กว่าจะมาเป็นราชาปีศาจ ต้องเหนือยิ่งกว่าฟ้าเเละต้องท้าลิขิต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,715 Views

  • 94 Comments

  • 409 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,273

    Overall
    7,715

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 ตัวจริงของหานเฟิง (รีไรท์ครั้งที่1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 973
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    23 ธ.ค. 61

บทที่ 3ตัวจริงของหานเฟิง

              

            การฝืนเดินลมปราณนั้นได้สร้างผลร้ายให้กับไป๋จิ้นกว่างเข้าเสียแล้ว หยาดโลหิตสีแดงเข้มทะลักออกมาจากริมฝีปากอันบางเฉียบของเขา เพราะกลัวว่าจะมีคนมาพบเห็นเข้า ไป๋จิ้นกว่างจึงไปนั่งหลบมุมอยู่ตรงหลังโขดหินก้อนหนึ่ง สภาพที่ไม่น่ามองของเขาอย่างไรก็ให้บรรดาเหล่าศิษย์มาพบเห็นไม่ได้ ปัญหามากมายจะต้องตามมาให้รู้สึกปวดหัวเวียนเกล้าอย่างแน่นอน ตอนที่อยากจะลองเดินลมปราณดูนั้น เขาคิดว่าแค่ลองนิดๆหน่อยๆคงไม่มีผลอะไร เพราะอย่างไรไป๋จิ้นกว่างก็เดินลมปราณไม่เป็นอยู่แล้ว แต่ไม่คิดเลยว่า การควบคุมลมปราณมันจะทำได้ง่ายดายเพียงนี้

                ไปจิ้นกว่างไอสำลักเลือดออกมายกหนึ่ง เขาหอบหายใจถี่แรงจนรู้สึกเจ็บสะเทือนไปทั้งหน้าอก ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลยแท้ๆ ทรมานจนรู้สึกว่าตายไปเสียน่าจะสบายกว่า เขาค่อยๆเอนหลังพิงกับโขดหินแล้วเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ให้ดึงความสนใจตนเองด้วยทิวทัศน์อันสวยงามตระการตา เพื่อทุเลาความเจ็บปวดทรมานที่รู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น

                ท้องฟ้าบนเขาเซียนแห่งนี้สวยสดงดงามสีชมพูเป็นเกลียวคล้ายสายไหมอมม่วงเล็กน้อย แม้บริเวณนี้อากาศจะเย็นอยู่บ้าง แต่มันก็พอทนได้ กลิ่นหอมของดอกไม้สักชนิดที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น และหายใจหายคอได้คล่องกว่าที่เคย

                เขารู้สึกว่า เขานั้นยังไม่ได้ใช้ชีวิตที่เหลือให้คุ้มค่าที่เกิดมาเป็นคนเลยแท้ๆ ความทรมาน ความเจ็บใดๆทั้งหมดมันคอยย้ำเตือนว่า เขายังมีชีวิตอยู่ พออดทนได้อยู่สักพักหนึ่ง ไม่นานนักอาการก็ค่อยๆทุเลาลง แม้จะเจ็บหน่วงภายในกายอยู่บ้างแต่ก็ถือว่าดีขึ้นมากแล้ว

                “ท่านอาจารย์มาทำอะไรตรงนี้ขอรับ?”

เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นมาจากตรงเหนือศรีษะ หานเฟิง จะเรียกว่าเจ้าหนุ่มนี่จมูกดีหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ ทำไมต้องต้องมาเจอเขาเอาเวลานี้ด้วยนะ

                “ท่านอาจารย์ขอรับ เลือดของท่าน!” แววตาสั่นไหวของหานเฟิงที่มองมาเต็มไปด้วยความห่วงใยและวิตกกังวลเท่าที่ศิษย์คนหนึ่งจะมีต่อผู้เป็นอาจารย์ได้   ตอนที่หานเฟิงกำลังเข้ามาดูไป๋จิ้นกว่าง มือของไป๋จิ้นกว่างก็ยกขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้หานเฟิงหยุดแตะต้องตัวเขา เพราะการออกเสียงพูดด้วยตัวเองนั้นทำได้ยากลำบากนัก แค่หายใจก็สะเทือนไปถึงปอด แม้หานเฟิงจะชะงักไปชั่วครู่ก็ตาม แต่ความซื่อบื่อของหานเฟิงคาดว่าน่าจะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ไป๋จิ้นกว่างได้พยายามสื่อสาร เพียงไม่กี่นาทีต่อมาร่างทั้งร่างก็ลอยเหนือพื้นโดยฝีมือของหานเฟิง หานเฟิงอุ้มเขาขึ้นมาแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีสีหน้าที่ไม่ได้แสดงออกว่าหนัก แต่ขอเดาเลยว่า น้ำหนักของร่างนี้ไม่ได้ทำให้หานเฟิงสบายเสียเท่าไหร่นัก

                “ท่านอาจารย์ข้าจะพาท่านกลับห้อง แล้วเดี๋ยวจะไปเรียกหมอมาดูอาการท่านนะขอรับ”

                ถูกอุ้มอย่างกับสาวน้อยเป็นหนที่สองแล้ว รู้สึกช่างน่าอายนัก ศักดิ์ศรีที่มีเขายังจะเหลืออีกเหรอ ขัดขืนก็ไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ สารรูปอเนจอนาถยิ่งนัก คิดแล้วก็เศร้า ได้แต่ปลงตกและปล่อยตัวให้อีกฝ่ายพากลับห้องแต่โดยดี

ตอนที่ถูกอุ้มผ่านหน้าผ่านตาใครต่อใครไปหลายคน ไป๋จิ้นกว่างรู้สึกอับอายจนต้องแกล้งทำเป็นหลับตานิ่ง คิ้วบางก็ขมวดไปด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจ

“เจ็บมากเลยหรือขอรับ?” น้ำเสียงราบเรียบอ่อนโยนของหานเฟิงลอยมาเฉียดใกล้ใบหู

“อืม” ไป๋จิ้นกว่างทำเพียงแค่ส่งเสียงตอบเบาๆขณะหลับตา

“หากจะออกไปเดินเล่น น่าจะเรียกข้าสิ….เหตุใดถึงได้เอาแต่ใจ ท่านไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ข้าล่ะแปลกใจนัก”  น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่ติดเย็นเยือกมาจากปากหานเฟิง ให้ความรู้สึกว่าเป็นน้ำเสียงของคนที่พยายามอดกลั้นอะไรบางอย่าง จนไป๋จิ้นกว่างอดสงสัยประหลาดใจไม่ได้ เขาจึงนึกอยากลืมตาขึ้นมามองหานเฟิงอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่านี่เป็นหานเฟิงที่กำลังพูดอยู่จริงๆ

พอได้เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายจากมุมด้านข้าง แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่เขาก็ต้องขอเปลี่ยนความคิดก่อนหน้านั้นทันที ไม่ใช่พ่อพระเอกแล้วนี่มันพ่อพระเอกสายดาร์กในหนังจีนกำลังภายในชัดๆ

หานเฟิงกำลังยิ้มมุมปาก แววตาดูมีความเจ้าเล่ห์แฝงไปด้วยความเย็นชาตายด้านขึ้นมาหน่อย บอกได้เลยว่า จากพ่อหนุ่มรูปงามที่มีหน้าตาเรียบๆบ้านๆได้อัพเกรดขึ้นเป็นหนุ่มรูปงามจอมวายร้ายซุกซนขึ้นมาทันที แต่เมื่อเห็นไป๋จิ้นกว่างลืมตาขึ้นมามองตน  หานเฟิงก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นแบบพ่อพระคนเดิมทันทีเช่นกัน โอ้โหความตีสองหน้านี้ ไม่ทันแล้วศิษย์รักหานเฟิง ข้าเห็นนะเฟ่ยเมื่อกี้ เจ้ามันคนสองบุคคลิก! เจ้าเสือห่มหนังแกะนี่อาจารย์คนเก่าของเจ้ารู้ด้านนี้ของเจ้าหรือเปล่าเนี่ย!

พอรู้สึกว่าไป๋จิ้นกว่างกำลังมองตนตาไม่กระพริบ หานเฟิงก็รู้สึกรู้เกร็งๆขึ้นมา ถึงความจริงพอจะรู้อยู่แก่ใจก็ตาม แต่ทว่าความหนาของหน้าที่สวมอยู่นั้นไร้เทียมทานกว่าอะไรทั้งสิ้นหานเฟิงเอ่ยถามอย่างตะกุกตะกัก “ที่หน้าข้ามีอะไรติดหรือเปล่าขอรับ” ไม่วายยังส่งยิ้มอ่อนโยนใสซื่อมาให้ไป๋จิ้นกว่างอีก

ว่ากันว่าเรื่องบางอย่างเราก็ไม่ควรไปรับรู้หรือใส่ใจ  ยิ่งเป็นความลับของคนใกล้ชิดหากเขามีเรื่องปิดบังนั่นแสดงว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับเขา เช่นประมาณว่า ลูกชายซ่อนหนังสือโป๊ไว้ใต้เตียง ซึ่งมันเป็นความลับต่อคนในครอบครัวของเขา แต่ความจริงแล้วคนในครอบครัวนั้นรู้นานแล้ว แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถึงความลับของลูกชายของบ้านต่อหน้าลูกชาย ลูกชายก็เลยยังรู้สึกว่านั่นยังคงเป็นความลับ และอยู่อย่างสบายใจไป๋จิ้นกว่างเองก็คิดว่าควรจะให้หานเฟิงรู้สึกเช่นนั้นต่อไป

เมื่อเห็นไป๋จิ้นกว่างเงียบนิ่งไปในอ้อมแขนของตน หานเฟิงจึงหยุดเดิน ทว่ารอยยิ้มอ่อนโยนใสซื่อเมื่อครู่เริ่มเจือจางลงไปเล็กน้อย

“อะไรเหรอหานเฟิง” ไปจิ้นกว่างถามไปเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายหยุดเดินแล้ว แถมมาหยุดอยู่ในที่ไร้ผู้คน

หานเฟิงนิ่งเงียบอยู่นาน จนกระทั่งเขาเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา

“ตั้งใจจะตายอย่างนั้นรึขอรับอาจารย์”

“ห๊า! คำพูดที่คาดไม่ถึงของหานเฟิงทำให้ไปจิ้นกว่างถึงกับร้องเสียงหลง ที่ว่าเขาตั้งใจจะตาย หมายความว่า ฆ่าตัวตายเหรอ? หานเฟิงคิดว่าเขาจะฆ่าตัวตายเนี่ยนะ ถึงจะปลงตกกับสภาพอเนจอนาถของตนอย่างไร ไป๋จิ้นกว่างก็ไม่เคยมีความคิดจะฆ่าตัวตายเลยแม้น้อย หานเฟิงเอ๊ยหานเฟิงเจ้าคนชอบคิดเองเออเอง

“ท่านแอบเดินลมปราณด้วยตนเอง ทำไมข้าจะไม่รู้ อย่าคิดปิดบังข้า!” อยู่ๆหานเฟิงก็ขึ้นเสียงขึ้นมาเล่นเอาไป๋จิ้นกว่างเกร็งจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับ

แหงสิ! ไป๋จิ้นกว่างรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เจ้าหนุ่มพ่อพระเอกหน้าตาบ้านๆที่ท่าท่างสงบเสงี่ยมแสนสุภาพคนนั้นไปไหนเสียล่ะ? เจ้าหมาโกเด้นรีทีฟเวอร์คนนั้นหายไปไหน ?

“อา” ตอนที่คิดจะพูดอะไรสักหน่อย หานเฟิงก็ไม่ยอมให้เขาได้พูด

“ข้าโกรธท่านมาก โกรธที่ท่านต้องมาเป็นแบบนี้  จนไม่รู้จะจัดการกับท่านยังไง ครั้งต่อไปถ้าข้าทนไม่ไหว คงต้องขังท่านเอาไว้เสียแล้ว”

เป็นถ้อยคำที่ไป๋จิ้นกว่างฟังแล้วรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก นี่ใช่หานเฟิงคนนั้นแน่เหรอ สรุปที่นี่คือโฉมหน้าที่แท้จริงของหานเฟิงสินะคนเป็นศิษย์ที่พูดกับอาจารย์เช่นนี้เกิดมาเพิ่งจะเคยพบเคยเจอ ไม่เรียกศิษย์อกตัญญูแล้วจะให้เรียกอะไรได้

“จะขังข้าเนี่ยนะ เจ้าพูดจริงรึหานเฟิง?” ไป๋จิ้นกว่างถามกลับไป แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้ตอบกลับมา  แต่กลับหันหน้าหนีโดยไม่ยอมก้มมามองไป๋จิ้นกว่างเลยแม้  น้อยริมฝีปากของหานเม้มแน่นเป็นเส้นตรงราวกับพยายามอดทนอดกลั้นต่อความรู้สึกที่มีต่อไป๋จิ้นกว่าง และเพียงไม่นานนักหานเฟิงเอ่ยเสียงอย่างปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับอารมณ์ของเขาก่อนหน้านี้

“ข้าจะพาท่านกลับห้อง แล้วให้หมอมาดูอาการสักหน่อย และแน่นอนว่าไม่ลืมที่จะส่งรอยยิ้มเจิดจรัสอันแสนอ่อนโยนมาให้เขา

ไม่ทันแล้วเจ้าคนโง่หานเฟิง ข้ารู้นิสัยเจ้าแล้วว่าเป็นคนอย่างไร!

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #25 ตงฟาง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 22:58

    มีความหลุดสินะ555

    #25
    0
  2. #17 Molu- (@narutotingtong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 10:09
    หมาป่าออกมาแง้ว ขังเลยเหรอ

    กรี๊ส
    #17
    0
  3. #9 AN_DSBP (@an_dsbp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 07:10
    ศิษย์มีความยันนะ---
    #9
    1
    • #9-1 เทพแห่งกาล (@ma_nowhermestime) (จากตอนที่ 4)
      28 สิงหาคม 2561 / 10:18
      ขอบคุณค่ะ เป็นความตั้งใจของไรท์เอง สนองนีดตัวเองล้วนๆ 555
      #9-1
  4. #3 Inwมาเยือน (@pakinnice) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 07:04
    สนุกดี
    #3
    0