ตอนที่ 31 : พบรัก สิบ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1038
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    9 พ.ค. 62







ตีระยาได้พาคู่ขาลัดเลาะเข้าทางด้านหลังคฤหาสน์ก่อนต้องรีบหลบหลังพุ่มไม้ที่อยู่ใกล้เมื่อลูกน้องสิงห์หนุ่มเดินผ่านมา โชคดีที่เขาไม่ทันสังเกตเห็น ก่อนรีบวิ่งลัดเลาะเข้าไปในบ้านและตรงขึ้นบันไดไปที่ห้องนอนชั้นบนทันที


รัตติมาหันขวับไปที่ประตูหลังได้ยินเสียงเคาะประตู เกรงว่าจะเป็นสิงห์หนุ่มจึงรีบดึงผ้าห่มคลุมร่างลูกเลี้ยงเอาไว้แล้วเดินมาดูที่ประตู


“คุณป้าตีย่าเองค่ะ” เสียงแหลมร้องบอกคนด้านใน


“ทำไมมาช้านัก เดี๋ยวรัฐภามก็กลับมาก่อนหรอก”


“ก็ไอ้ลูกน้องบ้าพวกนั้นนะสิค่ะ เดินยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่โดนจับได้”


ตีระยาโอดครวญเสียงเบาหลังโดนรัตติมาตำหนิทั้งที่เธอเกือบจะโดนพวกมันจับได้ด้วยซ้ำ


“ช่างเถอะ ตอนนี้ให้ไอ้ฝรั่งมันแก้ผ้าแล้วขึ้นไปนอนกับนังนุชได้แล้ว ชักช้าเดี๋ยวได้จะซวยกันหมด”


ตีระยาหันไปบอกคู่ขาทำตามแผนร่างสูงใหญ่ไม่รอช้าสลัดเสื้อผ้าออกแล้วก้าวขึ้นไปนอนเคียงข้างร่างที่นอนไม่ได้สติทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็รีบหายตัวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

 


รถยนต์คันหรูตีวงโค้งเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ด้วยความเร็วที่ไม่เบานัก ร่างสูงก้าวเดินไปที่ห้องนอนตามที่คนสนิทโทรบอก นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเข้มขึ้นจนแทบจะจำสีเดิมไม่ได้ ประตูห้องนอนเปิดเข้ามาอย่างแรง หนุ่มขายตัวสะดุ้งโย่ง ทำทีผละออกจากร่างบางหน้าตาตื่น


นุชนารีปรือดวงตาอันหนักอึ้งขึ้นช้าๆ กวาดตามองไปทั่วห้อง ก่อนมาหยุดที่ชายหนุ่มที่ยืนหน้าทะมึนอยู่ปลายเตียงกว้างและกำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยความโกรธชิงชัง


“คริส


“กล้าดียังไงมาทำเรื่องมั่วบนเตียงฉัน!


สิงห์หนุ่มกล่าวเสียงรอดไร้ฟัน โกรธแทบจะยั้งตัวเองไม่ให้เข้าไปทำร้ายทั้งคู่ให้สาสมกับความเกลียดชัง


“...คุณกำลังพูดถึงอะไร”


เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาถาม พยุงตัวเองขึ้นนั่ง ก่อนรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังบางจึงรีบก้มดูตัวเองเห็นว่าตัวเองไม่ได้สวมอะไรอยู่จึงรีบคว้าผ้าห่มขึ้นปิด เงยมองคนที่นั่งอยู่ข้างกายก็เห็นว่าเขาอยู่ในสภาพเดียวกัน


“คริส! มันไม่ใช่อย่างที่คุณเห็นนะ”


นุชนารีตาเบิกกว้าง รีบอธิบายเสียงระรัว พยุงตัวเองขึ้นอย่างยากลำบากจากฤทธิ์ยาสลบที่สูดเข้าไป


“แล้วมันเป็นยังไง! อยากมากจนต้องลากผู้ชายมากินถึงบนเตียงผมนี่เห็นผมโง่มากใช่ไหม!


สีหน้าและแววตาบ่งบอกความผิดหวังยิ่งทำให้นุชนารีเจ็บปวดเหลือเกินในเวลานี้น้ำตาที่เอ่อคลอในหน่วยตา แทบพังทะลักออกมาเมื่อเขาพูดจบ เธอรับได้ที่เขาจะว่าอะไร แต่ต้องไม่ใช่เรื่องนี้


“ฉันอธิบายได้


“ไม่ต้อง! ผมไม่น่าหลงผู้หญิงอย่างคุณคนหน้าไหว้หลังหลอก!


เพี้ย!!!


“คุณจะดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะรัฐภาม! ใช่ ฉันมันมั่ว นี่แหละธาตุแท้ผู้หญิงอย่างฉัน อยากได้ยินแบบนี้ใช่ไหม” โต้กลับเสียงสั่นเครือจ้องใบหน้าคมนิ่งไม่หลบไปไหน


สองสาวที่นั่งนับเวลารอก็ทำทีเดินผ่านหน้าห้องก่อนจะเข้ามาดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น


“มีเรื่องอะไรกันหรือค่ะ ว้ายตาเถร!” รัตติมาทำทีร้องตกใจ พลางหันไปยิ้มกับหญิงสาวอีกคนด้วยความสะใจ


“นี่แกกล้าสวมเขาให้คุณรัฐภามถึงบ้านเขาเลยหรอยัยนุช น่ารังเกียจที่สุด”


ตีระยาสวมบทนางเอกผู้แสนดี มองนางแบบรุ่นน้องด้วยแววตาสะใจเป็นที่สุด เกมนี้เธอลงแรงไปไม่เสียเปล่าจริงๆ


“ออกไปจากบ้านผม! และไม่ต้องกลับมาอีก พวกคุณก็ด้วย เชิญ!


กล่าวจบร่างสูงผละเดินออกจากห้องไปไม่รอฟังคำอธิบายจากใครหน้าไหนอีก


“คริส...


“พวกเราผิดหวังในตัวจริงๆ”


แบร์โต้ส่ายหน้าผิดหวัง เขาหลงคิดมาตลอดว่าเป็นคนดี แต่มาเห็นแบบนี้ภาพลักษณ์ที่เห็นมันได้เลื่อนหายไปหมดสิ้น


“ฮือ...”


นุชนารียกมือปิดหน้าร้องไห้เสียใจอย่างสุดจะกลั้นไม่ได้เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เสียใจที่เขาไม่คิดจะฟังคำอธิบายของเธอ ก็อย่างว่ามีใครบ้างเห็นแบบนี้แล้วจะเชื่อว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“งามหน้านัก ลักกินขโมยกิน ไปกันเถอะหนูตีย่า ไม่อยากอยู่ที่นี่นาน เดี๋ยวเชื้อโรคจะติด”


“ไปค่ะคุณป้า ตีย่าก็ไม่อยากอยู่เหมือนกัน”


รอยยิ้มหยามเหยียดที่ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของทั้งคู่ ฉายแววสะใจอยู่ในที มันเหมือนคมมีดนับพันเล่มกรีดตามร่างกาย ทำไมพวกเขาถึงได้ใจร้ายนัก เธอไปทำอะไรให้ถึงได้อาฆาตแค้นกันและทำให้ชีวิตของเธอต้องจบสิ้นลงแบบนี้


นุชนารีก้มหน้าร้องไห้ออกมาป่านจะขาดใจให้ได้ ร่างบางสะอื้นจนตัวโยกจนน่าสงสาร หลังจากร้องจนพอแล้วจึงลุกขึ้นแต่งตัวและเก็บกระเป๋า ออกไปจากบ้านของเขาให้เร็วที่สุด ไม่อยากอยู่ให้เขามาตราหน้า และเธอคงทนสายตาที่เขามองมาไม่ได้

 


นุชนารีหอบเอาความอัปยศอดสูกลับบ้านเกิดเมืองนอน ไม่ต่างอะไรกลับผู้หญิงที่ถูกตราหน้าเป็นผู้หญิงแพศยา ไร้ยางอาย มั่วผู้ชายไม่เลือกหน้า และที่ทำให้เธอเจ็บปวดที่สุดคือ ผู้ชายที่เธอรักมองเธอเป็นผู้หญิงไม่ดีไปแล้ว เมื่อเขาเอ่ยปากไล่อย่างไม่ใยดี ถึงจะไม่เห็นหน้าทุกเช้าเหมือนเมื่อก่อน แต่อย่างน้อยเธอยังได้มองเขาผ่านสื่อให้พอต่อลมหายใจในวันต่อไปได้


“ฮือ...”


นุชนารียกมือบางยกขึ้นปิดใบหน้าเนียนร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย คนที่อยู่บนเครื่องบินต่างมองมาเป็นระยะแต่เธอไม่มีอารมณ์จะสนใจและไม่อาย ทุกอย่างมันพังลงหมด ทั้งความรัก ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เธอมอบให้เขา ความผิดครั้งนี้เธอไม่ใช่คนผิด เธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา ทำไมไม่ฟังกันบ้าง


แอร์โฮสเตสสาวสวยประจำเครื่องเดิน เดินเข้ามาถามด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นผู้โดยสารหญิงสาวนั่งร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนักมาพักใหญ่แล้ว


“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”


“ไม่มีค่ะ”


“ถ้ามีอะไรเรียกได้ตลอดเลยนะคะ”


“ขอบคุณค่ะ ฉันแค่ดีใจที่จะได้กลับบ้านก็เท่านั้น”


ยกมือเช็ดน้ำตาออกไปให้พ้น แต่มันก็ยังไหลออกมาไม่ขาดสายอยู่ดี เธอจึงได้เพียงยิ้มให้พนักงานสาวเท่านั้น


“...คุณคงพึ่งจะบ้านในรอบหลายปีสินะคะ ทางเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่คุณผู้หญิงเลือกใช้บริการสายการบินฟานเซสแอร์ไลน์ของเรา”


นุชนารีนิ่งงันเหมือนถูกไฟนับพันโวลต์พุ่งมาที่ร่างกาย พึ่งรู้ตัวว่านั่งสายการบินของสิงห์หนุ่มกลับ


“เชิญพักผ่อนตามสบายนะคะ มีอะไรเรียกใช้ได้ตลอด ไม่ต้องเกรงใจค่ะ” กล่าวจบแอร์โฮสเตสสาวผละเดินจากไปปล่อยให้เธอได้อยู่เพียงลำพังอย่างที่ต้องการ


“จะไปแล้วยังตามมาหลอกกันได้อีก...”


ใบหน้านวลก้มลงเล็กน้อย ซ้อนน้ำตาที่กำลังไหลออกมาไม่ขาดสายและนัยน์ตาสีดำสนิทพึ่งสังเกตว่าที่นิ้วเรียวมีแหวนวงงามประดับอยู่


“ตายแล้ว! นี่ฉันลืมคืนแหวนให้เขา แต่ช่างเถอะ ถึงตอนนี้เขาก็คงไม่อยากได้คืนแล้ว”


โปรดติดตามตอนต่อไป...



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

72 ความคิดเห็น