กว่าจะมาเป็นราชาปีศาจ(มีE-book)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,943 Views

  • 145 Comments

  • 618 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    282

    Overall
    11,943

ตอนที่ 12 : บทที่ 8 การสนทนาตามประสาศิษย์พี่ศิษย์น้อง (รีไรท์ครั้งที่1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    23 ธ.ค. 61

บทที่ 8 การสนทนาตามประสาศิษย์พี่ศิษย์น้อง

               

               แม้จะรู้ตัวว่าถูกจ้องมองอยู่ไป๋จิ้นกว่างหาได้กังวลไม่ แต่มองปราดกลับไปสบตาเข้ากับอีกฝ่ายอย่างอวดดีอยู่หน่อยๆ ฝ่ายนั้นเมื่อเห็นเขาหันกลับมาสบตาเข้าพอดี ก็ยิ้มน้อยๆพลางยกถ้วยชาลายวิจิตรขึ้นจรดริมฝีปากได้รูปในขณะที่สายตายังคงจดจ้องเขาไม่วางตา

                ขนลุกเป็นที่สุด อยากจะบอกออกไปเช่นนั้น แต่ไปจิ้นกว่างทำได้เพียงยิ้มกลับไป ก่อนมือขาวเนียนราวไข่มุกจะคว้ากาขึ้นมารินชาให้กับตัวเอง

                เรือค่อยๆแล่นบนผิวน้ำทะเลาบสีเขียวมรกตสวย ไร้แสงแดด มีเพียงสายลมบางเบาอบอุ่นมาปะทะที่ใบหน้าเป็นบางครั้งบางคราว เส้นผมสีดำขับพริ้วไสวลู่ไปตามทิศทางของลม เรือนั้นขับเคลื่อนด้วยแรงปราณของประมุขฉางชิงเค่อบ้าง ตามทิศทางของลมบ้าง ไม่มีจุดหมาย ราวกับเพียงแค่แล่นวนเวียนอยู่ในทะเลสาบอันกว้างขวางเพื่อให้สองหนุ่มที่ความจริงไม่ได้หนุ่มนักได้ผ่อนคลาย

                บรรยากาศเงียบแต่ก็ไม่ได้น่าอึดอัดเท่าไหร่นัก เป็นความเงียบสงบหาใช่ความเงียบงัน ทีแรกไป๋จิ้นกว่างก็หวาดระแวงคนๆนี้อยู่บ้าง แต่พอผ่านพ้นไปแทนที่จะรู้สึกระแวงกลับเป็นความเคยชินเสียมากกว่า ชินที่อีกฝ่ายจดจ้องมา ชินที่อีกฝ่ายมักจะยิ้มให้เขาอยู่เป็นพักๆ

                “เจ้าอยากจะลงเขาไปชมดูงานเทศกาลหรือไม่?” อยู่ๆอีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นมา

                “เทศกาล?” ไป๋จิ้นกว่างเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย หันมามองประมุขฉางชิงเค่อเป็นเชิงถามว่ามันคือเทศกาลอะไร

                “เทศกาลหยวนเซียว ในเมืองลั่วหยางจัดสามวันสามคืน พรุ่งนี้น่าจะเป็นคืนแรกนะ และช่วงเทศกาลเป็นวันที่สำนักอวิ๋นซานอนุญาตให้ลูกศิษย์สำนักกลับบ้านไปไหว้พ่อไหว้แม่ได้”

                ที่แท้ก็เป็นเทศกาลหยวนเซียวนี่เอง เขาอยู่ที่นี่มานานหลายเดือนจนไม่รู้วันรู้คืน สงสัยตัวเขาต้องใส่ใจวันเวลาให้มากกว่านี้เสียแล้ว

                เทศกาลหยวนเซียวก็คือ เทศกาลที่มีโคมไฟส่วนมากจะทำด้วยกระดาษสีต่างๆ ว่ากันว่าเมื่อนานมาแล้ว เป็นยุคที่มีสัตว์ร้ายมากมายเที่ยวทำร้ายผู้คน ทำให้มนุษย์ต้องรวมตัวกันต่อสู้ กระทั่งวันหนึ่ง ได้มีวิหคสวรรค์บินหลงมายังโลก แล้วถูกบรรดานายพรานพลั้งมือฆ่าตาย จนทำให้เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงพิโรธ มีราชโองการให้เหล่าขุนพลสวรรค์เดินทางมาเพื่อปล่อยเพลิง เผาทำลายมนุษย์และทรัพย์สินทั้งหลายให้หมดสิ้น ในคืน 15 ค่ำเดือนอ้าย

 

                    ในครั้งนั้นธิดาผู้ของเง็กเซียนฮ่องเต้ เกิดสงสารไม่อาจทนเห็นผู้คนต้องประสบเภทภัย จึงแอบขี่เมฆบินลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อเตือนภัยล่วงหน้า เมื่อนั้นจึงมีผู้เฒ่าคนหนึ่งได้เสนอแผนการว่า ในคืนวัน 14 ค่ำ -16 ค่ำเดือนอ้าย ให้ทุกคนแขวนโคมประดับ จุดประทัดเสียงดัง พร้อมกับจุดพลุ เช่นนี้แล้ว เง็กเซียนฮ่องเต้จะเข้าใจว่าคนบนโลกถูกเผากันหมดแล้ว

ทุกคนต่างเห็นด้วย แล้วแยกย้ายกันไปเตรียมการตามแผนนั้น ในวัน 15 ค่ำ เมื่อเง็กเซียนฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรลงมา ทรงเห็นว่าบนโลกนอกจากแดงเถือกไปหมดแล้ว ยังมีเสียงดังโหวกเหวก ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน จึงคิดว่าโลกไปถูกไฟเผาไปแล้ว เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้ทุกปีเมื่อถึง 15 ค่ำเดือนอ้าย ทุกๆบ้านก็จะมีการแขวนโคมไฟ และจุดประทัดเพื่อระลึกถึงวันดังกล่าว

แต่ในความคิดของไป๋จิ้นกว่าง เขาไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องสมเหตุสมผลเอาเสียเลย เง็กเซียนฮ่องเต้ท่านจะโง่ปานนั้นเชียวเหรอโดนมนุษย์หลอกเอาง่ายๆเพียงนี้ ท่านสมควรลาออกจากตำแหน่งนี้ไปซะ

                 “จะว่าไป ช่วงเทศกาลหยวนเซียว เจ้าจะไม่กลับไปเยี่ยมฮูหยินของเจ้าหน่อยรึ? อยู่ๆประมุขก็เอ่ยขึ้นมาจากไม่มีปี่มีขลุ่ย

                พรวด!!

                “แค่ก แค่กๆๆ” ไป๋จิ้นกว่างที่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่สำลักน้ำชาที่ตนเพิ่งจะดื่มเข้าไปเมื่อกี้ เดี๋ยวนะ เขามีฮูหยินงั้นเหรอ?!

                “แค่กๆๆ” เขาวางถ้วยชาลงแล้วไอจนตัวโยน จวนเจียนแทบขาดใจ

                “ศิษย์น้อง เจ้าไม่เป็นไรนะ..” ประมุขหนุ่มขมวดคิ้ว ขยับกายเคลื่อนเข้ามาใกล้ก่อนจะยื่นมือตบหลังเขาเบาๆ สีหน้าอีกฝ่ายดูเหมือนรู้สึกผิดที่ตนพูดอะไรไม่เข้าท่าเสียอย่างนั้น

                “ศิษย์พี่ว่า ข้ามีฮูหยิน?” ไป๋จิ้นกว่างค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองประมุขฉางชิงเค่อที่กำลังตบหลังเขาเบาๆ

                “ศิษย์พี่ไม่คิดว่าเจ้าจะถึงกับสำลักเช่นนี้ เลยล้อเจ้าเล่นแรงไปหน่อย เจ้าไม่มีฮูหยินหรอก อีกฝ่ายสารภาพทั้งยิ้มทั้งขำสลับกับใบหน้าที่ค่อนข้างกังวลเล็กน้อย มีหลายอารมณ์ผสมปนเปจนเดาไม่ถูกว่าคนๆนี้ กำลังสนุกที่ได้แกล้งเขาหรือกำลังสงสารที่เขาสำลักไอจนตัวโยนกันแน่

                “สรุปศิษย์พี่ หลอกข้า เพราะอย่างไรเสีย ข้าก็จำอะไรไม่ได้ก็เลยหลอกข้าเล่นเสียอย่างนั้น?” ไป๋จิ้นมองค้อนอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ

                “เจ้าโกรธข้ารึ?” ประมุขฉางชิงเค่อยิ้มน้อยๆก่อนจะเอาแขนเสื้อของตนเองซับคราบน้ำชาที่เปื้อนอยู่ตามลำคอของเขาออกไปอย่างเบามือ แต่กระนั้นไป๋จิ้นกว่างก็หาได้รู้สึกซาบซึ้ง เพราะคนๆมีความผิดต่อเขาอยู่

                “ไม่โกรธก็แปลกแล้ว ข้าสำลักเกือบตาย หรือบางทีนี่อาจเป็นความต้องการของท่าน ท่านอยากให้ข้าตายใช่ไหม” ไป๋จิ้นกว่างพูดตอบกลับไป

                “ศิษย์น้องใจเย็นก่อน เจ้าอย่าเพิ่งมีอารมณ์ ศิษย์พี่ผิดไปแล้ว” ประมุขหนุ่มทำหน้าสลดอย่างสำนึกผิด เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ไป๋จิ้นกว่างเดิมทีก็ไม่ใช่คนใจร้าย

                ไป๋จิ้นกว่างถอดหายใจ “ช่างเถอะ ข้าไม่โกรธท่านแล้ว” ว่าแล้วก็เอนตัวลงนอนหนุนแขนตัวเอง แล้วหาวหวอด การนอนกลางวันเป็นอีกกิจวัตรประจำวันของเขาไปเสียแล้ว เพราะตั้งแต่เกิดใหม่ในร่างนี้ วันๆนอกจากพยายามฝึกวิชาจากตำรากับนั่งเหม่อแล้วเขาก็ไม่มีอะไรทำ นอกจากนอนกลางวัน พอทำบ่อยๆเข้าร่างกายก็เคยชินกับการนอนกลางวัน เพลานี้เที่ยงตรงพอดี ความง่วงงุ่นจึงมาเยือนอย่างที่เห็น

                “เบื่อจะนั่งเรือเล่นก็ปลุกข้าด้วยนะศิษย์พี่

                “ไม่ทันไรก็จะนอนแล้วรึ นับวันเจ้าเริ่มจะเกียจคร้านนะศิษย์น้อง..” ฉางชิงเค่อยิ้มน้อยๆสายตาจดจ้องแผ่นหลังที่นอนหันข้างให้กับตนอย่างนึกเอ็นดู นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นศิษย์น้องของตนเองแสดงนิสัยเหมือนเด็กๆเช่นนี้ออกมา นับว่าน่าพึ่งพอใจอย่างยิ่ง

                สายลมอ่อนพัดผ่านไปอย่างเรื่อยเฉื่อย ใบไม้ปลิวผ่านหน้าไป ร่วงหล่นแตะผิวน้ำ ลอยล่อยไปตามกระแสไม่ช้าก็เร็วต้องแปรสภาพไปเหมือนกับทุกสรรพสิ่งที่ไม่จีรัง

                ฉางชิงเค่อไม่ต้องการให้อะไรมาทำลายช่วงเวลาเช่นนี้ แม้ภายในปราณร่างของศิษย์น้องจะผิดแผดไปจากเดิม เหมือนมีคนที่สองอยู่ภายในนั้น หากสวรรค์ลิขิตเอาไว้ เขาก็จักไม่ขัดขวาง

                และเร็วๆนี้เขาวางแผนจะทดสอบไป๋จิ้นกว่างดูสักครั้ง.. เพื่อจะปล่อยผ่านทุกอย่างเกี่ยวกับตัวตนของไป๋จิ้นกว่างผู้นี้


----------------------------------------------------------
มาอัพเดตตอนใหม่หลังจากหยุดเขียนไปนาน ตอนนี้อาจจะสั้นสักหน่อย อยากรีบอัพให้นักอ่านได้อ่านไวๆ 
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #95 Trendinghiko (@Trendinghiko) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:15
    โม่งแตก! โม่งแตกแล้วววววว
    #95
    1
    • #95-1 (@ma_nowhermestime) (จากตอนที่ 12)
      25 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:28
      ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ
      #95-1
  2. #70 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:27
    ตอนแรกก็นึกว่าศิษย์พี่จะจีบศิษย์น้องซะอีก..
    #70
    0
  3. #22 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 19:04
    ศิษย์พี่ไม่ธรรมดาจริงๆ
    #22
    0
  4. #21 KTNxBKL (@KTNxBKL) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 11:25
    อ่าว ศิษย์พี่รู้นี่หว่า
    #21
    0