ผู้ชายเช่ารัก

ตอนที่ 5 : [5] : จูบแลกโกรธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 ส.ค. 62

* บุคคลในรูปเป็นเพียงอิมเมจประกอบตัวละครเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหา *

[5]

'I-RIS RED'


@บ้านของพัตเตอร์

ชมพู : ฉันขอโทษนะที่พูดจาไม่ดีกับนาย

ชมพู : ตอบฉันหรือรับสายฉันหน่อยสิ

ชมพู : พัตเตอร์ฉันอยากคุยกับนายนะ

ชมพู : ฉันขอโทษ อย่างอนฉันนะ ฉันสำนึกผิดแล้วเนี้ย

พัตเตอร์นั่งอ่านข้อความที่ชมพูส่งมาโดยไม่ได้คิดจะตอบอะไรเพราะเขาอยากให้ชมพูเข้าใจความรู้สึกของเขาบ้างว่าตอนนั้นที่เขาพร่ำขอโทษเธอเขาก็รู้สึกสำนึกผิดจริงๆ แต่ชมพูก็เอาแต่โวยวายใส่อารมณ์กับเขาไม่ฟังเหตุผลเขาเลยแต่เขาเลือกจะไม่โวยวายอะไรทั้งนั้นเพราะเขารู้ว่าชมพูเป็นคนอารมณ์ร้อน เธอเหมือนไฟเขาก็จะเป็นเหมือนน้ำที่เย็น เย็นจนเป็นน้ำแข็งไปเลย จะไม่โวยวายไม่พูดอะไรทั้งนั้นแหละ ความเงียบเนี้ยแหละคืออาวุธของเขา

เด็กหนุ่มเลือกจะวางมือถือไว้ที่เตียงแล้วลุกเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำเตรียมจะเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำแต่ก็ต้องชะงักลงเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น ดวงตาคู่คมหันไปมองยังประตูที่กำลังเปิดออกด้วยสายตาเรียบเฉยเพราะเดาได้ว่าเป็นใคร

“พัตเตอร์น้าเอาข้าวต้มมาให้ กลัวว่าพัตเตอร์จะหิว” ชไมพร แม่เลี้ยงของพัตเตอร์เดินเข้ามาพร้อมถ้วยข้าวต้มที่ยังคงมีควันคุกรุ่นเพราะเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ

“ใครบอกจะกิน?” พัตเตอร์พูดเสียงเรียบจนชไมพรหน้าเสียไปวูบหนึ่งแต่ก็ยังคงฝืนยิ้มออกมา

“ก็น้ากลัวว่าพัตเตอร์จะหิวไง นี่ข้าวต้มกุ้งของโปรดพัตเตอร์เลย” ชไมพรวางข้าวต้มลงบนโต๊ะก่อนจะหันไปหยิบน้ำส้มคั้นในตู้เย็นเล็กออกมาเทใส่แก้วให้ลูกเลี้ยงเพราะรู้ดีว่าลูกเลี้ยงชอบกินน้ำส้มระหว่างทานอาหารไม่ชอบทานน้ำเปล่า “น้าวางไว้ตรงนี้นะ น้าไปแล้วไม่กวนหรอก”

ว่าจบชไมพรก็รีบหันตัวเดินออกไปในทันทีเพราะไม่อยากจะกวนใจพัตเตอร์ให้พัตเตอร์หงุดหงิดเพราะเธอรู้ตัวดีว่าพัตเตอร์ไม่ชอบขี้หน้าเธอเอาเสียมากๆ คอยหาเรื่องเธอตลอดแต่เธอก็ไม่โกรธพัตเตอร์หรอกนะและเข้าใจด้วยเพราะเธอมาแทนที่แม่ของพัตเตอร์ พัตเตอร์กับแม่สนิทกันมากๆ มันก็ไม่แปลกที่พัตเตอร์จะเกลียดเธอที่มาแทนที่ในบ้านหลังนี้แทนแม่ของเขา แทนที่ความทรงจำที่เคยมีแม่ของเขาในทุกที่ในบ้านหลังนี้ แม้แต่เตียงนอนเธอก็นอนแทนที่แม่ของพัตเตอร์แต่เธอก็หวังว่าสักวันพัตเตอร์จะเข้าใจเธอบ้างว่าเธอไม่เคยคิดร้ายเลย เธอไม่ได้แย่งพ่อของพัตเตอร์เพราะเธอกับพ่อพัตเตอร์เจอกันหลังจากแม่พัตเตอร์เสียและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบจนสามปีเขาถึงขอเธอแต่งงาน เธอแค่คนที่มาที่หลังไม่ใช่คนที่แย่งเขามาและไม่คิดจะมาแทนที่เพราะเธอไม่เคยขอร้องให้สิทธิพงษ์ลืมแม่ของพัตเตอร์เลย

“ใครเขาอยากกินกัน”

พัตเตอร์พูดขึ้นหลังจากที่ชไมพรออกไปแล้วเด็กหนุ่มเลือกจะเมินข้าวต้มกุ้งฝีมือแม้เลี้ยงแล้วหันตัวเดินเข้าไปอาบน้ำแทนเพราะเขาไม่ต้องการให้ชไมพรมาทำดีกับเขา เขาไม่ชอบเธอที่มาแทนที่แม่ของเขามาทับที่มาเดินตามทางหรือแม้กระทั่งมาจับสิ่งของที่แม่เขาเคยจับเคยใช้ เขาเกลียด เกลียดจริงๆ

เช้าวันต่อมา

ห้าวววว

ชมพูบิดขี้เกียจด้วยความเมื่อยล้าและง่วงนอนสุดๆ เพราะเมื่อคืนเธอนอนไม่ค่อยหลับเลยเพราะเธอเอาแต่รอข้อความตอบกลับจากพัตเตอร์แต่เด็กหนุ่มก็แค่อ่านแต่ไม่ยอมตอบกลับเลย พอเธอโทรไปก็ไม่รับก็เลยนอนไม่ค่อยหลับกระสับกระส่ายสุดๆ เลย หญิงสาวหยิบเอามือถือขึ้นมาก่อนจะส่งข้อความหาพัตเตอร์อีกรอบทิ้งท้ายเอาไว้แล้วลุกลงจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำ

หลังจากอาบน้ำเสร็จชมพูก็เดินออกมาด้านนอกจังหวะที่กำลังจะทิ้งตัวลงนั่งแสงจากหน้าจอมือถือก็สว่างขึ้นพร้อมเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจนหญิงสาวรีบกระโดดไปคว้ามือถือมาดูในทันทีพลันรอยยิ้มหวานก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อพบว่าคนที่ส่งข้อความมาคือพัตเตอร์

พัตเตอร์ : ให้ผมไปหาพี่ที่ห้องได้ไหมครับ?

ชมพู : มาหาที่ห้องเหรอ ทำไมเมื่อคืนนายไม่ตอบฉันล่ะหายไปไหนมา?

พัตเตอร์ : ผมถามว่าให้ผมไปหาพี่ที่ห้องได้ไหมครับ?

ชมพู : เออๆ จะมาก็มาสิ แต่ฉันไม่ได้อยู่คอนโดนะ ขออาบน้ำหนึ่งชั่วโมง

พัตเตอร์ : ครับ เดี๋ยวผมจะไปรอ

ชมพูกดปิดหน้าจอมือถือลงด้วยความมึนงงเพราะอยู่ดีๆ พัตเตอร์ก็อยากจะมาหาเธอที่ห้องเฉยเลย ทั้งๆ ที่เมื่อคืนหายเงียบกริบจนนึกว่าตายไปแล้วเสียอีก ไม่ตอบข้อความไม่รับสายเธอสักนิดแต่พอเช้านี้กลับบอกจะมาหาเธอแบบจะมาหาลูกเดียวอ่ะไม่ตอบคำถามอะไรเลยแต่ก็ช่างเถอะอย่างน้อยตอนนี้พัตเตอร์ก็ติดต่อกลับมาแล้ว หญิงสาวรีบลุกมานั่งแต่งหน้าแต่งตาในทันทีเพื่อจะได้รีบแต่งตัวไปหาพัตเตอร์ที่คอนโดเธอไม่อยากสายเพราะกลัวว่าเด็กหนุ่มจะโกรธอีก

@คอนโดชมพู

“เข้ามาเลย” ชมพูหันมาพูดกับพัตเตอร์ที่มารอเธออยู่ก่อนแล้วขนาดเธอรีบมาแล้วนะก็ยังมาช้ากว่าพัตเตอร์อยู่ดีนั่นแหละ หญิงสาวเดินนำพัตเตอร์เข้ามาภายในห้องก่อนจะตรงไปยังตู้เย็นแล้วหยิบเอาน้ำอัดลมออกมา “นายกินน้ำอัดลมใช่ไหมหรืออยากได้ไวน์หรือเหล้า? ”

“ขอน้ำอัดลมดีกว่าครับ” พัตเตอร์ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา

“ได้สิ” ชมพูรีบรินน้ำอัดลมใส่แก้วให้พัตเตอร์พร้อมน้ำแข็งด้วยก่อนจะเดินนำมาเสิร์ฟให้กับเด็กหนุ่มอย่างเอาอกเอาใจ “นี่นายหายโกรธฉันแล้วเหรอ?”

“พี่ดุผมขนาดนั้นคิดว่าผมจะหายง่ายๆ เหรอครับ?” พัตเตอร์ช้อนสายตามอง

“เอ้านายยังไม่หายโกรธฉันแล้วทำไมนายถึงมาหาฉันที่นี่ล่ะ?”

“ก็ผมคิดว่าพี่คงอยากเจอผมไม่งั้นคงไม่ไปหาผมที่ห้องหรอก”

“เออพอพูดถึงเรื่องนี้เมื่อคืนนายไปไหนมาฉันรอนายยันเที่ยงคืนนาย นายยังไม่กลับห้องเลยทั้งๆ ที่นายออกมาจากบาร์ตั้งแต่สี่ทุ่มแล้วแท้ๆ ”

“ผมค้างบ้านเพื่อนครับ”

“แน่ใจเหรอว่าบ้านเพื่อน ไม่ใช่บ้านแฟน?” ชมพูปรายตามองพัตเตอร์ก็ไม่เข้าใจทำไมจะต้องรู้สึกไม่ชอบใจแปลกๆ ตอนพูดถึงแฟนพัตเตอร์ที่เธอเดาว่าเด็กหนุ่มน่าจะมีก็เพราะพัตเตอร์หน้าตาดีขนาดนี้ไม่มีแฟนก็แปลกแล้ว

“ผมไม่มีแฟนครับ” พัตเตอร์ตอบเสียงเข้ม

“จริงเหรอ?” หญิงสาวหันมามองเด็กหนุ่มด้วยสายตาคาดคั้น

“จริงครับ ทำไมผมจะต้องโกหก”

“ก็เพราะมันไม่น่าเชื่อไงนายหน้าตาดี” ชมพูเลื่อนมือไปจับใบหน้าของพัตเตอร์แล้วขยับซ้ายขยับขวาเพื่อมองทุกมุม “หล่อใสทุกมุมนายหน้าตาดีขนาดนี้ ทำไมไม่มีแฟน?”

“ทีพี่ทั้งสวยทั้งรวยแถมมาพร้อมนม 600 ซีซีจนนมนี่โด่งกว่าดั้งแล้วยังไม่มีแฟนเลย”

“นี่ชมใช่ไหม ทำไมมันเหมือนนายกำลังจิกกัดฉัน”

“ผมไม่ได้จิกกัดนะครับ ผมก็แค่ถามกลับเท่านั้นเอง ก็พี่ถามผมก่อนว่าทำไมผมถึงไม่มีแฟน”

“เพราะฉันไม่อยากมี”

“ผมก็ไม่ได้อยากมีเหมือนกัน”

“โอเคๆ เอาเป็นว่าฉันเชื่อก็ได้ว่านายโสด” ชมพูยอมเชื่อพัตเตอร์ก่อนจะหยิบเอาแก้วน้ำอัดลมขึ้นมาดื่ม “งั้นนายอยากได้อะไรล่ะมันถึงจะทำให้นายหายโกรธฉันได้?”

“งั้นผมขอจูบพี่ได้ไหมครับ?”

คำขอของพัตเตอร์เล่นเอาชมพูถึงกับอึ้งไปเลยเพราะไม่คิดว่าเขาจะขอเธอแบบนี้เอาจริงนะเธอก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยจูบกับผู้ชายนะเธอเคยจูบ เธอเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยขนาดนั้นหรอกแต่แบบว่าไอ้ที่เคยจูบอ่ะก็แค่อยากลองพอลองแล้วก็ไม่ได้ไปจูบกับใครอีกพอมีคนมาขอจูบแบบนี้เล่นเอาเธอไปไม่ถูกเลยแหละ

“...นะ...นาย อ๊ะ!” ยังพูดไม่ทันจบพัตเตอร์ก็ยื่นใบหน้าเข้ามาหาชมพูก่อนจะกดจูบลงบนเรียวปากอันแสนอวบอิ่มแบบฝรั่งนิยมของอีกฝ่ายโดยไม่ได้ลุกล้ำอะไรแค่จูบแล้วเน้นริมฝีปากลงไปหนักๆ ก่อนจะถอนใบหน้าออกมาในขณะที่ชมพูยังคงนั่งนิ่งด้วยความอึ้ง สัมผัสอันแสนหนักหน่วงของพัตเตอร์ยังตอกย้ำที่ริมฝีปากของเธออยู่เลยมันทำเอาใจของหญิงสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ สั่นระรัวอย่างกับมี EDM มาเปิดในหัวใจของเธอดังตึบๆ

“นายทำบ้าอะไรเนี้ย!” เมื่อได้สติหญิงสาวจึงผลักตัวพัตเตอร์ออกไป สีหน้าขึงขังอย่างไม่พอใจที่ถูกฉวยโอกาสแบบนี้

“ก็พี่พูดเองนิครับว่าต้องทำยังไงผมถึงจะหายโกรธ ผมก็เลยขอพี่จูบ แล้วตอนนี้ผมก็จูบพี่แล้ว ผมก็หายโกรธพี่แล้ว” พัตเตอร์ยังคงพูดน้ำเสียงเรียบอย่างไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไร

“แต่ฉันยังไม่ได้อนุญาตเลยนะ”

“เหรอครับ อ้าวผมไม่รู้ ผมก็นึกว่าพี่อนุญาตแล้ว”

เด็กหนุ่มตีหน้าซื่อแบบไร้เดียงสาขึ้นมา ดวงตาคู่คมใสปิ๊งแวววับแบบตากวางจนชมพูที่สบตาอยู่ถึงกับใจเต้นแรงอีกครั้งเพราะเหมือนเธอชักจะแพ้ทางความไร้เดียงสาแบบนี้ของพัตเตอร์แล้วแหละ ก็ดูสิอย่างกับลูกแมวน้อยๆ เวลาอ้อนเจ้าของเลยใครเลี้ยงแมวคงรู้ดีว่าเวลาแมวมันมาอ้อนเราแล้วจ้องเราด้วยสายตาออดอ้อนมันเป็นยังไง พัตเตอร์ในตอนนี้ก็เหมือนกันเลย

“ช่างเถอะ แต่นายหายโกรธฉันแล้วใช่ไหม?” ชมพูเลือกจะไม่สนใจเพราะคิดว่ามันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร เธอสนใจความรู้สึกของพัตเตอร์มากกว่า

“ครับ” พัตเตอร์ยิ้ม

“งั้นฉันโทรสั่งอาหารมาทานนะ”

“แล้วแต่พี่ครับ”

หญิงสาวลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปหยิบมือถือมากดสั่งอาหารจากแอปที่ตอนนี้มีเพียบเพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภค ไหนจะบริการฝากซื้อฝากสั่งแล้วมาส่งถึงที่อีกต่างหาก เอาง่ายๆ อยู่บ้านก็มีของกินมาเสิร์ฟถึงหน้าบ้านแล้ว

“นายอยากกินอะไรพิเศษไหม?”

“ไม่ครับ พี่สั่งเลยผมกินได้หมดครับ” พัตเตอร์ยิ้ม

“อืม โอเคๆ ”

ชมพูกดสั่งของไปหลายอย่างก่อนจะเงยมองพัตเตอร์ที่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่ ให้ตายสิเธอไม่เคยพาผู้ชายมาห้องแบบนี้มาก่อนเลยนะเนี้ยถึงเธอจะชอบเที่ยวบาร์โฮสต์ก็ตามแต่ก็ไม่เคยพาผู้ชายมาที่ห้องเลยก็ไม่รู้จะพามาทำไมนินา เธอไม่ใช่พวกนิยมวันไนท์ด้วยไม่ชอบความสัมพันธ์เพียงชั่วคืนเท่าไหร่เธอมองว่ามันไม่เท่เลยมันดูลดคุณค่าตัวเองเอาเสียมากๆ แต่ดูในตอนนี้สิมีเด็กผู้ชายมาอยู่ในห้องของเธอแถมเป็นคนที่เธอไม่เคยมีความสัมพันธ์อะไรลึกซึ้งด้วยสักนิด มันน่าแปลกนะที่เธอยอมให้พัตเตอร์เข้ามาในห้องเธออยู่กันสองต่อสองแบบนี้ ทั้งๆ ที่ความจริงเธอไม่ควรไว้ใจพัตเตอร์ขนาดนี้เพราะยังไงเขาก็เป็นผู้ชาย

“ส้มตำร้านนี้อร่อยจังเลย” ชมพูพูดไปพลางตักส้มตำปูปลาร้าเข้าปากไปด้วย ส้มตำแสนเซ่บกินไปซี๊ดปากไป

“พี่กินปลาร้าด้วยเหรอครับ?” พัตเตอร์ค่อนข้างประหลาดใจ

“กินสิ ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วย?”

“ก็ผมไม่ค่อยเห็นไฮโซกินปลาร้าเท่าไหร่”

“ฉันกินสิ อร่อยจะตาย” หญิงสาวหยิบเอาปลาร้าเป็นตัวๆ ขึ้นมาก่อนจะฉีกกินโชว์พัตเตอร์

“ผมเชื่อแล้วแหละครับว่าพี่ชอบ” พัตเตอร์ยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปตักซุบหน่อไม้ให้ชมพู “ทานนี่สิครับ อร่อยมากเลย”

“ขอบคุณนะ” ชมพูเลื่อนมือไปตักส้มตำไทยให้พัตเตอร์บ้าง “เห็นนายชอบตักส้มตำไทยแสดงว่าชอบกินใช่ไหม?”

“ใช่ครับ ผมไม่ค่อยชอบปลาร้า ผมว่ามันเผ็ด ผมไม่ค่อยกินเผ็ด”

“น่ารักจัง ผู้ชายไม่กินเผ็ดเนี้ยดูเด็กน้อยดีนะ”

“พี่ไม่ต้องมาแหย่ผมเลยนะครับ จริงๆ ผู้ชายไม่กินเผ็ดก็มีเยอะนะครับ”

“ก็ฉันเพิ่งเคยเจอนายคนแรกนี่ไง พ่อฉันก็กินเผ็ดนะ”

“ว่าแต่พูดถึงพ่อพี่ พี่ให้ผมมาหาที่ห้องแบบนี้พ่อไม่ว่าเหรอครับ?”

“ไม่ว่าหรอก พ่อฉันออกจะเชียร์ด้วยซ้ำอยากให้ฉันมีแฟนจะตายไป”

“จริงเหรอครับ ดีจังเลยนะครับส่วนมากผมจะเจอแต่พ่อที่หวงลูกสาวไม่อยากให้มีแฟนหรืออยู่ใกล้ผู้ชายคนอื่น”

“พ่อฉันเป็นคนไม่ค่อยคิดอะไรมากอ่ะเพราะฉันไม่เคยทำเรื่องแย่ให้พ่อต้องเป็นห่วงไง อีกอย่างพ่อฉันก็ทำงานเลยไม่ค่อยมีเวลามาหวงฉันหรอก”

“งั้นผมขอถามได้ไหมครับว่าพ่อพี่ทำงานอะไร?”

“ได้สิ พ่อฉันทำเกี่ยวกับบ้านเช่าห้องเช่าอ่ะ พ่อจะชอบสร้างทาวเฮ้าส์ อพาร์ทเมนท์ หอพักอะไรแบบเนี้ย ตามแถวๆ ย่านคนเยอะ ในเมืองที่เจริญๆ โรงงานอุตสาหกรรมอะไรแบบเนี้ยมีทั่วประเทศเลย ลงทุนครั้งเดียวแล้วพ่อก็รอเก็บเงินค่าเช่าสบายๆ 3-5 ปีซ่อมบำรุงทีหนึ่ง”

“อ๋อ ถึงว่าบ้านพี่ถึงรวยถ้าผมมีเงินผมก็คงจะทำแบบนั้นเพราะคนสมัยนี้เลือกจะเช่าห้องอยู่มากกว่าเสียเงินซื้อครั้งเดียวอีกเพราะมันต้องใช้เงินก้อน ในเศรษฐกิจแบบนี้หาเงินก้อนมันยากแถมเช่าห้องจะย้ายไปตอนไหนก็ได้ถ้าซื้อเลยก็ต้องรอขายให้ได้ก่อนถึงจะมีเงินก้อนไปซื้อที่ใหม่”

“นายดูเข้าใจธุรกิจดีจังเลยนะ จนฉันชักแปลกใจแล้วสิ แบบว่านายเรียนเป็นเชฟแต่กลับเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาแบบนี้ทั้งๆ ที่มันไม่น่าเกี่ยวข้องกับเชฟเลย”

หญิงสาวจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความสงสัยในตัวของพัตเตอร์ชัดเจนเพราะแปลกใจในความคิดความอ่านของเด็กที่อายุแค่ 19 แถมบอกเองว่าตัวเองเป็นเด็กบ้านนอก เข้ามาเรียนในกรุงเทพได้ก็เพราะทุนแต่ดันมีความรู้ด้านธุรกิจอย่างกับที่บ้านเป็นเจ้าของกิจการเอง แบบของแบบนี้คนทั่วไปส่วนน้อยมากที่จะรู้และมองตลาดออก

“ผมก็แค่เคยอ่านบทความเกี่ยวกับพวกนี้ครับ อย่างที่ผมเล่าให้พี่ฟังไงว่าผมชอบหาอะไรทำช่วงปิดเทอม ไปเรียนตัดผม เรียนซ่อมรถ หาอะไรทำในตอนปิดเทอมตลอดก็ไม่แปลกนิครับที่ผมจะเอาเวลาว่างช่วงปิดเทอมมาหาบทความเกี่ยวกับธุรกิจ เกี่ยวกับตลาดเอาไว้”

พัตเตอร์เลือกจะโกหกแต่ก็โกหกได้แบบเนียนๆ โดยไม่แสดงพิรุธอะไรออกไปเพราะสมัยนี้มันดูไม่แปลกหรอกถ้าคนเราจะหันมาสนใจเรื่องอะไรแบบนี้ ยิ่งยุคสมัยใหม่แบบนี้ด้วย วัยรุ่นนักลงทุนมีเยอะแยะไปแล้วถ้าคิดจะลงทุนก็ต้องศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจ หุ้น รวมถึงตลาดด้วย ว่าสิ่งที่ต้องการในตลาดตอนนี้คืออะไร ลงทุนอะไรถึงดี

“ลืมไปเลยว่านายชอบหาความรู้ นายนี่มันขยันดีจังนะ” ชมพูฉีกยิ้มหวานก่อนจะเอื้อมมือไปตักลาบตับป้อนให้พัตเตอร์ “กินดีกว่านะ เลิกพูดเรื่องเครียดเถอะ วัยเรามันไม่ใช่วัยจะมาคิดอะไรแบบนี้เพราะแค่เรียนก็ปวดหัวจะแย่แล้ว”

“ครับ” พัตเตอร์อ้าปากรับลาบตับชิ้นโตที่ชมพูป้อนให้จนเต็มปากเต็มคำ

“จริงๆ นายเรียนทำอาหารนิ นายน่าจะทำอาหารเก่งนะ วันหลังมาทำให้ฉันกินบ้างสิ”

“ได้สิครับ พี่อยากทานอะไรบอกผมเลย”

“อืม ไว้ฉันนึกเมนูหากินยากๆ ออกแล้วจะบอกนะ”

ชมพูฉีกยิ้มหวานให้พัตเตอร์ก่อนจะก้มหน้ากินส้มตำต่อโดยมีสายตาของพัตเตอร์มองด้วยรอยยิ้มเฉกเช่นเดียวกันเพราะรู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่กับคนที่ตัวเองแอบรักและปลื้มแบบนี้ ถึงเขาจะไม่มีสิทธิ์ทำได้มากกว่านี้แต่แค่ได้อยู่ใกล้ได้มองหน้าชมพูแบบนี้เขาก็พอใจแล้ว ไม่ได้อยากเรียกร้องอะไรมากไปกว่านี้เพราะรู้ว่านั้นมันอาจจะกดดันชมพูมากเกินไปและทำให้ความสัมพันธ์ที่กำลังดีในตอนนี้จบลงก็ได้ เขาไม่อยากให้มันพังเพราะฉะนั้นจึงต้องหักห้ามใจเพราะอะไรที่ชมพูไม่ชอบคือเธอไม่ชอบจริงๆ เขาเรียนรู้ในตัวชมพูมาตลอดศึกษานิสัยใจคอเธอก่อนจะก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอเสียด้วยซ้ำเพราะเธอคือคนสำคัญ คนที่เขาอยากรักษาความรู้สึกเอาไว้ให้มากที่สุด

.

.

To Be Continued...

---------------------------------

เรื่องนี้ริสไม่แต่งหวือหวาวาบหวิวนะคะ คือไม่เน้น NC เลย ใครรอ NC บอกเลยท้ายๆเรื่องนู้นถึงได้เจอกันจ้า เรื่องนี้จะออกแนวฟิวกู๊ดชุ่มฉ่ำหัวใจ ใครที่เคยอ่านนิยายแนวแจ่มใสก็คือแนวนั้นเลย ใสๆน่ารัก ไร้มลพิษใดๆ ไม่ใช่แนวฉุดกระชากลากขึ้นเตียง เบื่อแต่งนิยายร้อนแรงแล้วอ่าขอพักสักเรื่องเปลี่ยนมาแต่งแนวใสๆผ่อนคลายอารมณ์บ้างเนอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

7 ความคิดเห็น