ตอนที่ 42 : พบรัก สิบสี่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    19 พ.ค. 62








แจ๊คสันขออนุญาตนายหนุ่มมาทำธุระด่วน นั่งใบหน้าทะมึนอยู่ที่รถยนต์ มองหนุ่มสาวที่กำลังถ่ายแบบแนบชิดกับนายแบบหล่อล้ำ ถ้าเป็นชุดที่มันไม่โชว์เนื้อหนังเขาจะไม่ว่าเลย แต่นี้มันแทบจะไม่ช่วยปกปิดอะไรได้เลย เธอยอมถ่ายมันได้อย่างไรกัน เห็นทีคงต้องมีเรื่องคุยกันยาว


“เจอกันพรุ่งนี้”


เมวารีโอบกอดนายแบบหนุ่มพร้อมกับหอมแก้มเป็นการจากลา เหมือนเช่นทุกครั้งที่ทำเป็นประจำ เดินตรงมายังรถยนต์ของตนเองที่จอดห่างจากคนอื่นๆ พลางก้มหน้าลงหากุญแจในกระเป๋าจนไม่ทันได้สังเกตว่ามีกำแพงหนาอยู่เบื้องหน้า


“อะ ...นาย!


“ตกใจมากเลยหรือที่เห็นหน้าผม” น้ำเสียงมะนาวไม่มีน้ำส่งไปให้ จ้องคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ


“ทำไมฉันต้องตกใจ ก็แค่... อุบ... อ้วก...”


“เป็นอะไร”


เมวารีปิดปากไม่ทันจึงทำให้อาเจียนใส่คนตรงหน้าชนิดที่เรียกว่าหมดไส้หมดพุง ชายหนุ่มผละไปหยิบน้ำและทิชชูในรถแล้วตามมาให้พร้อมลูบหลังให้ไม่ได้คิดรังเกียจ ทำเอาคนอาเจียนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย


“เป็นยังไงบ้าง”


“เสื้อนาย...”


เมวารีเงยหน้าขึ้นและพลันมองเห็นเสื้อเชิ้ตตัวสวยของคนตรงหน้าเต็มไปด้วยผลงานของตัวเองอดรู้สึกขอโทษไม่ได้


“ไม่เป็นไร ผมมีเสื้อมาเปลี่ยน ว่าแต่คุณเป็นอะไร ไม่สบายทำไมไม่พัก มาทำงานทำไม”


ยื่นมือหนาวางมือทาบลงบนหน้าผากเนียน สำรวจร่างกายหญิงสาวโดยระเอียด จนหญิงสาวต้องร้องห้ามนั้นแหละเขาจึงหยุด


“ฉันไม่เป็นไร ปล่อยได้แล้ว”


เมวารีแกะมือหนาที่กุมแขนเรียวอยู่ออกจาก ไม่ได้สนใจอาการห่วงใยของอีกฝ่าย


“ไปขึ้นรถ”


แทนที่จะปล่อยกลับดึงร่างบางเข้าหา โอบเอวคอดเดินกลับไปที่รถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล


“เดี๋ยว! นี่นายจะพาฉันไปไหน แล้วรถฉันล่ะ นี่...” เมวารีร้องแหว ไม่ยอมขึ้นรถ


“ก็จอดมันไว้ที่นี่แหละ ...ขึ้นรถ”


เมวารีเตรียมจะอ้าปากประท้วงก็ต้องเงียบลง เมื่อถูกสายตาและสีหน้าดุนั้นที่จ้องมา นัยน์ตาคู่คมเหลือบมองคนข้างกายเป็นระยะ คิ้วเรียวขมวดยุ่งเมื่อหนทางเบื้องหน้าไม่ใช่ทางกลับโรงแรม เขาจะพาเธอไปไหน? แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม ไม่กี่อึดใจก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย 


“ไม่เจียมตัวเองจริงๆ แม่คูณ”


แจ๊คสันหักรถเข้าจอดข้างทาง เอื้อมมือไปปรับเบาะให้เธอจะได้หลับสบายมากขึ้น มองดูหญิงสาวแล้วยิ้มออกมา จากนั้นจึงขับรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่เขาเตรียมไว้เพื่อเธอ

 



เมวารีลืมตาตื่นขึ้นในเช้าของอีกวัน รู้สึกว่าตัวเธอไม่ได้หลับเต็มอิ่มแบบนี้มานานมาก ร่างบางก้าวลงจากเตียงกว้างเมื่อได้ยินเสียงเหมือนเสียงคลื่นกระทบฝั่ง มือบางรูดม่านผืนบางที่พลิ้วไหวออก ด้วยตากลมเรียวเปล่งประกายกับความตื่นตาเบื้องหน้า


“สวยจังเลย ที่นี่ที่ไหน”


“เกาะไลลา”


เสียงทุ้มด้านหลังเรียกให้ร่างบางที่กำลังชื่นชมทิวทัศน์ด้านนอกต้องหันกลับมา


“นาย!


“เป็นของเพื่อนผมเอง ...คงไม่คิดว่าเป็นของผมหรอกนะ” แจ็คสันเย้าเสียงใส เดินนำถอดอาหารเช้าไปวางที่โต๊ะชุดเล็กนอกระเบียง


“ฉันรู้ว่านายไม่มีปัญญาซื้อที่นี่หรอก”


เมวารีเหน็บแหนมกลับบ้าง เธอยังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้นเสียหน่อย มากล่าวหาเธอได้อย่างไรกัน


“พูดแบบนี้มันดูถูกกันมากไปหน่อยนะ” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองร่างบางที่หันกลับมามองเขา


“ดูถูกก็ยังดีกว่าดูผิดย่ะ”


เมวารียังไม่หยุดที่จะต่อปากต่อคำกับเขา เธอยังไม่ได้แก้แค้นที่เขาทำกับเธอเมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งมันมีสิ่งที่กำลังจะฟ้องออกมาอีกไม่กี่เดือน


แจ็คสันถอนหายใจออกมายืดยาว มองกรอบใบหน้านวลที่มีเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนพลิ้วคลอดเคลียไปมา ช่างเป็นภาพที่เซ็กซี่เหลือเกินในความรู้สึกของเขา เมวารีที่มองกลับมาเห็นว่าชายหนุ่มจ้องเธออยู่จึงถามแก้เก้อออกไป พลางเดินมานั่งที่เก้าอี้อีกตัวที่ว่างอยู่


“มองอะไร?” เมวารีเงยหน้าขึ้น และเห็นว่าคนข้างๆ กำลังจ้องมองมาที่เธออยู่


“มองคนสวย”


“นี่นาย” ดวงตากลมเรียวมองมาตาเขียวปัด


“โอเคๆ ทานข้าวเถอะ จะได้ทานยา แล้วนี่ยาอยู่ไหน เดี๋ยวผมไปเอาให้” ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ ร่างสูงเตรียมจะลุกเข้าด้าน หญิงสาวรีบลุกขึ้นก้าวยาวไปขวางหน้าเขาไว้


“ไม่ต้อง! ฉันไปเอาเอง นั่งลงทานข้าวไปเลย”


หญิงสาวหันหลังแล้วก้าวยาวกลับเข้าห้องไปที่กระเป๋าใบสวยที่วางอยู่โต๊ะหัวเตียง


แจ็คสันนึกสงสัยว่าหญิงสาวมีเรื่องที่กำลังปกปิดอยู่ เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าเรื่องอะไร แล้วเรื่องยาก็เหมือนกัน เธอเป็นโรคอะไร? ทำไมต้องกลัวเขารู้ด้วย หรือว่าเธอเป็นโรคร้าย!


ร่างบางเดินออกมาจากห้อง แต่แล้วต้องสะดุ้งตกใจเมื่อถูกจู่โจมด้วยอ้อมกอดแน่นหนาแบบไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวนิ่งอึ้งอยู่นาน ก่อนจะผลักเขาออกห่าง


“เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย มากอดฉันทำไม”


“คุณไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ผมเข้าใจดี”


แจ็คสันรั้งร่างบางเข้าหาอ้อมกอดแกร่งโอบกอดเธอเอาไว้ คราวนี้แน่นกว่าเดิมเหมือนกลัวเธอหายไป


“เดี๋ยวก่อน เข้าใจเรื่องอะไร?”


“ก็คุณกำลังเป็นโรคร้าย... โอย” มือบางตีเข้าที่แขนแกร่งเต็มแรงอย่างเหลืออด เรื่องอะไรมาแช่งเธอ


“จะบ้าหรอ! เรื่องอะไรมาแช่งฉัน คุณนะสิเป็นโรคร้าย”


“เอ้า ก็ยาพวกนั้น


นิ้วเรียวยาวชี้เข้าไปในห้อง นัยน์ตาคู่คมยังคงจับจ้องที่ใบหน้านวลไม่ไปไหน


“นี่เป็นยาแก้เจ็บท้องประจำเดือน หัดถามก่อนอย่าคิดไปเองได้ไหม” 


สะบัดแขนเรียวออกจากการเกาะกุม แล้วเดินอ้อมกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม


“อ้าวหรอกหรอ ผมก็นึกว่าคุณ” มือหนายกขึ้นลูบท้ายทอยไปมาแก้เก้อ


“คิดว่าฉันจะตายเร็วๆ นี้หรือไง”


“อย่าพูดแบบนั้นนะ ผมคงทนอยู่ต่อไปไม่ได้”


เมวารีเงียบเสียงลง จ้องมองคนตรงหน้านิ่งเมื่อเขาพูดจบ ซึ่งเขาก็จับจ้องมองเธออยู่เช่นกัน


ช่วงสายทั้งสองต้องเดินทางกลับ ตลอดการเดินทางไม่มีเสียงพูดคุยอะไรมากไปกว่าเสียงของลมหายใจ ต่างคนต่างเงียบและเป็นชายหนุ่มที่อดทนไม่ไหวต้องหันมาหวังที่จะถ้า แต่พอหันกลับมาก็เห็นว่าหญิงสาวหลับไปเสียแล้วจึงทำได้เพียงเก็บคำพูดมากมายไว้ที่เดิม

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

76 ความคิดเห็น