ตอนที่ 21 : พบรัก เจ็ด 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    28 เม.ย. 62


 



 

 

คฤหาสน์ฟานเซส...


รัฐภาม ฟานเซส ก้าวเดินมาหยุดลงหน้าห้องของแขกสาวในช่วงเย็น ช่างใจอยู่เล็กน้อยว่าจะเรียกเธอดีหรือเปล่า ตัดสินใจเคาะไปสองสามที แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ จึงลองขยับลูกบิดดู ซึ่งมันก็เปิดออกได้อย่างง่ายดาย ชายหนุ่มนึกโกรธคนตัวเล็กที่ไม่รู้จักระวังตัวเองเอาเสียเลย


รีบแทรกกายผ่านประตูเข้ามาไปภายในห้อง กวาดสายตามองหาร่างบางแต่ก็ไม่เจอแล้วนึกหัวเสียขึ้นมา ผละเดินออกจากห้อง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนพลันเหลือบไปเห็นร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่ที่ริมระเบียงด้านนอก ไม่น่าเธอถึงไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูพลางก้าวเข้าไปหา


“คิดอะไรอยู่หรือครับ”


“อุ้ย! คุณมาตั้งแต่เมื่อไรคะ”


นุชนารีสะดุ้งตกใจ เอียงหน้ากลับมามองคนที่เข้ามาสวมกอด สงสัยว่าเธอจะมกมุ่นกับเรื่องของตัวเองมากไป จนไม่สนใจสิ่งรอบข้างว่ามีใครเข้ามาในห้อง


“เห็นสีหน้าคุณเคร่งเครียดตั้งแต่เดินออกมาจากโดมแล้ว เป็นอะไรหรือเปล่า” ใบหน้าคมก้มลงถามคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง


“ฉันก็แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนะ ไม่สำคัญอะไรหรอก” บอกยิ้มๆ ขัดกับแววตาที่แสดงออกมาไม่ได้บอกเขาแบบนั้นเลย แต่ชายหนุ่มไม่อยากเซ้าซี้ให้มากความ


“ไปทานข้าวดีกว่าครับ อาหารพร้อมแล้ว”


รัฐภามรั้งร่างบางให้เดินตามกันลงไปยังส่วนของห้องอาหาร


นุชนารีกวาดสายตามองดูที่โต๊ะอาหารด้วยความแปลกใจที่มีเพียงสองที่ ชายหนุ่มพอจะเข้าใจความหมายจึงบอก


“...มีเราแค่สองคนครับ คนอื่นๆ ไม่อยู่”


คนอื่นที่เขาพูดถึงก็คือบิดามารดาและพี่น้องของเขา หญิงสาวจึงพยักหน้ารับรู้ จะว่าไปตั้งแต่เธอเข้ามาในบ้านก็ไม่เห็นใครจริงอย่างที่เขาบอก จะมีเห็นบ้างแต่คนใช้ชายหญิงที่เดินถือกระเป๋าขึ้นมาบนห้องเท่านั้น


“ทานเถอะครับ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”


การสนทนาหยุดลงเพียงเท่านั้นต่างคนต่างก้มหน้าทานอาหารตรงหน้าของเองไป รัฐภามเงยหน้าขึ้นค่อยสังเกตหญิงสาวเป็นระยะ ผู้หญิงคนนี้มีอะไรหลายอย่างที่ทำให้เขาแปลก และมีอีกความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวชั่วแวบ


นายหญิงแห่งฟานเซสจิวเวลรี่


คำนี้ไม่เคยมีในหัวมานานมาก แต่พอมาเจอผู้หญิงคนนี้ อะไรหลายอย่างก็เท่ประดั่งเข้ามาในหัว อย่างปกป้อง อยากทำให้เธอยิ้ม ทำให้เธอมีความสุข คิดแล้วก็ตลกตัวเอง อยากทำอะไรหลายๆอย่างให้กับเธอ แต่เธอกับไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรกับเธออยู่


“อิ่มแล้วหรือครับ?” เอ่ยถามหลังเมื่อเห็นว่าหญิงสาวรวบช้อน


“ฉันยังไม่ค่อยหิวนะคะ” มือบางยกน้ำขึ้นดื่ม


“ทานของหวานก่อน ผมบอกให้ในครัวทำบัวลอยไข้หวานเอาไว้เป็นการต้อนรับคุณ”


นุชนารีหันมามองสิงหนุ่มแล้วยิ้มเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ เธอไม่ได้ทานอาหารอร่อยแบบนี้มานานมากแล้ววันนี้จึงขอวันหนึ่งแล้วกัน รัฐภามพลางหันไปบอกพ่อบ้านให้นำมาเสิร์ฟ บัวลอยถ้วยเล็กถูกนำมาวางลงตรงหน้า 


หญิงสาวมองด้วยความตื่นตา ไม่คิดว่าที่บ้านของเขาจะทำอาหารไทยได้แล้ว ของหวานแบบไทยยังทำได้ดีไม่แพ้กัน รอยยิ้มกว้างนั้นทำเอาสิงห์หนุ่มตาพร่ามัวไม่ชั่วขณะ เป็นรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดตั้งแต่เขาเจอเธอเลยก็ว่าได้


“อร่อยไหมครับ” ก้มลงมาถาม รอลุ้นว่าเธอจะตอบว่ายังไง


“อร่อยมากค่ะ พอได้ทานแล้วฉันอดคิดถึงบ้านไม่ได้เลยล่ะ”


มือบางตักคำที่สองเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อยจนน่าอิจฉา เขาจึงลองทานดูบ้าง และเป็นอย่างที่เธอบอก มันอร่อยมาก พ่อครัวของเขาก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ


“เอาเพิ่มไหมครับ” รัฐภามถามขึ้น เมื่อหันมาเห็นว่าถ้วยของหญิงสาวหมดแล้ว


“พอแล้วค่ะ แค่นี่ก็อิ่มจะแย่แล้ว” บอกพร้อมร้อยยิ้มที่ดูดีขึ้นกว่าเมื่อตอนเช้า


“งั้นไปเดินย่อยอาหารกันดีกว่า”


“ก็ดีเหมือนกันค่ะ”


ทั้งสองเดินออกไปที่สวนด้านนอก ตอนนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย เพราะมีแสงแดดคอยช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย หนุ่มสาวเดินเคียงคู่ไปในสวนสวยช่างเหมือนเทวดากับนางฟ้าที่ลงมาโปรดหมู่แมกไม้บนโลกมนุษย์เหลือเกิน


พ่อบ้านและสาวใช้ที่มายืนออดูทั้งคู่อยู่ที่ประตูบ้าน เขินอายม้วนกันยกใหญ่ เห็นสิงห์ตัวที่สามจับมือแขกสาวมากุมเดินไปด้วยกันดูแล้วมีความสุขล้นจริงๆ


โปรดติดตามตอนต่อไป...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

76 ความคิดเห็น