ตอนที่ 44 : พบรัก สิบห้า 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    21 พ.ค. 62









“หน้าแดงเชียว เขินผมหรอ”


รัฐภามก้มลงกระซิบชิดหน้าผากเนียน เรียกขนแขนลุกซู่ คนดูที่กำลังมองทั้งคู่อยู่ต่างมองด้วยความอิจฉา และทึ่งกับนายแบบจำเป็นที่ทำท่าทางได้เป็นธรรมชาติไม่แพ้นายแบบมืออาชีพ


“อย่าหลงตัวเอง เลิกพูดมากได้แล้ว จะได้รีบถ่ายให้เสร็จๆ”


“กลัวที่จะอยู่ใกล้ผมขนาดนั้นเลย”


ใบหน้าคมก้มลงไปใกล้อีกนิด จมูกโด่งห่างจมูกโด่งรั้นเพียงลมพักผ่าน ทำเอาหญิงสาวนิ่งงันและเผลอจ้องมองนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน


“...ทำไมต้องกลัว คุณไม่ได้อยู่ในความคิดของฉันด้วยซ้ำไป” บอกเสียงรอดไรฟัน


“แต่แปลกนะ คุณบอกว่าไม่มีผมในหัวแต่ร่างกายของคุณกับเรียกร้องหาผมใจจะขาด” ชายหนุ่มโต้กลับไปอย่างเผ็ดร้อนไม่แพ้กัน


“คุณรัฐภาม!


นุชนารีเผลอเรียกชื่อเขารอดไรฟัน เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าพวกเธอกำลังพูดอะไรกันอยู่ พลางจ้องมองใบหน้าคมเขม็ง นึกโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ


“คุณรู้ใช่ไหมว่าเรียกผมแบบนั้นแล้วจะเจออะไร”


นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก้มลงมาใกล้มากขึ้นอีกนิดจนทำให้หญิงสาวต้องเอนตัวถอยห่าง นุชนารีพึ่งรู้ตัวเองว่าเผลอเรียกชื่อต้องห้ามที่ตั้งกฎเหล็กเอาไว้ ก่อนจะรีบหยุดเขาไว้ เพราะไม่อย่างนั้นมีหวังเธอได้อายคนทั้งกองไม่เป็นอันทำงานแน่นอน


“อย่านะ! โอเค เสร็จงานแล้วค่อยคิดบัญชี”


หญิงสาวยกมือบางขึ้นดันอกกว้าง เม้มปากแน่นที่อะไรไม่ได้ดั่งใจเธอสักอย่าง และมันก็เข้าทางเขาจนได้


“โอเค ถ้างั้นแสดงฝีมือนางแบบมืออาชีพของคุณให้ผมได้เห็นเป็นบุญตาหน่อยสิ”


รัฐภาม ฟานเซส ท้าทายนางแบบสาวสวยอย่างนึกสนุก เขารู้ดีว่าเธอไม่ชอบให้ใครมาท้าอยู่แล้ว เขาพูดมาแบบนี้นางแบบแถวหน้าของเอเชียอย่าง นุชนารี วายาไทย มีหรือจะไม่กล้ารับคำท้า


“คุณท้าผิดคนแล้ว”


นุชนารีก้มลงกระซิบชิดใบหูกว้างเล่นเอาคนฟังขนลุกซู่ แทบเก็บอารมณ์ไม่อยู่เลยทีเดียว หนุ่มสาวคุยกันอยู่ ช่างภาพมืออาชีพอย่างพี่เป็ดไม่พลาดที่จะเก็บทุกภาพเอาไว้ เขาไม่เคยเห็นการถ่ายแบบที่เป็นธรรมชาติมากแบบนี้มาก่อน และทั้งคู่ไม่รู้ตัวเลยว่าได้แสดงท่าทางมากมายออกมา


“โอเค คุณรัฐภามเปลี่ยนมายืนตรงนี้นะ นุชยืนเอามือข้างหนึ่งขึ้นโอบรอบคอไว้นะ ส่วนคุณรัฐภามก้มลงเล็กน้อยแต่ไม่ต้องเยอะมากแล้วจ้องตานุชเอาไว้ ส่วนนุชก็จ้องตาคุณรัฐภาม เผยอปากเล็กน้อยนะ ...แบบนั้น ค้างไว้นะ สวยนุชยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกนิดหนึ่ง


นุชนารีพึ่งได้มองเขาใกล้ๆ ใบหน้าครามคม มีไร้หนวดขึ้นประปราย มองดูก็เซ็กซี่ไปอีกแบบนี้ ก่อนจะรีบดึงตัวเองออกจากภวังค์ เมื่อคนตรงหน้ารั้งให้เธอแนบกายมากขึ้น หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาตาโต ซึ่งเขาก็มองเธออยู่ก่อนแล้ว


“เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าคุณแดงมากเลยนะ”


รัฐภามถามด้วยความห่วงใย พลางยกมือขึ้นกุมแก้มใสเอาไว้ มันแดงจนเขาเกรงว่าไข้ของหญิงสาวจะกลับมาอีกนุชนารีดึงมือหนาออกจากแก้มนวล


“...ฉันไม่เป็นไร”


ชายหนุ่มไม่ว่าอะไร ก่อนทำท่าทางตามใจตัวเองบ้างและเป็นท่าที่ตากล้องมือทองกำลังต้องการอยู่พอดี รัฐภามสวมวิญญาณนายแบบที่อยากทำมานาน เล่นเอาทุกคนในกองต่างมองทั้งคู่อย่างไม่เชื่อสายตา หญิงสาวยังนึกไม่ถึง เขาบอกอะไรมาเธอก็ทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง ไม่น่าเชื่อว่าภาพที่ออกมานั้นจะสวยอย่างที่เขาบอกจริง และท่าสุดท้ายที่หญิงสาวไม่คิดว่าเขาจะทำ ร่างสูงคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ


“จะทำอะไร!”นุชนารีตกใจไม่น้อยที่เห็นเขาทำแบบนั้น


“ทำหน้าสวยๆ ไว้”


มือหนาจับมือบางไปกุมแล้วจุมพิตท่ามกลางแสงอาทิตย์อ่อนๆ ที่กำลังจะลับขอบฟ้า สาดส่องมาที่คนทั้งคู่เหมือนเป็นใจ เป็นภาพที่งดงาม และทำเอาทุกคนในกองแทบจะละลายไปกับความหวานที่ไม่ปรุงแต่งนั้น


“โอเค เลิกกอง”


พี่เป็ดบอกเสียงดัง เมื่อได้ภาพครบตามต้องการ เป็นอีกวันที่เขามีความสุขมากที่ได้ถ่ายภาพที่เขาไม่ต้องบอกหรือจัดการเอง


“ไม่คิดว่านายแบบสมัครเล่นอย่างคุณจะทำได้ดี”


“พูดแล้วจะหาว่าคุย ผมเคยเป็นนายแบบสมัยเรียนนะและผมได้รับรางวัลยอดเยี่ยมมาด้วยแหละ”


“ขี้โม้จริง ฉันไปเปลี่ยนชุดดีกว่า คุณเองก็กลับไปได้แล้ว” เอ่ยไล่ชายหนุ่มกลับดื้อๆ แต่มีหรือที่ผู้ชายหน้ามึนอย่างเขาจะยอมให้ผู้หญิงอย่างเธอไล่ได้เป็นครั้งที่สอง ไม่มีทางเสียล่ะ


ร่างสูงผละเดินไปอีกทางที่ห้องแต่งตัวของผู้ชายแล้วจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า ลบเครื่องสำอางหน้าเตอะบนหน้าออก เขาพึ่งรู้ว่าผู้หญิงกว่าจะสวยได้ต้องพึ่งพาเครื่องประทินผิวมากขนาดนี้ แค่เห็นเขาก็เหนื่อยแล้ว หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วก็ออกมานั่งรอหญิงสาวที่เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านใน และลบเครื่องสำอางออกเหมือนเช่นเดียวกันกับเขา


อึดใจต่อมานุชนารีเดินแกมวิ่งออกมาพร้อมกระเป๋าใบโปรด แต่ท่าทางของเธอดูร้อนใจแปลกๆ เขาจึงเข้าไปรวบแขนเรียวไว้ ก่อนที่หญิงสาวจะวิ่งออกไป


“เดี๋ยวก่อนนุช คุณจะรีบร้อนไปไหน”


“ฉันต้องรีบกลับกรุงเทพฯ ด่วน!” ตอบเขาเสียงสั่นเล็กน้อย


“มีอะไรเกิดอะไรขึ้น” รัฐภามคว้าแขนเรียวเอาไว้ หมุนกลับมาเผชิญหน้า


“เพื่อนฉันเกิดอุบัติเหตุ ...นี่คุณ! ปล่อย ฉันรีบอยู่นะ” นุชนารีพยายามแกะมือเขาออก แต่เขาไม่ยอมปล่อย


“ผมไปส่ง ...แซมโทรบอกให้คนเตรียมเครื่องบินด่วน ไปกับผมเร็วกว่า”


หลังจากนั้นทั้งหมดจึงเดินแกมวิ่งไปที่รถยนต์คันหรูมุ่งหน้าออกจากโรงแรมที่ถ่ายทำไปด้วยความรีบร้อน

 



เครื่องบินส่วนตัวของสิงห์หนุ่มได้ร่อนลงจอดสนามบินในสองชั่วโมงให้หลัง รถยนต์คันหรูวิ่งตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาล


นุชนารีก้าวลงจากรถทั้งที่ยังไม่จอดสนิทดี ร่าบางเดินแกมวิ่งไปที่ลิฟต์ไม่รอคนที่วิ่งตามหลังมา แต่รัฐภามสามารถแทรกกายเข้าก่อนที่ลิฟต์จะปิดแบบฉิวเฉียด


“ใจเย็นก่อนเถอะนะ เพื่อนคุณถึงมือหมอแล้วเธอต้องไม่เป็นไร”


“ถึงยังไงฉันก็กลัวอยู่ดี”


มือบางบีบเข้าหากันแน่นจนเขารู้สึกเจ็บแทน ก่อนรวบมันมากุมเอาไว้เสียเอง ลิฟต์เหล็กกล้ามันวาวเปิดออก หญิงสาวก้าวยาวตรงไปที่ห้องพักของคนไข้ทันที


พอประตูห้องเปิดออก ดวงตากลมเรียวมองไปที่ร่างบางของเพื่อนรักก็ร้องไห้โฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ นี่เธอมาช้าไปอย่างนั้นหรอ!


“ไม่จริง! ยัยนัฐ...”


“นุชเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม เกิดอะไรขึ้น!


เมวารีเดินเข้าไปปลอบน้องสาวที่ร้องไห้อย่างหนัก มองเลยไปยังผู้ชายอีกคนอย่างเอาเรื่อง เพราะคิดว่าเป็นเขาที่ทำให้น้องสาวร้องไห้เสียใจ


รัฐภามยกมือขึ้นโบกไวไว ปัดออกจากตัวอย่างเร็วไว พลางชี้ไปยังร่างที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้


เมวารีเข้าใจทันที ก่อนจะเข้าไปดึงผ้าห่มคลุมร่างบางของนัฐชยาออก คนไข้ที่พึ่งงัวเงียตื่นเพราะเสียงร้องไห้ของเพื่อนรักจึงร้องบอก


“โอย ฉันไม่ได้ตายสักหน่อย แค่ขาหักเอง” นัฐชยารีบบอกเมื่อได้ยินเสียงหวานของเพื่อนรักดังแว่วมา


“อ้าวหรอ แล้วทำไมต้องเอาผ้าคลุมหน้าแบบนั้นด้วยเล่า” นุชนารีว่าเสียงสั่นปนสะอื้น มือบางปาดน้ำตาทิ้ง นึกโล่งใจที่เพื่อนไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเข้าใจ


“ก็ฉันไม่อยากได้ยินพี่วารีบ่นก็เลยเอาผ้าคลุมไว้นะสิ นี่นะตั้งแต่เข้ามายังบ่นไม่หยุดพูดเลย” นัฐชยาถดกายขึ้นนั่งพิงหัวเตียงมองมาที่พี่สาวคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างเพื่อนรัก



“นี่หยุดเลยนะ ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ แค่เตือนเท่านั้นเอง” เมวารีว่าเสียงเรียบเพราะเป็นห่วงน้องสาวมาก พอได้ข่าวก็รีบมาหา ยังไม่ได้พักสักผ่อนตั้งแต่เดินทางกลับมาจากทำงาน


“แหม เมื่อกี้ไม่เห็นพูดแบบนี้เลย” คนเป็นน้องเหน็บแหนมเข้าให้ แต่ไม่ได้จริงจังอะไรมากมายนัก


“เอาละๆ  ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ค่อยโล่งใจหน่อย” นุชนารีบอกขึ้นใหม่


“แล้วนี้ถ่ายแบบเสร็จแล้วหรอถึงกลับมาได้” เมวารีหันมาถาม รู้ว่าวันนี้น้องสาวมีถ่ายแบบที่ภาคเหนือกับพี่เป็ด


“ค่ะ พอเสร็จนุชก็รีบตรงดิ่งกลับมาเลย” นุชนารีรับทิชชูจากพี่สาวมาซับน้ำตาออก


“ฉันทำให้แกลำบากแย่เลย เห็นไหมนัฐบอกพี่วารีแล้วว่าไม่ต้องโทรไปบอก ก็ไม่เชื่อ เห็นไหมนุชต้องมาไกลเลย”


นัฐชยาติงพี่สาว เธอเป็นห่วงความปลอดภัยของเพื่อนที่ต้องเดินทางมาไกลๆ เหมือนกัน มาถึงที่นี่โดยสวัสดิ์ภาพก็ดี แต่ถ้ามีอุบัติเหตุขึ้นกลางทางละเรื่องใหญ่แน่


โปรดติดตามตอนต่อไป...






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

74 ความคิดเห็น