ตอนที่ 51 : พบรัก สิบเจ็ด 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    28 พ.ค. 62









“มีเรื่องอะไรกัน อ้าวร้องไห้ทำไม หืม” 


เมวารียื่นมือบางไปโอบกอดร่างของน้องสาวทั้งสอง ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าพวกเธอเป็นอะไรกัน ทำไมต้องทำหน้าเศร้าสร้อยกันขนาดนั้น แต่ก็พอจะเดาได้ไม่ยากนักก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้


“พี่วารีรู้แล้วใช่ไหมว่าตัวเองท้อง แล้ว” นุชนารีเอ่ยเสียงเบา


“แล้วพี่ก็รู้ว่าตัวเองเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำด้วย”


เมวารีพยักหน้ารับ ไม่มีเหตุอันใดที่เธอจะปิดบังอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะคุณหมอก็คงจะอธิบายอาการของเธอให้กับทุกคนฟังอย่างละเอียดไปแล้ว


“แสดงว่าพี่วารีรู้มาตลอด!


นัฐชยาตกใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ถ้าอย่างนั้นที่หญิงสาวไม่สบายบ่อยก็คงมาจากด้วยเรื่องด้วยอย่างนั้นสินะ เห็นแบบนี้ก็นึกสงสารพี่สาวจับใจ


“ใช่จ้ะ พี่เป็นมาหลายปีแล้วล่ะ แต่พี่ไม่เคยบอกใครก็เท่านั้น” เมวารีบอกตามความจริง


“พี่วารี


สองสาวโอบกอดร่างของพี่สาวเอาไว้แน่น ทั้งที่อยู่กันมาตั้งนานนม แต่พวกเธอก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าหญิงสาวเป็นโรคที่ร้ายแรงเช่นนี้


“ไม่เป็นไรหรอก หมอแนะนำพี่มาหมดแล้ว และพี่จะไม่ยอมให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตพี่ก็ตาม เพราะเขาเป็นลูกของพี่ คนเดียว” กล่าวพร้อมกับจ้องมองไปที่ใครอีกคนที่ยื่นอยู่มุมห้อง ซึ่งเขาก็จับจ้องมองเธออยู่ตลอดอยู่แล้ว


“พี่วารี”


“และนี่ พี่ฝากให้เจ้ลูซี่ด้วย บอกว่าพี่ขอโทษที่ไปด้วยตัวเองไม่ได้” สองสาวมองหน้ากันรู้ทันทีว่ามันคืออะไร


“ได้ค่ะ นุชจะบอกให้ พี่วารีพักผ่อนเถอะ หลานของนุชจะได้แข็งแรง” นุชนารีกล่าวทั้งน้ำตา นึกสงสารพี่สาวจับใจที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย


“พรุ่งนี้เราสองคนอาจจะมาเยี่ยมไม่ได้นะคะ”


“ไม่เป็นไรพี่เข้าใจ ยังไงก็ขอให้งานสำเร็จลุล่วง กลับกันได้แล้วไป นี่ก็ดึกมากแล้ว ต้องออกเดินทางแต่เช้าอีกไม่ใช่หรอ ไม่ต้องห่วงพี่หรอกหมอกับพยาบาลก็อยู่เต็มพี่ไม่เป็นอะไรไปง่ายๆหรอก”


บอกน้ำเสียงติดตลกมิอยากให้น้องสาวต้องเป็นกังวล หลังจากนั้นสองสาวขอตัวกลับอีกไม่กี่ชั่วโมงพวกเธอก็ต้องเดินทางไปงานสิงคโปร์จึงไม่ได้อยู่ดูแลพี่สาว


“คุณไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมไปส่งพวกเขาเอง”


“ขอบคุณมากนะคะ” เมวารีบอกเสียไม่ได้ แม้จะยังโกรธเขาเรื่องครั้งก่อนที่ทำให้น้องสาวเธอเสียใจ แต่เขาก็ยอมรับและมาขอโทษแล้ว เธอก็ไม่ใจร้ายที่จะข้างไปขัดขวางความรักของทั้งสองได้


“ผมยินดีครับ” รัฐภามผละเดินตามสาวๆ ออกมาและเตรียมไปส่งที่บ้าน


“คุณคริสครับ...”


“ว่าไง นายมีอะไร?” สิงห์หนุ่มหันมาทางคนสนิท เห็นแววตาที่ส่งมาพอจะเข้าใจความหมาย


“ผมขออยู่ที่นี่นะครับ”


แจ็คสันขออนุญาตนายหนุ่มอยู่เฝ้าคนรัก ซึ่งรัฐภามก็เข้าใจและอนุญาตทันทีไม่คิดขัดขวางและเข้าใจดี


“อย่าปล่อยให้เวลาสูญเปล่าเหมือนฉัน เอาชนะใจเธอให้ได้”


รัฐภามตบไหล่หนาเป็นการให้กำลังใจ ไม่อยากให้คนรอบข้างต้องมาเจอแบบเขา ปล่อยหัวใจให้โปรยบินไปต่อหน้าโดยที่ไม่คิดจะรั้งไว้

 



เช้าตรู่นุชนารีและนัฐชยาพร้อมออกเดินทางข้ามประเทศไปที่สิงคโปร์  และบังเอิญรัฐภามไปคุยธุรกิจที่นั้นพอดีจึงอาสาไปส่ง นุชนารีบอกปฏิเสธแต่เพื่อนผู้น่ารักกลับตอบตกลง แม้ว่าจะไม่ต้องเสียเงินเองก็ตามที


“นุชดูโน้นสิ สวยมากเลย นั่งเครื่องบินทีไรฉันไม่เคยได้นั่งริมหน้าต่างแบบนี้เสียที”


“แล้วทำไมแกไม่ขอเปลี่ยนที่กับฉันล่ะ ฉันไม่เห็นจะชอบเลย” เอ่ยประชดเล็กๆ จ้องมองไปยังคนที่นั่งก้มหน้าก้มตากับแฟ้มเอกสารบนตัก ซึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจพวกเธอแต่อย่างใด


สองหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงกำลังปรึกษากันอย่างออกรสจึงไม่ทันได้สนใจสองสาวที่ตอนนี้ได้หลับไปแล้วเรียบร้อย คงเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้พักผ่อนก็เช้าเสียแล้ว  และยังต้องตื่นแต่เช้ามืดเตรียมตัวออกเดินทางมาขึ้นเครื่องไปทำงานต่ออีก


เจ้าพ่อจิวเวลรี่เดินกลับมาดูสองสาวและเห็นว่าหลับกันหมดแล้ว จึงเดินเข้าไปนั่งลงเก้าอี้ใกล้ผู้หญิงที่กุมหัวใจของเขาเอาไว้ นิ้วเรียวยาวปัดปอยผมออกจากแก้วนวลให้อย่างแผ่วเบา กดจุมพิตลงหน้าผากนวลอย่างรักใคร่หวงแหน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบไปเห็นแหวนเพชรวงงามประจำตระกูลบนนิ้วเรียวก็นึกแปลกใจที่มันเปลี่ยนสี!


คิ้วหนาขมวดยุ่งนึกสงสัยจับใจว่ามันหมายความว่าอะไร เขาเคยได้ยินที่มารดาบอกว่าเกิดเรื่องอะไรกับคนที่สวมใส่หรือกับห้าสิงห์ แหวนจะเกิดการเปลี่ยนสีทันที แต่ก็ไม่มีเวลามาสนใจแล้ว เพราะเครื่องบินกำลังจะลงจอดเขาจึงต้องนั่งอยู่กับที่เรื่องอื่นค่อยว่ากัน


อึดใจต่อมาเครื่องบินร่อนลงจอดสนิทชายหนุ่มจึงปลุกเดินไปสาวๆ ให้ตื่นจากนิทรา และเป็นนัฐชยาที่รู้สึกตัวขึ้นมาก่อนแล้วก็ขอตัวลงไปด้านล่างเพื่อทำธุระส่วนตัวที่คิดว่าด่วนที่สุดแล้วในเวลานี้สำหรับเธอ


“คุณรัฐภามค่ะ ฉันขอลงไปก่อนนะคะ พอดีปวดท้องจะไม่ไหวแล้ว ฉันฝากดูยัยนุชด้วย”


“ตามสบายครับ เดี๋ยวผมให้แบร์โต้ไปเป็นเพื่อน”


“ขอบคุณมากค่ะ”


ร่างสูงโปร่งของ นัฐชยา กวม เดินแกมวิ่งเข้าไปในอาคารผู้โดยสารอย่างรีบเร่ง ส่วนหญิงสาวอีกคนก็หลับไม่มีท่าทีว่าจะตื่นง่ายๆ ผิดวิสัยเจ้าตัวมาก รัฐภามลองปลุกหญิงสาวดูอีกรอบแต่กลับได้เสียงอืออารำคาญมาให้ ดวงตาเรียวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหลับลงอีกครั้ง


“ขี้เซาจริง”


ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้ากับท่าทีของสาวเจ้าพลางก้มลงช้อนร่างบางขึ้นสู่อ้อมแขนแกร่งพาเดินลงจากเครื่องบินไปที่รถหรูที่จอดอยู่ด้านล่าง แล้ววางลงเบาะนุ่มจัดท่าให้ให้เสร็จสรรพเธอจะได้นอนสบายมากขึ้น


สิงห์หนุ่มเดินออกมาด้านนอก ล้วงหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาต่อสายหามารดาด้วยความสงสัยใคร่ใจจะขาด รอเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงหวานน่าเกรงขามผ่านมาตามสาย


“ว่าไงจ้ะลูกชาย ตอนนี้แม่ยุ่งอยู่ เดี๋ยวจะโทรกลับนะ รักลูกจ้ะ” กล่าวจบมาดามเครือทิพย์ชิงวางสายไป


“คุณแม่... อ้าววางไปเสียแล้ว” ไม่ทันที่สิงห์หนุ่มจะได้เอ่ยถามต่อ ไหล่หนาไหวเล็กน้อย คงไม่มีอะไรหรอก


 

นัฐชยาเดินออกจากมาห้องน้ำด้วยใบหน้าที่ดีขึ้นยิ้มแย้มมีความสุขที่ได้ปลดปล่อยความทุกข์ออกจากร่างกายไปเสียที ขาเรียวเดินกลับไปที่ประตูฝั่งผู้โดยสารด้านนอกแล้วกวาดสายตามองหน้าลูกน้องของสิงห์หนุ่มที่ตามเธอมาแต่กลับไม่เจอแม้แต่เงา


“หายไปไหนของเขา ...ว้าย!


ร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งพุ่งเข้ามาชนเธอที่กำลังหมุนกายมาด้านหลังเข้าอย่างจังจนทำหงายหลังล้มลงไปกับพื้นทั้งคู่ ดวงตากลมเรียวเบิกกว้างเมื่อสิ่งที่กำลังประกบอยู่กับปากบางเรียวของเธอ


“อื้อ! ไอ้...” มือบางผลักเขาออกแล้วชี้นิ้วไปตรงหน้า แต่พูดไม่ออก


“ขอโทษ อ้าวนัฐ”


ราเชนทร์รีบเอ่ยขอโทษผู้หญิงตรงหน้า ร้องเรียกชื่อหญิงสาวออกมาด้วยความดีใจ มือหนายกขึ้นเช็ดปากของตัวเองด้วยเหมือนกัน มันยิ่งทำให้คนตรงหน้าหน้าร้อนผ่าวหนักเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยความอับอาย


เพี้ย!


ทุกคนงงกันใหญ่เมื่อหญิงสาวพุ่งเข้ามาหาร่างสูงใหญ่ แล้วฟาดมือบางตบเข้าไปที่ใบหน้าหลอเหล่าฉาดใหญ่ก่อนวิ่งหนีหายจากไปอย่างรวดเร็ว


“มือหนักไม่เปลี่ยน แต่ปากนุ่มกว่าเดิมหรือเปล่านะ ยังไงคุณก็หนีผมไม่พ้นหรอกแม่นกน้อยของราเชนทร์...”


ยิ้มตามแผนหลังบางไป กลับมาเมืองไทยในรอบสิบปีก็ได้รับของขวัญแสนพิเศษ ทั้งสวย แซ่บ เด็ด แบบนี้สิมันถึงจะเหมาะสมกับเขา รู้แบบนี้น่าจะกลับมาตั้งนานแล้ว แต่ก็อย่างว่า


คราวที่แล้วทำกับเธอเสียเยอะ คราวนี้สมควรโดนตบกลับมาอยู่หรอก แค่นี้มันยังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ แม้ว่าจะเริ่มต้นกันไม่ดี แต่ต่อจากนี้เขาจะขอทำให้ดีกว่าเดิม ให้เห็นได้ว่าเขาจริงจังไม่ได้คิดจะเล่นๆ


“คุณเชนทร์! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ลูกน้องวิ่งเขามาถามด้วยความเป็นห่วง


“ไม่เป็นไร ไปเถอะ” กล่าวตัดบท ชายหนุ่มก้าวเดินตามร่างของคนสนิทไปที่รถหรู วันนี้เขาคงจะตามเธอไปไม่ได้ เพราะมีธุระสำคัญกว่ารอเขาไปจัดการ



โปรดติดตามตอนต่อไป...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

70 ความคิดเห็น