ผู้ชายเช่ารัก

ตอนที่ 2 : [2] : เด็กน้อยหวงเก่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    9 ส.ค. 62

* บุคคลในรูปเป็นเพียงอิมเมจประกอบตัวละครเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหา *

[2]

'I-RIS RED'


“กลับมาแล้วเหรอคะคุณหนู ทานอะไรมาเหรอยังคะ? ” แม่บ้านเดินมาถามพัตเตอร์ที่กำลังถอดรองเท้าอยู่โดยมีแม่บ้านอีกคนเตรียมรองเท้าสลีปเปอร์ให้ใส่ เด็กหนุ่มหันไปมองแม่บ้านที่ถามตนเองก่อนจะยกยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ไม่เป็นไรครับ ผมทานข้างนอกมาแล้ว”

ร่างสูงหันตัวเดินขึ้นมาชั้นบนก่อนจะตรงไปยังห้องของตัวเองที่อยู่สุดทางเดิน บ้านเขาในตอนนี้เงียบมากมันก็ไม่แปลกหรอกเพราะมันดึกมากแล้วคนในบ้านคงนอนหมดแล้วยกเว้นแม่บ้านที่ต้องรอเขากลับบ้านก่อนเสมอถึงจะเข้านอนได้ อันนี้เขาไม่ได้สั่งนะแต่พ่อของเขาสั่งเอาไว้ เขาก็ไม่อยากมีปัญหากับพ่อก็เลยตามใจพ่อแล้วกัน เด็กหนุ่มเปิดประตูเข้ามาภายในห้องนอนตัวเองที่เป็นห้องขนาดใหญ่มีเตียงคิงไซส์ตั้งอยู่ตรงกลางห้องที่ปลายเตียงมีชุดโซฟาตั้งอยู่อีกทีหนึ่ง เอาจริงๆ นะห้องนี้มันใหญ่ไปสำหรับเขาแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกต้องนอนที่นี่เพราะเป็นห้องที่มีความทรงจำมากมายอยู่

“นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วทำไมเพิ่งกลับบ้าน”

“โธ่พ่อแล้วผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าจะเข้ามาในห้องให้เคาะประตูก่อน” พัตเตอร์หันไปจ้องมองผู้เป็นพ่อด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“พ่อถามว่านี่มันกี่โมงแล้วทำไมเพิ่งกลับบ้าน? ” สิทธิพงษ์ พ่อของพัตเตอร์ถามย้ำลูกชายก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้ามา หนุ่มใหญ่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตเรียบหรูเนกไทยังคงผูกติดกับคอของเขาอยู่เลยมันทำให้พัตเตอร์รู้เลยว่าพ่อของเขาเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลแน่นอนเพราะพ่อของเขาเป็นหมอ

“แล้วพ่อล่ะทำไมเพิ่งกลับ? ” พัตเตอร์ถามกลับบ้าง

“ก็พ่อเป็นหมอนะ มีเคสฉุกเฉินพ่อก็ต้องอยู่รักษาสิอีกอย่างพ่อเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขด้วย งานพ่อไม่ได้มีแค่รักษาคนไข้แต่ต้องดูแลเกี่ยวกับการแพทย์ทุกอย่างด้วย

“ผมก็บอกพ่อแล้วว่าให้พ่อเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง”

“ก็พ่อเป็นหมอมาก่อนแล้วถึงมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงแล้วจะให้พ่อทิ้งงานหมอไปนั่งโต๊ะสภาอย่างเดียวเหรอ กลางวันพ่อไปทำหน้าที่รัฐมนตรีพอห้าโมงเย็นเลิกงานพ่อก็มาทำหน้าที่หมอต่อ มันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายนิ”

“ก็แล้วแต่พ่อแล้วกัน” พัตเตอร์เดินไปเปิดทีวี

“แล้วนี่ไม่คิดจะตอบพ่อ เรื่องที่พ่อถามบ้างเหรอ? ”

“ผมก็แค่ไม่อยากอยู่บ้าน ไม่อยากเห็นหน้าเมียใหม่พ่อก็เลยกลับดึกๆ เท่านั้นเอง”

“โธ่พัตเตอร์เมื่อไหร่จะยอมรับอรเขา อรเขาก็ดีกับเรานะ”

เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะช้อนสายตามองผู้เป็นพ่อด้วยแววตาเรียบเฉย “พ่อลืมแม่ได้ยังไง ทำไมลืมง่ายดายขนาดนั้นไหนพ่อบอกว่าพ่อรักแม่ไงแต่นี่แม่ตายไม่ถึงปีพ่อก็แต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่แล้ว เนี้ยเหรอรัก? ”

“พ่อรักแม่เรามากๆ แต่พัตเตอร์ก็ต้องเข้าใจพ่อสิว่าทุกคนต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทุกชีวิตต้องเดินไปข้างหน้านะ พ่อก็แค่อยากได้คนมาช่วยดูแลเราไง อรเขาก็เป็นคนดี” สิทธิพงษ์พยายามอธิบายให้ลูกชายฟังแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ฟังและไม่อยากรับรู้เลยสักนิดเพราะพัตเตอร์กลับเร่งเสียงทีวีจนดังลั่นขึ้นมา

“แต่ผมไม่ต้องการแม่ใหม่”

ว่าจบพัตเตอร์กันหันตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำทิ้งให้สิทธิพงษ์ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจกับลูกชายของตัวเองที่ไม่คิดจะรับฟังอะไรเลยทั้งๆ ที่มันก็ผ่านมาสิบปีแล้วนะ การที่เขาเริ่มต้นใหม่มันไม่ได้แปลว่าเขาลืมแม่ของพัตเตอร์ได้ไม่ได้แปลว่าหมดรักแล้ว เขายังรักเสมอและเธอยังอยู่ในหัวใจของเขาเสมอมาไม่ลืมเลือนแค่เขาอยากเดินไปข้างหน้าเท่านั้นเอง ไม่อยากจมปลักอยู่กับที่และอรก็เป็นคนดีเธอรักพัตเตอร์และพร้อมจะดูแลพัตเตอร์ เขาก็แค่อยากได้ใครสักคนที่พร้อมจะดูแลลูกของเขาตอนที่เขาไม่สามารถดูแลได้เท่านั้นเอง

เช้าวันต่อมา @วิทยาลัยแห่งหนึ่ง สาขาวิชาการจัดการครัวและการประกอบอาหาร

“พัตเตอร์ฉันขอน้ำปลาหน่อย” มินตรา เพื่อนในคลาสเรียนเดียวกับพัตเตอร์หันมาพูดกับเด็กหนุ่มที่ถือขวดน้ำปลาไม่ยอมวางเลยเพราะเหม่อลอยเหมือนคิดอะไรอยู่

“อ๋อ ขอโทษที” เด็กหนุ่มยื่นน้ำปลาให้

“คิดอะไรอยู่เหรอ?”

“เปล่าหรอกแค่คิดอะไรเพลินๆ เท่านั้นเอง”

“อย่าคิดมากล่ะนายรู้ใช่ไหมว่าอารมณ์เครียดมันส่งผลถึงการทำอาหารแบบเมื่อกี้นายหยดน้ำปลาไปเยอะมากเลยรู้ไหม ฉันว่านายรีบทำใหม่ก่อนจะหมดเวลาแล้วอาจารย์เข้ามาตรวจดีกว่านะ” มินตราพูดแนะนำพัตเตอร์เพราะเธอไม่ต้องชิมก็รู้เลยว่าแกงคั่วสับปะรดหมูที่พัตเตอร์ทำมันจะต้องเค็มแน่ๆ แค่กลิ่นก็เค็มจนฉุนจมูกแล้ว

“จริงเหรอ?” เด็กหนุ่มถามแบบไม่รู้ตัวเอง

“ก็จริงสิ นายคงเหม่อลอยจริงๆ” มินตราเงยหน้าขึ้นไปมองนาฬิกา “อีกครึ่งชั่วโมงทำใหม่น่าจะทันนะ”

“อืม ขอบใจมากนะ” พัตเตอร์ฉีกยิ้มให้มินตรา

เขายกหม้อแกงลงจากเตาแล้ววางมันไว้ที่อ่างล้างจานเพื่อเปลี่ยนเอาหม้อใหม่มาทำแกงใหม่ คราวนี้เด็กหนุ่มพยายามใช้สมาธิกับการทำอาหารของตัวเองไม่ว่อกแว่กคิดอะไรอีกแล้วเพราะเขาอยากจะทำมันออกมาให้ได้ดีๆ เพราะความฝันของเขาคือการเปิดร้านอาหาร ทำอาหารให้ทุกคนทานแล้วเห็นทุกคนมีความสุขกับอาหารของเขาถึงแม้ว่าพ่อเขาจะอยากให้เขาเป็นหมอแบบพ่อก็ตามแต่ชีวิตเขา เขาขอเลือกเองดีกว่า

@มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบแฟชั่น

“สวยนิชมพู เธอเนี้ยมีพรสวรรค์ด้านนี้นะ” อาจารย์เอ่ยชมผลงานการออกแบบชุดราตรีของชมพูที่มันเข้าตาเธออย่างจังเพราะดีไซน์ทันสมัยและไม่ซ้ำใครแถมยังเอาวัสดุเหลือใช้มาเป็นส่วนประกอบในชุดอีกด้วย เรียกว่าถ้าใส่แล้วนอกจากสวยแล้วยังรักโลกอีกต่างหาก

“ขอบคุณนะคะ” ชมพูแย้มยิ้มออกมาด้วยความปลื้มใจในคำชมและผลงานของตัวเองที่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เธอผ่านมาเยอะ โดนตำหนิโดนว่ามาเยอะเหมือนกัน เพิ่งจะมาบูมมาเข้าตาอาจารย์ก็ตอนขึ้นปีสี่เนี้ยแหละเพราะเธอแอบไปเรียนครอสพิเศษที่ฝรั่งเศสตอนปิดเทอมมาก็เลยได้ความรู้ใหม่ๆ ที่เมืองไทยไม่มีสอนเพียบ

“งั้นหนูขอตัวกลับไปนั่งที่นะคะ”

“เชิญเลย”

ร่างอวบอิ่มเดินบิดก้นซ้ายขวากลับมานั่งที่โต๊ะด้วยท่าทางเชิดๆ ตามประสาใบหน้ายังคงแย้มยิ้มไม่หุบในขณะที่มือก็หยิบเอามือถือขึ้นมาก่อนจะกดส่งข้อความหาพัตเตอร์เด็กน้อยน่ารักของเธอ ที่ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากเขากลับไปก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย ทางนั้นก็ไม่ติดต่อมาหาเธอคงเป็นเพราะกลัวเธอว่าแหละมั้ง

ข้อความไลน์

ชมพู : ทำอะไรอยู่พ่อรูปหล่อ

พัตเตอร์ : กำลังคิดถึงพี่อยู่เลยครับ

ชมพู : แหมๆ นอกจากตอบไวมากแล้วยังปากหวานอีกด้วยนะ

พัตเตอร์ : รู้ได้ไงว่าผมปากหวานเคยชิมเหรอครับ

ชมพู : ไม่เคยชิมหรอกแต่แค่มองริมฝีปากแดงๆ ของเราก็รู้แล้ว

พัตเตอร์ : แล้วพี่ว่างเหรอครับไม่เรียนเหรอ

ชมพู : เรียนอยู่แต่เป็นช่วงส่งงานอ่ะ ฉันส่งแล้ว ว่าแต่เย็นนี้ว่างไหม?

พัตเตอร์ : ว่างครับ ผมเลิกเรียน 15.00 น.

ชมพู : งั้น 15.30 เจอกันที่ห้าง abc ได้ไหม ฉันอยากจะให้นายไปเป็นเพื่อนฉันถ่ายแบบหน่อย พอดีเพื่อนๆ ฉันไม่ว่างกันอ่ะ

พัตเตอร์ : ได้สิครับ ไว้เจอกันนะครับ

ชมพู : จ้ะ พ่อรูปหล่อ

ชมพูกดออกจากห้องแชทแล้วยกยิ้มออกมาเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยละจากมือถือแล้วเงยขึ้นมองกระดานไวท์บอร์ดหน้าห้องที่อาจารย์กำลังเขียนอะไรบางอย่างลงไปแทนแต่สมองของเธอกลับไม่ได้คิดถึงสิ่งที่อาจารย์กำลังจะสอนหรือสั่งงานต่อไปเลยแต่มันเอาแต่คิดถึงใบหน้าใสๆ ของพัตเตอร์อยู่นั่นแหละแบบมันชุ่มฉ่ำหัวใจเสียจริงๆ เลย มันทำให้เธอมีกำลังใจในการใช้ชีวิตอย่างมากอยากจะตื่นขึ้นมาในทุกๆ วันเพื่อมาเจอหน้าพ่อรูปหล่อของเธอ

สถานที่ถ่ายแบบ @สตูดิโอ BBB

“นี่ใครเนี้ยชมพู แฟนหล่อนเหรอ? ” แม็กกี้ ช่างแต่งหน้าประจำตัวของชมพูที่ชมพูจ้างไปด้วยตลอดเวลาที่จะต้องถ่ายแบบเพราะไม่ไว้ใจคนอื่นให้แต่งหน้านอกจากช่างส่วนตัวของเธอเท่านั้นพูดทักเมื่อเห็นพัตเตอร์นั่งหน้าสลอนอยู่ด้วย

“ไม่ใช่เจ๊ นี่เด็กหนู” ชมพูขยิบตาให้แม็กกี้อย่างรู้กัน

“อ๋อๆ เข้าใจแล้ว” แม็กกี้หยิบเอาเครื่องสำอางออกมาเตรียมแต่งหน้าให้ชมพู

“แล้วไปเจอกันได้ยังไงเนี้ยดูท่าจะเด็กกว่าเธอนะย๊ะ”

“เจอกันที่บาร์โฮสต์”

“อุ๊ยตายแล้วๆ น้องซื่อๆ แบบนี้เป็นโฮสต์เหรอเนี้ย น่าเอ็นดู” แม็กกี้หันไปส่งยิ้มให้พัตเตอร์ซึ่งเด็กหนุ่มก็ยิ้มตอบด้วยความเขินอายจนหน้าแดงระเรื่อ

“อิเจ๊ไม่ต้องคิดลึกเลยนะนี่เด็กหนู” ชมพูรีบห้าม

“โอ๊ย! รู้แล้วน่าฉันไม่แย่งเด็กหล่อนหรอก นั่งนิ่งๆ สิหันไปหันมาอยู่ได้เดี๋ยวก็ต่อยให้สลบแล้วจับแต่งซะดีไหมเนี้ยจะได้อยู่นิ่ง” แม็กกี้จับใบหน้าของชมพูล็อกเอาไว้เพื่อจะได้ลงรองพื้นได้ถนัดๆ ทำเอาพัตเตอร์หลุดขำออกมาเล็กน้อยเพราะถ้าเขาเป็นช่างแต่งหน้าก็คงอยากจะเอาอะไรมาล็อกหน้าของชมพูเหมือนกันเพราะอยู่ไม่นิ่งเลยเดี๋ยวหันซ้ายหันขวา หยิบมือถือมาเล่นบ้าง

หลังจากแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จชมพูก็เดินออกมาถ่ายแบบในสถานที่ที่ทีมงานจัดเอาไว้ให้โดยมีพัตเตอร์ออกมานั่งดูด้วย ดูไปก็กลืนน้ำลายไปเหมือนกันเพราะชมพูถ่ายแบบเซ็กซี่ในตอนนี้เธอใส่ชุดชั้นในเพียงเท่านั้นแล้วนั่งและยืนทำท่าโพสต์ที่ปลุกใจเสือป่าเหลือเกิน แต่มองแล้วมันก็เจริญหูเจริญตาดีรู้สึกอิ่มเลย อิ่มทิพย์แบบไม่ต้องกินแล้วข้าวแค่นี้ก็อิ่มอกอิ่มใจกับความสวยงามจนชวนหลงใหลตรงหน้า

“เป็นไงฉันสวยไหม?” ชมพูที่สวมใส่เสื้อคลุมแล้วเรียบร้อยเดินมาหาพัตเตอร์

“สวยครับ เซ็กซี่ด้วย” เด็กหนุ่มยกยิ้ม

“แน่นอนสินี่เจ๊ชมพูนมเท่าหัวเด็กนะ” ชมพูเขย่าหน้าอกของตัวเองจนมันเด้งขึ้นเด้งลงอย่างทะเล้นทำเอาผู้ชายในกองถ่ายทุกคนถึงกับหันมามองด้วยแววตาหื่นกามเชียว

“อย่าทำแบบนี้สิครับ” พัตเตอร์รีบลุกขึ้นยืนบังชมพูในทันทีเพราะไม่ชอบที่ผู้ชายคนอื่นมามองชมพูด้วยสายตาแบบนี้ สายตาแบบถ้าลากไปย่ำยีได้คงทำไปแล้วอ่ะแทบจะข่มขืนผ่านทางสายตาอยู่แล้ว

“เอ้าก็ฉันอุตส่าห์ทำนมมาตั้งแพงนะให้อวดหน่อยไม่ได้เหรอ เนี้ย 600 CC เชียวนะ”

“ก็ดูผู้ชายคนอื่นเขามองพี่หื่นกามหมดแล้ว มันอันตรายนะครับ พวกจะคิดไม่ดีเอา”

“ก็ได้ๆ ฉันตามใจนายนะเนี้ยและก็ขอบใจที่เป็นห่วงฉัน”

“ขอบคุณครับที่ฟังผม”

“งั้นฉันไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะ”

“ผมไปเป็นเพื่อนนะครับ เฝ้าหน้าห้องก็ได้เพื่อความปลอดภัย”

“อืม ตามใจนายเลย”

ชมพูหันตัวเดินนำออกมาโดยมีพัตเตอร์เดินตามต้อยๆ โดยที่สายตาก็กวาดมองผู้ชายคนอื่นที่กำลังมองชมพูจนพวกนั้นต้องหลบสายตาเพราะคิดว่าพัตเตอร์เป็นแฟนของชมพูและไม่อยากจะมีปัญหา มันทำให้ชมพูแอบยิ้มออกมาเล็กน้อยในความเอาใจใส่ของพัตเตอร์ที่เป็นห่วงเป็นใยเธอด้วยแล้วแบบเนี้ยเธอจะไม่หลงเด็กคนนี้ได้ยังไงกัน

ทั้งน่ารักแถมร้ายกาจอีกต่างหาก

.

.

-------------------------------------

ไม่เคยแต่งนิยายที่นางเอกเสริมหน้าอกเลยนะนี่เรื่องแรกไม่รู้ฟีดแบคจะเป็นยังไงแต่ริสมองว่ามันก็ปกตินะ ชีวิตจริงคนก้ทำกันเยอะแยะไปถ้ามีเงินเราก็อยากจะทำอ่ะ ถ้ามันทำแล้วสวยก็ทำไปเถอะเนอะ ความสุขของเราจะไปหนักหัวใครก็เรื่องของเขา... ^ ^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

7 ความคิดเห็น