กว่าจะมาเป็นราชาปีศาจ(มีE-book)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,982 Views

  • 145 Comments

  • 622 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    321

    Overall
    11,982

ตอนที่ 25 : บทที่ 20 องค์ชายห้าคนงามแห่งเผ่ามาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    14 ม.ค. 62

บทที่ 20 องค์ชายห้าคนงามแห่งเผ่ามาร

               

ห้ามออกไปเพ่นพล่านเด็ดขาด

                หยางเจิ้งเฉินทิ้งคำพูดนั้นเอาไว้ก่อนจะออกไปจากเขตตำหนักหมาป่าตั้งแต่เที่ยง โดยไม่ได้บอกว่าจะออกไปไหน แต่ไป๋จิ้นกว่างไม่ซักไซ้ให้มากความ อีกอย่างทางนั้นก็ยังอุตส่าห์ทิ้งของกินไว้ให้เขารองท้องด้วย ถึงอันที่จริงเขาไม่จำเป็นต้องกินก็เถอะ ฝ่ายนั้นก็ช่างดูแลทำให้นึกนึกหานเฟิงอยู่ไม่น้อย  

                จะว่าไปเขามาอยู่ที่นี่ได้สามวันแล้ว ไม่นับช่วงเวลาที่เขาหมดสติไปจากการถูกพลังหยินแทรกแซงร่างกายตอนอยู่ในถ้ำของปีศาจเครียดแค้น

                อยู่มาสามวันในตำหนักหมาป่า ได้เห็นได้พอเข้าใจอะไรบ้างนิดหน่อย อย่างเช่น ที่นี่ไม่มีเด็กรับใช้ เพราะหยางเจิ้งเฉินเป็นพวกขี้รำคาญ เรื่องกินเรื่องอยู่ หยางเจิ้งเฉินมักจะทำเองหมด นานๆที่จะมีนางกำนัลนำอาหารมาส่งให้ ซึ่งนางกำนัลเหล่านั้นล้วนเป็นหญิงสาวสวยสดงดงาม พวกนางมักจะส่งสายตาให้หยางเจิ้งเฉินเป็นระยะ ราวกับคาดหวังบางสิ่งบางอย่าง

                และไป๋จิ้นกว่างก็ไม่ได้ใสซื่อไม่รู้ความต้องการของพวกนาง สาวงามเผ่ามารสวมใส่เครื่องแบบค่อนข้างวาบหวิวใช่ย่อย จนไป๋จิ้นกว่างอดที่จะมองแล้วมองอีกอย่างชื่นชมไม่ได้  มันน่าตื่นเต้นชวนให้เลือดสูบฉีดอย่างบอกไม่ถูก  เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ภาพหญิงงามวาบหวิวเหล่านี้จึงเป็นอาหารตาชั้นยอด แต่กระนั้นสายตาดุๆของบุรุษอายุน้อยกว่ามักจะกดดันทำเอาเขาเหงื่อตกอยู่ร่ำไป

                ข้าจะควักลูกตาเจ้า ให้มองใครไม่ได้เป็นครั้งที่สอง

                หยางเจิ้งเฉินข่มขู่เขามาเช่นนั้น ไป๋จิ้นกว่างได้แต่ยิ้มรับชะตาที่ไม่ยุติธรรม ความหึงหวงเช่นนั้นก็ย่อมเข้าใจอยู่ แต่หยางเจิ้งเฉินก็ไม่ได้มีสถานะเป็นเจ้าเข้าเจ้าของหัวใจเขาเสียหน่อย บางทีรู้สึกว่ามันเกินไป

                ดังนั้นด้วยเหตุเช่นนี้ ไป๋จิ้นกว่างจึงไม่กล้ามองหญิงงามเผ่ามารคนไหนอีก ไม่มีพลังไปต่อกรก็ต้องยอมเป็นเรื่องธรรมดา ขืนไปงัดข้อโดยปราศจากการหนุนหลังมีแต่เสียกับเสียเท่านั้น

                 หยางเจิ้งเฉินชอบความเงียบสงบ มักจะตื่นสายและไม่ชอบให้ใครรบกวนเวลานอน จะโมโหน่ากลัวเวลาตื่นนอน วันก่อนเขาเพิ่งมีประสบการณ์โดนอีกฝ่ายงอนใส่ทั้งวันเพราะไปปลุกให้ตื่นแต่เช้าตรู่ เนื่องจากอีกฝ่ายกอดเขาเอาไว้ ไป๋จิ้นกว่างจึงขยับลุกออกจากที่นอนไม่ได้ สรุปแล้วที่เขาปลุกอีกฝ่ายนั้นมีเหตุผลแค่ไหน ก็โดนงอนมใส่อยู่ดี เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีความเยือกเย็นแบบผู้ใหญ่อย่างที่คิด จริงๆแล้วนิสัยเด็กขี้งอนมาก

                จบเรื่องนี้ดีกว่า มาต่อกันที่อีกเรื่องหนึ่งของหยางเจิ้งเฉิน ในสามวันที่ไม่นับวันที่เขาหมดสติไป เขากับหยางเจิ้งเฉิน นอนกอดกันทุกคืน แต่อย่าคิดอะไรลามกเด็ดขาด ที่นอนกอดกัน คือนอนกอดจริงๆ ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยมากกว่านั้น เพราะไป๋จิ้นกว่างมักจะมีอาการตัวเย็นฉับพลันในตอนกลางคืนบางช่วง

                เพราะร่างกายของหยางเจิ้งเฉินดุจดังเครื่องทำความร้อนชั้นเลิศ อุณหภูมิสูงดุจดังสัตว์ประเภทหมาป่า ฝ่ายนั้นเพียงแค่อุทิศตนเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ไป๋จิ้นกว่างเท่านั้น แต่เรื่องที่อาจคิดไม่ซื่อแผงเจตนาอย่างอื่นก็ไม่อาจมีใครรู้แน่ชัดนอกจากเจ้าตัว

                แม้หยางเจิ้งเฉินจะเคยเอ่ยปากว่าชอบไป๋จิ้นกว่างมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ทุกๆคืนหยางเจิ้งเฉินก็ไม่ได้ฉวยโอกาสล่วงเกินไปมากกว่าการกอดเพื่อให้ความอบอุ่น นั่นส่งผลให้ไป๋จิ้นกว่างนับถือคนหนุ่มผู้นี้อยู่ไม่น้อย

                อดทนได้ดี หากเป็นเขาล่ะก็ หากชอบใครอยู่ หากคนๆนั้นมานอนอยู่ข้างๆคงมีมือไม้เลื้อยบ้างล่ะน่า

                อ่าจะว่าไปคนที่เป็นไม้เลื้อยมันคือเขาเองไม่ใช่เหรอ ปากบอกไม่แต่ดันเป็นฝ่ายไม้เรื่อยเสียเองมากกว่า อย่างเช่น บางทีเพราะสงสัยในขนาดส่วนนั้นของหยางเจิ้งเฉิน เลยเผลอเอามือไปแตะ แน่นอนว่าส่วนนั้นคือกล้ามแถวบริเวณซิกแพค  หยางเจิ้งเฉินไม่ได้ตำหนิว่าที่เขาไปแตะเล่นบริเวณนั้น แต่แค่พูดกลับมาว่า

                ทดสอบความอดทนของข้ารึ

                ช่วงเวลานั้นก็ไม่ได้คิดอะไร หาได้เข้าใจความหมายของคำพูดนั้นเลยเสียด้วยซ้ำ พอมานั่งเงียบๆจ้องลำธารน้ำใสมีเวลาให้ครุ่นคิดไปเรื่อยเปื่อยต่างๆนาๆ ก็เพิ่งจะทำความเข้าใจได้ในความหมายลึกๆได้  ไป๋จิ้นกว่างหน้าขึ้นสีขึ้นมานิดๆ เอามือลูบหน้าพลางคิดในใจว่าตนทำอะไรลงไป เขามือไวกับหยางเจิ้งเฉินเกินไปแล้ว!

                ตอนที่กำลังระอายสิ่งที่ตนเองทำกับหยางเจิ้งเฉินไปอยู่ พลันได้ยินเสียงฝีเท้า มันเบาโหยงก็จริง แต่ไป๋จิ้นกว่างกับได้ยินอย่างชัดเจน คนธรรมดาหากไม่ใช่เขาอาจแทบไม่รู้สึกถึงเสียงฝีเท้าเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าน่าเสียดายที่ไป๋จิ้นกว่างไม่ได้เข้าใจความความสามารถนี้ของตนว่าเหนือกว่าคนธรรมดา หรือมากกว่าหยางเจิ้งเฉินหลายร้อยเท่า มันช่างเสียเปล่าโดยแท้

                แม้จะรู้ว่ามีคนกำลังเดินมาด้านหลังตน ไป๋จิ้นกว่างก็หาได้มีความรู้สึกระวังภัย หรือมีอันตราย เขาจึงค่อยๆหันไปมองผู้ม้เยือนอย่างสงสัยว่าเป็นใคร

                แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะกลับมีสีหน้าประหลาดใจที่ไป๋จิ้นกว่างได้ล่วงรู้ตัวตนที่อุตส่าห์พยายามเก็บซ่อนไว้

                คนที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาไป๋จิ้นกว่างอ้าปากค้าง

                เป็นบุรุษใบหน้าสวยงดงามดุจดังบุษผาก็ไม่กล่าวเกินจริงนัก แต่งกายตัวเสื้อผ้าเปิดไหล่ข้างหนึ่ง ชายเสื้อสูงจนเห็นเอวบางเป็นการแต่งกายที่จงใจโชว์เนื้อหนังมังสาอย่างไม่ต้องสงสัย ผิวขาวเนียนดุจผิวของทารกแรกเกิด รูปร่างอรชร ความสูงประมาณ 173 เซนติเมตรเห็นจะได้ ซึ่งหมายความว่าสูงน้อยกว่าไปจิ้นกว่างไปราวๆ7-8 เซนติเมตร

                “คิดว่ากลบร่องรอยของตนเองอย่างดีแล้วแท้ๆ สมกับเป็นปรมาจารย์ชั้นครูอย่างที่ผู้คนร่ำลือ ข้าน้อยขอนับถือไป๋เหล่าซือ” ชายหนุ่มใบหน้าสวยหวานเอื่อนเอ่ยของก่อนโค้งตัวคารวะท่วงท่างดงาม

                “เจ้าคือ

“ข้าน้อยหยางไป่ฝู่ องค์ชายห้าแห่งเผ่ามาร” หยางไป๋ฝู่ยิ้มแย้มขณะแนะนำตัว เป็นรอยยิ้มหวานล้ำที่เหมือนจะเคลือบสิ่งเจือปนที่ไม่น่าไว้วางใจ แต่ไป๋จิ้นกว่างอาจจะแค่คิดไปเอง อีกฝ่ายหน้าตารูปร่างก็สวยอย่างหญิงสาว แต่ก็ยังพอจะดูออกว่าเป็นบุรุษ

                “ไป๋เหล่าซือ น่าตางดงามกว่าที่ข้าน้อยจินตนาการเอาไว้มาก” อีกฝ่ายยิ้มหวาน จดจ้องเขาไม่วางตา โดนชมตรงๆเช่นนี้ ไป๋จิ้นกว่างจึงทำอะไรไม่ถูก แถมอีกฝ่ายดันเป็นหนุ่มหน้าสวยหวานจนเขารู้สึกระอายใจที่จะได้รับคำชมเช่นนั้นจากหยางไป่ฝู่

                “ไม่หรอก เจ้าต่างหากที่งดงาม” ไป๋จิ้นกว่างพยายามยิ้มตอบ ในสายตาคนภายนอกจะเห็นว่าไป๋จิ้นกว่าง กำลังยิ้มน้อยๆด้วยท่วงท่าสงบมาดนิ่งดูทรงภูมิความรู้สมกับเป็นปรมาจารย์ชั้นครู

                “ไป๋เหล่าซือปากหวานยิ่ง” อีกฝ่ายยิ้มละมุนส่งสายตายั่วเย้ามาทางเขาอย่างเปิดเผย

                แน่นอนว่าไป๋จิ้นกว่างแต่เดิมเป็นคนธรรมดา ถูกคนสวยขนาดนี้เล่นหูเล่นตาใส่ก็เกร็งเป็นธรรมดา รู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก อีกฝ่ายดูใจกล้าเปิดเผยเช่นนี้เขาย่อมไร้ภูมิต้านทาน

                 

                “เอ่อ แล้วคนสวยอย่างเจ้ามีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าหรือเปล่า” ไป๋จิ้นกว่างลองถามออกไป การที่ถูกคนสวยจ้องนานๆ ส่งผลให้เขาทำอะไรไม่ค่อยจะถูกจึงพยายามดึงความเก้อของตนด้วยการจุดประเด็นธุระสำคัญสาเหตุที่อีกฝ่ายมาหาเขา

                “ข้าเพียงแต่อยากจะเห็นรูปโฉมของท่านให้เป็นบุญตาสักนิด เพราะพี่สี่ดูห่วงนักห่วงหนาไม่ยอมพาท่านออกมาจากตำหนักหมาป่าเลย แถมนางกำนัลก็ลือเรื่องความสัมพันธ์ที่อธิบายยาก”

                ไป๋จิ้นกว่างหน้าตึงขึ้นมาทันที นี่ตัวเขากับหยางเจิ้งเฉินโดนนินทาในหมู่พวกนางกำนัลรึ?

                “คือ มันไม่ใช่อย่างนั้น” เขายิ้มเจื้อนตอบอีกฝ่าย ความจริงก็อาจจะใช่ แต่ก็คิดว่ายังไม่ถึงขั้นลึกซึ้งอะไร พูดไปก็รู้สึกอายขึ้นมา

                “จริงรึ?” หยางไป่ฝู่เคลื่อนใบหน้าสวยๆเข้ามาใกล้

                “จริง...”

                หยางไป่ฝู่พยักหน้าหงึกหงักและไม่ซักถามต่อ เขาหันไปมองรอบอย่างสำรวจที่ทาง เอามือไพร่หลังเดินวนเวียนไปเรื่อยเปื่อยดูๆแล้วเป็นคนงามที่ไม่ค่อยถือตัวและค่อนข้างเปิดเผยและที่สำคัญ ค่อนข้างเป็นมิตร สักพักก็หันมาหาเขา

                “พี่สี่เย่อหยิ่ง เขาคิดว่าตนเป็นลูกรักของพระบิดาถึงได้โตมามีนิสัยเอาแต่ใจ หากเขาเสียมารยาท ท่านอย่าถือสาเขาเลยนะ ดูสิเอาท่านมาขังกรงอย่างกับนกในกรงทอง เป็นข้าคงทนไม่ไหวแน่”

                “ลูกรัก?” นี่ค่อนข้างเป็นเรื่องแปลกใหม่ ทำไมเหมือนข่าวลือที่พวกชาวบ้านต่างเอามานั่งคุยกันดูไม่ใกล้เคียงเอาเสียเลย

                “ลูกรักสิ คนภายนอกก็พูดกันไปเรื่อยแต่ความจรืงแล้วพี่สี่เป็นลูกสุดรักของพระบิดา แต่แค่ไม่แสดงออกเท่านั้นเอง”

                “อ้าว” ข่าวลือนี่มันคือข่าวลือจริงๆ แต่ก็น่าแปลกหากเป็นลูกรักของบิดา แต่ทำไมมาอยู่เดี่ยวๆในที่แบบนี้ การแต่งกายของหยางเจิ้งก็ค่อนข้างจะเรียบง่าย แถมสีดำทั้งชุดอย่างกับจะไว้อาลัยให้ตัวเอง

               

 

                “ไป่ฝู่ เจ้ามาทำอะไรที่นี่”

                เสียงเย็นเฉียบดังขึ้น เพราะมัวแต่ครุ่นคิดเรื่องหยางเจิ้งเฉิน ไป๋จิ้นกว่างจึงไม่ทันสังเกตการณ์มาของอีกคน เมื่อหันไปมองก็เห็นหยางเจิ้งเฉินหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างหงุดหงิด ในมือสองข้างเหมือนกำลังถือห่อของอะไรบางอย่าง

                “พี่สี่กลับมาเร็วจัง” หยางไป๋ฝู่ยิ้มหวานทักทาย

                เมื่อเห็นไป๋จิ้นกว่างยืนอยู่ข้างๆหยางไป่ฝู่หน้าตาก็ดำทะมึนขึ้นเสียอย่างนั้น เดินดุ่มๆเข้าไปหาก่อนจะฉวยข้อมือนั้นดึงร่างที่แลดูบอบบางให้มาหลบหลังตนอย่างกับแม่งูห่วงไข่

                ปฏิกิริยานั้นอยู่ในสายของหยางไป๋ฝู่ เมื่อเห็นก็เข้าใจได้ทันที อย่างนี้นี่เอง

                “แหมข้าไม่ได้รังแกไป๋เหล่าซือเสียหน่อย ฝีมือของข้าด้อยกว่าท่านผู้นี้อย่างเทียบไม่ติด ทำไมเจ้าจะต้องห่วงขนาดนั้นด้วยเล่า” รอยยิ้มยียวนเผยออกมา

                “ออกไปซะ ที่นี่มันตำหนักหมาป่า ไม่ใช่ตำหนักเบญจพิษของเจ้า” หยางเจิ้งเฉินไม่สนใจจะฟังถ้อยคำใดทั้งสิ้นที่ออกมาจากปากของน้องชายที่วาจาเหมือนพิษร้ายไม่ต่างกับวิชาที่อีกฝ่ายถนัด

                หย่างไป่ฝู่หรือก็คือองค์ชายห้า ผู้ใช้วิชาพิษ แม้ฝีมือจะด้อยกว่าหยางเจิ้งเฉินอยู่หลายขุม ทว่าเพราะอีกฝ่ายค่อนข้างที่จะฉลาดเฉลียว เจ้าเล่ห์เพทุบาย เล่นลอบกัดโดยไม่สนวิธีการหรือศักดิ์ศรี แม้ความสวยภายนอกจะน่าดึงดูดใจมากเพียงใดแต่กลับที่แฝงไปด้วยพิษร้าย เป็นใครก็ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวนัก

                “ขอเพียงมาเยี่ยมไป๋เหล่าซือ เดี๋ยวข้าก็จะกลับแล้ว” หยางไป๋ฝู่พูดตามจริงไม่ได้ปลดแม้แต่น้อย เมื่อตนได้เห็นโฉมหน้าของผู้ที่หานเฟิงยอมแลกด้วยร่างกายกับลูกแก้วตรึงวิญญาญ ก็นึกสนุกขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่

หานเฟิงเอ๋ย..  หากได้เจอเจ้าอีกครั้งก็คงจะดีไม่น้อยคิดแล้วก็เผลอเลียริมฝีปากตนเองอย่างติดเป็นนิสัย

                ไป๋จิ้นกว่างที่ไม่รู้เรื่องความบาดหมางของสองพี่น้องแต่ได้มองทั้งสองคนสลับไปมา รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ไม่ชอบเห็นพี่น้องทะเลาะกันเลยแฮะ ตอนที่คิดบอกจะช่วยให้หยางเจิ้งเฉินใจเย็น หยางเจิ้งเฉินก็เอ่ยขึ้นว่า

                “เมื่อครั้งก่อนส่งคนไปลอบทำร้าย ข้ายังไม่คิดบัญชีกับเจ้าเลยนะ”

                “อุ้ย” หยางไป๋ฝู่เอามือปิดปาก ท่าทางแกล้งทำดูไร้ความสมจริงเสียนี่กระไร

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ครั้งนี้หานเฟิงมาเเต่ชื่อเเฮะ...

ติดตามตอนต่อไป 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #82 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:38
    ทำไมพี่ไป๋ถึงหลงกลอิองค์ชายง่ายจังT^T
    #82
    0
  2. #60 Cherries_ (@1235421) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 19:28
    ร่างกายแลกอะไรรกัน
    #60
    1
    • #60-1 (@ma_nowhermestime) (จากตอนที่ 25)
      18 มกราคม 2562 / 20:02
      ในที่สุดก็มีคนติดใจ /ร้องไห้เเป๊บ ติดตามเอาเรื่อยๆค่ะ
      #60-1
  3. #55 yoonmin085 (@yoonmin085) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 19:51

    ฮื่อออ รอคร้าา
    #55
    1
  4. #54 ฟุยูกิ (@artart) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 18:39

    Good job!

    ขอให้ขยันออกนิยายต่อไปด้วยนะ

    ทำดีแล้ว เก่งมาก

    #54
    1