ตอนที่ 22 : พบรัก เจ็ด 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    29 เม.ย. 62







อีกฝั่งเมืองนิวยอร์ก


แจ็คสันเดินตามร่างของเมวารีไปที่ร้านอาหาร ชายหนุ่มเลือกที่นั่งที่ห่างจากเธอเล็กน้อย แต่ก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าเธอทำอะไรบ้าง


เมวารีดึงโปสการ์ดที่น้องสาวทิ้งไว้ในห้องออกมาเขียนถึงเพื่อนๆ นางแบบที่อยู่เมืองไทย หลังเขียนเสร็จจึงรวบรวมไปหย่อนลงตู้ไปรษณีย์ที่ตั้งห่างออกไปไม่ไกลนัก แล้วออกเดินไปยังสถานที่ต่อไปตามที่วางแผนกันไว้กับน้องสาว เมื่อหญิงสาวไม่อยู่เธอจึงต้องไปเที่ยวคนเดียวตามระเบียบ ไม่บ่อยนักที่จะได้มีวันหยุดยาวๆ แบบนี้ ดังนั้นเธอจึงขอเที่ยวให้เต็มที่ เก็บความสุขหนึ่งอาทิตย์ที่นี่ให้มีค่าที่สุด


ร่างสูงของใครอีกคนคอยเดินตามไปแผ่นหลังบางไปเรื่อยๆ โดยไม่ให้หญิงสาวรู้ตัว และมันไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อจู่ๆ สาวเจ้าก็หันกลับมา ความที่ไม่ทันระวัง ดวงตาของทั้งคู่จึงมองประสานกัน เมวารีอ้าปาก นิ้วเรียวชี้ไปที่คนตรงหน้า


“นาย! ตามฉันมาทำไม หรือว่าคิดไม่ดีกับฉัน ช่วย... อื้อ”


เสียงหวานกลายเป็นเสียงอู้อี้เมื่อถูกมือกว้างปิดปาก ร่างบางดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนแกร่งพยายามดิ้นให้หลุด แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินในความคิดของเมวารี


“เงียบ ถ้าคุณไม่หยุดร้องผมจะจูบคุณโชว์ตรงนี้” 


ก้มลงกระซิบใบหูเล็กเป็นการทำสัญญา เมวารีจึงยอมพยักหน้า เขาช่างใจอยู่เล็กน้อยก่อนปล่อยมือจากริมฝีปากบาง


“ช่วยด้วยค่ะ! ช่วย... อื้อ”


มาตรการขั้นเด็ดขาดถูกเรียกใช้อย่างเร่งด่วน จุมพิตพายุดวงตากลมเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะกล้าจูบเธอต่อหน้าคนมากมายกลางวันแสกๆ ริมฝีปากหยักลึกถือโอกาสคว้านหาความหอมหวานของโพรงปากจิ้มลิ้มทันที


ร่างบางอ่อนระทวยจนต้องยึดไหล่กว้างไว้ เพื่อไม่ให้ตัวเองทรุดลงนั่งกับพื้น ก่อนจะถอดจูบออกอย่างอ่อยอิง ถ้าอยู่ที่ห้องเธอไม่มีทางขัดเขาได้อย่างแน่นอน


เพี้ย!


ฝ่ามือเรียวก็ฟาดลงที่ซีกหน้าคมทันทีหลังจากเป็นอิสระจากเขา เล่นเอาใบหน้าคมหันไปตามแรงตบชาไปทั้งซีก


“เลว! นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่นายจะทำแบบนี้กับฉันได้” ส่งท้ายด้วยเท้าสวยเตะเข้าหน้าแข้งของเขาอย่างโกรธแค้น มีสิทธิ์อะไรมาจูบเธอ


“โอ้ย! เดี๋ยว...” แจ็คสันเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มองตามร่างบางที่วิ่งหนีไป


“ไปให้พ้น!


เมวารีปาดน้ำตาเดินหนีไป ครั้งที่สองแล้วนะที่เขาทำแบบนี้ คิดแล้วก็อย่างจะสาปส่งนัก แต่เมื่อคิดถึงคำสอนของครูใหญ่จึงคิดว่าเป็นการทำทานให้กับคนยากไร้เสีย ร่างบางเดินแกมวิ่งที่รถแท็กซี่ที่วิ่งผ่านมาแล้วก็ออกจากตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว ไม่หันกลับไปมองคนด้านหลังให้เสียเวลา ต่อให้เคยช่วยเธอจากโจรขโมย แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับเธอแบบนี้!

 


นุชนารีเดินออกจากห้องในช่วงสายของวัน ก้าวไปตามทางเดินเชื่อมไปยังอีกฝั่งของคฤหาสน์หลังใหญ่ นัยน์ตาสีน้ำตาลมองดูสถาปัตยกรรมที่วางเรียงรายสวยงามไปจนสุดทางเดินบอกถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี ร่างบางเดินมาหยุดลงตรงรูปปั้นหญิงสาวและชายหนุ่มทั้งหกยืนขนาบข้าง เป็นงานศิลป์ที่มีความสวยงามที่สุดที่เธอเคยเห็น


และถัดมาด้านข้างมีรูปปั้นของสิงห์ทั้งห้าเรียงรายตามลำดับ นุชนารีก้าวผ่านลงไปด้านล่างออกไปยังสวนสวยที่มีพันธุ์ไม้ดอกและไม้ประดับมากมายที่กำลังออกดอกสะพรั่งเต็มต้นดึงดูสายตาผู้พบเห็นอยากสัมผัส


รัฐภามนั่งทำงานอยู่บนห้องเหลือบมองลงมาเห็นร่างบาง  เหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลมาดึงเขาให้เดินไปมองดูเธอที่ริมหน้าต่างบานใหญ่ ก่อนผละเดินออกจากห้องทำงาน ลงไปหาแม่เหล็กสาวหน้าหวานที่กำลังเดินชมสวนสวยอยู่


“ดอกไฮยาซินธ์[1]


“ชื่อแปลกดีนะคะ” นุชนารีบอกยิ้มๆ ลุกขึ้นหันมามองหน้าเขา


“รู้ไหมว่ามันความหมายว่าอะไร” ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้านวลอย่างมีความหมาย


“ไม่ทราบสิค่ะ ฉันไม่คอยสัดทัดเรื่องนี้เสียด้วย” บอกน้ำเสียงติดตลก หันกลับไปสนใจดอกไม้ต่อ


“ดอกคล้ายระฆังน้อยยามแรกผลิ คล้าย รักแรกที่เข้ามา” ชายหนุ่มเว้นวรรคไปชั่วครู่ พลางสังเกตปฏิกิริยาของหญิงสาว ก่อนพูดต่อให้จบ


“...และกลิ่นที่หอมหวนของมันก็เหมือนกับความรักที่ถูกบ่มจนสุกงอม”


นุชนารีแก้มซับสีระเรื่อขึ้นหลังได้ยินเขาพูดมา นี่เขากำลังจะจีบเธอหรอกนะ คงไม่ใช่หรอก ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบอย่างเขาจะมาชอบผู้หญิงธรรมดาที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเธอได้อย่างไร พลางพูดแก้เขินไป


“ความหมายดีมากเลยนะคะ ผู้หญิงคนไหนที่ได้ดอกไฮยาซินธ์ไปคงจะโชคดีมาก และดูมีความสุขน่าดู”


จากนั้นทั้งสองได้ก้าวเดินตรงไปยังศาลาหลังงามสีขาวสะอาดที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก นุชนารีเลือกนั่งเก้าอี้ตัวยาวพลางหลับตาพริ้มสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ดวงตากลมเรียวลืมขึ้นแทบจะทันทีหลังมีกลิ่นหอมหวนลอยเข้ามาใกล้ และต้องนิ่งงันเมื่อมันเป็นดอกไม้ที่เธอพึ่งเดินจากมาอยู่ในมือของเจ้าของบ้านหนุ่ม นุชนารีมองหน้าเขาอย่างเข้าใจ


“อะไรคะ?”


“คุณบอกว่าผู้หญิงคนไหนได้ดอกไฮยาซินธ์ไปจะมีความสุข ผมก็อยากให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นคุณ...”


ร่างสูงทรุดนั่งลงตรงหน้า นุชนารีทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้


“คุณรัฐภาม! ทำอะไรค่ะเนี่ยลุกขึ้น ...ฉันไม่สมควรที่จะได้รับมันหรอกค่ะ”


ร่างบางลุกขึ้นเดินหนี ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีอะไร แต่เป็นเธอต่างหากที่ไม่คู่ควรกับเขา และไม่อยากให้ตัวเองหวังอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว รัฐภามรีบลุกขึ้นก้าวเข้าไปขวางหน้าเอาไว้ เอ่ยประโยคที่ทำให้หญิงสาวเหมือนโดนแช่แข็ง


“ไม่เลย คุณสมควรได้รับ ...เป็นแฟนกับผมนะครับ”


“คุณรัฐภาม” 


นุชนารีครางชื่อเขาราวละเมอ ไม่คิดว่าในชีวิตนี้ของเธอจะมีผู้ชายที่สมบูรณ์แบบอย่างเจ้าพ่อจิวเวลรี่มาขอเป็นแฟน


“อยากให้คุณมองผมเป็นเพียงผู้ชายธรรมดา ไม่ใช่รัฐภาม ฟานเซส ได้โปรดให้โอกาสผมได้ไหมครับ”


มือหนารวบมือบางไว้ สีหน้าและแววตาที่แสดงออกมาบอกถึงความจริงใจที่มีต่อกัน


“คือฉัน


นุชนารีจ้องมองใบหน้าคมนิ่งนาน เหมือนไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาสักอย่าง แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะจริงใจกับเธอแค่คนเดียว อีกอย่างเขากับเธอพึ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันด้วยซ้ำ


รัฐภามลงทุนคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาวเป็นการขอร้องกลายๆ ให้เธอรับพิจารณาเขา


“ผมรู้ว่าเร่งรัดคุณมากไปหน่อย แต่เรื่องเวลามันไม่สำคัญสำหรับผมเลย สิ่งเดียวผมสนใจมีแค่คำตอบของคุณ...”


คนสนิทที่มองมาจากด้านในคฤหาสน์ถึงกลับอ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง สิงห์ตัวที่สามกำลังคุกเข่าต่อหน้านางแบบสาวเอเชียหน้าหวานที่พึ่งรู้จักกัน


“คุณรัฐภามค่ะ อย่าทำแบบนี้เลยนะ ลุกขึ้นเถอะฉันขอร้อง” นุชนารีรู้สึกอึดอัดและตกใจในเวลาเดียวกัน


“ผมจะลุกก็ต่อเมื่อคุณรับปากเป็นแฟนกับผม ถ้าไม่ผมก็จะนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน”

สิงห์หนุ่มยืนยันชัดเจนทำเอาหญิงสาวต้องคิดหนัก และถ้าเธอไม่รับปาก เขาก็จะนั่งอยู่ตรงนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นเธอคงดูใจร้ายมาก ความที่เป็นคนใจอ่อนจึงยอมพยักหน้าตกลงในที่สุด


“เยส! ขอบคุณครับ”


“ว้าย!” 


นุชนารีร้องตกใจหลังถูกวงแขนกว้างอุ้มลอยขึ้นจากพื้น แขนเรียวรีบวาดโอบรอบคอแกร่งไว้ เกรงว่าตัวเองจะหล่นลงพื้น


“ขอบคุณมากนะครับที่รับผมเป็นแฟน”


“คุณ!


นุชนารีร้องตกใจอีกครั้งเมื่อถูกริมฝีปากหยักลึกก้มลงหอมแก้มนวลโดยไม่ทันตั้งตัว แก้มนวลซับสีแดงปลั่งเหมือนลูกตำลึงสุกก็ไม่ปาน ช่างน่าจับมาหอมอีกรอบเหลือเกิน รัฐภามคิดในใจ


“พอแล้วค่ะ...” 


หญิงสาวทำอะไรไม่ถูกเมื่อเขาลุกหนักขึ้น บ้านเมืองเธอไม่ค่อยจะแสดงออกเรื่องเช่นนี้ และตัวเธอเองก็ไม่เคยถูกผู้ชายแท้ๆ หอมแก้มเลยสักครั้ง เขาเป็นคนแรกที่ทำเช่นนั้น


โปรดติดตามตอนต่อไป...




[1] ดอกไฮยาซินธ์ (Hyacinth) มีรูปร่างคล้ายระฆังน้อยยามแรกผลิ มองดูคล้ายดาวห้าแฉกยามบานสะพรั่ง คุณสมบัติเด่นคือ มีกลิ่นหอมหวน และมีความหมายตามสีดังนี้ สีฟ้า เปรียบกับความรัก ที่มั่นคง, สีม่วง ความเสียใจและการขออภัยจากคนรัก, สีแดง แข่งขันให้ได้มาซึ่งความรัก, สีเหลือง ความอิจฉาริษยา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

73 ความคิดเห็น