั้งคู่กำลังจะเลี้ยวเข้าปากทางของรีสอร์ทมีรถอีกคันวิ่งสวนออกมาด้วยความเร็ว ทำให้เธอไม่ทันระวังเผลอเหยียบเบรกกะทันหันทำให้ร่างเล็กของวารินดากระเด็นไปด้านหน้าแล้วหัวย้อนกลับไปกระแทกเบาะแม้จะไม่แรงมากแต่ได้สร้างความตกใจแก่เด็กหญิงไม่น้อยส่งผลให้ร้องไห้จ้าขึ้นทันที


“วารินลูก! ไหนคุณแม่ดูหน่อยค่ะ ไม่ร้องนะคะ”


เมวารีหันมาดูลูกสาวตัวน้อยทางเบาะหลังแล้วรีบลงไปดู โอบกอดร่างเล็กให้คลายอาการตกใจ พึมพำขอโทษจากใจที่เธอไม่ระวัง


“...รอคุณแม่เดี๋ยวเดียวนะคะ” 


เมวารีรีบสำรวจร่างกายก็เห็นว่ามีเพียงหน้าผากน่าจะไปกระแทกประตูรถเริ่มบวมปูดขึ้นมาให้เห็น


“ขอโทษด้วยนะครับ พวกคุณเป็นอะไรไหม...”


คู่กรณีรีบลงจากรถเดินมาดูอีกฝ่ายที่ดูตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่แล้วต้องถอยหลังไปอัตโนมัติ เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่เป็นใคร


“วารี!


“นาย!


แจ็คสันตกใจไม่แพ้กัน เขาไม่ทันมองว่ามีรถสวนเข้ามา ชายหนุ่มเตรียมจะก้าวเข้าไปหาแต่ถูกหญิงสาวร้องห้ามไว้เสียก่อน


“ถอยไปอย่ามายุ่ง!


หญิงสาวผลักร่างสูงออกห่างรีบเดินกลับไปที่รถ โดยไม่ฟังเสียงของชายหนุ่มที่ร้องตามหลังมา


ชายหนุ่มเห็นร่างเด็กหญิงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยคาบน้ำตาก็ตกใจไม่น้อย ที่หน้าผากเล็กเริ่มบวมปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนปรี่เข้าไปดู ไม่สนว่าหญิงสาวจะขัดขว้างเอาไว้


“ถอยไปอย่ามายุ่งกับลูกฉัน” เมวารีตกใจร้องไล่เขาเสียงดัง พร้อมกับดึงแขนลูกสาวออกห่าง


“ลูก! เขาเป็นลูกคุณหรอ” แจ็คสันช็อกนิ่งค้างไปชั่วขณะ


“เขาเป็นลูกฉันคนเดียว!


“วารีเดี๋ยว...”


กว่าจะรู้ตัวเธอก็ขับรถหนีหายไปแล้ว ชายหนุ่มไม่รอช้าวิ่งกลับมาที่รถแล้วขับตามไปทันที


“มีเรื่องอะไรแจ็คสัน”


รัฐภามที่นั่งรอยู่เบาะหลังร้องมาถามคนสนิทด้านหน้าอย่างงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


“ผมเจอแล้ว! ผมเจอพวกเขาแล้ว” บอกนายหนุ่มน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจกว่าครั้งไหน


“เดี๋ยวๆ เจออะไรแจ็คสัน มีใครมันเข้าใจหน่อยสิ” รัฐภามยกมือขึ้นห้าม เพราะเขาฟังไม่ถนัด


“เมวารีครับ! เธออยู่ที่นี่” แจ็คบอกน้ำเสียงตื่นเต้น สิงห์หนุ่มก็ใจเต้นแรงขึ้นมาเมื่อได้ฟังดังนั้น


“ว่าไงนะ! แล้วจะรออะไรล่ะ ตามเธอไปสิ”


รัฐภามยิ้มดีไม่แพ้กัน สิ่งที่เขาค้นหา เฝ้าติดตามมายาวนาน วันนี้เขาได้เจอเสียที เขาจะไม่มีวันปล่อยเธอให้จากเขาไปอีกเด็ดขาด

 



ทั้งสองหนุ่มแต่งตัวเรียบหรูก้าวมาหยุดลงด้านหน้าเคาน์เตอร์บอกพนักงานสาว


“เรามาขอพบคุณเมวารี”


“...ต้องขอโทษด้วยค่ะ ที่รีสอร์ทเราไม่มีคนที่คุณถามหา”


“จะไม่มีได้ยังไงก็เธอพึ่ง...”


รัฐภามคว้าแขนแกร่งของคนสนิทรั้งเอาไว้ก่อนที่เขาจะทันบุกเข้าไปด้านในรีสอร์ท


“ใจเย็นๆ เรากลับกันก่อน ขื่นทำอะไรวู่วามทำอะไรไป เดี๋ยวจะเสียเรื่องกันหมด”


“แต่ว่า...” แจ็คสันทำท่าจะไม่กลับ สิงห์หนุ่มจึงต้องยื่นคำขาด ซึ่งไม่มีทางปฏิเสธมันได้


“เชื่อฉัน กลับ”


คล้อยหลังสองหนุ่มไปเมวารีผละเดินออกมา ดวงตาคู่สวยที่กักเก็บน้ำตาที่เหือดแห้งมานานหลายปีเริ่มไหลเออออกมาอีกครั้ง เขาจะกลับมาอีกทำไม กลับมาทำไม...


นุชนารีที่เดินตามหาพี่สาวก็ตกใจรีบเดินเข้าไปหา เมื่อเห็นเธอกำลังยืนร้องไห้อยู่


“พี่วารี! เป็นอะไรค่ะ เกิดอะไรขึ้น”


“เขากลับมาแล้วนุช เขาหาเราเจอแล้ว” เสียงหวานสั่นเครือบอกน้องสาว


“ใครกันค่ะ พี่วารีคิดมากอีกแล้วนะ นุชว่าพี่วารีไปพักก่อนดีกว่า เดี๋ยวทางนี้นุชดูต่อให้เองไม่ต้องห่วงน่า แก้วจ้ะพาคุณคุณวารีไปก่อน”


นุชนารีรู้ว่าพี่สาวยังคิดมากเรื่องนั้นอยู่ และชอบแอบร้องไห้คนเดียวบ่อยครั้ง แต่สำหรับเธอ เขาได้ตายไปนานแล้ว

         

      

นัฐชยาเดินทางกลับมาพักผ่อนหลังมีเวลาหยุดยาวจริงจังเสียที จึงเลือกที่จะมาเยี่ยมพี่สาวกับเพื่อนรักและหลานๆ ที่น่ารักของเธอที่รีสอร์ท เห็นหน้าพวกเขาที่ไรเธอก็ไม่อยากกลับไปทำงาน 


แต่จะให้ทำอย่างไรได้รถยังต้องผ่อน ข้าวปลายังต้องซื้อกินทุกวัน มันต้องทนก้มหน้าทำงานต่อไปอีกสักพักใหญ่ หมดหนี้หมดสินเมื่อไรคงจะกลับมานอนใช้เงินอยู่ที่รีสอร์ทให้อ้วนเป็นหมู


นัฐชยาเห็นเพื่อนรักยังมีอาการเดิมอยู่อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ ช่วงนี้เธอต้องทำงานหนัก แถมยังต้องดูแลแฝดสามจอมแสบ ไหนจะลูกค้าที่มาแน่นตลอด อดที่จะเป็นห่วงสุขภาพไม่ได้ กลัวว่าจะลมป่วยเข้าสักวัน


“แกยังไม่นอนอีกหรอ” นุชนารีตื่นจากภวังค์ พลางหันมามองด้านหลังเห็นว่าเป็นเพื่อนรัก


“ฉันยังไม่ง่วงนะแล้วแกเป็นไงบ้าง” นัฐชยาตอบ


“ก็เรื่อยๆ คนเต็มตลอด ยุ่งทั้งวัน”


“ฉันไม่ได้หมายถึงรีสอร์ท ฉันหมายถึงหัวใจของแกต่างหาก หายดีแล้วหรือยัง” หญิงสาวถามจี้จุด


“มันถูกปิดตายมานานแล้ว อย่าไปพูดถึงมันเลย”


นุชนารีหนาวเหน็บมานานกว่าสามปี ถูกคนที่รักและไว้ใจหักหลัง หมดสิ้นรักเยื่อใยที่มีต่อกัน หมุนกายมองออกไปไกลแสนไกล รับลมหนาวเหน็บที่พัดมากระทบ มันเป็นเครื่องเตือนใจว่าอย่าได้หลงเชื่อลมปากของผู้ชายมักมากพวกนั้นอีก


“นุช


นัฐชยารู้สึกอ่อนใจนึกสงสารเพื่อนรักไม่ได้ และจะให้โทษใครก็ไม่ได้ ทั้งสองคนก็มีเรื่องที่ต้องปรับความเข้าใจก็อีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ แต่สำคัญกว่าคือ ลูก เธอถามคำถามนี้กับเพื่อนรักทุกปี และได้คำตอบเหมือนกันทุกครั้ง ไม่รู้จะใจแข็งถือทิฐิกันไปถึงไหน เรื่องที่จะพูดต่อจึงต้องพับเก็บไปตามระเบียบ



โปรดติดตามตอนต่อไป...




 


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

76 ความคิดเห็น

  1. #69 anneparda (@anneparda) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 13:15

    เกลียดยัยเมวารี หนีเค้ามาเองแท้ๆ ยังจะมาทำเป็นร้องห่มร้องไห้

    #69
    0
  2. #31 siwala (@siwala) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 11:59

    ลุ้นๆค่ะ ใครจะง้อเมียสำเร็จก่อนกัน
    #31
    0