ตอนที่ 13 : พบรัก สี่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    19 เม.ย. 62









“เห็นลูกน้องบอกว่าคุณมาเรื่องแหวน”


“ใช่ค่ะ ที่คุณไปหาฉันเมื่อเช้าไม่ใช่เรื่องแหวนหรือคะ?” นุชนารีถามเขากลับ รอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายด้วยใจจดจ่อ


“เปล่านี่ครับ” สิงห์หนุ่มปฏิเสธ เอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทางสบาย


“อ้าว แล้วคุณไปหาฉันเรื่องอะไร? ” เอ่ยขึ้นใหม่


“เผอิญผมผ่านไปแถวนั้น เห็นว่าคุณพักอยู่แถวนั้นกะว่าจะไปทักทาย” บอกสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิด


“อย่างนี้นี่เอง” 


นุชนารีพยักหน้าเข้ารับรู้ โล่งใจไปทีที่เขาไม่ได้ตามไปเอาแหวนคืนอย่างที่เธอกังวลจนกลัวไปสารพัด


“แล้วคุณมาเรื่องแหวน มันมีปัญหาอะไรหรือ” รัฐภามนึกถึงสิ่งที่หญิงสาวบอก


“เปล่าหรอกค่ะ พอดีเมื่อวานมันถอดไม่ออก ก็เลยยังไม่ได้คืนให้” หญิงสาวบอกตามตรง


“ก็ผมบอกแล้วไงว่ายกให้” บอกอย่างใจปล้ำ ความจริงแล้วเป็นอีกนัยหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ความหมายของมัน


“ฉันรับไว้ไม่ได้จริงๆค่ะ มันแพงเกินไป” หญิงสาวยังยืนยันคำเดิม


“ผมให้ของใครแล้วไม่เคยขอคืน” รัฐภามบอกเสียงเรียบ ติดจะไม่พอใจที่หญิงสาวปฏิเสธของจากเขา


“แต่ว่า...”


“มีธุระแค่นี้ใช่ไหม” ชายหนุ่มรีบตัดบท รู้สึกขัดใจ


“เดี๋ยวก่อนค่ะ ฉันมีอีกเรื่อง ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป คุณจะช่วยถอนมันออกให้ฉันได้ไหมค่ะ คือฉันไม่กล้าใส่ของแพงๆ ไว้กับตัวเท่าไร” รู้สึกเกรงใจไม่น้อย แต่เธอหมดปัญญาจะเอามันออกแล้วจริงๆ


“ก็ได้ครับ ขอผมดูหน่อย”


รัฐภามมองหญิงสาวชั่วครู่ ก่อนจะยื่นมือหนาไปตรงหน้า ขอดูแหวนบนนิ้วเรียวที่เขาเป็นคนสวมให้เธอ นุชนารีมองฝ่ามือกว้างแล้วเกิดอาการลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยอมวางมือบางลงฝ่ามือเขา ใบหน้าคมก้มลงดูสังเกตดู นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเปล่งประกายวาวขึ้น


“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทาง!


“พอมีวิธีที่จะเอาออกไหมค่ะ” 


นุชนารีลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด เมื่อเขาไล้นิ้วเรียวยาวไล้ไปบนนิ้วเรียวของเธอ


ชายหนุ่มหลุดออกจากภวังค์ เมื่อเสียงหวานที่อยู่ใกล้เปล่งถามออกมา กระแอมเบาๆ ปรับน้ำเสียงให้กลับมามั่นคงเหมือนเดิม เงยหน้าจ้องมองสาวเจ้ามีความกล้ามากน้อย


...มีสิ แต่คุณจะกล้าลองหรือเปล่าเท่านั้น”


“ยังไงค่ะ?”


นุชนารีมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ ทำไมเธอจะไม่กล้าล่ะ ที่เธอเดินทางมาหาเขาก็เพื่อจะให้เขาเอามันออก


ผุดลุกขึ้นส่งมือหนามาให้ นุชนารีวางมือบางลงบนฝ่ามือของเขาอย่างงงๆ เขาจับจูงเธอไปที่โต๊ะทำงานแล้วเปิดวิธีการที่เขาได้บอกเธอไป


ไม่มีทาง! ฉันไม่เอาด้วยหรอก เรื่องอะไรจะให้ฉันเอานิ้วไปทำแบบนั้น ไม่มีทาง!” เสียงหวานร้องแห้ว ใบหน้านวลส่ายดิก รีบลุกขึ้นออกจากเก้าอี้ทันที เรื่องอะไรจะให้เธอเอานิ้วเข้าไปในเครื่องบ้านั้นแน่


“งั้นมีอีกวิธี...”


นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องมองคนตรงหน้าอย่างมีความหมาย จนเธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก พลางขยับตัวเล็กน้อยเพื่อคลายอาการประหม่าจากประกายของสิงห์หนุ่ม


 

เมวารีขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ แต่ออกมาได้สักพักแล้วยังหาไม่เจอ เธอก็เดินมาตามทางที่ประธานหนุ่มบอกแล้ว แต่ทำไมมันยังหาไม่เจอ ร่างบางยืนบิดไปมาไม่รู้จะไปทางไหนดี


“อยู่ตรงไหนเนี่ย ก็ฉันเดินมาถูกแล้วนี่น่า” มองหาใครสักคนให้ช่วยก็ไม่มีสักคน แบบนี้เธอก็ได้ราดตรงนี้กันพอดี


แจ็คสันเดินตามหลังหญิงสาวมาเพื่อสังเกตการณ์ก็เห็นแม่คุณมองซ้ายมองขวาเหมือนหาอะไรสักอย่าง จึงเดินเข้าไปถาม


“หาอะไรอยู่คุณ”


“เออคุณมาก็ดี ห้องน้ำอยู่ตรงไหน ฉันเดินมาตามทางที่เจ้านายคุณบอกแล้วยังไม่เห็นมีเลย” ถามเสียงเร็วรัว ยืนบิดกายสาวไปมา ตอนนี้เธอจะราดให้ได้แล้ว


“มันอยู่ฝั่งโน้น คุณเดินมาฝั่งนี้จะได้เข้าไหมห้องน้ำเนี่ย”


“อ้าว ก็นี่มันทาง


มือบางยกขึ้นตบหน้าผากมน เมื่อเห็นว่าตัวเองเดินมาผิดทาง เขาบอกขวาเธอมาซ้ายมันจะเจออยู่หรอกวารีเอ้ย! หญิงสาวรีบสอยเท้าถี่กลับทางเดิม ร่างสูงที่ยืนใกล้จึงได้แต่ส่ายหน้าให้กับความเปิ่นของเจ้าหล่อน จะไปไหนก็ไม่รู้จักดูให้ดีเสียก่อน


“อย่าให้ราดเปื้อนพื้นนะคุณ”


แจ็คสันตะโกนไล่หลังหญิงสาวไปด้วยความสนุก พึ่งเคยเจอผู้หญิงแบบเจ้าหล่อนก็วันนี้ แต่ก็ดี ชีวิตมีรสชาติดี


“ไอ้บ้า!


เมวารีหันกลับมาด่าคนด้านหลังรีบวิ่งไปห้องน้ำ ถ้าไม่ติดว่าเธอปวดจนจะราดแล้วล่ะก็จะวิ่งกลับไปซกหน้าให้สักหมัด


อึดใจต่อมาหญิงสาวก็ออกมาด้วยใบหน้าสบายมากขึ้น ไม่ยู่ยี่เหมือนตอนเข้าไป ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วจัดเสื้อผ้าใหม่ให้เข้าที่สำรวจตัวเองอีกครั้งแล้วเดินออกมา


“สบายตัวแล้วสินะ”


คนที่ดักรออยู่หน้าห้องน้ำถามขึ้น ทำเอาหญิงสาวที่มัวแต่ก้มลงมองเสื้อผ้าสะดุ้งตกใจ เมวารีขยับออกห่างจากเขาเหมือนเจอเชื้อโรคอันตราย


“ไม่ต้องทำท่าเหมือนรังเกียจผมขนาดนั้นก็ได้”


“เปล่าเสียหน่อย ฉันแค่ไม่อยากไปฉีดยาเพิ่มก็เท่านั้น” กล่าวจบก็เดินจากไปทันทีพร้อมใบหน้าสะใจ


แจ๊คสันยืนงงว่าเธอทำไมต้องไปฉีดยาใหม่ด้วย แต่แล้วถึงบางอ้อ นี่เธอหาว่าเขาเป็น สุนัขร่างสูงหมุนกายกลับรีบเดินตามสาวเจ้าไป ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยใครว่าเขาเป็น เธอเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาว่าเขา แบบนี้ต้องมันต้องสั่งสอนกันหน่อย


“เดี๋ยวก่อน! ที่คุณพูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง”


“คิดเอาเองสิ หลบไป เอ๊ะนี่คุณ!  ฉันบอกให้หลบไป”


เมวารีชักไม่พอใจขึ้นมาบ้าง เมื่อเขาไม่ยอมหลีกทางให้อย่างที่เธอต้องการ


“ไม่ คุณยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”


“จะทำอะไร”


เมวารีเบี่ยงกายหลบ เดินกลับไปห้องประธานหนุ่ม แต่ก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ถูกมือหนาคว้าแขนเรียวดึงกลับมาเผชิญหน้า ด้วยความที่ไม่ทันระวังร่างบางจึงลอยหวูดกลับมาอย่างรวดเร็ว


“ว้าย!/เฮ้ย!


แจ็คสันหงายหลังลงไปนอนกับพื้นมีร่างหญิงสาวนอนเกยทับ และที่น่าตกใจกว่าคือริมฝีปากบางของเธอกำลังประกบกับปากหนาของเขา เมวารีเบิกตาเบิกกว้างรีบผลักออกห่างแล้วลุกจากร่างเขา


พนังงานชายหญิงกลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านมาถึงกลับตกใจกับภาพที่เห็น เมวารีรีบลุกออกจากร่างสูงรู้สึกอับอายมาก ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยต้องมาขายหน้าถึงต่างแดนเหมือนครั้งนี้


“ไอ้ผู้ชายฉวยโอกาส!


มือบางตบเข้าใบหน้าคมเข้มเต็มแรงจนหน้าหัน แหวกผู้คนออกไปด้วยความอับอาย มือหนาแทนที่จะลูบแก้มที่โดนกลับมาแตะที่ริมฝีปากหยักลึกเหมือนโดนต้องมนต์ และพึ่งรู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องมองเข้านับสิบคนอยู่ในตอนนี้


“มองอะไรกัน ไปทำงานสิ”


พนักงานชายหญิงต่างแยกย้ายกันกลับโต๊ะทำงานกันอย่างรวดเร็ว ร่างสูงเดินกลับไปที่ห้องของนายหนุ่มในเวลาต่อมา


โปรดติดตามตอนต่อไป....



 


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #56 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 18:54
    ไหนว่ายัยอ้วกเน่า
    #56
    0