ตอนที่ 45 : พบรัก สิบห้า 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    22 พ.ค. 62






เครื่องบินส่วนตัวของสิงห์หนุ่มได้ร่อนลงจอดสนามบินในสองชั่วโมงให้หลัง รถยนต์คันหรูวิ่งตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาล


นุชนารีก้าวลงจากรถทั้งที่ยังไม่จอดสนิทดี ร่าบางเดินแกมวิ่งไปที่ลิฟต์ไม่รอคนที่วิ่งตามหลังมา แต่รัฐภามสามารถแทรกกายเข้าก่อนที่ลิฟต์จะปิดแบบฉิวเฉียด


“ใจเย็นก่อนเถอะนะ เพื่อนคุณถึงมือหมอแล้วเธอต้องไม่เป็นไร”


“ถึงยังไงฉันก็กลัวอยู่ดี”


มือบางบีบเข้าหากันแน่นจนเขารู้สึกเจ็บแทน ก่อนรวบมันมากุมเอาไว้เสียเอง ลิฟต์เหล็กกล้ามันวาวเปิดออก หญิงสาวก้าวยาวตรงไปที่ห้องพักของคนไข้ทันที


พอประตูห้องเปิดออก ดวงตากลมเรียวมองไปที่ร่างบางของเพื่อนรักก็ร้องไห้โฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ นี่เธอมาช้าไปอย่างนั้นหรอ!


“ไม่จริง! ยัยนัฐ...”


“นุชเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม เกิดอะไรขึ้น!


เมวารีเดินเข้าไปปลอบน้องสาวที่ร้องไห้อย่างหนัก มองเลยไปยังผู้ชายอีกคนอย่างเอาเรื่อง เพราะคิดว่าเป็นเขาที่ทำให้น้องสาวร้องไห้เสียใจ


รัฐภามยกมือขึ้นโบกไวไว ปัดออกจากตัวอย่างเร็วไว พลางชี้ไปยังร่างที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้


เมวารีเข้าใจทันที ก่อนจะเข้าไปดึงผ้าห่มคลุมร่างบางของนัฐชยาออก คนไข้ที่พึ่งงัวเงียตื่นเพราะเสียงร้องไห้ของเพื่อนรักจึงร้องบอก


“โอย ฉันไม่ได้ตายสักหน่อย แค่ขาหักเอง” นัฐชยารีบบอกเมื่อได้ยินเสียงหวานของเพื่อนรักดังแว่วมา


“อ้าวหรอ แล้วทำไมต้องเอาผ้าคลุมหน้าแบบนั้นด้วยเล่า” 


นุชนารีว่าเสียงสั่นปนสะอื้น มือบางปาดน้ำตาทิ้ง นึกโล่งใจที่เพื่อนไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเข้าใจ


“ก็ฉันไม่อยากได้ยินพี่วารีบ่นก็เลยเอาผ้าคลุมไว้นะสิ นี่นะตั้งแต่เข้ามายังบ่นไม่หยุดพูดเลย” นัฐชยาถดกายขึ้นนั่งพิงหัวเตียงมองมาที่พี่สาวคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างเพื่อนรัก


“นี่หยุดเลยนะ ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ แค่เตือนเท่านั้นเอง” เมวารีว่าเสียงเรียบ เพราะเป็นห่วงน้องสาวมาก พอได้ข่าวก็รีบมาหา ยังไม่ได้พักสักผ่อนตั้งแต่เดินทางกลับมาจากทำงาน


“แหม เมื่อกี้ไม่เห็นพูดแบบนี้เลย” คนเป็นน้องเหน็บแหนมเข้าให้ แต่ไม่ได้จริงจังอะไรมากมายนัก


“เอาละๆ  ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ค่อยโล่งใจหน่อย” นุชนารีบอกขึ้นใหม่


“แล้วนี้ถ่ายแบบเสร็จแล้วหรอถึงกลับมาได้” เมวารีหันมาถาม รู้ว่าวันนี้น้องสาวมีถ่ายแบบที่ภาคเหนือกับพี่เป็ด


“ค่ะ พอเสร็จนุชก็รีบตรงดิ่งกลับมาเลย” นุชนารีรับทิชชูจากพี่สาวมาซับน้ำตาออก


“ฉันทำให้แกลำบากแย่เลย เห็นไหม นัฐบอกพี่วารีแล้วว่าไม่ต้องโทรไปบอก ก็ไม่เชื่อ เห็นไหมนุชต้องมาไกลเลย”


นัฐชยาติงพี่สาว เธอเป็นห่วงความปลอดภัยของเพื่อนที่ต้องเดินทางมาไกลๆ เหมือนกัน มาถึงที่นี่โดยสวัสดิ์ภาพก็ดี แต่ถ้ามีอุบัติเหตุขึ้นกลางทางละเรื่องใหญ่แน่


“ยังไงก็ต้องกลับอยู่แล้ว แค่มาก่อนกำหนดไม่เป็นไรหรอก พี่ๆเขาก็เข้าใจ ฝากความห่วงใยมาให้ด้วยนะ”


“งั้นนุชไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้พี่ดูแลต่อเอง” เมวารีบอก


“พี่วารีไม่ต้องไปถ่ายแบบหรือค่ะ”


“ไม่แล้วล่ะ พอดีเขาเลื่อนเพราะช่วงนี้มีพายุเข้า พี่ก็เลยสบายตัวไป เรากลับไปพักเถอะ ไม่ต้องห่วงพี่จะดูแลยัยลิงนี่เอง”


“ขอบคุณค่ะ งั้นนุชกลับก่อน ...พรุ่งนี้ฉันจะมาเยี่ยมแต่เช้า”


“ไม่ต้องหรอก บ่ายพรุ่งนี้หมอก็อนุญาตให้กลับได้แล้ว แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” นัฐชยาบอกขึ้น


“ก็ได้ เจอกันที่บ้านเลยแล้วกัน”


นุชนารีเดินออกจากห้องของเพื่อนก็เจอร่างสูงของรัฐภามที่นั่งรออยู่ที่เก้าอี้ตรงทางเดิน จึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เพราะเขาน่าจะกลับไปได้แล้วไม่ใช่หรือ


“คุณยังไม่กลับอีกหรือ”


“เพื่อนคุณเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มเอ่ยถามถึงอาการของเพื่อนหญิงสาว


“ปลอดภัยแล้ว พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้” บอกอาการของคนไข้ให้อีกฝ่ายรับรู้


“นี่คุณกำลังจะกลับใช่ไหม เดี๋ยวผมไปส่ง” รีบอาสา เขาเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะไม่ปลอดภัย


“อย่าลำบากเลยค่ะ แค่คุณพามาที่นี่ก็เกรงใจมากแล้ว คุณกลับไปเถอะ”


“คุณไม่ดื้อสักเรื่องจะได้ไหม ผมให้ลูกน้องเตรียมรถรอไว้แล้ว”


รัฐภามไม่รอฟังเสียงคัดค้านจากหญิงสาว รั้งเอวบางลากไปยังลิฟต์ จนมาถึงรถหรูที่ติดเครื่องรอ


นุชนารีเสมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นหน้าคนเอาแต่ใจ ไม่คิดจะถามความเห็นของคนอื่นว่าอยากจะมาด้วยหรือเปล่า ชอบเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ไม่เปลี่ยน

 


เมวารีกำลังจะยกผลไม้เข้าไปให้น้องสาวในห้องนั้นเกิดอาการพื้นไหวเอน หน้ามืดขึ้นมาฉับพลัน จนต้องวางจานผลไม้ลงบนโต๊ะ คว้าเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ยึดไว้มั่น ทรุดกายนั่งลงก่อนที่เธอจะทันได้ล้มลงไปกับพื้น


“ไม่นะ!


ใบหน้านวลซีดเผือก ร่างบางเดินออกจากห้องคุณหมอ มือบางสั่นเทา ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเธอ ตลอดเวลากว่าสามเดือนที่ผ่านมาก เธอมัวยุ่งอยู่กับการทำงาน จนลืมเรื่องที่เกิดขึ้นที่อเมริกาไปสนิท พอมาวันนี้มันฟ้องเรื่องจริงทุกอย่างออกมาแล้ว มือบางกุมหน้าท้องแบนราบโดยไม่รู้ตัว


น้ำตาพาลไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เป็นเพราะเขาคนเดียว เธอจึงต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย! ด่าท้อเขาในใจ ร่างบางเดินมาถึงหน้าห้องของน้องสาวช่างใจอยู่เป็นนานกว่าจะก้าวเข้าไป แต่พอมาถึงห้องร่างบางต้องยืนตัวแข็งค้างไป เมื่อเห็นตัวการที่พังชีวิตของเธอยืนอยู่ในห้องนั้นพร้อมนุชนารี


“พี่วารี หายไปไหนมาค่ะ นุชมารอตั้งนาน เดี๋ยวคุณแจ็คสันจะไปส่งเราที่บ้านนะคะ”


นุชนารีเดินเข้ามาหาพี่สาว พลางถามขึ้น คิ้วเรียวพลางขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจก่อนจะถามขึ้นใหม่ ประคองพี่สาวให้มานั่งที่โซฟา


“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าซีดๆ”


“เปล่าหรอก เรียบร้อยแล้วใช่ไหม” เปลี่ยนประเด็นถามถึงอาการของนัฐยาแทน


“ค่ะ รอแค่พยาบาลมาถอดสายน้ำเกลือให้ก็เรียบร้อย”


นัฐชยาเป็นคนบอก ก่อนพยาบาลเดินมาเข้าถอดสายน้ำเกลือออกให้ แจ็คสันจึงเลี่ยงออกไปรอข้างนอกให้คนไข้สาวได้เปลี่ยนเสื้อผ้า


จากนั้นทั้งหมดเดินทางกลับมาบ้านพัก สามสาวเลือกที่จะมาพักอยู่ร่วมกัน อีกอย่างทำงานบริษัทเดียวกันอยู่แล้ว ใครว่างก็ช่วยดูแลอีกคนที่ทำงาน พวกเธอมีความสุขที่ได้ทำแบบนี้


“ขอบคุณมากนะคะที่ไปรับแล้วยังมาส่งถึงที่อีก” นุชนารีเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มเสียไม่ได้ พร้อมส่งยิ้มให้กับน้ำใจของอีกฝ่าย


“ขอบคุณคุณคริสดีกว่าครับ ผมแค่ทำตามหน้าที่ ผมคงต้องขอตัวก่อน”


“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ขับรถกลับดีๆ นะคะ”


“ด้วยความยินดีครับ”


กล่าวจบชายหนุ่มก็ก้าวขึ้นรถหรูแล้วขับออกไป ทั้งที่สายตายังจับจ้องมาร่างบางของหญิงสาวอีกคนที่เดินออกมาผ่านกระจกข้าง เขาอดที่จะเป็นห่วงเธอไม่ได้ ช่วงนี้เขาเห็นเธอทำงานหนักและยังพักผ่อนน้อย เกรงว่าจะไม่สบายเอาได้ ไม่ใช่เพราะเรื่องคืนนั้นที่เขาทำกับเธอ แต่มันมากกว่านั้น มากจนเขาอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้

 


นุชนารีหลุดพ้นจากแม่เลี้ยงใจร้ายมาได้หลายเดือน เธอมีความสุขมากขึ้น แม้ว่าจะต้องมีใครคนหนึ่งที่ตามติดเป็นเงาตามตัวก็ตามที แต่เธอกลับรู้สึกดีที่มีเขาอยู่เคียงข้าง วันนี้ก็เช่นกัน เธอต้องเตรียมไปเดินแบบให้กับบริษัทอัญมณีซึ่งจะเริ่มช่วงเย็น


ร่างบางเดินออกมาช้อปปิ้งหาซื้อของให้ส่วนตัว หญิงสาวเดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้อย่างสนุก ได้ทุกอย่างครบแล้วจึงเดินกลับออกมาหารถคู่ใจที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถ


“อย่าร้องนะ! ไม่งั้นฉันแทงไส้แกทะลักออกมาแน่” เสียงขู่กรรโชกส่งมาให้


“แกต้องการอะไร! ฉันมีเงินไม่มาหรอกนะ แต่ฉันให้แกหมดเลย อยากได้อะไรเอาไปเลย แต่อย่าทำอะไรฉันเลยนะ”


นุชนารีสะดุ้งโยงด้วยความตกใจ รู้สึกได้ว่ามีอะไรแหลมๆ จิ้มมาที่หลังของเธอ ร่างบางสั่นเทาน้ำเสียงสั่นเครือบอกว่ากลัวมากแค่ไหน


“ฉันอยากได้ตัวเธอมากกว่า ตัวหอมซะด้วย มานี่”


ใบหน้าเหี้ยมเกรียม แสยะยิ้มน่าเกลียดที่มุมปาก หญิงสาวพยายามดิ้นรนให้หลุดออกจากการเกาะกุม แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ยิ่งเธอดิ้นมากเท่าไร มันยิ่งรัดวงแขนแน่นขึ้นจนเธอเริ่มหายใจไม่ออก


“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้องล่ะ”


“ไม่ต้องกลัวหรอกไปนะคนสวย เธอจะได้ไปเที่ยวชมสวรรค์กับฉันถึงชั้นเจ็ดโน้นเลยล่ะ มันไม่น่ากลัวหรอก อย่ากลัวไปเลย” มือหยาบยกขึ้นไล้แก้มเนียนอย่างหยามใจ


“เชิญแกไปชมคนเดียวเถอะ ปล่อยฉัน ช่วยด้วย!


สะบัดแขนหลุดจากการเกาะกุมจนได้ ขาเรียวออกตัววิ่งกลับตรงทางเข้าไปในห้าง แต่ก็ช้ากว่าชายหน้าโหดที่ตามไปคว้าตัวเอาไว้ได้ทัน


“ว้าย! ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วย...”


มือบางยังคงทำงานได้ดี เล็บแหลมปาดเข้าข่วนหน้าโหดๆนั้นจนได้เลือด


“โอ๊ย! เก่งนักนะมึง”


“โอย!


ร่างบางทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดแรงเมื่อถูกมัดหนักซกเข้ากลางลำตัวจนเจ็บจุกไปหมด ก่อนที่จะหมดสติไปในเวลาอันใกล้


“ชอบให้ออกแรง”


โจรเหี้ยมสบโอกาสหันมองซ้ายมองขวาแล้วแบกร่างบางขึ้นบ่าเดินกลับไปที่รถของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้า ยิ้มอย่างมีความหวัง เป็นอีกครั้งที่เขาจะได้เฉยชมนางฟ้าตัวเป็นๆ

 


รถหรูอีกคันขับปาดขวางหน้ารถไว้ตามมาด้วยร่างสูงก้าวมาที่รถ ชายหน้าโหดเก็บสีหน้าแทบไม่มิด แต่พยายามนิ่งไว้ เมื่ออีกฝ่ายเดินมาเคาะที่กระจกรถ


“ขับรถภาษาอะไรวะ! เกิดชนขึ้นมาจะรับผิดชอบ” ชายหน้าโหดเอ่ยทำทีหัวเสีย แต่ก็ไม่ยอมลงจากรถ


“ผมต้องขอโทษด้วย เป็นอะไรหรือเปล่าครับ พอดีลูกน้องขับรถไม่ได้เรื่องเอง”


สิงห์หนุ่มปั้นสีหน้ารู้สึกผิดเต็มที ทั้งที่ภายในใจอยากจะกระโจนเข้าไปขย้ำอีกฝ่ายให้ตายคามือ แต่ก็ต้องใจเย็นเอาไว้ก่อน


“ช่างเถอะ คราวหน้าขับดูๆ หน่อย ไปได้แล้วฉันรีบ”


กำลังจะเลื่อนกระจกปิดลงก็ต้องสะดุ้งเฮือก ถูกมือหนาคว้าหมับ แล้วส่งยิ้มที่ทำเอาคนเห็นต้องหนาวยะเยือก ทั้งที่อากาศในลานจอดรถร้อนตับแตก


“มีอะไรอีก โอย!


ชายหน้าโหดถูกกระชากกระเด็นลงจากรถ ลงไปนอนกองอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะรีบลุกขึ้นมาตั้งท่าเตรียมรับพร้อมจะสู้เต็มที ไม่มีทางให้ใครมาขวางทางสวรรค์เด็ดขาด


“อยากได้ก็ไปหาเอาใหม่สิวะ!” บอกเสียงเหี้ยม


“แต่ฉันอยากได้คนนี้วะ”


สิงห์หนุ่มกล่าวน้ำเสียงทุ้มเนินนาบ แกะกระดุมเสื้อสูทออก ดวงตาคู่คมจ้องอีกฝ่ายไม่หลบ


“งั้นก็ข้ามศพกูไปก่อนเถอะอ๊ะ!


ร่างหนาลงไปนอนชักกระตุกอยู่ที่พื้น รัฐภามผละก้าวยาวอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่ง ปลุกหญิงสาวที่หมดสติให้ตื่นขึ้น แต่ดูท่าทางแล้วเธอจะโดนไม่ใช่น้อย


“นุช นุชได้ยินผมไหม บ้าจริง!


ชายหนุ่มช้อนอุ้มร่างบางตรงไปยังรถของเขาพร้อมสั่งให้รีบออกรถกลับห้องชุดทันที



โปรดติดตามตอนต่อไป...



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

76 ความคิดเห็น