ตอนที่ 15 : พบรัก ห้า 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    21 เม.ย. 62








สองสาวก้าวลงจากรถแท็กซี่ลงหน้าร้านของฝากที่นุชนารีมาเจอตอนวิ่งออกกำลังกายเมื่อเช้า เดินจับจูงพี่สาวเข้าไปด้านใน แยกไปเลือกซื้อของฝากตามที่สัญญากับเพื่อนไว้ ลืมเรื่องชั่วโมงก่อนไปเสียสนิทเมื่อมาเจอของฝากแปลกตามากมาย สวยๆ ทั้งนั้น มีที่เคยเห็นและไม่เคยเห็นมาก่อน ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปสิ้นเชิง


“พี่วารีค่ะ อันนี้สวยดี นุชว่าจะซื้อไปฝากยัยนัฐดีไหม” นุชนารีเดินถือสร้อยคอเครื่องแก้วไปให้เมวารีดู


“ก็สวยดีนะ งั้นเราส่งการ์ดให้เพื่อนๆ ดีไหม กว่าเราจะกลับก็น่าจะถึงพอดี” 


เมวารีชูการ์ดรูปสถานที่ต่างๆ ให้น้องสาวช่วยตัดสินใจ นุชนารีเห็นว่าเป็นความคิดที่ดีจึงพยักหน้ารับ ทั้งสองจึงไปช่วยกันเลือกโปสการ์ดด้านหน้าเป็นของฝากให้กับเพื่อนที่เมืองไทย


กว่าหนึ่งชั่วโมงที่แจ็คสันตามดูสองสาวและโทรรายงานนายหนุ่มถึงความคืบหน้า ร่างสูงที่นั่งทำทีอ่านหนังสือพิมพ์อยู่อีกฝั่งถนนได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงลดมือลงมองไปทางร้านหลังได้เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากร้านของฝาก


“เฮ้ยกระเป๋าฉัน! ช่วยด้วยค่ะ”


และเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังยื้อแย่งกระเป๋าสะพายของเมวารีอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนวิ่งข้ามถนนเข้าไปช่วยอย่างรวดเร็ว ร่างสูงกระโดดถีบจนหัวขโมยร่างยักษ์ล้มกลิ้งไปกับพื้น ก่อนมันจะผุดลุกขึ้นมาพร้อมชักเอามีดพกปลายแหลมออกมาปัดป่ายไปมาอย่างน่ากลัว


“ว้ายมีด! ระวังค่ะ” นุชนารีตกใจ ร้องบอกชายหนุ่มเสียงดัง


ร่างสูงถอยหลังหลบมีดที่เหวี่ยงเข้ามาหา ใช้ทักษะที่มีมากกว่าล้มยักษ์ตนนั้นลงในไม่กี่นาที แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าที่ตกอยู่ที่พื้นกลับมาส่งคืนให้เจ้าของที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างน้องสาว


“นี่ของคุณ”


“...” เมวารีรับกระเป๋ามาถือด้วยจิตใจลอยไปไกล มือบางยังสั่นไม่หาย


“คุณนั่นเอง! ขอบคุณมากเลยนะคะที่มาช่วย ถ้าไม่ได้คุณป่านนี้พวกเราคงแย่ แล้วเจ็บตรงไหนไหมคะ” นุชนารีขอบคุณจากใจถ้าไม่ได้เขาพวกเธอก็คงแย่


“ขอตัวก่อน”


“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” 


นัยน์ตาคู่คมจังจ้องมากหญิงสาวอีกคนที่ยืนนิ่งไม่พูดจา แล้วผละเดินกลับไปขึ้นรถที่จอดอยู่อีกฝากถนนขับออกไป


“ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ ทั้งหล่อและก็ใจดีมากเลย พี่วารีว่าไหม” 


นุชนารีชมชายหนุ่มไม่ขาดปาก เมวารีเกิดสับสนในใจอย่างหนัก ตกลงเขาเป็นคนยังไงกันแน่ จากนั้นสองสาวก็เดินทางกลับโรงแรมที่พัก



ร่างสูงร้อยแปดสิบเจ็ดเซนต์ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองกวาดไปทั่วไม่ได้เจาะจงตรงไหนเป็นพิเศษ เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ที่เขายืนนิ่งอยู่แบบนั้นจนคนสนิทเดินเข้ามานั้นแหละถึงเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่


“เอกสารรายการของเพชรล็อตใหม่ครับ”


แบร์โตวางเอกสารลงตรงหน้านายหนุ่ม ก่อนจะถอยออกไปยืนรอ มือหนาเลื่อนเอกสารไปอ่านอย่างละเอียด ก่อนจะจรดปลายปากกาเซ็นลงไป


“ยกเลิกนัดตอนบ่ายนี้ทั้งหมด ฉันจะออกไปข้างนอก”


สิงห์หนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูง นิ้วเรียวยาวคว้าสูทเนื้อดีขึ้นสวม แล้วเดินออกจากห้องทำงานไป


“ได้ครับ”


แบร์โตบอกยกเลิกนัดตามที่นายหนุ่มบอกเรียบร้อยจึงเดินตามหลังไปอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องปกติที่เจ้านายของเขาจะบอกเลิกนัดลูกค้าแบบนี้ ต่อให้สำคัญแค่ไหนถ้าบอกว่าไม่ ก็คือ ไม่ โดยไม่มีข้อยกเว้น

 


รถหรูแล่นมาจอดเทียบลงหน้าโรงแรมฟานเซส ร่างสูงใหญ่ของสิงห์หนุ่มตัวที่สามก้าวเดินไปยังลิฟต์มันวาวแทนประชาสัมพันธ์สาวทั้งสอง


“ห้อง 2609 ปีกขวา ทางทิศตะวันออกครับ”


หลังได้ที่อยู่ของคนที่ต้องการเรียบร้อยก็เดินตรงไปทันที สองหนุ่มก้าวมาหยุดลงหน้าประตู ก่อนจะเคาะประตูเรียกคนที่อยู่ด้านในให้ได้รับรู้ถึงการมาของพวกเขา


นุชนารีเดินออกจากห้องน้ำคิดว่าเป็นพี่สาวจึงคว้าเพียงเสื้อคลุมขึ้นสวมแล้วเดินมาเปิดประตู โดยไม่ได้เอะใจว่าเป็นใครอื่น


“กลับมาแล้วหรือคะ... คุณรัฐภาม!


สองหนุ่มตกใจไม่แพ้กันที่เห็นเธอออกมาสภาพนั้น จึงรีบเบือนหน้าไปทางอื่น นุชนารียกมือขึ้นปิดหน้าอกอวบอิ่ม ซ้อนตัวหลังประตูบานใหญ่ให้พ้นจากสายตาคู่คมของสองหนุ่มด้านนอก อายจนใบหน้านวลแดงระเรื่อไปหมด ไม่กล้าจะสู่หน้าเขา


“เออขอโทษที่มารบกวนครับ ผมว่าคุณไปแต่งตัวให้เรียบก่อนจะดีกว่า แล้วไปเจอผมที่ล้อบบี้ด้านล่าง”


“ฉันขอสิบห้านาที”


“ตามสบายเถอะ ผมไม่ได้รีบอะไร”


“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขอไปแต่งตัวก่อน”


หญิงสาวรีบปิดประตู วิ่งไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวแล้วแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่อย่างรวดเร็วแล้วมานั่งแต่งหน้า ด้วยความรีบร้อนเกรงว่าเขาจะรอนานเกินไป เส้นผมหนานุ่มยังไม่แห้งดีเธอก็คว้ากระเป๋าพร้อมคีย์การ์ดก้าวออกจากห้องไป


รัฐภามนึกทึ่งในตัวสาวเจ้าอยู่ไม่น้อย หญิงสาวหอบเล็กน้อยเนื่องจากวิ่งลงบันไดมา กลัวจะไม่ทันเวลาที่บอกเขาไว้ และอีกอย่างเธอก็อยู่แค่ชั้นห้าวิ่งลงบันไดสะดวกกว่า


“คุณนี่ทำผมแปลกใจได้อยู่ตลอดเลยนะ” ใบหน้าคมยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นการชื่นชมก็ไม่เชิงเท่าไรนัก


“ฉันชอบปฏิบัติมากกว่าใช้คำพูดค่ะ”


ร่างบางก้าวไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้าม และยังรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเขา แต่เธอเคยเจอคนหล่อมาก็เยอะ แต่ไม่เคยมีใครที่ทำให้เธอต้องหลบตาตลอดเวลาเช่นนี้


“งั้นเข้าเรื่องเลยแล้วกัน”


“ว่ามาเลยค่ะ ฉันรอฟังอยู่” ร่างบางยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง รอฟังเขาอย่างตั้งใจ


“ผมมาคิดดูแล้วว่าจะให้คุณไปอยู่กับผม...”


“อะไรนะ! ทำไมฉันต้องไปด้วย ฉันก็อยู่ที่นี่ก็ได้นี่ ไม่มีความจำเป็นต้องไปอยู่กับคุณเลย” นุชนารีร้องเสียงหลง เมื่อได้ฟังในสิ่งที่เขาบอก


“ไม่ได้! คุณรู้ไหมว่าแหวนวงนั้นมันสำคัญยังไง”


น้ำเสียงที่ดังขึ้นทำเอานางแบบสาวเริ่มนั่งไม่ติด ไหนเขาบอกว่ามันเป็นแหวนเพชรธรรมดาไง แล้วที่นี่มาบอกว่ามันสำคัญ ตกลงจะเอายังไงกันแน่ เธองงไปหมดแล้ว


“คุณก็ส่งลูกน้องมาเฝ้าฉันแทนก็ได้นี่ค่ะ”


หญิงสาวพยายามหาทางเลือกให้กับเขา เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องไปอยู่กับเขา


“คุณนุชนารี ...แหวนวงนั้นเป็นแหวนประจำตระกูลผมนะ! และมีนมีเพียงห้าวงในโลกเท่านั้น ถ้าเกิดมันหายไปโดยที่คุณไม่รู้ตัวใครจะรับผิดชอบ”


“หา! อะไรนะไหนคุณบอกไม่สำคัญอะไรไง ที่นี่มาบอกว่าเป็นแหวนประจำตระกูล”


โปรดติดตามตอนต่อไป...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #58 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 21:20
    เป็นคนย้อนแย้งเดี๋ยวให้เดี๋ยวเอาคืน
    #58
    0