ผู้ชายเช่ารัก

ตอนที่ 7 : [7] : บังเอิญโลกกลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    14 ส.ค. 62

* บุคคลในรูปเป็นเพียงอิมเมจประกอบตัวละครเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหา *

[7]

'I-RIS RED'


"เดี๋ยวหนูลงไปส่งนะคะ" ชมพูพูดเมื่อเห็นว่าพ่อกำลังจะกลับหลังจากอยู่พูดคุยกับพัตเตอร์ตั้งนาน สัมภาษณ์อย่างกับจะเอาไปลงบทความตามติดชีวิตพัตเตอร์ไปได้

"ไม่ต้องหรอก นี่พัตเตอร์ก็จะกลับพร้อมกันไม่ใช่เหรอ พ่อเดินลงไปกับพัตเตอร์ก็ได้" ทินกรพูด

"ไม่เป็นไรค่ะ หนูลงไปด้วยดีกว่า หนูจะซื้อกาแฟข้างล่างกินสักแก้วด้วย"

"อืมๆ แล้วแต่ลูกแล้วกัน"

"งั้นไปกันนะคะ" ชมพูเดินเข้ามาควงแขนผู้เป็นพ่อก่อนจะพากันเดินออกมาจากห้องโดยมีพัตเตอร์เดินตามมา

เด็กหนุ่มไม่ได้พูดอะไรเพราะเอาเข้าจริงก็พูดไปเยอะจนคอแห้งแล้งเนี้ยเพราะพ่อของชมพูถามเขาหลายอย่างเลย ถามยันพ่อแม่ของเขาว่าอยู่ที่ไหนทำงานอะไร ย้ายมาจากจังหวัดไหน แม้กระทั่งตอนเด็กๆ เรียนจบมาจากที่ไหนด้วยซ้ำจนเขาแทบจะคิดคำโกหกไม่ทันเพราะไม่คิดว่าทินกรจะถามเขาลึกขนาดนี้

"ตายแล้ว ทำไมยางแบนละเนี้ย?" ทินกรรีบวิ่งเข้าไปดูยางรถยนต์ตัวเองในทันทีที่ตอนนี้มันแบนราบติดกับพื้นเลย ที่ล้อรถมีรอยเหมือนน็อตหรืออะไรสักอย่างแทงลึกเข้าไปในยางอยู่

"สงสัยตอนพ่อขับรถเข้ามาคงเหยียบน็อตเข้ามั้งเพราะน่าจะเพิ่งมาแบนตอนจอดเนี้ยแหละ ตอนพ่อเดินขึ้นไปหาเราที่ห้องยังแบนเลย"

"งั้นรีบโทรตามช่างดีกว่านะคะ เดี๋ยวคุณพ่อไปพบลูกค้าสาย" ชมพูหยิบมือถือเตรียมจะโทรหาช่าง

"กว่าช่างจะมาถึงก็ครึ่งชั่วโมงไม่ทันหรอกพ่อนั่งแท็กซี่ไปดีกว่า" ทินกรมีท่าทางร้อนอกร้อนใจอย่างชัดเจน

"คุณทินมียางอะไหล่ไหมล่ะครับ?" พัตเตอร์ถาม

"มีสิ ท้ายรถมียางอะไหล่อยู่ เครื่องมือก็มีนะ" ทินกรตอบ

"งั้นเดี๋ยวผมเปลี่ยนให้ก็ได้ครับ"

"นายเปลี่ยนเป็นด้วยเหรอ?" ชมพูขมวดคิ้วอย่างสงสัย

"เปลี่ยนเป็นครับผมเคยเรียนซ่อมรถ ขออนุญาตนะครับ" พัตเตอร์หันไปพูดกับทินกรก่อนจะเดินไปท้ายรถเพื่อหยิบเอายางอะไหล่และอุปกรณ์ออกมาเปลี่ยนยางที่แบนจนไม่สามารถขับต่อไปได้แน่ๆ

เด็กหนุ่มลงมือเปลี่ยนยางโดยมีสองพ่อลูกยืนให้กำลังใจเพราะตัวพัตเตอร์เองไม่ยอมให้ทินกรช่วยเพราะอีกฝ่ายต้องไปพบลูกค้าถ้าเสื้อผ้าเลอะขึ้นมาคงดูไม่ดีอย่างแน่นอนอีกอย่างแค่ยางเส้นเดียวเองเขาทำคนเดียวได้สบายอยู่แล้ว

ทำให้ทินกรจ้องมองการกระทำของพัตเตอร์ด้วยรอยยิ้มอย่างชื่นชมในความสามารถที่เก่งรอบด้านของเด็กหนุ่ม งานที่ต้องใช้สมาธิ ความอ่อนหวาน อ่อนโยนแบบทำอาหารก็ทำได้ดี ส่วนงานที่ต้องใช้แรงใช้ทักษะแบบการเปลี่ยนยางก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เรียกว่าเป็นเด็กเก่งคนหนึ่งจนน่าชื่นชมเลยและเขารู้สึกชอบพัตเตอร์จังถ้าได้เป็นลูกเขยจริงๆ คงดีสินะ

ใช้เวลาแค่ 15 นาทีพัตเตอร์ก็เปลี่ยนยางเสร็จก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเอาอุปกรณ์ไปเก็บที่ท้ายรถเหมือนเดิม เด็กหนุ่มหันมาส่งยิ้มให้ทั้งสองคนในขณะที่เหงื่อก็อาบใบหน้าเลย "เสร็จแล้วครับ มั่นใจได้แน่นอนว่าล้อไม่หลุดระหว่างทาง"

"อืม ฉันเชื่อในฝีมือ ขอบใจมากนะ" ทินกรเอื้อมมือไปตบบ่าของพัตเตอร์ด้วยรอยยิ้มอย่างเอ็นดูเด็กหนุ่ม "ขยันๆ แบบนี้ดีแล้ว อนาคตไกลแน่นอน"

"ขอบคุณครับ" พัตเตอร์ยกมือไหว้ทินกร

"งั้นพ่อไปก่อนนะชมพู"

"ค่ะ สวัสดีค่ะ" ชมพูยกมือไหว้ ผู้เป็นพ่อยิ้มรับก่อนจะหันตัวเดินขึ้นรถไปเพราะต้องรีบไปพบลูกค้าเลยไม่มีเวลาคุยมาก

หลังจากที่พ่อขับรถออกไปจนพ้นสายตาแล้วชมพูก็หันกลับมาหาพัตเตอร์ก่อนจะเอื้อมมือไปปาดคราบเหงื่อของอีกฝ่าย "ดูสิเหงื่อท่วมเลยเนี้ย"

"ไม่เป็นไรหรอกครับแค่นี้เองเดี๋ยวก็กลับบ้านไปอาบน้ำแล้ว" เด็กหนุ่มส่งยิ้มให้ชมพู

"ขอบใจนะ"

"ขอบใจผมเรื่องอะไรครับ?"

"ก็เรื่องที่นายดูแลฉันกับพ่อไง นอกจากดูแลฉันแล้วยังดูแลพ่ออีก ดูสิพ่อฉันปลื้มนายใหญ่เลย ยิ้มไม่หุบเลย"

"ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งครับ"

"อย่าเถียงฉันสินี่พ่อฉันนะ ฉันดูออก พ่ออ่ะดูท่าจะชอบนายมากเลยนะ"

"แล้วพี่ล่ะครับชอบผมไหม?"

คำถามของพัตเตอร์เล่นเอาหัวใจของชมพูเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและหวั่นไหวเล็กๆ กับแววตาและสีหน้าของเด็กหนุ่มที่กำลังมองเธอในตอนนี้แถมคำพูดก็ชวนให้คิดลึกแปลกๆ ไอ้ชอบน่ะหมายถึงชอบแบบไหนกันนะ มันมีหลายความหมายแต่คำถามเดียวกันด้วยสิ

"ชอบแบบไหนล่ะ มันหลายคำตอบนะ?"

"ก็พี่ชอบผมแบบไหนละครับ?" พัตเตอร์ฉีกยิ้มสดใสแบบ Cute boy

"ก็ชอบทุกแบบนะ ชอบที่นายเป็นนายแบบนี้ แบบก็ชอบไง ชอบหมดทุกแบบเลย" ชมพูไม่รู้จะตอบยังไงดีเลยตอบเหมาๆ รวมไป

"ผมก็ชอบพี่นะครับ ชอบทุกอย่างๆ เลย" ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าแสนคมของชมพู มองดวงตา จมูก ริมฝีปาก ทุกๆ อย่างมันลงตัวไปหมดเลยและเขาชอบทุกๆ อย่างที่เป็นเธอ

แต่สายตาของพัตเตอร์มันกลับทำให้ชมพูหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาเรียกว่าแทรกผิวสีน้ำผึ้งของเจ้าตัวออกมาเลยแหละ หญิงสาวเลือกจะหลบสายตาของพัตเตอร์เพราะกลัวว่าหัวใจจะหวั่นไหวไปกับเด็กหนุ่ม “นายกลับบ้านไปได้แล้ว”

“ครับๆ งั้นไว้เจอกันใหม่นะครับ”

“คืนนี้ฉันคงไม่ได้ไปที่บาร์นะเพราะมีนัดทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่”

“ได้ครับ ไว้เจอกันพรุ่งนี้ก็ได้ครับ”

“อืม ขับรถดีๆ นะ”

“ครับ” พัตเตอร์ยกมือโบกลาชมพูก่อนจะหันตัวเดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์แล้วกระโดดขึ้นคร่อม เด็กหนุ่มหยิบเอาหมวกกันน็อคมาสวมใส่ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้หญิงสาวอีกครั้งแล้วขับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกไป

ช่วงค่ำ @บ้านชมพู

“เราไม่ได้กินสุกี้กันมานานแล้วนะคะเนี้ย” ชมพูพูดด้วยรอยยิ้มเพราะมื้อเย็นวันนี้ของเธอคือสุกี้ ตอนเด็กๆ เธอจะกินทุกวันอาทิตย์เลยแต่พอโตมาเวลาก็เหลือน้อยลงเลยไม่ค่อยได้กินแล้วพอเห็นแบบนี้ก็คิดถึงความหลังเก่าๆ เลย ความหลังที่มีแต่ความสุข

“งั้นก็กินเยอะๆ นะลูก” ช่อแก้วคีบเอาเบคอนใส่ถ้วยให้ชมพู “แม่อัดแน่นเบคอนมาเลย”

“เนี้ยกินแบบเนี้ยแล้วก็บ่นอ้วน” ทินกรพูด

“ลูกไม่อ้วนหรอกค่ะ อ้วนที่ไหนกันหุ่นแบบเนี้ยกำลังดีมีน้ำมีนวลจะให้ผอมแห้งจนใส่เสื้อหมาได้เลยเหรอคะ?” ช่อแก้วออกโรงปกป้องลูกสาวแถมยังคีบเบคอนใส่ถ้วยให้อีก “กินเยอะๆ เลยลูก แค่นี้ไม่อ้วนหรอก สมัยนี้เขานิยมอวบอ้วนกันทั้งนั้นแหละ”

“ขอบคุณนะคะ” ชมพูคีบเอาเบคอนเข้าปากด้วยรอยยิ้มจนแก้มปริเชียว

“ถ้าอ้วนขึ้นมาพัตเตอร์มันจะไม่รักเอานะ” ทินกรพูด

“พัตเตอร์เหรอคะ ใครคะ?” ช่อแก้วขมวดคิ้ว

“ก็เด็กชมพูเขา วันนี้พาขึ้นห้องด้วยพี่ไปเจอพอดีเลยได้คุยกัน”

“จริงเหรอเนี้ย นี่ลูกสาวแม่ยอมพาผู้ชายขึ้นห้องแล้วเหรอ?”

“คุณพ่อก็พูดเกินไป หนูก็บอกแล้วไงว่าพัตเตอร์แค่รุ่นน้องหนู” ชมพูขมวดคิ้วหน้ามุ้ย

“พ่อดูก็รู้ว่าพัตเตอร์มันชอบเรา” ทินกรในฐานะผู้ชายจึงมองผู้ชายด้วยกันออก ยิ่งสายตาที่พัตเตอร์มองชมพูเนี้ยมันก็เหมือนสายตาที่เขามองช่อแก้วนั่นแหละมองด้วยความรักแบบชู้สาวมันต่างจากที่เขามองชมพูเพราะชมพูมองด้วยความรักเหมือนกันก็จริงแต่มองด้วยความรักแบบเอ็นดูในฐานะลูกสาว

“คุณพ่อพูดอะไรเนี้ย พัตเตอร์ไม่ได้คิดอะไรกับหนูหรอกน่า”

“แล้วลูกล่ะคิดอะไรกับเด็กที่คนนี้ไหม?” ช่อแก้วถามลูกสาวด้วยรอยยิ้มอย่างมีหวังว่าลูกสาวจะมีแฟนกับเขาเสียทีเธอจะได้สบายใจ

“ไม่คิดอะไรหรอกค่ะ หนูก็บอกแล้วไงว่าหนูยังไม่พร้อมมีแฟน” ชมพูปฏิเสธเสียงแข็ง

“แต่พ่อว่าพัตเตอร์มันก็ดีนะ ทำอาหารก็เก่งแถมยังซ่อมรถเป็นอีก งานหนักก็ทำได้งานเบาก็ทำได้” ทินกรยังไม่เลิกชมพัตเตอร์

“จริงเหรอคะ งั้นก็เก่งแบบพี่เลยนะคะ” ช่อแก้วปรายตามองลูกสาว

“แล้วคุณแม่มามองหนูทำไมคะ?” ชมพูขมวดคิ้ว

“ก็ลูกเคยบอกว่าถ้าจะมีแฟนก็ต้องเป็นผู้ชายที่เก่งเหมือนพ่อ เท่าที่พ่อเล่าก็แสดงว่าเด็กคนนี้เก่งมากแน่ๆ เพราะไม่งั้นพ่อคงไม่เอ่ยชมขนาดนี้หรอก” ช่อแก้วพูดเพราะจำคำพูดของลูกสาวที่พูดกับเธอเมื่อไม่กี่วันนี่เองได้

“ก็หนูก็พูดไปงั้นแหละ จริงๆ ต่อให้เก่งเหมือนคุณพ่อแต่ถ้ายังไม่ใช่หนูก็ไม่เอาหรอกค่ะ ของแบบนี้มันต้องคนที่ใช่ด้วยนะคะ” ชมพูยังคงแถต่อไปได้

“เอาเถอะๆ แม่ไม่บังคับหรอกแต่พอพ่อพูดแบบนี้แล้วแม่ก็อยากจะเจอบ้าง วันหลังพาพัตเตอร์มาทานข้าวที่บ้านบ้างสิ ขอให้แม่รู้จักเด็กเก่งคนนี้หน่อย”

“ก็ได้ค่ะงั้นสักสองสามวันนะคะ” ชมพูรับปากเพราะไม่อยากจะขัดใจแม่

“ดีมากจ้ะ งั้นกินกันดีกว่านะ กำลังร้อนๆ เลย”

ช่อแก้วตักเบคอนให้ชมพูแล้วหันไปตักเนื้อปลาให้ทินกรอย่างเอาอกเอาใจทั้งลูกและสามี ใบหน้าก็แย้มยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้รับรู้เรื่องราวดีๆ นั้นคือเรื่องผู้ชายของลูก พ่อแม่หลายคนอาจจะเป็นห่วงลูกเรื่องผู้ชายแต่สำหรับเธอกับสามีก็เป็นห่วงนะแต่อยากให้ลูกมีแฟนมากกว่าเพราะมีลูกสาวอยู่คนเดียวนี่นาจะอุ้มหลานก็ต้องหวังแค่ชมพูคนเดียวอย่างน้อยก่อนตายก็ขอให้มีผู้ชายดีๆ มาดูแลลูกก็พอแล้วไม่อยากตายและลูกต้องอยู่คนเดียวเหงาๆ อ่ะ

“ขอโทษนะครับคุณผู้ชาย” ผู้ช่วยของทินกรเดินเข้ามาในห้องก่อนจะก้มหน้าลง “คุณสิทธิพงษ์มาหาครับ”

“อ๋อ ได้ๆ เดี๋ยวฉันออกไป” ทินกรหันไปหยิบแก้วน้ำมาดื่มแล้วหยิบเอาผ้ามาเช็ดปาก “เดี๋ยวมานะกินกันไปก่อนเลย”

ว่าจบทินกรก็หันตัวเดินออกไปจากห้อง ตรงมายังห้องรับแขกที่มีสิทธิพงษ์เพื่อนรักของเขานั่งรออยู่ “ว่าไงเพื่อน ไม่คิดว่าจะมาไวขนาดนี้”

“นี่ฉันมารบกวนแกไหมเนี้ยทิน” สิทธิพงษ์ลุกขึ้นยืนส่งยิ้มให้เพื่อนที่เรียนจบนอกมาด้วยกัน

“ไม่หรอก ว่าแต่มีอะไร ทำไมถึงมาหายันที่บ้าน”

“อ๋อ ฉันจะมาคุยเรื่องตึกอ่ะ ชไมพรอยากจะได้ตึกแถวๆ ท่าน้ำนนท์สักหลังเห็นว่าอยากจะเปิดร้านเสื้อผ้าเพิ่ม”

“มีสามตึกนะไว้ต้องไปดูเองแต่เดี๋ยวฉันจะส่งรูปให้ดูก่อน เดี๋ยวให้ชมพูจัดการให้”

“อืม ขอบใจนะแล้ววันไหนว่างไปดื่มกันสักหน่อยนะ”

“ได้สิ แล้วนี่ชไมพรเป็นยังไงบ้าง?”

“ก็ดี ครอบครัวมีความสุขดี”

“อืม ก็ดีแล้ว” ทินกรพูดด้วยรอยยิ้มเพราะเขาทราบดีว่าชไมพรคือภรรยาคนใหม่ของสิทธิพงษ์แต่เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วและเขาไม่ได้เจอสิทธิพงษ์ตั้งหลายปีเพราะหน้าที่การงานของสิทธิพงษ์ยุ่งมากก็เลยไม่ค่อยได้คุยกัน “แล้วตอนนี้มีลูกกี่คนแล้วล่ะ? ”

“สามคนเหมือนเดิมนั่นแหละ แล้วแกล่ะ?”

“ก็ชมพูคนเดียว แกก็รู้ว่าช่อแก้วไม่แข็งแรงมีชมพูได้นี่ก็บุญเท่าไหร่แล้ว”

“อืม ฉันลืมไปเลย ฉันรักษาเองแท้ๆ”

“แล้วเด็กๆ สบายดีใช่ไหม?”

“สบายดี ขยันเรียนกันทั้งหมด”

“ดีแล้วแหละมีลูกดีถือว่าเป็นบุญของพ่อแม่”

ทินกรยกยิ้มให้เพื่อนด้วยสีหน้าอิ่มเอมเพราะได้กลับมาพูดคุยกับเพื่อนสนิทอีกครั้ง แต่เอาเข้าจริงเขาก็จำไม่ได้แล้วแหละว่าสิทธิพงษ์มีลูกกี่คนถึงตอนนี้สิทธิพงษ์บอกแล้วเขาก็ยังนึกไม่ออกนะว่าสามคนที่ว่าเนี้ยมีใครบ้างจำได้แต่ลูกสาวคนเล็กลูกที่เกิดกับชไมพรได้คนเดียวเท่านั้นแหละ ส่วนอีกสองคนน่าจะเป็นผู้ชายแต่เขาจำชื่อจำหน้าไม่ค่อยได้แล้วเพราะสองคนนี้ไม่ค่อยออกสังคมไฮโซก็ตามประสาเด็กผู้ชายแหละชอบเที่ยวกับเพื่อนฝูงมากกว่ามาเข้าสังคมร่วมกับคนแก่ๆ

.

.

------------------------------

โลกกลมจังเลยดีนะที่พ่อแก่แล้วพ่อจำไม่ได้ ถ้าพ่อจำได้มีเฮแน่นอนจ้า จริงๆพ่อแม่ของทั้งชมพูและพัตเตอร์คือดีทั้งคู่แหละ เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบมาก แต่พัตเตอร์มันขี้น้อยใจไปหน่อยเท่านั้นเอง ชอบคิดว่าพ่อไม่รักแม่ตัวเอง แบบคนเราก็ต้องเริ่มต้นใหม่ต้องเดินไปข้างหน้าทั้งนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

7 ความคิดเห็น