ตอนที่ 49 : พบรัก สิบเจ็ด 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    26 พ.ค. 62






 

รถหรูมาหยุดลงหน้าโรงแรมชื่อดังกลางกรุงในช่วงบ่ายคล้อย หลังจากที่สิงห์หนุ่มพานางแบบสาวที่รักไปตระเวนรอบกรุง โดยที่ไม่ถามความสมัครใจจากเธอสักนิดว่าต้องการมันหรือไม่


“ขอบคุณที่มาส่ง และไม่ต้องตามมาอีกนะ” นุชนารีชิงร้องห้ามขึ้นก่อน เห็นว่าเขากำลังจะอ้าปากพูดอะไร


“ผมมีประชุม แต่ไมต้องห่วง ผมให้แจ็คสันอยู่ดูแลคุณแทน สบายใจได้ ...ฝากด้วยนะ” ใบหน้าคมแย้มยิ้มอย่างผู้ชนะ มือหนาตบลงที่ไหล่ที่นั่งด้านหน้า


“ครับคุณคริส”


แจ็คสันไม่ได้ทำตามที่นายหนุ่มบอกอย่างเดียว เพราะถึงเขาไม่สั่งเขาก็จะขอมาอยู่แล้ว เพราะอะไรน่าจะรู้กันอยู่


นุชนารียืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ไม่คิดว่าเขาจะดักหลังเธอกลับ ที่แท้ยังไม่หยุดที่จะแก้แค้นเธอสินะ ได้! อยากเฝ้าก็เฝ้าไป ร่างบางสะบัดหน้าเดินกลับเข้าไปภายในโรงแรม

 


รอบเวทีมีเก้าอี้บุนุ่มสีครีมเรียบหรูเข้ากับห้อง ด้านหน้าสุดมีโซฟาหลุยซ์ตัวยาววางอยู่ ทั้งงานถูกจัดตกแต่งอย่างสวยงามและหรูหราที่สุด เพราะงานนี้เป็นงานแฟชั่นโชว์ของหลานสาวคนโปรดของรัฐมนตรีคนดัง ทั้งงานจึงต้องออกมาดูดีและสมบูรณ์แบบที่สุด


บรรดานางแบบแถวหน้าอย่างสามสาวแห่งเคทีโมเดลลิ่ง ก็ได้เข้าร่วมเดินในครั้งนี้ด้วย ช่างแต่งหน้า ทำผม ทุกคนกำลังยุ่งวุ่นวายกับนางแบบกว่ายี่สิบคน ต้องรีบเร่งมือเป็นการเร่งด่วน เพราะงานกำลังจะเริ่มในอีกครึ่งชั่วโมงจากนี้แล้ว


โดยแฟชั่นโชว์ในค่ำคืนนี้เป็นชุดราตรียาวเหมือนนางงามแห่งกรีก ด้วยเครื่องประดับและชุดที่เข้ากันอย่างลงตัว ทำให้พวกเธอดูงดงามเหนือกาลเวลามากเป็นพิเศษ ซึ่งแต่ละคนจึงต้องระมัดระวังอย่าให้เกาะเกี่ยวติดอะไรเด็ดขาด เพราะเห็นราคาชุดแล้วก็แพงแสนแพงเหลือเกิน


“สาวๆ จ้ะ เร่งรีบมือเข้า งานจะเริ่มแล้ว”


เจ้ลูซี่ที่ได้รับหน้าที่เป็นแม่งานในการจัดงานในครั้งนี้ หล่อนจึงต้องทำออกมาให้ดีที่สุดอย่างเต็มความสามารถ และต้องไม่ทำให้แขกทุกคนผิดหวัง


“เรียบร้อยนานแล้วค่ะ วันนี้ดูท่าคนจะเยอะเป็นพิเศษ ได้ข่าวว่าคนที่ให้จัดเป็นหลานรัฐมนตรีดังหรือคะ” นัฐชยาอดที่จะถามไม่ได้ เธอได้ยินเพื่อนนางแบบพูดมาอย่างนั้น


“ใช่แล้วจ้ะ คุณนัตตี้ หลานสาวคนเดียวของท่านเกริกรู้ใช่ไหม พวกเธอก็อย่าทำอะไรให้เสียงานเชียวล่ะ ถ้ามีฉันเด็ดหัวเป็นรายตัวไปเลย เข้าใจไหม”


“เข้าใจแล้วค่ะ โหดจังเลย”


สามสาวรับคำพร้อมเพรียง เห็นเด็กในสังกัดเชื่อฟังแบบนี้เธอก็สบายในไปเปราะหนึ่ง เหลือก็แต่แม่สาวจอมเรื่องมากไม่รู้ไปทำอีกท่าไหนถึงได้เข้าร่วมเดินในงานนี้ด้วย ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเหมือนครั้งก่อน


เหล่านางแบบต่างมายืนเตรียมตัวด้านหลังเวทีเตรียมออกไปโชว์ความงามของชุดเลอค่าที่หาที่ใช่ผ้าไหมฝีมือคนไทยและทุกตัวยังประกอบไปด้วยเส้นทองแท้ แต่ละตัวมีทองไม่ต่ำกว่าห้าสิบบาท เรียกว่าคนที่ซื้อต้องกระเป๋าหนักพอดูจึงจะได้ครอบครอง เสียงปรบมือเกรียวกราวเมื่อพิธีกรขึ้นกล่าวบนเวที


“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ก่อนอื่นต้องกล่าวต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานแฟชั่นโชว์ที่เรียกได้ว่าเลอค่าและหาดูได้ยากที่สุดงานหนึ่งในยุคนี้ก็ว่าได้ครับ โดยผลงานนี้เป็นของดีไซค์เนอร์สาวสวย ดีกรีเกียรตินิยมจากเมืองแฟชั่น คุณนัตตี้ หลานสาวคนเดียวของท่านเกริกพลนั่นเองครับ ของเสียงปรบมือให้เธอด้วยครับ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เชิญทุกท่านชมได้ ณ บัดนี้ครับ...”


สิ้นเสียงของพิธีกรหนุ่ม เหล่าบรรดานางแบบได้ออกมาเชิดฉายโชว์ความงามที่หาชมได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยเป็นฝีมือช่างคนไทยแทบทั้งสิ้น มีความประณีตและละเอียดอ่อนยากที่มีใครเลียนแบบ


ได้นางแบบแถวหน้าแห่งเอเชียอย่าง นุชนารี เมวารี และนัฐชยา แห่งเคทีโมเดอลิ่ง ที่ได้รับเกียรติให้สวมชุดที่งดงามและแพงที่สุดอีกด้วย เรียกความสนใจจากแขกในงานให้อยากจะจับจองได้ไม่ยาก มีเพียงสามชุดเท่านั้นและจะไม่มีการทำซ้ำอีก ทั้งการออกแบบที่เรียบหรู เน้นการใช้งานได้จริง และมีเพียงสามตัวเท่านั้นด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความต้องการให้กับนักล่าสมบัติทั้งหลาย


โดยทั้งสามชุดนี้ดีไซด์เนอร์สาวได้ไอเดียมาจากมารดาผู้ล้วงลับ ที่รักในสามสิ่งนี้เป็นอย่างมาก นั่นคือ กล้วยไม้’ ‘ผีเสื้อ และแมลงปอยิ่งเสริมให้ชุดทั้งสามมีความหมายมากกว่าทุกชุดที่ร่วมโชว์ในครั้งนี้นั่นเอง


ตีระยาจ้องมองทั้งสามนางแบบรุ่นน้องที่สวยเกินหน้าเกินตา ไม่ว่าจะครั้งไหนๆ พวกหล่อนจะได้สิ่งที่ดีที่สุดตัดหน้าเธอเสมอ ทำไม! และชุดที่พวกมันใส่ก็มีคนแย่งชิงกับจนราคาพุ่งสูงนับสิบล้าน แทบจะเป็นชุดที่แพงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา


เจ้าของผลงานสาวถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ นับว่าเป็นการเปิดตัวครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จมากทีเดียว โดยชุดที่มีราคาสูงที่สุดเป็นชุดที่นุชนารีสวมใส่ ด้วยดีกรีนางแบบแถวหน้าของเอเชียด้วยแล้ว ยิ่งให้ความรู้สึกเป็นสาวไทยที่งดงามและเลอค่ามากที่สุด เจ้าของเสื้อผ้าเองอย่างนัตตี้ก็ไม่ผิดหวังที่เลือกให้หญิงสาวเป็นคนสวมใส่


หลังจากจบงานลงสามสาวแยกย้ายไปเปลี่ยนชุดเตรียมกลับบ้าน วันนี้ทุกคนต่างเหนื่อยและอ่อนเพลียกันน่าดู ต้องยืนให้บรรดาคุณหญิงคุณนายที่เลือกไม่ถูกว่าจะเอาชุดไหน กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่ม


“วันนี้ไปฉลองกันหน่อยไหม” เมวารีเอ่ยชวน เปรี้ยวปากมาทั้งอาทิตย์ มัวงานยุ่งจนไม่มีเวลาพักเลย


“เอาสิค่ะ นัฐก็อยากผ่อนคลายเหมือนกัน ว่าไงนุช” นัฐชยาเห็นพ้อง


“ไปสิ ทั้งอาทิตย์เราไม่คอยเจอกันเลย” นุชนารีว่า


“หน้าบานกันเชียวนะ”


นุชนารี เมวารี และนัฐชยา หมุนกายกลับไปมองด้านหลัง หลังได้ยินเสียงกระแทกแดกดันดังจากใครคนหนึ่งที่พวกเธอรู้ดี


“มันแน่นอนอยู่แล้ว ไม่เหมือนใครบางคน ชุดที่ใส่ก็ถูกประมูลได้ไม่ถึงแสน” นัฐชยาตอบโต้กลับ


“แก! ” ตีระยาเต้นเร้าๆ เมื่อถูกสามสาวดูถูก


“ทำไม หรือจะเอา ก็ได้นะ มาดูกันว่าเธอหรือฉันที่จะลงไปนอนหน้าเละอยู่แทบเท้า เข้ามาสิ” คราวนี้เป็นเมวารีที่ก้าวขึ้นมาพูดพร้อมกับถลกแขนเสื้อขึ้น จะทำอย่างที่ปากว่า


อ้าย! ป่าเถื่อน ฝากไว้ก่อนเถอะ เรื่องนี้มันไม่จบง่ายๆ แน่” 


ตีระยาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบถอยฉากก่อน นิ้วเรียวชี้หน้าสามสาวอย่างอาฆาตแค้น


“นึกว่าจะแน่ อย่าลืมกลับมาเอาคืนนะ พวกฉันขี้เกียจเก็บไว้ให้ มันหนักโว้ย...” นัฐชยาตะโกนไล่หลังนางแบบขี้วีนไป ไม่ได้รู้สึกสะใจแบบนี้มานานมาก


ตุบ!


ร่างบางของเมวารีเป็นลมล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาน้องสาวทั้งสองไม่บอกกล่าว ทำเอาตกใจกันทั่วหน้า รีบเข้าไปประคองขึ้นมา พร้อมร้องเรียกให้ได้สติ


“พี่วารี!


โปรดติดตามตอนต่อไป...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

73 ความคิดเห็น