กว่าจะมาเป็นราชาปีศาจ(มีE-book)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,944 Views

  • 145 Comments

  • 618 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    283

    Overall
    11,944

ตอนที่ 24 : บทที่ 19 เครื่องทำความร้อนชั้นเลิศ คือหยางเจิ้งเฉิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

บทที่ 19 เครื่องทำความร้อนชั้นเลิศ คือหยางเจิ้งเฉิน



ไป๋จิ้นกว่างรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าตนควรรู้สึกเช่นไรดี นี่มันบ้าชัดๆ  สรุปแล้วไอ้เจ้าลูกแก้วตรึงวิญญาณที่อยู่กับเขามาโดยตลอดมันพยายามจะกำจัดเขาไปให้พ้นทางมาตั้งแต่แรกแล้ว?

ชีวิตที่สองที่ได้มาอย่างง่ายดายเช่นนี้ ไม่มีเรื่องอะไรที่ง่ายดายเลย เหมือนความซวยซ้ำซวยซ้อน ซวยไม่เลิกไม่ลา เผลอทอดถอนหายใจอย่างปลงตก คงไม่น่าจะมีอะไรซวยไปกว่ามีปรสิตในร่างกายของตนอีกแล้ว

[ข้าไม่ใช่ปรสิต เรียกข้าว่าหมิงหลิง] เสียงนั้นเอ่ยขึ้นมา

“หมิงหลิง!? (จิตวิญญาณแห่งแสงสว่าง) ประชดกันใช่ไหม?

[ข้าชอบนะ] น้ำเสียงหวานยียวนเอ่ยออกมา

“ย่อมได้ หากเจ้าไม่ละอายใจที่จะใช้ชื่อนั้น” หากอีกฝ่ายชอบชื่อนั้นไป๋จิ้นกว่างก็ย่อมตามใจอีกฝ่ายอยู่แล้ว

 

พลันบรรยากาศกลับเงียบสงบอีกครั้ง สายลมบางเบา กลิ่นสดชื่นเย็นๆของธรรมชาติเขียวสดโชยมาตามลม ใบไม้ผลิดปลิวร่วงหล่นแตะผิวน้ำ ล่องลอยไปตามธารใส  ดวงตาดั่งเมล็ดอัลมอนด์ของบุรุษรูปงามหรุบต่ำเหม่อลอยราวกับหลงอยู่ในภวังค์ เป็นเช่นนั้นอยู่ทั้งวัน กระทั่งตะวันคล้ายเขาถึงได้นำพาร่างตนเองกลับเข้าไปอยู่ในตำหนักหมาป่าเพื่อรอการกลับมาขององค์ชายหยางเจิ้งเฉิน

แสงไฟในห้องถูกจุดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ ด้วยหินวิเศษส่องแสง ให้ความสว่างไสวไปทั่วบริเวณ  ไป๋จิ้นกว่างเดินมายืนอยู่นอกชายเรือน นั่นเป็นเพราะเขาติดใจบางสิ่งบางอย่างกำลังเรืองแสงอยู่ในสระน้ำ

มันคือดอกบัวที่กำลังเรืองแสงอวดโฉมของตนในยามค่ำคืน แสงสีชมพูวาววับงดงามจับตายิ่งกว่าอัญมณีไหนบนโลกที่เขาเคยพบเห็น

“มันคือบัวหิ่งห้อย”

เสียงหนึ่งเอ่ยกระซิบริมใบหู ส่งผลให้คนถูกกระซิบใส่ในระยะลมหายใจเผาขน สะท้านเฮือกจนก้าวสะดุดเกือบตกสระ ที่ยังแค่เกือบนั้นก็เพราะหยางเจิ้งเฉินคว้าเอวคอดกิ่วของร่างสูงน้อยกว่าเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

คนร่างสูงน้อยกว่าขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าง่ำงออย่างไม่พอใจ “เฉินน้อย เจ้าอย่าโผล่มาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียงได้ไหม จงใจกลั่นแกล้งเช่นนี้ เป็นเด็กหรือไง”

“ข้าเพิ่งช่วยเจ้าที่มักจะซุ่มซ่ามไม่ให้ตกสระบัวแท้ๆ ไหงถึงยังต่อว่ากันอีกเล่า” นัยน์ตาสองสีของหยางเจิ้งเฉินสะท้อนเป็นใบหน้าของไป๋จิ้นกว่าง รอยยิ้มละมุนผุดพรายแลดูแสนกล ไม่อาจเข้าใจได้

“ข้าจะตกสระบัวก็เพราะเจ้านั่นแหละ แล้วก็ช่วยปล่อยข้าได้แล้ว” เพราะหยางเจิ้งเฉินยังไม่เลิกเกาะเกี่ยวเอวของตน มิหน้ำซ้ำเริ่มจะกอดเบียดชิดเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แบบนี้ควรเรียกว่าอย่างไรดี ลวนลาม? คุกคามทางเพศ? ไป๋จิ้นกว่างไม่อาจจะแน่ใจสิ่งใดได้เลย

“ทำไมเล่า?”

ยังมีหน้ามาถาม

“เพราะข้าไม่ชอบ!” ไป๋จิ้นกว่างขึ้นเสียงอย่างเหลืออด

“แต่ข้าชอบ” อีกฝ่ายพูดออกมาหน้าตาย

…..  ไป๋จิ้นกว่างพูดอะไรไม่ออก ได้แต่สับสนในใจ ใบหน้าขึ้นสีขึ้นมา ทั้งๆที่ควรมีทีท่ารังเกียจ แต่ที่ตนรู้สึกก็ไม่ได้รู้สึกขนาดนั้น เขาหันหน้าไปอีกทางเพื่อหวังว่าจะหลบสายตาของร่างสูงกว่าที่จ้องมองมายังตน ทว่าหยางเจิ้งเฉินกับบังคับเชยคางให้เขาหันไปเผชิญหน้า ใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าต่อให้เป็นผู้ชายด้วยกันอย่างเขาก็ยังแอบหวั่นใจไหนจะดวงตาสองสีทรงเสน่ห์แปลกตานั่นอีกเล่า

“ข้าคงชอบเจ้าจริงๆ” หยางเจิ้งเฉินเอ่ยก่อนโน้มใบหน้าเข้าใกล้คนร่างสูงน้อยกว่า มืออีกข้างกระชับกอดเกี่ยวเอวแน่นอย่างไม่ยอมปล่อยให้หนีไปไหน

ใบหน้าทั้งคู่ชิดใกล้จนระยะห่างริมฝีปากห่างกันเพียงแค่นิดเดียว

“ขอจูบได้หรือไม่?” ร่างสูงในชุดสีดำสนิทเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอน  ดวงตาสองสีใสกระจ่างเจิดจ้าเป็นประกาย มันดูหวานล้ำอย่างที่รางสูงน้อยกว่าไม่เคยเห็นมาก่อน

……

ไป๋จิ้นกว่างเบนสายตาไปมองทางอื่น ดวงตาของเขาสั่นไหวน้อยๆด้วยความรู้สึกสับสนในใจ เด็กขี้อ้อนคนนี้นับวันก็ยิ่งทำตนใจอ่อน จนบางครั้งอยากคล้อยตาม แต่ทว่าเหล่านี้นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเขาที่ปกติจูบแต่หญิงสาวเท่านั้น

“รังเกียจข้ารึ?” ดวงตาคนพูดฉายแววเจ็บปวดนิดๆ  ใบหน้าหล่อๆออดอ้อนแลดูน่าสงสารขึ้นมาทันที

นั่นทำเอาไป๋จิ้นกว่างสึกกระวนกระวาย เขารีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ให้เวลาข้าคิดอีกหน่อย ข้าแค่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้

“ใจร้ายจริง จะให้ข้ารอเจ้าถึงไหนกัน” หยางเจิ้งเฉินถอนหายใจออกมาก่อนจะเริ่มปล่อยคนงามตรงหน้าให้เป็นอิสระจากเงื่อมมือ ก่อนจะผละออกไปแล้วก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นชาแข็งกระด้าง

“มากินข้าวดีกว่า เดี๋ยวจะเย็นเสียหมด ไม่รู้อาหารพื้นๆจะถูกปากงามๆของเจ้าไหม”

หืม? ท่าทีเช่นนี้ ไม่เหมือนตอนมาเกาะเกี่ยวเอวเพื่ออ้อนขอจูบเลยนะ ไป๋จิ้นกว่างขมวดคิ้วได้แต่ลอบคิดในใจ

 

มื้ออาหารผ่านไปได้ด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร แต่จะมีปัญหาก็ตรงเวลาจะนอนเนี่ยแหละ

“ไม่นอน? กลัวข้า?” เสียงเย็นชาราบเรียบเอ่ยถาม ร่างสูงนอนเปลือยท่อนบนอวดกล้ามเนื้อสวยงามที่ผ่านการฝึกฝนมาหลายปี ใบหน้านั้นมีความหน้าตายทว่ายียวนมิใช่น้อย ไป๋จิ้นกว่างรู้สึกว่าเจ้าคนโฉดนี่จะหน้ามึนไร้ยางอายเสียไปถึงไหน ใครจะอยากไปนอนกับคนที่คิดจะจูบตัวเองกันเล่า ไม่ให้กลัวไม่ให้ระแวงก็บ้าแล้ว

“มานอนเถอะ จะไม่ทำอะไรเพราะไม่อยากถูกเจ้าเกลียดไปตลอดทั้งชีวิต” เจ้าคนโฉดตบพื้นที่ว่างข้างๆ ก่อนจะกวักมือเหมือนเรียกเด็กไปนอนฟังนิทานก่อนอน

ไป๋จิ้นกว่างมีทีท่าลังเล แต่ทว่าคำพูดของหยางเจิ้งเฉินใช่ว่าจะเชื่อถือไม่ได้ เขาจึงพาร่างสูงของตนเองไปนั่งที่ขอบเตียงก่อนเป็นอันดับแรก

“ถ้าเจ้าทำอะไร ข้าจะตีเจ้าให้ตาย” มองหยางเจิ้งเฉินในเชิงข่มขู่นิดๆ แต่ในสายตาของหยางเจิ้งเฉิน อีกฝ่ายเหมือนลูกเสือตัวน้อยตัวหนึ่งกำลังคำรามฟ่อๆมากกว่าจึงอดที่จะยิ้มเย้ยหยันไม่ได้

“คิดมากไปแล้ว”

“คิดมาก เพราะเจ้าทำให้ข้าคิดมาก”

หยางเจิ้งเฉินทำหน้านิ่งๆมึนใส่ก่อนจะพลิกตัวตะแคงข้างหันไปอีกทาง แล้วหลับตานอน นั่นทำให้ไป๋จิ้นกว่างลดความระแวงในใจไปเยอะ เขาปิดปากหาวก่อนจะเอนหลังลงนอนตะแคงมาอีกฝั่งที่ไม่ใช่ฝั่งที่มีหยางเจิ้งเฉินนอนอยู่

ค่ำคืนเงียบสงบมาเยือน แสงไฟจากหินวิเศษมอดดับลงราวกับมันรับรู้ได้ว่าเจ้าของห้องได้หลับลงแล้ว มันจึงหมดหน้าที่ในฐานะหินวิเศษที่ให้ความสว่างไสว สะดวกดีเหลือเกิน!

ช่วงเวลาที่กำลังกำลังเคลิ้บเคลิ้มกับการหลับใหล พลันความหนาวเย็นเฉียบพลันก็ก่อตัวขึ้น จนไป๋จิ้นกว่างต้องขดตัวนอนตะแคง มือสองข้างเกาะกุมฝืนผ้าห่มแน่น ธาตุหยินภายในกายเล่นงานเขาอีกครั้ง เป็นพลังด้านเดียวของความมืดมิดที่ไร้ความสมดุลเพราะมันปราศจากพลังของหยางช่วยถ่วงสมดุลในตนเอง เป็นพลังแห่งความชั่วร้ายสามานย์ที่คนเป็นเซียนไม่ควรมีอยู่

ตอนที่ไป๋จิ้นกว่างคิดว่าตนเองกำลังหนาวตายแล้วในคืนนี้ พลันก็รู้สึกถึงใครสักคนได้เข้ามาสวมกอดเขาจากด้านหลัง ความอุ่นร้อนค่อยๆถูกถ่ายทอดส่งผ่านออกมาจากผู้ที่สวมกอด

หยางเจิ้งเฉินกอดร่างของไป๋จิ้นกว่างจากด้านหลังอย่างแนบชิดไม่ยอมให้เหลือช่องว่างแม้แต่นิดเดียว ฝืนผ้าห่มหนาใหญ่แทบจะถูกยกให้ทางฝั่งร่างสูงน้อยกว่าทั้งหมด

เพราะว่ารู้ดีแก่ใจว่าหยางเจิ้งเฉินต้องการทำให้เขาอบอุ่น ไป๋จิ้นกว่างจึงไม่ได้ขัดขืนและยินยอมรับความอบอุ่นที่อีกฝ่ายเต็มใจถ่ายทอดมาสู่ตนอย่างโดยดี ช่วงเวลานั้นหยางเจิ้งเฉินไม่ได้กล่าวว่าอันใดหรือมีทีท่าอะไรมากนัก จะมีก็เพียงแต่ลมหายใจอุ่นร้อนและจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเนิบช้าเท่านั้นเองที่คนถูกสวมกอดรู้สึกจากตัวของอีกฝ่าย

อบอุ่นและรู้สึกสบายมากจนเริ่มรู้สึกหวั่นไหวแปลกๆ แปร๊ดตรงตำแหน่งหัวใจเหมือนเลือดลมฉีดพล่าน รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก บางทีเขาอาจจะเริ่มใจอ่อน เริ่มจะชอบอีกฝ่ายขึ้นมาบ้างแล้ว มาคิดดูดีๆที่ผ่านมา หยางเจิ้งเฉินมักจะคอยดูแลเรื่องความเป็นอยู่ให้เขาเสมอ ตอนเดินทางค้างแรมข้างนอกก็คอยจุดไฟให้ แบ่งอาหารให้กินด้วย คอยปกป้อง และไม่ได้ทิ้งให้เขาตายอยู่ในถ้ำของปีศาจเครียดแค้น ถึงบางทีจะมีนิสัยเสีย ชอบดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ถ้าเทียบกับการกระทำมันคนละเรื่องกัน

และกระทั่งตอนนี้ก็ยังเข้ามากอดเขาเพื่อช่วยไม่ให้เขาหนาวตาย ร่างกายของหยางเจิ้งเฉินอุ่นร้อนอย่างกับพวกสัตว์ประเภทหมาป่า แต่ส่วนหนึ่งที่อุณหภูมิของหยางเจิ้งเฉินอุ่นร้อนได้ขนาดนี้คงเป็นพลังธาตุไฟแฝงในตัวไม่ผิดแน่

ในเมื่ออีกฝ่ายดีกับเขาขนาดนี้ ไป๋จิ้นกว่างก็อยากจะดีตอบกลับไปบ้าง ใบหน้าเริ่มขึ้นสีเมื่อเริ่มคิดถึงสิ่งที่ตนเองกำลังคิดจะทำ ไม่อยากยอมรับความรู้สึกดีๆที่มีให้กับหยางเจิ้งเฉินเสียเลย เขาอาจจะยอมให้หยางเจิ้งเฉินจูบสักครั้งก็เป็นได้

น่าอายเกินไปแล้ว!

ไป๋จิ้นกว่างค่อยๆพลิกตัวหันไปกอดหยางเจิ้งเฉิน ใบหน้าซุกอยู่ตรงอกเปลือยของอีกฝ่าย มันร้อนแผ่วเต็มไปด้วยพลังงานความร้อน นี่มันเครื่องทำความร้อนดีนี่เอง อุ่นจัง

“หน้าแดงแบบนี้คิดอะไรลามกอยู่แน่เลย” เสียงต่ำแผ่วเบาเอ่ยออกมา

…! ตกใจที่อีกฝ่ายดันเดาถูกอีกว่าเขาคิดลามก ถึงจริงๆมันจะไม่ได้ลามกอะไรมาก แค่จูบเอง!

ไป๋จิ้นกว่างได้แต่ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปเถียงด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นว่าหน้าเขาแดงจนเสียภาพลักษณ์ ถึงอันที่จริงจะไม่มีภาพลักษณ์ให้เสียแล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่อยากให้เห็นใบหน้าของเขาตอนนี้อยู่ดี

“ลามกที่ไหน ข้าแค่หนาว เจ้ามันก็แค่ตัวทำความร้อนให้เท่านั้นแหละ!

“เรอะ? แต่หน้าแดงร้อนฉ่าแล้วนะ”

“อย่ามาโกหก มืดเช่นนี้เจ้าจะมองเห็นสีหน้าของข้าได้อย่างไร”

“ข้าจับการมองเห็นในความมืดได้นิดหน่อย” เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยบอกมาไป๋จิ้นกว่างก็รู้สึกว่า เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้พูดล้อเล่นจึงเงยหน้าขึ้นมองเต็มสองตา ปรากฏว่า ดวงตาสองสีซ้ายสีทอง ขวาสีฟ้าดูเข้มข้นเห็นเด่นชัดราวกับคล้ายจะสะท้อนในความืดได้ลางๆ ม่านตาทั้งสองข้างของอีกฝ่ายหดเล็กลงเป็นรูปวงรี เพราะอยู่ใกล้ชิดกันมากจึงเห็นได้อย่างชัดเจน มันดูคุกรุ่นและวาวโรจน์ เหมือนกับดวงตาของสัตว์ร้าย

“ดวงตาของเจ้า สวยจัง...” ไป๋จิ้นกว่างเหมือนตกอยู่ในภวังค์เอ่ยออกมาเหมือนคนต้องมนต์สะกด

“เพิ่งสังเกตหรือไง” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นหน้ามั่นตาของตนเอง ทำเอาไป๋จิ้นกว่างเสียใจที่ดันเผลอพลั้งปากชื่นชมอีกฝ่ายออกไป

“ไม่รู้จักถ่อมตัวเอาเสียเลย ไร้ยางอายจริงๆ” ร่างสูงน้อยกว่าเหมือนจะพึมพำกับตนเอง แต่กระนั้นคนร่างสูงกว่าก็ไม่ได้สนใจคำพูดบ่นพึมพำเหมือนด่าทอสาปแช่งไร้สาระ เขากระชับอ้อมแขนกอดอีกคนให้แนบชิดขึ้นเมื่อรู้สึกว่าคนในอ้อมกอดเริ่มจะตัวเย็นนิดๆอีกแล้ว

“ถ้าไม่มีข้าคอยกอดเจ้าเช่นนี้ทุกคืน เจ้าจะทำอย่างไร” อีกฝ่ายเอ่ยถามเสียงราบเรียบ

ไม่รู้ว่าหยางเจิ้งเฉินถามอย่างจริงจังหรือเปล่า ทว่าไป๋จิ้นกว่างก็เลือตอบอย่างไร้สาระ ทีเล่นทีจริง “ข้าจะหาคนใหม่มากอดแทนเจ้า”

“เจ้ากล้ารึ?” ดวงตาสองสีวาวโรจน์ในความมืด ทั้งดูสวยงามและน่าหวั่นกลัวไปพร้อมๆกัน

ตอนแรกจะหยอกๆกลับไปว่า กล้า แต่พอเห็นดวงตาสองสีคู่นั้นที่จ้องมาทางตนก็ต้องเปลี่ยนใจ

“ไม่กล้าแล้วข้าหยอกเจ้าเล่นเฉยๆ ข้าจะหากระเป๋าน้ำร้อนมากอดแทน!

“ดีมาก” หยางเจิ้งเฉินยิ้มน้อยๆ

“จะหัดก่อไฟเองด้วย เวลานอนจะได้อุ่นๆ”

“อืม ดี” เมื่อรู้สึกวางใจหยางเจิ้งเฉินจึงหลับตาลง เพราะเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา

“จะนอนแล้วหรือ?” ไป๋จิ้นกว่างเงยหน้าขึ้นมามอง

“อืม” อีกฝ่ายส่งเสียงอืมในลำคอ

“งั้นขอให้ฝันดีนะ” หลังจากเอ่ยประโยคนี้ออกไป ไป๋จิ้นกว่างก็พึงนึกได้ว่า เขาไม่ได้เอ่ยบอกให้ใครฝันดีแบบนี้มาตั้งนานแล้ว นับจากที่เคยใช้บอกกับอดีตแฟนสาวที่เลิกรากันไป เขาก็ไม่ได้ใช้คำพูดนี้อีกเลย


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

.ใครที่รอหานเฟิงอยู่ อีกไม่นานน่าจะเขียนถึงเเล้วล่ะค่ะ(พยายามจะเร่งบทอยู่ เเต่ก็ยังช้าอยู่ดี555)  หยางเจิ้งเฉินจะได้ปะทะกับหานเฟิงเร็วนี้!  ใครจะอยู่ใครจะไปกันนะ!


ขอบคุณที่อุดหนุนซื้อเเพจเกจในตอนที่ผ่านๆมานะคะ ไรท์จะตอบเเทนด้วยการลง4บท ภายในอาทิตย์เดียวเพื่อเอาใจเเฟนๆทุกท่านที่ให้การสนับสนุน 

ซึ่งปกติไรท์จะลงเเต่ละบททุกๆสามวัน ประมาณ อาทิตย์ละ สองบท เท่านั้น เพราะมีเเรงปั่นได้เเค่นั้น  

บ๊ายบาย เจอกันบทหน้า  ไวๆนี้  

                                                                                           ด้วยรักจากไรท์  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #108 caretamutami (@caretamutami) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:20
    ศึกชิง.......
    #108
    0
  2. #81 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:57
    5555ไม่ทันไรก็หึงหวงซะแล้วน้องเอ๋ย
    #81
    0
  3. #58 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 18:30
    ขอบคุณค่ะ​ แวบไปอุดหนุนมาละ
    #58
    1
    • #58-1 (@ma_nowhermestime) (จากตอนที่ 24)
      17 มกราคม 2562 / 22:37
      ขอบคุณที่เเวะมาอุดหนุนค่ะ
      #58-1
  4. #53 kunkd (@kunkd) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 23:08
    แอบฟินเบาๆๆๆ อิอิ
    #53
    1
    • #53-1 (@ma_nowhermestime) (จากตอนที่ 24)
      13 มกราคม 2562 / 08:46
      ขอบคุณค่ะ
      #53-1
  5. #52 yoonmin085 (@yoonmin085) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 16:10

    รอคร้า
    #52
    1
    • #52-1 (@ma_nowhermestime) (จากตอนที่ 24)
      12 มกราคม 2562 / 17:08
      ขอบคุณมากค่ะ
      #52-1