พบรักรัฐภาม [ชุด Men Of Lions] (ลงจบ) EBook

ตอนที่ 27 : พบรัก เก้า 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1064
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    4 พ.ค. 62








“งั้นเมนูนี้เป็นไงครับ


NC 20+++

(ติดตามต่อไปที่ ReadAWrite , ธัญวลัย)

(กลัวโดนแบนจ้า)




“เป็นไง เมนูใหม่ของผม เร่าร้อนพอที่จะทำให้คุณทานในมื้อต่อไปได้หรือเปล่า”


พลิกตัวร่างหนาขึ้นคร่อมร่างงามเอาไว้ กระซิบชิดริมฝีปาก ความต้องการเริ่มพุ่งขึ้นมาอีกรอบ ตีระยาส่งสายตาแห่งความปรารถนาไปให้เช่นกัน


“ไว้วันหลังแล้วกัน วันนี้ฉันมีธุระสำคัญต้องไปจัดการ แต่ก่อนกลับ ฉันไม่พลาดแน่”


ริมฝีปากบางกดลงที่ปากหนาเนินนานก่อนจะผลักเข้าออก ก้าวลงจากเตียงหยิบชุดสวยขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำไปทันที ปล่อยให้ชายหนุ่มอีกคนมองตามตาปอย


“มีอะไรให้ผมช่วยไหมล่ะ”


ร้องตะโกนเข้าไปถามถึงในห้องน้ำ พอดีกับที่สาวเจ้าเดินออกมา ตีระยาก็นึกขึ้นได้ว่างานต้องมีผู้ช่วยดีสักคน และเธอยินดีมากที่จะนำเสนอชายแกร่งคนนี้


“มีแน่ อีกไม่นานเกินรอหรอก”


ร่างบางก้าวเข้ามาร่างแกร่งที่นอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงกว้าง มอบจุมพิตเย้ายวนหวานล่ำไปให้ แล้วผละออกอย่างอ่อยอิง


“อย่าให้ผมต้องรอเก้อล่ะ”


ก้มกระซิบชิดริมฝีปากบาง นัยน์ตาเปล่งประกายขึ้นมา ตวัดร่างบางเข้าหาตัวก้มลงไปหาใหม่ สร้างไฟสวาทในกายสาวให้ประทุ


“อืม... อดใจรอหน่อยสิ”


มือบางไล้ตามแก้มสาก ก้มลงไปหา แต่ไม่ได้สัมผัสโดนสักนิด ตีระยาผละออกจากร่างสูง คว้ากระเป๋าใบสวยขึ้นไหล่แล้วเดินออกจากห้องไป

 


ประเทศไทย...


เมวารีนั่งร้องไห้กับตัวเองอย่างหนักหลังจากที่กลับมาจากอเมริกา เธอไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม เพราะสิ่งที่เธอเสียไปมันก็ถือเสียว่าเป็นทาน แต่ไม่เพียงเท่านั้น มันมีอะไรบ้างอย่างที่ทำให้เธอเสียใจมากกว่า...


นัฐชยาเดินกลับมาที่ห้องแต่งตัว หลังจากที่ออกไปห้องน้ำ ดวงตาคู่สวยเหลือบไปเห็นพี่สาวที่กำลังนั่งร้องไห้ก็นึกเป็นห่วงพลางเดินเข้าไปถาม


“เป็นอะไรหรือเปล่าพี่วารี”


“เปล่า พอดีแป้งเข้าตานะ” มือบางรีบเช็ดออกอย่างรวดเร็ว


“ไม่เป็นอะไรแน่นะ มีอะไรก็บอกนัฐได้นะ” เดินมานั่งลงเก้าอี้ใกล้ๆ


“พี่ไม่เป็นไร นี่เราแต่งตัวเสร็จแล้วหรอ” เมวารีบอกปัด เธอไม่ต้องการให้น้องสาวต้องเป็นกังวลไปด้วย 


“เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วนี่ยัยนุชจะกลับมาเมื่อไรค่ะ นัฐล่ะอดเป็นห่วงไม่ได้เลย ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง” เสียงหวานปนเศร้าเอ่ยถาม พอไม่มีเพื่อนรักอยู่ด้วย เธออดที่จะเหงาไม่ได้เลยจริงๆ


“ไม่ต้องห่วงหรอก คุณรัฐภามดูแลดีจะตาย อีกไม่กี่วันก็กลับแล้วล่ะ”


“สาวๆ จ้ะ ได้เวลาแล้ว ไปเตรียมตัวที่ด้านหลังเวทีได้แล้วจ้ะ” เจ้ลูซี่เดินเข้ามาบอกสองสาวในสังกัด


“รับทราบค่ะ ไปค่ะ”


สองสาวก็เดินตามผู้จัดการร่างอ้อนแอ้นไปด้านหลังเวที ซึ่งตอนนี้มีนางแบบคนอื่นๆ กำลังเตรียมตัวตั้งแถวกันอยู่ เป็นไปตามที่ซ้อมไว้ เมื่อมาถึงคิวของเมวารีซึ่งสวมชุดฟินาเล่แทนนุชนารีที่ยังไม่กลับจากต่างประเทศ


ร่างบางก้าวเดินออกมาราวนางพญา ทุกคนต้องขยี้ตาแล้วมองซ้ำให้แน่ใจว่าเป็นคนจริงๆ งดงามสง่าแลดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอมในเวลาเดียวกัน ดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลดูเร่าร้อนเชิญชวนไร้เดียงสา เสริมด้วยชุดราตรีสีขาวลายลูกไม้ประยุคยาวคร่อมเท้าอวดเรือนร่างบาง สะโพกงอนงามจนผู้ชายในงานต่างกลืนน้ำลายตอกย้ำสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา


น้ำตาใสไหลตามร่องแก้มทันทีที่เธอก้าวเข้าไปด้านหลังเวที แต่ยังไม่มีใครได้เห็น มือบางจึงรีบซับมันออกอย่างรวดเร็ว ขื่นมีใครเห็นเข้าเธอขี้คลานตอบคำถามให้วุ่นวายโดยเฉพาะน้องสาว ก่อนขึ้นไปเดินโชว์อีกรอบก็เป็นการเสร็จงาน


ร่างสูงโปร่งอวบอิ่มเดินไปตามชายหาดทรายขาวละเอียด ปล่อยจิตใจไปตามสายลมและแสงแดดอ่อนของยามเย็น ชีวิตของเธอก็มักจะถูกเล่นตลกเสมอ ตั้งแต่เกิดก็ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเองแทบจะเอาตัวไม่รอด และเป็นอีกครั้งที่โชคชะตาผลักให้เธอต้องตกลงบ่วงของซาตานร้ายเห็นแก่ตัว เธอหมดสิ้นแล้ว ไม่เหลืออะไรสักอย่าง ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...

 


นัฐชยาต้องเดินต่อเพื่อไปถ่ายแบบที่พังงาในเช้าวันต่อมา แม้ว่าจะได้ไปทำงานด้วยเที่ยวด้วย แต่เธอกลับไม่รู้สึกสนุกเลยแม้แต่น้อย เพราะมีมารผจญตามมาก่อกวนถึงกองถ่ายจนเธอแทบไม่มีสมาธิทำงาน


หลังจากถ่ายแบบเสร็จในช่วงเย็นจึงขอทีมงานกลับทันที ขื่นอยู่ต่ออีกวันเดียวเธอคงได้ประสาทกินตายก่อนแน่ ขาเรียวยาวก้าวมาหยุดลงที่หน้าบ้าน คิ้วเรียวขมวดยุ่งเมื่อประตูห้องเปิดอยู่


“ตอนไปก็ปิดดีอยู่นี่นา หรือว่าขโมย!


ตาคู่สวยมองหาสิ่งที่จะเอามาเป็นอาวุธและเหลือบไปเห็นกระถางดอกไม้ที่วางอยู่ด้านหลังคว้ามันมาป้องกันตัวทันที ก้าวเข้าไปด้านในช้าๆ


“แกตายแน่ไอ้หัวขโมย!


ร่างบางผลักประตูเข้าไป ก้าวเดินเข้าไปหามันอย่างช้าๆ และเบาที่สุด นัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดมองไปโดยรอบ มือบางกระชับกระถางดอกไม้ในมือแน่นขึ้น และทันใดนั้นก็เหลือไปเห็นร่างของหัวขโมยที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ที่ตู้โชว์หน้าโทรทัศน์จึงไม่ลังเลพุ่งเข้าไปพร้อมกระถางดอกไม้ในมือทุ้มใส่หัวมันสุดแรงเกิด 


“ตายซะเถอะไอ้หัวขโมย!


นัยน์ตาสีดำสนิทก็เงยขึ้นเห็นเงาในกระจกที่กำลังพุ่งมาที่เขาก็หันกลับไปอย่างรวดเร็ว


“เฮ้ยคุณ! นี่ผมเอง”


ราเชนทร์รีบคว้ามือบางที่ถือกระถางเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่มันจะหล่นมาที่หัวของเขา ให้นอนสลบเหมือบอยู่ที่พื้น เอี้ยวตัวไปวางห่างๆ ด้วยความขยาด


“นาย! เข้ามาในห้องฉันได้ยังไง อ้อที่แท้ก็เป็นพวกชอบขโมยของนี่เอง ฉันว่าแล้วเชียวทำไมถึงชอบตามฉันจัง เอาของอะไรฉันไปบ้างเอาออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะโทรแจ้งตำรวจให้มาลากคอนายเข้าตาราง” เสียงหวานร่ายยาวเป็นชุดไม่เปิดโอกาสให้กับจำเลยได้อธิบาย


“เดี๋ยวก่อนคุณ ฟังผมอธิบายก่อนสิ มันไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจนะ”


“ไม่ใช่แล้วยังไง สิ่งที่ฉันเห็นก็บอกได้หมดแล้ว รอไปแก้ตัวกับตำรวจเองก็แล้วกัน”


กล่าวจบก็หยิบโทรศัพท์เครื่องบางจากกระเป๋าขึ้นกดหมายเลขที่จำได้ตั้งแต่สามขวบแล้วกดโทรออก แต่นั้นยังช้ากว่าชายหนุ่มตรงหน้า


“เฮ้ย! นี่นาย เอาของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนช่วย ให้แตกตื่นกันทั้งหมู่บ้านเลย จะได้รู้ว่านายแบบหน้าหล่อคนดัง เป็นพวกขโมยดีๆนี่เอง”


ปากบางเตรียมที่จะทำอย่างปากว่า เตรียมจะส่งเสียงร้อง ราเชนทร์กลัวว่าเรื่องจะบานปลายก็พุ่งเข้ารวบร่างบางเอาไว้ ยกมือหนาขึ้นปิดปากจิ้มลิ้มร้ายกาจนั้นไว้อย่างรวดเร็ว


“ฟังก่อนสิ มีแต่พูดๆ อยู่นั้นแหละ เมื่อไรผมจะได้พูดบ้าง คราวนี้เงียบแล้วฟัง โอเค ถ้าคุณส่งเสียงร้องออกมานะ ผมจะปล้ำคุณตรงนี้ ไม่ใช่นอนจ้องเล่นเหมือนคราวก่อนแน่ พร้อมหรือยัง”


ก้มลงถามชิดใบหูเล็ก ร่างสูงใหญ่โอบกอดร่างบางแน่นขึ้นไปอีกเมื่อหญิงสาวไม่ยอมตอบตกลง คราวนี้จึงใบหน้าคมก้มลงมาที่ริมฝีปากที่เข้ากำลังปิดไว้


นัฐชยาตาเบิกตากว้างเอนตัวออกห่าง แล้วยอมพยักหน้าแต่โดยดี ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงยอมปล่อย เมื่อเธอยอมทำตามสัญญา


“อะๆ อยากจะลองบทรักของผมก็วิ่งเลย”


ชายหนุ่มพูดอย่างรู้ทัน ทันทีที่เขาปล่อยเธอก็ตั้งท่าจะหนี นัฐชยาหยุดกึกหันมามองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง มือบางยกขึ้นเท้าสะเอวจ้องมาที่เขา


“ก็ว่ามาสิ”


“นั่งลงก่อน”


“อย่าเยอะได้ไหม ฉันเหนื่อยอยากพักผ่อนจะแย่อยู่แล้วเนี่ย”


หญิงสาวตวาดแหวไม่สบอารมณ์ แต่ยอมนั่งลงโซฟาที่อยู่ใกล้ แต่โดยดี ราเชนทร์เห็นร่างบางนั่งลงเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มเล่ารายละเอียดที่เขามาหาเธอในวันนี้ช้าๆ


“ทีมงานเขาเห็นว่าคุณทำกุญแจหล่นไว้ที่ห้องแต่งตัว และพอดีว่าผมเดินผ่านไปพอดีก็เลยอาสาเอามาคืนให้ แต่คุณยังมาไม่ถึงผมก็เลย...” 


ชายหนุ่มลุกเดินเข้าไปใกล้ ก้มลงมองใบหน้านวลที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบาอย่างหลงใหล


“อ้าวนี่ไม่ฟังกันเลยเหรอ ...หลับไปซะแหละ”


มือหนาไล้ตามกรอบหน้ากลมเรียวแผ่วเบา ช้อนร่างบางขึ้นอ้อมแขนพาขึ้นห้องนอนของเธอ เขาได้เดินสำรวจตั้งแต่มาถึง มีอีกหลายเรื่องของหญิงสาว ทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงานที่เขาก็เห็นบ่อยอยู่แล้ว ขาแกร่งก้าวมาหยุดลงเตียงกว้าง บรรจงวางร่างบางลงอย่างนุ่มนวล


“เวลาคุณหลับน่ารักกว่าตอนตื่นเยอะเลยรู้ไหม”


ร่างสูงนั่งอยู่เป็นเพื่อนเธอสักพักใหญ่ก็ลุกขึ้นเตรียมกลับบ้าน วันนี้เขาก็เหนื่อยมาทั้งวันไปต่างจากกัน นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองใบหน้านวลอีกครั้ง และก็อดใจที่จะก้มลงจุมพิต แต่เลือกที่หน้าผากนวลแทนที่จะเป็นริมฝีปากร้ายกาจที่ด่าเขาได้ทุกครั้งที่เจอหน้า แต่เขากลับมีความสุขที่ได้ยินเสียงของเธอ ร่างสูงเดินออกจากห้องไป โดยไม่ลืมล็อกประตูห้องให้เสร็จสรรพ


โปรดติดตามตอนต่อไป....




 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

76 ความคิดเห็น