ตอนที่ 4 : พบรัก หนึ่ง 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    12 เม.ย. 62








          นิวยอร์ก เวลา 19.00 น. 

          สามสาวจากเคทีโมเดลิ่งมาพร้อมหน้ากันล้อบบี้ด้านล่าง ก่อนเดินออกจากโรงแรมไปยังร้านที่นุชนารีและเมวารีเป็นคนเลือกตามสัญญา พอมาถึงก็จัดแจงหาที่นั่งโดยเลือกที่นั่งตรงมุมห้องเพราะไม่ต้องการที่จะไปเบียดเสียดกับคนอื่น ด้วยที่นี่เป็นผับชื่อดังในย่านนี้ยิ่งดึกมากเท่าไหร่ก็จะมีแขกแวะเวียนเข้าออกตลอดจนหนาตาไปหมด

          “ถูกใจแล้วสิ” นัฐชยาเอ่ย พร้อมส่งสายตาประชดไปให้เล็กน้อย

          “แน่นอนสิค่ะ” สองสาวตอบรับเสียงใส

          “เลือกร้านนี่ปรึกษาเงินกระเป๋าดิฉันไหมคะ” นัฐชยาโอดครวญ มองเพื่อนและพี่สาวอย่างเหนื่อยใจ

          “แหม คุณนัฐชยาค่ะ เอาเงินออกจากกระเป๋าบ้างเถอะ มันจะเน่าหมดแล้วรู้ไหม” นุชนารีเอ่ยเย้าเพื่อนรักอย่างอารมณ์ดี

          “หนี้ท่วมหัวสิไม่ว่า จะเอาที่ไหนมาทันได้เน่ากันค่ะ โอยมื้อนี้กระเป๋าฉีกแน่เลย ฮือๆ” นัฐชยาไหล่ตก เมื่อคิดว่าเมื่อนี้เธอได้กระเป๋าแบนกลับบ้าน

          “แกรับปากแล้วนะว่าจะเลี้ยงฉันกับพี่วารี” นุชนารีดักทาง

          “เออๆ ไม่ลืมหรอกน่า อยากกินอะไรก็สั่งมาเลย แต่อย่าหนักมานะ พรุ่งนี้ฉันจะตื่นไม่ทันขึ้นเครื่องกลับ”

          “อ้าว ทำไมไม่รอกลับพร้อมกัน”

          “ไม่ได้หรอก มะรืนฉันมีถ่ายนิตยสารนะ คืนเบี้ยวเจ้ลูซี่ได้ฉีกอกฉันแน่”

          “โอเค งั้นก็ฉลองกันเบาๆก็แล้วกัน” 

          พี่ใหญ่เป็นคนจัดการสั่งเครื่องดื่มด้วยตัวเอง รอเพียงไม่นานน้ำสีสวยก็มาวางอยู่ตรงหน้า

          “เอามาชนหน่อย” สามสาวจูงมือกันออกมาโยกย้าย เมื่อเพลงโปรดถูกเปิดขึ้น  

          ใครอีกคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะวีไอพีมุมห้องจับจ้องมองมาที่ทั้งสามสาวนิ่งไม่บอกอารมณ์ใดๆ เรียกได้ว่าตั้งแต่พวกเธอเดินเข้าร้านมาก็ว่าได้ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องไปที่ใบหน้านวลของหนึ่งในสามสาว รอยยิ้มหวานที่ยิ้มแย้มออกมาเหมือนดอกทานตะวันยามเช้า ช่างเป็นสิ่งอัศจรรย์สำหรับเขา มองเท่าไหร่ก็ไม่รู้เบื่อ ทำให้อยากเข้าไปเก็บเธอใส่กระเป๋ากลับบ้านไปด้วยกันนาทีนั้น

          “เดินดีๆ กันหน่อยสิ ว้าย…” 

          นุชนารีประคองพี่สาวและเพื่อนรักเดินออกจากร้านอย่างทุลักทุเล บอกขอเบาๆ นี่เล่นเมากันเละแบบนี้เธอจะพากลับถึงห้องไหวไหม ดูจากสภาพแต่ละคนแล้ว โดยเฉพาะนัฐชยาที่เมาเละไม่เป็นท่าทั้งที่บอกจะขึ้นเครื่องกลับพรุ่งนี้ เชื่อน้ำคำไม่ได้เลยจริงๆ

          “มีอะไรให้ช่วยไหมครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง 

          นุชนารีเอียงหน้ากลับมามองด้านข้างเมื่อได้ยินภาษาไทยคุ้นหู นัยน์ตาสีดำสนิทเพ่งมองร่างสูงว่าเป็นใครกัน ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปไม่น้อยทำให้มองเห็นไม่ชัด ก่อนจะตอบกลับไปด้วยภาษาเดียวกัน

          “อ่อ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ” 

          พลางประคองสองสาวเดินไปตามทางเดินที่มุ่งหน้ากลับโรงแรม ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด แต่แล้วเมวารีก็วิ่งไปอาเจียนและเกือบทำให้เธอและนัฐชยาเซถลาล้มไปกองกันกับพื้นฟุตบาท

          “ว้าย!” 

          ร่างสูงที่ยังยืนอยู่ที่เดิมรีบก้าวเข้ามารับร่างของหญิงสาวทั้งสองไว้ได้ทันเวลาเหมือนรออยู่ก่อน พลางก้มลงบอกด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล

          “ดูแล้วผมคงต้องเดินไปส่งแล้วล่ะ” 

          นุชนารีเผลอจ้องใบหน้าคมเนินนานเพิ่งรู้ตัว ขื่นกายออกห่างจากร่างสูงอย่างนุ่มนวล พลางมองไปที่พี่สาวที่หลับค้างอกกว้างของคนติดตามชายหนุ่มมา ซึ่งน่าจะเป็นลูกน้องของเขา ส่วนเพื่อนรักนั้นเมามายลวนลามผู้ชายตัวโตอย่างลืมอาย เห็นภาพนั้นแล้วเธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน 

          นุชนารีหันกลับมาทางชายหนุ่ม ก่อนจะพยักหน้ารับเสียไม่ได้ แล้วเดินพาเขาไปที่โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลนัก ไม่ใช่ว่าเธอเองไม่เมา แต่ให้เรียกว่ามีสติมากที่สุดแล้วในสามคนจะดีกว่า

          “อุ้ย!” 

          นุชนารีร้องตกใจเมื่อจู่ๆ ถูกแขนแกร่งโอบรอบเอวคอด และไม่ใช่ใครอื่นผู้ชายที่อาสาไปส่งเธอนั่นเอง หญิงสาวคุ้นหน้าเขาเหลือเกินเหมือนเคยเจอเขาที่ไหน แต่นึกยังไงก็คิดไม่ออก ใบหน้านวลจึงสะบัดหน้าไปมา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากเส้นผมหนานุ่มลอยมาตามลม จนคนที่อยู่ใกล้เผลอสูดความหอมนั้นเข้าปอด และมันก็ทำให้เลือดในกายหนุ่มถูกปลุกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

          อึดใจต่อมาทั้งหมดได้เดินมาที่พัก เนื่องจากนุชนารีไม่สามารถพาทั้งสองขึ้นมาด้วยตัวเองได้ และต้องรบกวนผู้หวังดีขึ้นไปส่งที่ห้องพักตามระเบียบ

          “ขอบคุณมากนะคะที่กรุณามาส่ง ต้องรบกวนคุณแย่เลย” 
พลางคนไปทางคนตัวใหญ่ที่อยู่ข้างชายหนุ่ม เห็นเสื้อสูทมีคราบของอ้วกที่พี่สาวได้ฝากเอาไว้เป็นวงกว้าง 

          “...และต้องขอโทษเรื่องเสื้อด้วย ให้ฉันเอาไปซักให้ไหมค่ะ?” บอกอย่างกระตือรือร้น สำนึกผิดที่ชายหนุ่มต้องมาเจอผู้หญิงขี้เมาจนเดือดร้อนไปหมด

          “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมจัดการเองได้” 

          ‘แจ็คสัน’ หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยและเลขาส่วนตัวของประหนุ่ม ฟานเซสจิวเวลรี่บอกหญิงสาว

          “ดึกมากแล้วผมคงต้องขอตัวก่อน”

          “ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาส่ง”

          “ด้วยความยินดีครับ คุณเข้าห้องเถอะ”

          กล่าวจบรัฐภพและคนสนิททั้งสองหันหลังเดินจากไป วันนี้ถือว่าคุ้มมากแล้วที่ลงทุนไป จะจับกวางสาวมันต้องมีท่าทางและชั้นเชิงที่เหนือชั้นกว่า เพราะดูแล้วเธอไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่เขาจะหาได้ง่าย 

          “จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือครับ” 

          แจ็คสันก้มลงมองคราบอ้วกของแม่นางแบบสาวที่ฝากเอาไว้เป็นที่ระลึก ใบหน้าคมแหย่เก๋แทบจะอ้วกออกมา ก่อนจะถอดมันออกมาถือแทน

          สิงห์หนุ่มไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพียงแต่ส่งยิ้มปริศนามาให้แทน พลางก้าวยาวกลับไปที่ลิฟต์ตรงหน้า วันนี้แค่นี้ก่อน ส่วนพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน จะมากหรือน้อยกว่านี้ ไว้ดูกันยาวไป


โปรดติดตามตอนต่อไป...


          
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

69 ความคิดเห็น