ตอนที่ 39 : พบรัก สิบสาม 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    16 พ.ค. 62








“ไม่! ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปอีกเด็ดขาด”


นุชนารีเบี่ยงตัวผละหันหลังเดินห่างจากเขา แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกดึงกลับมาหาอ้อมกอดแกร่ง ความที่ไม่ทันระวังตัวเอง กายสาวจึงปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่และแนบตั้งแต่หน้าอกอวบลงไปจรดเท้า


“จะทำอะไร ปล่อยฉันนะ! ฉันไม่มีเวลามาคุยเรื่องไร้สาระกับคุณหรอกนะ”


หญิงสาวดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนที่เหมือนกรงขังที่พร้อมจะกักขังเธอเอาไว้อีกครั้ง มือบางพยายามแกะแขนเขาออก ซึ่งมันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด


“คุณต้องไปยกเลิกสัญญานั้นซะ”


“คุณเสียไปแล้วเหรอ เรื่องอะไรฉันจะต้องหาเรื่องใส่หัวให้เสียค่าปรับด้วยไม่ทราบ” เสียงหวานโวยกลับ ออกแรงดิ้นสุดแรงเกิดให้หลุดจากอ้อมแขนของเขา


“ไม่รู้ล่ะ คุณต้องไปถอนตัวซะ ไม่อย่างนั้น กิจการของมันได้จบแน่”


“บ้าอำนาจ! คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะเปลี่ยนใจอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ”


นุชนารีจ้องใบหน้าคนที่พาลไม่เข้าเรื่อง และดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้พูดเล่นเสียด้วย แต่จะให้เธอไปบอกเลิกสัญญาหรือ หึ ไม่มีทางเสียล่ะ! อยากทำอะไรก็เชิญ เธอไม่ได้เดือดร้อนอยู่แล้ว


“อย่าท้าทายผมนะนุช”


“ฉันพูดจริง”


ใบหน้านวลจ้องอีกฝ่ายอย่างท้าทาย เธอไม่คิดเลยว่าเวลาที่จากกัน มันไม่ทำให้เขาเปลี่ยนไป ผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษคนนั้นหายไปแล้วจริงๆ เหลือเพียงผู้ชายที่ทั้งเอาแต่ใจ ไม่ฟังความคิดเห็นของใคร เอาตัวเองเป็นใหญ่


“ยกเลิกสัญญานั้นซะ!


“อย่ามาออกคำสั่งกับฉันคุณรัฐภาม!


“ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าเรียกแบบนั้น จะโดนลงโทษอะไร” นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองคนเอาแต่ใจเหมือนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน


นุชนารีชักจะทนเขาไม่ไหว เมื่อไรเขาจะปล่อยเธอไปเสียที ในเมื่อไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแล้วก็ไม่น่าต้องมายุ่งวุ่นวายกันอีกทำไม


“ทำไม ฉันจะเรียก... อื้อ”


คำสุดท้ายกลืนหายลงไปในลำคอระหงเหมือนเดิม เมื่อถูกริมฝีปากหยักลึกของคนตรงหน้าซกวูบลงมาไม่บอกกล่าว


“อื้อ... อ่อยอาน” 


ร่างบางดิ้นขรุขระเพื่อให้หลุดในอ้อมแขนแกร่ง แต่ช่างยากเย็นเหลือเกิน ชายหนุ่มผละถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ก้มลงถามชิดริมฝีปากบางรายกาจเสียงพร่า


“ไหนลองเรียกใหม่สิ...” 


นุชนารีสติเริ่มเลือนลางเต็มที มองเขาตาปรือ ก่อนจะพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับที่คิดออกไป


“รัฐภาม...”


“สงสัยคุณจะชอบวิธีการลงโทษของผมเสียแล้วนุชนารี”


ก้มลงหาริมฝีปากบางทันที มือกว้างปล่อยออกจากเอวบางมาประคองที่ท้ายทอยกึ่งประคองคอระหงให้เธอได้เงยหน้ารับจุมพิตจากเขาได้เต็มที่ รัฐภามเผลอคลายอ้อมแขนลงเลี่ยนเป็นโอบร่างบางไว้หลวมๆ แทน


ความผิดชอบชั่วดีที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัวบอกให้เธอผลักร่างสูงออกห่าง ซึ่งเขายอมปล่อยแต่โดยดี พอเป็นอิสระได้หญิงสาวจึงวิ่งหนีไปที่ห้องนอนของตัวเอง ขื่นอยู่ตรงนั้นนานกว่านี้เธอได้กลายเป็นอาหารมื้อค่ำของเขาเป็นแน่


นุชนารีมายืนหอบอยู่ด้านหลังประตูห้องนอน  หลังจากที่วิ่งหนีเขาเข้ามาหลบในห้องนอนได้สำเร็จ เมื่อก้มลงมองร่างกายก็เห็นว่ามันแดงระเรื่อจากสัมผัสของเขา ก่อนวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าคว้าชุดสวยตรงยังห้องน้ำ


โครม!


“ว้าย!


ร่างบางขวับไปด้านหลัง ประตูที่เธอคิดว่าล็อกแน่นหนา ถูกเปิดเข้าด้วยแรงมหาศาลจากด้านนอก ร่างสูงใหญ่ก้าวตรงไปยังร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงหน้าประตูห้องน้ำ จ้องมองมายังเขาด้วยความหวาดหวั่น       


“ประตูแค่นี้มันขวางผมไม่ได้หรอก”


มือหนายื่นไปคว้าแขนเรียวของของร่างบางตรงหน้าเข้าปะทะร่างหนาด้วยแรงที่ไม่เบานัก จนเธอต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด


โอ้ย! ฉันเจ็บนะ!


มันยังไม่เจ็บเท่ากับสิ่งที่คุณทำไว้กับผมหรอก


มือหนาจับร่างบางโยนลงบนเตียงกว้างที่อยู่ห่างไปไม่ไกลด้วยแรงที่ไม่เบานัก ก่อนตามมาคร่อมเหนือร่างบอบบางและใช้มือแกร่งทั้งสองข้างของเขากดข้อมือบางลงกับเตียง


“อย่านะ!


หญิงสาวกรีดร้องตะโกนออกมาเสียงดัง เนินอกเนียนสวยที่โผล่พ้นผ้าขนหนูออกมาช่างล้อสายตานัก นุชนารีอดหวาดกลัวจนเนื้อตัวสั่นเทาไปหมด รัฐภามไล้สายตามองร่างบางอย่างโหยหาย


“กลัวหรือ”


กล่าวน้ำเสียงรอดไร้ฟันออกมาอย่างเหลืออด ก้มลงสูดซุกไซ้ละคอระหงและขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยสีระเรื่อ บอกเป็นนัยว่าเธอเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น


“ปล่อยฉัน!


ฉันบอกไปกี่รอบแล้วว่าฉันไม่รู้เรื่องคืนนั้น และฉันไม่ได้ทำอย่างที่คุณกล่าวหา” เสียงหวานปนสะอื้นร้องออกมา ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองคนใต้ร่างที่น้ำตาไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่


“คิดว่าผมจะเชื่อหรอหา!


“อื้อ...”


ริมฝีปากหยักลึกก้มลงไปหาใหม่ คราวนี้เนินนานป่านจะขาดใจให้ได้ สูบเอาเรี่ยวแรงทุกอย่างมาจากร่างเล็กอย่างไม่ปรานี


“...คุณไม่เชื่อ ฉันจนใจ”


นุชนารีตอบกลับเสียงเรียบ จ้องหน้าเขาไม่หลบเช่นกัน พลางหอบหายใจถี่ จนหน้าอกอวบสะท้อนขึ้นลง


“นุชนารี! อย่ายั่วโมโหผมนะ”


“ที่คุณเห็น... ฉันมีปัญญาไปยั่วคุณได้ด้วยหรอ” 


เสียงหวานโต้กลับทันควัน น้ำเสียงหวานสมเพชตัวเอง ทำเอาชายหนุ่มถึงกับกัดฟันกรอดอย่างเหลืออด ใบหน้าคมเงยขึ้นสูดหายใจเข้าปอดจนต้องผ่อนมันออก แล้วก้มลงถามด้วยน้ำเสียงที่เบาลงจนคิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย


“แล้วทำไมคุณไม่คิดจะบอกผม”


“คุณเคยเปิดโอกาสให้ฉันได้อธิบายสักคำไหม! มาถึงก็ไล่ฉันอย่ากับหมูหมา เห็นฉันเป็นตัวอะไร...”


นุชนารีระบายสิ่งที่เก็บซ้อนมาแรมเดือนใส่หน้าเขาอย่างสุดจะกลั้นอีกต่อไป น้ำตาที่พยายามข่มมันเอาไว้เออไหลออกทางห่างตาเป็นสาย


รัฐภามซ้อนยิ้มที่มุมปาก มองใบหน้านวลด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง ถ้าวันนั้นเขาอยู่ฟังเธออธิบาย เรื่องก็คงจะไม่เลวร้ายแบบนี้ ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก้มลงจูบซับน้ำตาให้แผ่วเบา แม้ในความเป็นจริงมันจะไม่ช่วยอะไรเลย แต่ในความรู้สึกของเขาเธอมีความหมายที่มากกว่านั้น


“ผมอยากฟังแค่นี้แหละ...


จบประโยคใบหน้าคมฉกวูบลงมา นุชนารียังติดอยู่กับภวังค์เผลอโอนอ่อนไปตามเขาไม่ประสีประสา มือหนาปลดเปลื้องผ้าเช็ดตัวผืนเล็กออกให้พ้นทาง เผยให้เห็นร่างงามที่สรรสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะอย่างหลงใหล


ยะ อย่า


เสียงหวานร้องห้ามเสียงแผ่วหลังถูกมือหนาสัมผัสผ่านชุดคลุมไปตามเรียวขาเรียวงามสูงขึ้นเรื่อยๆ ร่างบางบิดตัวไปมาเพราะความเสียวซ่าน รัฐภามยกยิ้มขึ้นอย่างพึ่งพอใจ โน้มใบหน้าคมเข้ามาจูบอ่อนโยน เต็มไปด้วยความปรารถนาเต็มเปี่ยม


นุชนารีครางออกมาด้วยความเสียวและจิกเล็บลงไปไหล่แกร่ง เกร็งค้างเมื่อนิ้วเรียวยาวสอดเข้าหา ร่างบางบิดตัวไปมากับสัมผัสแปลกใหม่ เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น


ไม่ต้องกลัว คุณจะมีความสุขที่สุด...


รัฐภามบอกเสียงแหบพร่า นิ้วเรียวเริ่มขยับเข้าหาหนักขึ้น มืออีกข้างรั้งใบหน้าเนียนสวยขึ้นมาจูบ


นุชนารียอมรับเลยว่าตอนนี้เธอนั้นทั้งกลัวและตื่นเต้นมากกับสิ่งแปลกใหม่ที่เขากำลังจะเกิดขึ้น ร่างสูงผละห่างก้าวลงจากเตียงกว้าง หญิงสาวปรือตามองใบหน้าแดงก่ำกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าเขาทำอะไร... พลางหันกับมามองอีกด้านของเตียงอย่างเขินอาย


นุชนารีพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงพยุงกายขึ้นจากเตียง แต่ช้ากว่าสิงห์หนุ่มที่ก้าวตามมาคร่อมไว้เหมือนเดิม เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องแกร่งที่ทำเอาอ่อนแทบระทวยไปต่อหน้าต่อตา เธอพยายามไม่ก้มต่ำไปกว่าหน้าท้องแกร่ง


“หึ หึ”


รัฐภามหัวเราะขบขันกับท่าทีเขินอายนั้นนึกสนุกขึ้นมา ก้มลงหาริมฝีปากแดงระเรื่อจูบซับอย่างโหยหาย แค่เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น เธอก็ทำให้เขาแทบคลั่ง มือหนายกขาเรียวสวยทั้งสองข้างแยกออกและค่อยๆ ดันกายเข้าหาอย่างเชื่องช้า


อึก!”


รัฐภามก้มลงมองใบหน้านวลที่แหยเก๋ บ่งบอกถึงความเจ็บปวดมากมาย ชายหนุ่มตกใจไม่น้อย นี่หญิงสาวไม่ได้เป็นของคนอื่น! นุชนารี ผวากอดร่างหนาเอาไว้ด้วยความเจ็บปวดกับสัมผัสแปลกใหม่ที่เขามอบให้  เผลอกัดริมฝีปากแน่น มือบางจิกลงแผ่นหลังกว้าง ลากยาวจนได้แผล ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรปล่อยให้หญิงสาวทำได้ตามสบาย


“ชูร์...”


รัฐภามแทบจะหยุดทันทีเมื่อเห็นน้ำตาใสไหลรินออกมาจากหางตาสวย พลางก้มลงจูบซับน้ำตาให้เป็นเชิงปลอบใจ เสียงสะอื้นเมื่อครู่ห่างหายไป เปลี่ยนเป็นเสียงครวญครางไพเราะแทน


ชายหนุ่มจึงเริ่มขยับกายอีกครั้ง สองเสียงร้องประสานกันเป็นเมโลดี้ชั้นเลิศ ดวงตากลมเรียวปิดลง รัฐภามเริ่มขยับแก่นกายเข้าหาเร็วขึ้นจนร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ร่างสูงกัดปากตัวเองแน่นด้วยความเสียวซ่านเมื่อคนตัวเล็กตอดรัดเขาแน่นขึ้น ไม่ได้รู้สึกมีความสุขล้ำขนาดนี้มาก่อน


รัฐภามไม่รอช้ากระแทกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง จนร่างบางนั้นสั่นระรัว มือบางยกมือขึ้นโอบรอบคอแกร่ง โน้มใบหน้านวลลงมาหา จูบซับแผ่วเบาที่ริมฝีปากอวบอิ่มน่าหลงใหล โน้มกายลงมานอนข้างกัน ดึงร่างบางเข้ามาซบบนอกกว้าง


ขอโทษนะที่ผมเห็นแก่ตัว จนคุณต้องมานั่งทุกข์ใจแบบนี้...”


มือหนาลูบแก้มใสของคนตัวเล็กด้วยความรักที่ล้นปริ่ม ตอนนี้เธอได้หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจากบทรักอันเร่าร้อนจากเขา


โปรดติดตามตอนต่อไป....




 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #13 MeMerlMerlly (@SuthidaNakabhat) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 08:01
    งงนิด​ พระเอกรู้อยู่แล้วว่านางเอกไม่ผิด​ แล้วที่บอกเจ็บไม่เท่าผมหรอกคืออะไร​ ในเมื่องี่เง่าเอง​ อ่านบทสนทนาแล้วงงว่านางต้องการอะไรจากนางเอก
    #13
    0