ตอนที่ 53 : พบรัก สิบแปด 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1083
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    30 พ.ค. 62







คุณหมออนุญาตให้เมวารีออกจากโรงพยาบาลได้ หลังจากที่หญิงสาวจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เท้าเรียวก้าวเดินออกจากห้องต้องชะงักกึกอยู่กับที่ เห็นร่างแจ็คสันกำลังเดินตรงมาหันรีหันซ้ายมองขวาหาหลบ พลันเหลือบไปเห็นบุรุษพยาบาลที่กำลังเข็นฉากกั้นเดินผ่านมาพอดีจึงอาศัยบดบัง พ้นสายตาเขาแล้วจึงรีบเดินแกมวิ่งออกไปเรียกแท็กซี่ให้ออกจากโรงพยาบาลไปอย่างรวดเร็ว


แจ็คสันเดินมาถึงห้องพักของเมวารี ยืนช่างใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผลักบานประตูเข้าไปด้านใน แต่แล้วเมื่อเดินเข้าไปกลับเจอแต่ห้องว่างเปล่า ไร้เงาคนที่ตั้งใจมาหา ก่อนวิ่งออกมาถามพยาบาลถึงได้รู้ว่าเธอกลับไปแล้วจึงรีบตรงดิ่งไปหาหญิงสาวที่บ้าน แต่พอมาถึกลับเจอเพียงบ้านว่างเปล่า


“ทำแบบนี้ทำไมวารี...”


ชายหนุ่มพยายามเช็คทุกทางว่าเธอไปทางไหนได้บ้าง แต่เมื่อเช็คแล้วเธอไม่ได้ไปทางเครื่องบิน แสดงว่าต้องไปทางรถ ร่างสูงทิ้งตัวลงพิงเบาะรถอย่างอ่อนแรง คำของเพื่อนวนกลับมาให้เขาคิด เธอมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจอย่างนั้นหรือ เธอคงไม่คิดจะจากเขาไปตลอดชีวิต ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงไม่มีชีวิตอยู่ต่อไปได้

 



แฟชั่นโชว์คอลเลกชันใหม่ของโปร์เรีย ตึกฟานเซส...


“คิดว่าตัวเองเป็นใคร เป็นแค่นางแบบปลายแถว อย่าได้มาเทียบชั้นกันฉันหน่อยเลย”


เกรซี่ ทาร์ม นางแบบสาวชาวออสซี่ยกมือเท้าสะเอวกวาดสายตามองร่างบอบบางของนุชนารีอย่างประเมินค่า จนหญิงสาวอดทนไม่ไหว


“ฉันก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองดีเลิศเลอมาจากไหนหรอกนะ ที่ฉันมานี่แค่ทำงาน ไม่ได้มาเป็นนักเลง” 


“นี่หล่อนว่าฉันเป็นอัธพาลหรอ! คิดว่าเก่งมาจากไหน ...อ่อ สงสัยคงจะได้นิสัยกุ๋ยข้างถนนมา ถึงได้มากร่างกับคนอื่นเขาไปทั่ว” เกรซี่เหยียดยิ้มที่มุมปาก มองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูถูก


“พวกสมองน้อย...”


นุชนารีพึมพำอย่างรำคาญ ไม่สนใจคำพูดแดกดัน ทว่ากลับต้องชะงักไปนิดหนึ่งทันใด มาดจริงจังเกือบหลุดและต้องรีบกระแอมเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อน เมื่อคำประชดแทงใจแต่จะให้อ้าปากยอมรับแต่โดยดีก็คงผิดแผนโดยใช่เรื่อง ซ้ำยังรู้สึกกระดากไปหน่อยกับคำว่า แฟน


“ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าเขาเป็นใครกันแน่ แต่ฉันก็มีแค่แหวนประจำตระกูลที่มีเพียงห้าวงในโลกที่เขาให้มาเท่านั้น มันจะยืนยันอะไรได้ไหมว่าเขาเป็นใคร”


นิ้วเรียวข้างซ้ายยกขึ้นเสยเส้นผมทัดหู โชว์แหวนเพชรวงงามที่อยู่บนนิ้วเรียวให้อีกฝ่ายได้เห็น


เกรซี่ตาเบิกโพลงเมื่อเห็นแหวนเพชรเม็ดวงงามที่อยู่บนนิ้วของอีกฝ่าย อ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก บรรดานางแบบต่างเชื้อชาตินับสิบภายในต่างฮือฮากับสิ่งที่เห็น


“...ไม่จริง! เขาไม่มีทางคว้าไปคว้าผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอมาเป็นแฟนได้หรอก แกโกหก!


นางแบบสาวมองแหวนล้ำค่าตาปอย มันเป็นสิ่งที่เธอใฝ่ฝันอยากจะสวมใส่มาทั้งชีวิต ตอนนี้ได้ตกไปอยู่บนนิ้วของยัยผู้หญิงบ้านี้ได้


“ที่กำลังพูดถึงเธอเป็นภรรยาผม! กรุณาให้เกียรติกันด้วย”


ทั้งห้องรวมทั้งนุชนารีและนัฐชยาต่างหันมองไปที่ประตูห้องแต่งตัวเป็นจุดเดียว เกรซี่หน้าซีดเผือกไม่คิดว่าพ่อสิงห์หนุ่มจะมาถึงที่นี่ได้ และที่เจ็บใจมากกว่าคือเขายอมรับว่าผู้หญิงเอเชียคนนี้เป็น ภรรยา ของเขา


“จะเป็นไปได้ยังไง! ไม่มีข่าวที่ไหนเลยว่าคุณแต่งงาน และแต่งกับใครด้วย”


หญิงสาวยังไม่ลดละความพยายามที่จะเอาผู้ชายตรงหน้ากลับคืนมา เขาจะต้องเป็นของเธอ ไม่ใช่ยัยผู้หญิงหน้าด้านคนนี้


“ผมไม่มีจำเป็นต้องประกาศให้ใครรับรู้ เข้าใจตรงกันนะครับ”


รัฐภามประกาศชัด ส่งยิ้มเก๋ชวนสยองกลับไปที่นางแบบสาวในห้องกว่าสิบคน พวกเธอจึงพยักหน้ารับตาม เพราะสิ่งที่เขาพูดมันก็เป็นความจริง พลางก้าวเข้าไปหยุดลงข้างร่างบางวาดแขนแกร่งโอบไหลมนดึงเข้าหาตัวอย่างจงใจ ก่อนเลื่อนลงมาโอบเอวบางแทนพร้อมกับรัดแน่นขึ้น จนคนถูกกอดตกใจ พลางเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา สิงห์หนุ่มไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ส่งรอยยิ้มมาให้


“เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่เชื่อ” เกรซี่ยังดึงดัน ไม่ยอมเชื่อง่ายๆ


“ผมไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเชื่อ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว”


“ไม่จริง...”


เกรซี่ถึงกับร้องไห้โหด้วยความเสียใจ แล้ววิ่งหนีออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ส่วนสาวคนอื่นๆ ทยอยเดินออกจากห้องหลังจากที่แฟชั่นโชว์จบลง นางแบบคนสุดท้ายเดินออกจากห้อง


“ปล่อยฉันได้แล้ว”


นุชนารีขื่นกายออกจากอ้อมแขนกว้างหลังทุกคนออกไปหมดแล้ว แต่เขาหาได้ยอมปล่อยไปง่ายๆ ไม่ มือหนาหมุนร่างบางหันมาเผชิญหน้า ก้มลงถามในสิ่งที่ค้างคาใจ


“ที่คุณพูดหมายความว่ายังไง”


“เรื่องอะไรล่ะฉันพูดไปตั้งเยอะ จำไม่ได้หรอก”


หญิงสาวเฉไฉกับสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับที่ใจคิด ก่อนจะรู้สึกใจหายวาบ เมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่ม


“เรื่องของเรามันไม่สำคัญสำหรับคุณเลยสินะ”


มือหนาที่โอบเอวบางอยู่ตกลงข้างลำตัว เมื่อได้ฟังในสิ่งที่เธอเอื้อนเอ่ยมา นุชนารีอดที่จะมองตามแขนแกร่งที่ตกลงไปเสียไม่ได้ เธอไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นออกไป ด้วยความปากไวจึงพุดไม่ทันได้คิดให้ดี


รัฐภามผละหันหลังเดินออกจากห้องไป น้อยใจและเสียใจที่หญิงสาวเห็นความรักของเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ


“แกพูดอะไรออกไปยัยนุช”


นุชนารียกมือขึ้นตบปากตัวเองที่พูดอะไรไม่รู้จักคิด ก่อนจะวิ่งตามเขาออกมา แต่ก็นั้นช้าไปเสียแล้วเมื่อรถหรูของเขาได้เคลื่อนออกไปไกลเสียแล้ว เธอจึงทำได้เพียงมองตามท้ายรถไปเท่านั้น


นัฐชยา กวม เจ้าแม่ห้องน้ำเดินออกมาเห็นเพื่อนรักกำลังยืนเหม่อมองอะไรบางอย่างอยู่จึงก้าวเข้าไปสะกิดแขนเรียวพลางเอ่ยถามขึ้น


“ดูอะไรอยู่นุช”


“...ฉันก็รอแกอยู่นี่แหละ ทำไมไปเข้าห้องน้ำนานจัง” นุชนารีบอกปัด วกเข้าเรื่องของเพื่อน


“ก็คนรอเข้าห้องน้ำเยอะนะสิก็เลยช้า ไปกลับกันเถอะง่วงจะแย่ ตาฉันจะปิดอยู่แล้วเนี่ย”


นัฐชยาบอกเสียงเนือยๆ ดวงตาเคลิ้มจะหลับอย่างที่ปากพูด วันนี้ทำงานเหนื่อยทั้งวัน ไหนต้องมาได้ยินเสียงแหลมของแม่สาวออสซี่อีก น่ารำคาญมากอยากจะหาอะไรยัดปากเจ้าหล่อนไว้เหลือเกิน


“ไปสิ ฉันก็ง่วงเต็มทีแล้วเหมือนกัน พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเดินทางกลับแต่เช้าอีก” 


สองสาวเพื่อนรักเดินไปเรียกแท็กซี่ด้านหน้าโรงแรมที่พัก รอรถเดินทางกลับที่พัก


โปรดติดตามตอนต่อไป...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

76 ความคิดเห็น

  1. #41 buummibuummi (@buummibuummi) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 15:51

    ก็เก่งแต่กับพระเอกนั้นแหล่ะ

    #41
    0
  2. #20 Ple411 (@Ple411) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 07:49

    เบื่อนางเอก สงสารพระเอก

    #20
    0