ตอนที่ 52 : พบรัก สิบแปด 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 954
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    29 พ.ค. 62






 

นัฐชยาเดินกลับมาที่รถด้วยใบหน้านวลบูดบึ้งเหมือนโกรธใครมาเป็นแรมปี สร้างความแปลกใจให้สิงห์หนุ่มและแบร์โตต่างมาหากัน ทั้งที่ก่อนไปยังดีๆ อยู่ ไม่กินรังแตนที่ไหนมาอีกล่ะ พลางหันไปทางลูกน้องอีกคนที่ให้ตามสาวเจ้าไป


“คุณนัฐเป็นอะไร”


“อุบัติเหตุนะครับ พอดีมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาไม่ดูตาม้าตาเรือ แล้วชนคุณนัฐเข้า และเธอก็โดนเขาจูบมาด้วย อาการก็เลยเป็นอย่างที่เห็น” บอกยิ้มๆ กับเหตุการณ์ที่ทำให้นางแบบสาวเสียจูบอันหอมหวานให้กับชายแปลกหน้าไปโดยไม่รู้ตัว


“ไม่น่าล่ะ ...ไปเถอะ เราสายมากแล้ว”


จากนั้นทั้งหมดออกเดินทางออกจากสนามบินมุ่งหน้าไปโรงแรมที่พักของสองสาว รัฐภามส่งสองสาวเรียบร้อยรีบผละไปหาคู่ค้าทันที ไม่มีการบอกลาการแม้แต่คำเดียว นุชนารีอดที่จะขุ่นเคืองใจไม่ได้ที่เขาไม่สนใจจึงเดินดุ่มๆ ขึ้นห้องพักไป


“คุณนุชนารีคงน้อยใจเจ้านายนะครับ” แบร์โต้หันมาถามนายหนุ่มเมื่อเข้ามานั่งประจำที่คนขับ


“ฉันก็ไม่ได้มีความหมายกับเขาเท่าไรหรอก”


คิดถึงจุดนี้แล้วอดน้อยใจไม่ได้ เขาอุตส่าห์ทำดีด้วยแทบตาย ขอโทษก็แล้ว ปรับตัวเพื่อเธอก็แล้ว ยังไม่มีแววว่าจะตอบรับมา แล้วสายตาดูแคลนนั้นอีกที่เธอมอบกลับมาให้เขา นานวันเขาเริ่มที่จะถอดใจและเหนื่อยที่จะวิ่งตามเธอแล้วเหมือนกัน


“แต่เท่าที่ดูคุณนุชนารีก็อ่อนลงมากแล้วนะครับ ผมว่าอีกไม่นานคงจะยอมยกโทษให้แล้วกลับมาหาคุณคริสในเร็ววันนี้แน่”


สิงห์หนุ่มคิดตาม เขาก็หวังว่าลูกน้องเขาจะพูดถูก ไม่ว่าจะอย่างไรเขาจะต้องทำให้หญิงสาวกลับคืนสู่รังรักจิวเวลรี่ของเขาให้จงได้

 


ตีระยาเดินทางมาหารัตติมาที่บ้านวายาไทย และเห็นรถยนต์คันหรูของใครคนหนึ่งออกมาจากขอบรั้วพอดี ไม่นึกแปลกใจอะไรเพราะชะนีเฒ่าอย่างรัตติมาก็ไม่คงยอมลงแดงสิ้นลายง่ายๆ ก่อนเลี้ยวเข้าไปภายในบริเวณบ้านสองชั้นหลังใหญ่


“สวัสดีค่ะคุณป้า รถใครหรอคะ”


ดวงตาคู่สวยมองตามท้ายรถหรูยี่ห้อดังของยุโรปไปด้วยความอิจฉา และสงสัยว่าใครกันที่มาติดม่ายแก่


“มาแต่เช้าเลย เข้าบ้านก่อนสิจ้ะ”


รัตติมายังอยู่ในชุดนอนเซ็กซี่เดินนำสาวรุ่นลูกเข้าไปในบ้าน ตีระยาอดที่จะถามออกมาไม่ได้ถึงหนุ่มผู้โชคร้าย เอ้ย! ผู้โชคดีคนนั้น


“อ่อ คุณเจมส์ คาร์เทียร์ เจ้าของเจมส์ไดมอนจ้ะ เราเจอกันที่ผับเมื่ออาทิตย์ก่อน น้าก็เลยชวนมาทานข้าวที่บ้านและคุยกันนิดหน่อยก็เท่านั้น”


พูดไปเขินไปไม่เกรงใจอายุอานามของตัวเอง ทำเอาสาวรุ่นลูกถึงกับทำหน้าเอื้อมให้กับความเหลวไหลเข้าข้างตัวเอง


“ไม่น้อยแล้วมั้งค่ะ คุณป้าก็นี่ร้ายไม่เบาน่านะคะ”


ตีระยานึกอิจฉาม่ายแก่อยู่ในใจ ทำไมเธอไม่โชคดีเจอผู้ชายรวยๆ สมบูรณ์แบบบ้าง พอเจอแต่ละคนมีแต่พวกหิวเงิน ไปไหนมาไหนก็ต้องให้เธอจ่ายตลอดน่าเบื่อจะแย่


“มันก็มีบ้างน่า ว่าแต่หนูมาแต่เช้ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า หรือว่าเรื่องยัยนุช”


เสียงหวานของแม่เลี้ยงสาวใหญ่เปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นเมื่อพูดถึงลูกเลี้ยง  ครั้งก่อนยังแค้นใจไม่หายที่มันหายหัวออกจากบ้านไปโดยไม่บอกกล่าว เงินสักบาทก็ไม่ทิ้งไว้ให้


“ใช่ค่ะ วันก่อนตีย่าไปเดินแบบของคุณนัตตี้มาพวกมันก็ไปด้วย แถมยังพูดเยาะเย้ยตีย่าสนุกปาก และมันยังฝากบอกคุณป้าด้วยว่าทำอะไรมันไม่ได้หรอก ตีย่าฟังแล้วก็โกรธแทนคุณป้าไม่ได้เลยนะคะ”


ความจริงที่นำมาบอกแกแม่เลี้ยงสาวสวยก็มีเพียงน้อยนิด เทียบไม่ได้กับเชื้อไฟและน้ำมันที่เทราดลงไปใส่ความสามสาวนางแบบร่วมอาชีพให้ย่อยยับคามือ อะไรก็ตามที่เข้ามาขวางทาง มันต้องต้องเจอกับบทเรียนที่แสนสาหัส ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด!


“หนอยแน่ มันกล้าพูดถึงขนาดนั้นเลยหรอ เดี๋ยวได้เจอกันแน่”


นัยน์ตาเปล่งประกายอาฆาต ตอนแรกกะจะปล่อยไปแล้ว แต่เมื่อพูดมาแบบนี้ต้องคุยกันหน่อย ตีระยาเบ้ปากยิ้มสะใจ ก่อนจะถามขึ้นใหม่


“คุณป้ามีอะไรให้ตีย่าช่วย บอกมาได้เลย ตีย่าพร้อมจะช่วยเต็มที่”


สีหน้าและแววตาที่เปล่งประกายฉายออกมานั้นบอกความแค้นเคืองชัดเจน มันจะมากเกินไปแล้ว ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ก็อย่าอยู่ร่วมโลกกันอีกเลย!


 

คุณหมออนุญาตให้เมวารีออกจากโรงพยาบาลได้ หลังจากที่หญิงสาวจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เท้าเรียวก้าวเดินออกจากห้องต้องชะงักกึกอยู่กับที่ เห็นร่างแจ็คสันกำลังเดินตรงมาหันรีหันซ้ายมองขวาหาหลบ พลันเหลือบไปเห็นบุรุษพยาบาลที่กำลังเข็นฉากกั้นเดินผ่านมาพอดีจึงอาศัยบดบัง พ้นสายตาเขาแล้วจึงรีบเดินแกมวิ่งออกไปเรียกแท็กซี่ให้ออกจากโรงพยาบาลไปอย่างรวดเร็ว


แจ็คสันเดินมาถึงห้องพักของเมวารี ยืนช่างใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผลักบานประตูเข้าไปด้านใน แต่แล้วเมื่อเดินเข้าไปกลับเจอแต่ห้องว่างเปล่า ไร้เงาคนที่ตั้งใจมาหา ก่อนวิ่งออกมาถามพยาบาลถึงได้รู้ว่าเธอกลับไปแล้วจึงรีบตรงดิ่งไปหาหญิงสาวที่บ้าน แต่พอมาถึกลับเจอเพียงบ้านว่างเปล่า


“ทำแบบนี้ทำไมวารี...”


ชายหนุ่มพยายามเช็คทุกทางว่าเธอไปทางไหนได้บ้าง แต่เมื่อเช็คแล้วเธอไม่ได้ไปทางเครื่องบิน แสดงว่าต้องไปทางรถ ร่างสูงทิ้งตัวลงพิงเบาะรถอย่างอ่อนแรง คำของเพื่อนวนกลับมาให้เขาคิด เธอมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจอย่างนั้นหรือ เธอคงไม่คิดจะจากเขาไปตลอดชีวิต ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงไม่มีชีวิตอยู่ต่อไปได้


โปรดติดตามตอนต่อไป...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

67 ความคิดเห็น