[NCT] Selenophile #Markhyuck | #Markchan

ตอนที่ 28 : CHAPTER 27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    21 เม.ย. 61

CHAPTER 27

 



            “มาร์ติน ว๊อท อาร์ ยู...ดูอิ่ง?”

            หนังสือเกม Sudoku ถูกหัวหน้าห้องประถมหนึ่งห้องเอพับเก็บใส่กระเป๋าตอนที่เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายตามประสา

            I’m waiting, my big bro...” ถอนหายใจพลางชะโงกมองพุ่มไม้ที่กั้นระหว่างสนามเด็กเล่นกับทางเท้านอกรั้วโรงเรียน “He’s coming here

            “ม๊า...my mom too” เพื่อนร่วมห้องคนเดิมตอบเสียงอ่อนก่อนจะเดินคอตกแล้วเลือกชิงช้าว่างๆข้างๆกันก่อนจะหย่อนก้นน่ารักลงไป

            มาร์ตินกำลังคิดในใจว่า teacher ควรจะให้รางวัลเด็กที่ต้องอยู่เย็นทุกวันแบบเขากับฮานึลบ้างนะ ไม่รู้สิ...การปลอบใจตรงนี้ก็สำคัญ แถมน่าดีใจกว่ารางวัลเด็กเรียนดีเป็นไหนๆ


            ปกติแล้วมาร์ตินลีจะชอบรอแบบเงียบๆคนเดียวมากกว่า เพราะคงหนักใจไม่น้อยถ้าเกิดเย็นนี้เป็นเขาที่ต้องโบกมือบ๊ายบายเพื่อน มันคงจะดีกว่าถ้าในสังคมของเด็กกลับเย็นไม่ต้องผูกมิตรกับใครเพราะจะได้ไม่ลำบากใจทีหลัง

            แต่วันนี้ก็ช่วยไม่ได้นี่เนอะ...


            “ฮานึล” หัวหน้าห้องตัวน้อยเรียกชื่อเพื่อน “โอเคมั้ย ถ้าพี่ตินต้องกลับก่อน” ที่แทนตัวเองแบบนั้นก็เพราะติดมาจากสมัยเรียนอนุบาล

            เด็กชายที่ชื่อฮานึลไม่ตอบ เขาเอาแต่ก้มหน้าจนคางชิด แก้มยุ้ยๆสองคางนั่นก็ด้วย

            “จากลับแล้วเหรอ” อีมินฮยอกยกนาฬิกาข้อมือไอออนแมนของตัวเองขึ้นดูก่อนจะพยักหน้า “ก็คงต้องโอเค” ฮานึลดึงชายเสื้อนักเรียนสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดน้ำมูก เป็นกริยาที่ทำเอามาร์ตินลีทนไม่ไหว ล้วงกระเป๋ากางเกงลายสก็อตสีเข้มแล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่พี่โดยองปักตัวอักษร M ซึ่งย่อมาจากมาร์ตินไปให้เพื่อน

            “พี่ใหญ่ไม่เคยมาช้าเกินห้าโมงน่ะ”

            ฮานึลพยักหน้าอย่างเข้าใจทั้งๆที่ไม่เข้าใจ เขาไม่รู้หรอกว่าอะไรคือห้าโมง ดูนาฬิกายังไม่เป็นเลย อีกอย่างถึงจะรู้ก็คงไม่ช่วยอะไร ม่าม๊าของเขาไม่เคยมารับเป็นเวลาหรอก


            “ติน”

            มันเป็นเสียงจากพี่ชายที่ยืนอยู่หลังพุ่มไม้ซึ่งเมื่อเทียบแล้วสูงเกือบท่วมหัวของพวกเราแต่สูงแค่ของอกพี่ชายคนนั้น ฮานึลโบกมือบ๊ายบายเพื่อนร่วมชั้นที่มีสีหน้าลำบากใจแต่ท้ายที่สุดก็เดินจากไปเหมือนเพื่อนๆคนอื่นๆก่อนหน้านี้

            

            เป็นเวลานานพอสมควรที่มาร์ตินลีต้องคอยก้มโค้งน้อยๆให้คุณครูประจำห้องอื่นที่เดินผ่านตอนเขากำลังนั่งรอพี่ใหญ่เข้าไปจัดการขอบัตรรับส่งนักเรียนแทนผู้ปกครองตัวจริงในห้องพักครู แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังท่องสูตรคูณรอในใจจากแม่หนึ่งถึงแม่สิบสี่อย่างอารมณ์ดี

            “พี่ใหญ่!” หูผึ่งตาเป็นประกายทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู กระโดดลงจากเก้าอี้เตี้ยๆแล้ววิ่งเข้าไปยิ้มแต้แบ่งปันความสดใสให้พี่ชาย “วันนี้สนุกมากเลยครับ”

            “งั้นเหรอ” มาร์คลียิ้มเหนื่อยๆก่อนจะย่อตัวลงให้เสมอกับน้องชาย สองมือหนาช่วยจัดแจงเสื้อสูทสีเหลืองเครื่องแบบของโรงเรียนมัธยมที่เขากำลังศึกษาให้ทำหน้าที่ป้องกันเจ้าตัวจิ๋วจากลมเย็นๆข้างนอก “ใส่ไว้ ข้างนอกยังหนาวอยู่เลย”

            เมื่อกี้ตินออกไปเล่นมาไม่หนาวเลยคับ! แต่ก็เป็นเด็กดีเกินกว่าจะปฏิเสธ ปล่อยให้พี่ใหญ่เอากระเป๋าไปสะพายให้แล้วจูงมือกันเดินออกจากโรงเรียน

            “แล้ววันนี้ของพี่ใหญ่ล่ะครับ”

            คนตัวสูงก้มสบตาเจ้าตัวเล็กครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองพุ่มไม้ด้านหลัง ถอนหายใจออกมาเสียงดังพอๆกับพูดตอบ

            “เหนื่อยมากเลยล่ะ”

            มาร์ตินแหงนหน้ามองเจ้าของมือหนาที่เขากำลังจับเอาไว้ ใบหน้าถอดรูปมาจากพี่ใหญ่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย ก็ปกติพี่ชายของเขาไม่ใช่คนที่จะบ่นเหนื่อยนี่นา

            “เหนื่อย”

            กำลังตอบคำถามตินจริงๆเหรอครับพี่ใหญ่...เด็กตัวน้อยยู่ปากใช้ความคิด การเปิดเทอมวันแรกของเขากับพี่ใหญ่นี่ต่างกันจริงๆ ประถมหนึ่งแค่ออกไปแนะนำตัวกับเพื่อนๆ เลือกหัวหน้าห้อง แล้วก็เล่นของเล่น ทำงานศิลปะ เลือกเครื่องดนตรีที่อยากเล่น อยากรู้แล้วล่ะสิว่าวันแรกของพี่ม.ปลายเป็นแบบไหน

          “ดื้อ..”

            หา...ตินเหรอ?

            เด็กน้อยชะงักเท้าก่อนจะเบะปากน้อยๆ “พ พี่ใหญ่ดุตินเหรอครับ”

            มาร์คลีอยากจะตบหน้าผากตัวเองแรงๆ เขาลืมไปสนิทว่ากำลังคุยกับมาร์ตินอยู่ หมายถึง...คนที่จูงมืออยู่ตอนนี้คือน้องเล็ก ไม่ใช่ฮึ่ย! อัจฉริยะถอนหายใจก่อนจะหลับตาลงรวบรวมคำอธิบายดีๆให้มาร์ติน

            “ไม่ใช่นายหรอก” ย่อตัวลงก่อนจะพูดเสียงเบา ทว่าวินาทีเดียวกันนั้น เงาซนๆก็เข้ามาอยู่ในรัศมีของหางตา มาร์คลีหันขวับไปมองแต่ก็พบเพียงถังขยะที่ไหวเล็กน้อยกับพวงกุญแจหมีน้อยห้อยกระเป๋าที่โผล่ออกมาข้างๆถัง


            ตามมาจริงๆด้วยสินะ

 



          “พี่มาร์ค ค อะ โอ๊ย เบาๆสิ มือหนูจะหลุดอยู่แล้วนะ!!

          มาร์คลีไม่สนคำโวยวายจากคนตัวเล็กด้านหลัง หรือแม้แต่สายตาทุกคู่ของพวกนักเรียนที่มองตามทั้งเขาและแฮชานไปตลอดทาง สาบานว่ามาร์คลีแทบจะแรปกล่าวตอนรับนักเรียนปีหนึ่งเพื่อที่จะได้รีบลงมาจัดการเจ้าเด็กแสบที่ป่วนไปทั้งโรงเรียนตั้งแต่วันแรกที่มีชื่ออยู่ในทะเบียน

          “โอ๊ะ ตึกนี้สวยจัง” รองเท้าผ้าใบสีแดง(ที่ผิดกฎ)ของนักเรียนคนใหม่ชะงักกึกกับพื้นซีเมนต์ทันทีที่เดินผ่านโถงหลังคากระจกของตึกแผนกดนตรี บิดข้อมือออกก่อนจะวิ่งดุ๊กๆไปแหงนหน้ามองรูปปั้นขนาดใหญ่กลางบ่อน้ำพุ

          มาร์คลีหลับตาข่มความโกรธก่อนจะเข้าไปคว้าเจ้าตัวซนเอาไว้เพราะแฮชานชะโงกหน้าเข้าไปดูรูปปั้นผู้ก่อตั้งจนเกือบจะตกลงไปในน้ำอยู่แล้ว

          “เขาเป็นใครเหร—เหวอ! พี่มาร์ค เดี๋ยวสิ”

          มุ่ยหน้าได้สักพักเพราะโดนลากออกมาจากตรงนั้น แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้นแหละ ไม่นานก็สนใจสิ่งแปลกตารอบตัวต่อ ชี้โน้นชี้นี่ทำท่าตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ประตู หน้าต่าง เสา หรือแม้แต่ลำโพงประกาศเสียง จนมาร์คลีชักจะสงสัยแล้วว่านี่เขากำลังทำอะไรอยู่? พาเด็กนี่ทัวร์โรงเรียน? ให้ตายเถอะ!

          “ที่ไหนเหรอ?” ยัง ยังมีหน้ามาทำตาโตถาม

          คนตัวสูงกว่าหอบน้อยๆตอนที่มาถึงเรือนกระจกในสวนพฤกษศาสตร์ของแผนกวิทย์ ส่วนอีกคนน่ะเหรอ? แฮชานหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆก่อนจะสะดุดตาโหลแก้วที่มีกล้วยไม้อันจิ๋วอยู่ด้านใน

          “วางลงเดี๋ยวนี้!” สะดุ้งหดมือกลับอย่างตกใจ “ทำแตกขึ้นมาได้ซวยพอดี” ตัวแสบยู่ปากอย่างแสนเสียดาย “จะสนใจกันได้หรือยัง”

 

          ...

 

          ปากเล็กอ้าออกเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็เปลี่ยนเป็นขบริมฝีปากตัวเองเพียงเพราะประโยคเมื่อครู่ที่ฟังดูแล้วจั๊กจี้แปลกๆ จะสนใจกันได้หรือยัง ฮื่อๆ หนูก็สนอยู่ตลอดอ่ะ!

 

          ส่วนมาร์คลีแค่มองริ้วแดงที่ขึ้นบนแก้มใสของอีกคนก็เข้าใจ อยากจะบ้าที่ประโยคธรรมดาๆของเขาถูกอีกคนเอาไปใส่สีตีไข่จนพองฟูในใจได้ขนาดนั้น

          “นากาโมโตะ!

          “หื๊อ” เชิดหน้าซ่อนรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด “รุ่นพี่มีอะไรกับเราเหรอ” พูดไปก็อมยิ้มไปจนมาร์คลีอยากจะปรี่เข้าไปมะเหงกให้ร้องจ๊ากแล้วตื่นจากฝันสักที ทว่ายังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรต่อ คนตัวเล็กก็โถมตัวเข้าใส่ เกาะเกี่ยวตัวคนพี่เอาไว้เหมือนลูกหมีแพนด้าซนๆ “โอ๊ยยย เก๊กตั้งนาน คิดถึงจะตายอยู่แล้วอ่า งื้อๆๆๆ” มาร์คลีถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เขาเสมองไปทางอื่นตอนที่ใบหน้ากลมๆของแฮชานซุกอยู่ที่อก “คิดถึงจัง ฮื่อ คิดถึงจริงๆน้า” คล้องเอวคนตัวสูงกว่าเอาไว้หลวมๆพลางแหงนหน้ามองทั้งยังเบะปาก มาร์คลีผูกปมที่หัวคิ้วยามก้มสบตาใสที่คลอน้ำนั่น

 

          โอเค

          แฮชานชนะ


          “อือ”

          เขาสูดลมหายใจจากกลุ่มผมนิ่มของคนตัวเล็กกว่า รวบเอวคนน้องเข้ามาใกล้ๆเพื่อที่จะได้มอบอ้อมกอดให้ถนัดๆโดยที่ไม่ลืมหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง

          “หนูคิดถึงพี่มาร์คที่สุดเลย” เอ่ยเสียงอู้อี้เพราะเกือบจะฝังหน้าลงไปบนอกของอีกคน “พี่มาร์คคิดถึงหนูบ้างหรือเปล่า”

          ที่สุด “อือ” แฮชานคลี่ยิ้มอย่างดีใจเพียงแค่ได้ยินเสียงตอบรับในลำคอ แค่นั้นก็คุ้มค่ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่แลกมาเพื่อให้ได้มายืนอยู่ตรงนี้

          “หนูกลับมาแล้วนะ จะไม่ไปจากพี่มาร์คอีกแล้ว”


          มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นตอนที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่คงไม่มีเรื่องไหนยากไปกว่าการที่ต้องเผชิญหน้าตัวคนเดียว มาร์คลีรู้ว่าแฮชานคงผ่านช่วงเวลาที่ลำบากมามากเพื่อจะมาเจอเขา เขาเข้าใจมันดี...เพราะมันก็ยากเหมือนกันที่ไม่มีแฮชานอยู่ข้างๆ จริงๆมันยากมากเลยล่ะ ยากมากจริงๆ


          “งือ แปปซี่ ขออีกแป๊ปปป” ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แฮชานทำปากงุ้ยๆทันทีที่ถูกคนพี่ดันตัวออกด้วยเกรงว่าจะมีใครสักคนผ่านมาแถวนี้ “หงึ! ขี้หวง!” ถอยไปยืนกอดอกทำหน้ายู่อย่างเอาแต่ใจ และแค่เพียงมาร์คลีปรายตามองก็ยิ้มแต้ยื่นแขนมาตรงหน้าหวังว่าคนพี่จะให้กอดอีกรอบ แต่คง...

          “ฝันเถอะ” พี่มาร์คคนบ้า! แฮชานกระทืบเท้าทำเสียงฮึดฮัด ขยับปากมุบมิบสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันให้พี่มาร์คกอดแน่ๆ หนูจะเล่นตัวให้ถึงที่สุดเลยคอยดู!! “แล้วกระเป๋าอยู่ไหน”

          “ก็อยู่บ้านสิ!” ตอบกระแทกเสียงพลางเชิดหน้าหนี และในนาทีต่อมาตากลมเป็นประกายอีกครั้งเมื่อเห็นหอยทากตัวจิ๋วที่กำลังเกาะอยู่บนปากกระถางต้นกุหลาบ

          “นี่! บ้านน่ะบ้านไหน แล้วกลับมาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่โทรมา ย่า! ฟังอยู่หรือเปล่าแฮชาน!

          แฮชานสะดุ้ง ชักนิ้วชี้ที่กำลังจะไปถึงตัวเจ้าหอยทากกลับมาอยู่ที่ตัว ใจหนึ่งก็กลัวแต่อีกใจก็อยากเล่น “พี่มาร์คอ่า! หนูตกใจหมดเลย!” และความตกใจก็แปรเปลี่ยนเป็นใจฝ่อทันทีที่หันมาเจอใบหน้ายักษ์ๆของคนพี่ “ก็ได้...หนูตอบแล้ว”

          มาร์คลีถอนหายใจอีกครั้ง เขาถอยไปพิงโต๊ะไม้สำหรับวางกระถางสมุนไพรเมืองร้อน กอดอก และจ้องหน้าเจ้าเด็กแสบที่ยืนทำตาหลุกหลิกมาได้สักพักแล้ว


               —นี่ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ อัจฉริยะรู้ได้ในทันที


          “หนูไม่มีโทรศัพท์ใช้หรอก” พูดจบก็เม้มปาก ตากลมเสมองอย่างอื่นเพราะไม่กล้าสบตาพี่มาร์ค “แล้วก็บ้านที่หนูอยู่ ก็..อะ พี่มาร์ค” เจ้าตัวเล็กช้อนตามองใบหน้าคนพี่ที่จู่ๆก็พุ่งตัวเข้ามากำรอบข้อมือเล็กเอาไว้อีกครั้ง ทว่าครั้งนี้...

          “ทำอะไรลงไป” มาร์คลีกดเสียงต่ำถาม “ตอบ”


          น่าจะรู้...ว่ามันต้องเป็นแบบนี้ แฮชานคนโง่ที่ไม่เคยปิดบังพี่มาร์คได้สักเรื่อง แต่ว่า—


          “ไปตกลงอะไรไว้กับพี่ยูตะ” แฮชานก้มหน้าส่ายหัว “ใช่จริงๆด้วยสินะ” มาร์คลีราวกับคนหมดแรง เขาปล่อยมือแฮชาน ความอุ่นใจทั้งหมดก่อนหน้านี้...ถูกแทนที่ด้วยความกลัวอีกครั้ง และครั้งนี้มันน่ากลัวมากจริงๆ


ทำไมเขาไม่เอะใจ พี่ยูตะไม่มีทางปล่อยให้แฮชานกลับมาหาเขาง่ายๆ และเด็กโง่อย่างแฮชานก็คงจะยอมเป็นหมากในเกมอย่างไม่มีเงื่อนไข ให้ตายเถอะ...มาร์คลีสบถคำหยาบคายมากมายในใจ เขาอยากจะบีบคอใครสักคน อยากระบายความโมโหที่แน่นอยู่ในอก แต่จะให้ทำยังไงได้ ในเมื่อแฮชานเป็นคนตัดสินใจทำมันลงไป “พูดมาแฮชาน...” เจ้าของชื่อเอาแต่ส่ายหน้า โผเข้ากอดคนพี่อีกครั้ง

          “พี่มาร์คไม่ต้องห่วง หนูจัดการได้ แค่หนูเป็นเด็กดีเยอะๆ เดี๋ยวพี่ยูตะก็เห็นใจเองนั่นแหละ” แล้วร้องไห้ทำไม ถ้ามันง่ายแบบนั้นแล้วร้องไห้ทำไมแฮชาน “พี่มาร์คอย่าโกรธหนูเลยนะ” เขาจะโกรธแฮชานลงได้ยังไง ในเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าน้องทำไปเพื่อใคร แต่ทำไมวะ...ทำไมต้องเป็นเราสองคน ทำไมมันต้องยากขึ้น ยากขึ้นไปอีก

          “มันเกิดอะไรขึ้นแฮชาน”

          “ทุกอย่างโอเคจริงๆจ้ะ พี่มาร์คเชื่อหนูนะ” เชื่อเหรอ “หนูแค่ต้องไปอยู่บ้านของเพื่อนคุณแม่ แค่ชั่ว...ชั่วคราว พี่ยูตะบอกว่าถ้าหนูตั้งใจเรียน ไม่ดื้อไม่ซน ถ้าหนูทำได้จะยอมให้กลับไปอยู่กับพี่มาร์ค จะยอมคืนโทรศัพท์ให้ด้วย แค่แป๊ปเดียวเองพี่มาร์ค” มาร์คลีไม่คิดว่าแฮชานจะโกหก สิ่งที่น้องพูดเป็นเรื่องจริง เพียงแต่เป็นเรื่องจริง...ที่ถูกโกหกมาอีกที “พี่มาร์ครอหนูนะ หนูสัญญาว่าจะกลับไป นะ น้า อย่างน้อยเราก็ได้เจอกันที่โรงเรียนไง”

 

          มาร์คลีไม่ตอบอะไรหลังจากนั้นอีก ทว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย สมองอัจฉริยะกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อตั้งรับกับอะไรก็ตามที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เพราะถึงอย่างไรซะเรื่องนี้เขาก็ต้องรับผิดชอบร่วมกับแฮชาน ที่ต้องรู้ตอนนี้คือแฮชานตกลงอะไรไว้กับพี่ยูตะ คงไม่ใช่แค่การเป็นเด็กดีแน่ๆ แต่ถ้ามาร์คลีคิดไม่ออก แฮชานก็คงไม่รู้ตัวเหมือนกัน แล้วถ้าจะต้องคาดคั้นจากคนที่ไม่รู้ก็คงไม่มีประโยชน์

แต่เชื่อเถอะว่าคราวนี้...พี่ยูตะเอาจริงแน่

 



            มาร์ตินเอียงคอมองพี่ใหญ่ที่จู่ๆก็นิ่งไปซะอย่างนั้น “พี่ใหญ่ค้าบ ถ้าไม่ได้ว่าติน...” ตัดสินใจเรียกเพราะอยากจะถึงบ้านไวๆแล้ว “ก็กลับบ้านกันเถอะครับ”

            คนเป็นพี่ถอนหายใจเบาๆก่อนจะยืนเต็มความสูง กระชับมือเล็กแล้วเดินไปด้วยกันเงียบๆ จะมีบ้างบางครั้งที่มาร์ตินแอบมองใบหน้าเคร่งเครียดของพี่ใหญ่แล้วนึกสงสัยว่าการเป็นพี่ม.หกมันรบกวนจิตใจขนาดนั้นเลยเหรอ


            โคร้ม!


          น้องเล็กชะงักเท้า หันกลับไปมองถังขยะด้านหลังที่จู่ๆก็กลิ้งล้มจนของด้านในเกลื่อนทางเท้า

            “ไม่ต้อง” เป็นอีกครั้งที่มาร์ตินลีไม่เข้าใจพี่ชายตัวเองเอาซะเลย เพราะทันทีที่เจ้าตัวจิ๋วจะวิ่งย้อนกลับไปเพื่อเก็บขยะเหล่านั้นใส่ถังดีๆตามที่คุณครูสอนไว้ แต่พี่ใหญ่ก็... “พี่โดยองบอกว่าอย่ากลับเย็น”

            “แต่ว่า...” แค่เก็บขยะนิดเดียวเองนี่ครับ “พี่ใหญ่ ไม่เป็นไรจริงๆเหรอครับ” ถึงจะถามอย่างนั้นแต่ก็โดนจูงมาจนถึงเบาะนั่งสำหรับรอรถบัสแล้ว มาร์ตินยังคงหันไปมองเจ้าถังขยะข้างเสาไฟฟ้าต้นนั้นไม่วางตาในขณะที่ปีนขึ้นไปนั่งบนเบาะอย่างเงียบเชียบตามประสาเด็กเรียบร้อย “เหลืออีกตั้ง...ยี่สิบนาที” เงยหน้ามองป้ายไฟแอลอีดีบอกเวลา มาร์ตินจำเลขบัสคันที่นั่งกลับบ้านได้ มั่นใจด้วยว่ามองเวลาไม่ผิดแน่ๆ “พี่ใหญ่ครับ”

            “...” แต่เพราะความเงียบของพี่ชายน่ากลัวกว่าสิ่งใด น้องเล็กของบ้านเลยทำได้แค่ลอบมองใบหน้าไร้อารมณ์ของพี่ใหญ่ที่กำลังยืนมองตึกฝั่งตรงข้ามของถนน สงสัยวันนี้เด็กน้อยจะต้องบอกลาบันทึกความดีแล้วล่ะ เพราะวันนี้มาร์ตินได้ละเลยเรื่องดีๆที่ควรทำไปแล้วหนึ่งอย่าง ยู่ปากอย่างแสนเสียดายพลางจ้องมองกระดาษห่อเบอร์เกอร์บนพื้น แย่จัง ลมแรงด้วยสิ ตินตินจำได้ว่าวันนี้จะมีพายุเข้า ในทีวีบอกอย่างนั้น เห้อ ขยะพวกนั้นต้องปลิวไปไกลแน่ๆเลยครัหือ?


            ตากลมของลีมินฮยอกประถมหนึ่งเบิกค้างทันทีที่รองเท้าผ้าใบสีแดงค่อยๆโผล่ออกมาจากหลังเสาไฟ เหยียบเจ้ากระดาษห่อเบอร์เกอร์แผ่นนั้นให้ติดอยู่กับพื้นไม่ปลิวไปไหน และยืดสุดขาอีกข้างเพื่อเหยียบแก้วน้ำพลาสติกเอาไว้จนเกิดเสียงดัง แกร้บ ทันเวลาพอดีก่อนที่ลมเย็นๆระรอกใหม่จะพัดเอาขยะพวกนั้นลอยไปทั่ว

            “อยากไปกินไอติมมั้ย” มาร์คลีพึ่งคิดได้ว่าเขาเผลอทำตัวไม่มีเหตุผลกับมาร์ติน อีกอย่างวันนี้พี่โดยองก็ไม่ได้สั่งให้กลับเร็ว ขืนรีบไปถึงบ้านก่อนที่พี่เลี้ยงจะเตรียมมื้อค่ำเสร็จ มาร์ตินคงสงสัยอีกว่าพี่ใหญ่โกหกทำไม มาร์คไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น เขาไม่ได้อยากให้น้องชายรู้ว่าตัวเองกำลังโกหกเพื่อหนีบางคนอยู่ แต่เดี๋ยวนะ...ทำไมเงียบจัง “ติน” ชิท! นั่นมาร์ตินเดินกลับไปทางนั้นตั้งแต่เมื่อ—ไร

         



          อึดอัดจัง ทำไมเจ้าเปี๊ยกนี่ถึงได้จ้องหนูแบบนี้นะ


          สาบานเถอะว่าแฮชานไม่ได้ตั้งใจให้โดนจับได้แบบนี้ แค่คิดเอาไว้ว่าจะมาแอบมองพี่มาร์คขึ้นบัสกลับบ้านเท่านั้นเอง และถ้าถามถึงเหตุผลที่ต้องหลบๆซ่อนๆแบบนี้ ก็เอาเป็นว่าเมื่อตอนกลางวันมันจบไม่ค่อยสวยเท่าไร พี่มาร์คไม่ยอมพูดอะไรเลยหลังจากนั้น แถมยังโยนระเบิดใส่กันลูกใหญ่ก่อนจะเก๊กหน้านิ่งเดินขึ้นตึกเรียนไปอีก

“แฮชานของพี่น่ะ...อบขนมอยู่ที่บ้าน”

หนูนั่งคิดทั้งบ่ายจนไม่เป็นอันเรียนเลยนะ ทำไมชอบพูดยากๆก็ไม่รู้ แล้วถึงตอนนี้จะเข้าใจ แต่ว่าเรื่องที่จะให้กลับไปอยู่บ้านน่ะ..สอพร่ร่รกรด่เร่ะหไสดพเท!!!! ใช่ว่าหนูอยากจะทำอะไรตามใจตัวเองเหมือนเมื่อก่อนได้ซะที่ไหนเล่า!!! ฮึ่ย! ฉะนั้นแล้วความฝันที่จะได้กลับบ้านพร้อมกันก็คงต้องพับเก็บไปก่อนในวันแรก เฮ้อ


ความจริงหนูไม่ควรจะมายืนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่นา คนมันคิดถึง รู้ตัวอีกทีก็แอบตามมาจนถึงโรงเรียนของเจ้าตาร์มินแล้ว หนูก็ขอแค่มาส่งอ่า แค่นั้นจริงๆ มากไปหรือไง ทำไมอะไรๆที่มันกำลังจะผ่านไปได้ด้วยดีแล้วแท้ๆต้องมาพังเพราะเจ้าสัตว์ประหลาดตัว...ไม่จิ๋วแล้ว(?)นี่ด้วยนะ


            “ชิ่ว! ชิ่วๆ!” ลองไล่ละกัน...ขืนพี่มาร์คจับได้ละแย่เลย “กลับไปนะ ชิ่ว! ไปสิ”

            “ตินไม่ใช่หมานะครับ” ตอบหน้าตาย “แล้วตินก็กำลังโกรธมากด้วย” โกรธบ้าอะไรเล่า!

            “อย่าพึ่งได้มั้ย! กลับไปนั่งก่อน...ไปสิ” ปัดมือไล่หวังว่าเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นจะเข้าใจ ฮื่อ ไอ้บ้าตาร์มิน นายกำลังจะทำทุกอย่างพังนะ กลับไปก๊อนนน

            “ไม่ครับ แฮชานต้องตอบมาก่อนว่าหายไปไหนมา แล้วทำไม..”

            “อย่าพึ่งถามเลยน่า อะ! นู้นนนน บัสมาแล้วนี่” แกล้งแสดงละครชี้ไปด้านหลัง

            “แฮชานจำเลขบัสไม่ได้หรอกครับ”

            ย่า! ก็ได้!!!...สงสัยต้องใช้ไม้ตายซะละ “ตินตินอ่า ไม่อยากให้เค้าเลือดร้อนหรอกใช่มั้ย” ยิ้มอ้อน

            “เดือดร้อนหรือเปล่าครับ” ย่า! ไม่ต้องมาแก้คำทั้งยังทำหน้าเป็นยักษ์เลยนะ ชิ เด็กบ้าอะไร ถอดแบบมาจากพี่ชายเป๊ะๆ “แฮชานรู้มั้ยครับว่าพี่ใหญ่กับติน—”

          “มาร์ติน”

          ตายๆๆๆๆๆๆๆๆ หนูตายแน่ๆๆๆๆ

            แฮชานรีบหมุนตัวหลบหลังเสาโดยที่ไม่ลืมก้มหยิบกระดาษห่อเบอร์เกอร์ขึ้นมากางปิดหน้า ไม่สนว่าซอสเหนียวๆจะเลอะมือ หรือเศษแตงกวาดองเหม็นๆจะอยู่ชิดเกือบติดปลายจมูก

            พี่มาร์คไม่เห็นหรอกใช่มั้ย เมื่อกี้น่ะ แบบว่าๆๆๆ เจ้าตาร์มินก็ชอบพูดกับเลโก้บ่อยๆนี่นา บางทีครั้งนี้อาจพูดกับเสาไฟ

            “นายคุยกับใคร” เสาไฟ เสาไฟ ตอบไปสิว่าเสาไฟ

            “แฮชานครับ” thank you!!! ไอ้เจ้าบ้าเอ๊ย!!!

            “ไม่ใช่หรอก” แหงะ

            “ใช่จริงๆครับพี่ใหญ่ ตินตินมั่นใจ”

            “บอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ไง!

 

            ...

 

            ไม่เห็นจะต้องดุน้องเลย พี่มาร์คโมโหหนูแล้วเอาไปลงกับเจ้าสัตว์ประหลาดตาร์มินไม่ได้นะ

            “กลับ! อย่าดื้อนะติน”

 

            “เดี๋ยว!!ฮึ่ย! ตาร์มินไม่ผิดสักหน่อย หนูรู้นะว่าพี่มาร์ครู้อ่ะ ทำแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือไง! “หนูเอ—” แฮชานชะงักกึก ความตั้งใจที่จะเบิกตัวด้วยประโยคเท่ๆมลายหายไปกับสายลมทันทีที่โผล่พรวดออกไปยืนเผชิญหน้ากับสองพี่น้องตระกูลลี

 

            มาร์คกับมาร์ตินเลิกคิ้วมองพลางกอดอก สาบานว่ามีแค่แฮชานที่ไม่รู้ว่าบทสนทนาก่อนหน้านี้ก็แค่ละครหลอกล่อให้เจ้ากวางน้อยตกหลุมพรางก็เท่านั้น สองพี่น้องเอียงคอมองด้วยท่าเดียวกัน องศาเดียวกันเป๊ะๆราวกับก็อปปี้วางแล้วย่อส่วน ยิ่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตอนเห็นหน้าเด๋อๆของแฮชานยิ่งแล้วใหญ่ รวมกับประโยคจากปากคนพี่ที่ทำเอาคนฟังแทบทรุดเพราะจู่ๆก็รู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น


            “ถูกของนายจริงๆด้วยน้องเล็ก...นี่มัน” กวาดสายตาเย็นชามองตั้งแต่หัวจรดเท้า “แฮชานชัดๆ”







            “ปล่อยนะ!! ตาร์มิน!! พี่มาร์คช่วยหนูด้วย!!! โอ๊ย!! หยุดดึงสักที!!

            แฮชานส่งสายตาอ้อนวอนไปยังแผ่นหลังของคนเย็นชาที่ไม่แม้แต่จะหันมามองได้เพียงครู่เดียวก็ต้องก้มลงไปแกะมือเจ้าสัตว์ประหลาดตาร์มินที่พยายามเกาะแข้งเกาะขา หนำซ้ำยังพยายามดึงกระเป๋า พวงกุญแจหมีน้อย หรือแม้แต่...

            “แฮชานพกอะไรไปเรียนบ้างครับ”

            “หยุดนะ! ตัวห้ามค้นนะ!” แฮชานกำลังนึกโทษตัวเองที่ไม่สูงขึ้นเลยจนตอนนี้ต้องกลายมาเป็นเหยื่อให้เจ้าตาร์มินแกล้ง! ประมาณเอาแล้วกันว่าเด็กประถมหนึ่งคนนี้แทบไม่ต้องเขย่งอะไรมากมายก็สามารถรูดซิปกระเป๋าเป้สีดำของแฮชานเพื่อรื้อดูของด้านในได้

            “มีแต่ของไร้สาระทั้งนั้นเลยครับพี่ใหญ่”

            “ย่า!” แฮชานฮึดสู้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี สองมือเล็กดึงกระเป๋าเป้มาด้านหน้าก่อนจะกระชากผ้ากันเปื้อนสำหรับทำงานศิลปะมาจากมือเจ้าตาร์มิน ยัดมันกลับเข้าไปนอนกับตุ๊กตาสิงโตหน้าบึ้งที่ใช้เวลาเย็บเกือบทั้งเดือน ครั้งนี้รูดซิปไปพลางทำหน้ายู่ขู่ฝ่อๆจนเจ้าเปี๊ยกต้องวิ่งไปหาพี่ชายตัวเองที่เดินนำไปไกลแล้ว

            “พี่ใหญ่ครับ แฮชานไปเรียนจริงๆใช่มั้ยครับ” เอ่ยถามอย่างใส่ซื่อในขณะที่พยายามก้าวยาวๆไปพร้อมๆกับพี่ชาย

            “ย่า! ได้ยินนะ!!” แฮชานกระทืบเท้าไม่พอใจก่อนจะรีบวิ่งให้ทันสองพี่น้องขี้เม้าท์

            “ทำไมนายถามแบบนั้นล่ะ” มาร์คลีกลั้นขำ ก้มมองมาร์ตินที่ทำตาแป๋ว ไม่ผิดหรอกที่น้องเล็กจะสงสัย ก็แฮชานน่ะ...ไม่ได้เหมือนคนที่ตั้งใจไปเรียนจริงๆนี่นา

          “ก็แฮชานไม่มีหนังสือในกระเป๋าเลยครับ ไม่มีสักเล่มเลย” 

            “แผนกที่เค้าเรียนไม่ต้องใช้หนังสือต่างหาก!” มาร์คลีก้มมองแขนขวาของตัวเอง ตอนนี้มันถูกจับจองด้วยมือเรียวเล็กของเจ้าเด็กผมแดงที่กำลังบุ้ยปากเถียงกับเด็กประถม “ตัวอิจฉาล่ะสิ๊” 

            “พี่ใหญ่ครับ ไม่อ่านหนังสือก็เป็นคนโง่ไม่ใช่เหรอครับ” มาร์ตินช้อนตามองพี่ชายที่กำลังโดนดึงทึ้งจนเซไปอีกด้าน 

            “ก็ไม่เสมอไปหรอก” มาร์คลีเอ่ยตอบพร้อมๆกับหันไปทำตาดุใส่เด็กซนที่อยากจะใกล้ชิดเขามากขึ้นอีกอย่างไม่รู้จักพอ “มีอีกหลายอย่างที่เราต้องเรียนรู้จากการปฏิบัติ”

            “ใช่ๆ” แฮชานเชิดหน้าเสริม ทว่าเพียงครู่เดียวก็ต้องยิ้มเจื่อนเพราะโดนมองดุ(อีกแล้ว)

            “แต่ที่นายเข้าใจน่ะถูกแล้ว อย่างน้อยคนเราควรมีพื้นฐานการอ่านบ้าง” แฮชานเบ้ปาก ชิ! จะหาว่าหนูไม่มีหรือไง! ถ้าอ่านหนังสือไม่ออกคงสอบไม่ติดหรอก ฮิฮิ

            “แล้วแฮชานมีเหรอครับ” ย่าๆๆๆๆ ดูถูกกันเกินไปหน่อยแล้วเจ้าตาร์มิน! เจ้าเปี๊ยกนั่นพูดจาดูถูกกันไม่พอ ยังวิ่งมาดักหน้าแถมยิ้มท้าทายใส่กันอีก งื้อๆๆ พี่มาร์คดูจิ ตาร์มินแกล้งหนู "ถ้างั้นช่วยโชว์ให้ดูหน่อยสิครับ" 

            “ได้! เดี๋ยวเค้าจะอ่านป้ายตรงนั้น ตัวตั้งใจฟังก็แล้วกัน!” มาร์คลีหรี่ตามองท่าทางเด็กๆของแฮชานที่คิดว่าชนะคนทั้งโลกได้ (ทว่าความจริงแค่ดูเหมือนจะชนะน้องประถมหนึ่งก็เท่านั้น...ซึ่งจะชนะหรือเปล่าก็ไม่รู้) สองพี่น้องมองตามนิ้วชี้เล็กๆไปยังป้ายโฆษณาโซจูก่อนจะหันกลับมามองหน้ากันแล้วถอนหายใจ

            “เดินต่อเถอะ” มาร์คลียอมรับว่าอาย ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดกำลังหยุดอยู่หน้าแฟมมิลี่มาร์ทใกล้ทางเข้าหมู่บ้านซึ่งแน่นอนว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็มีแต่คนคุ้นหน้าคุ้นตาทั้งนั้น เอาเป็นว่าในฐานะลูกชายคนโตของบ้าน มาร์คลีไม่อยากให้ใครต่อใครเอาไปพูดเหมารวมได้ว่าเด็กจากบ้านมาดามลีมีพฤติกรรมประหลาดๆในที่สาธารณะ เพราะความจริงแล้วที่ประหลาดน่ะมีอยู่แค่คนเดียว แล้วก็เป็นคนที่...

            “โซจู..ต้มตำรับ” /ต้น “กับ หมูสามชั้นเพื่อนรักเหรอ?” คนพี่ยกมือขึ้นปิดหน้าอย่างอับอาย หันไปมองพื้นที่ข้างตัวปรากฏว่ามาร์ตินแอบวิ่งหนีไปจากตรงนี้นานแล้ว “หมูสามชั้นอร่อยๆ...คุณผู้หญิงกลิ่นรสส้ม อ๊า อะไรเนี่ย”


            “พี่ๆ หมายถึงรสส้มสำหรับคุณผู้หญิงป่ะ” ไม่เคยรู้สึกอับอายเท่าวันนี้มาก่อนเลย มาร์คลีมั่นใจ เขาอยากจะยกกระเป๋าขึ้นมาปิดหน้าแต่คงไม่ทันแล้วล่ะ เพราะเจ้าเด็กตัวจิ๋วที่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับมาร์ตินหรือไม่ก็โตกว่านิดหน่อยที่ปั่นจักรยานเข้ามาช่วยแก้ประโยคให้คงจะเห็นหน้าคร่าตาทั้งเขาแล้วก็แฮชานแล้ว “เพื่อนแท้หมูสามชั้น ต้องโซจูต้นตำรับ!


            พัง!!


            “ขอบใจมากนะ” แฮชานย่อตัวให้เสมอกับเจ้าเด็กนั่น ยิ้มน้อยๆก่อนที่จะ... “แต่จะไปไหนก็ไป๊!!

            “แฮชาน! ทำอะไรน่ะ” โว้ย!! มาร์คลีต้องรีบเข้าไปห้ามก่อนที่แฮชานจะทุบเด็กชายผู้หวังดีคนนั้น แถมยังถลึงตาน่ากลัวจนเจ้าเด็กนั่นรีบยกจักรยานวิ่งหนีเลี้ยวเข้ามุมตึกไปอย่างรวดเร็ว

            “เข้ามาเจ๋อทำไมเล่า! ชิ! ประโยคง่ายๆแบบนั้นใครเขาก็รู้ม๊ะ” เอาเถอะ เก่งเหลือเกิน “หนูรู้หรอกน่าว่าโซจูต้องกินกับหมูสามชั้นไม่ใช่ผู้หญิงรสส้มน่ะ!” มาร์คลีกลอกตาในขณะที่อีกคนพยายามเถียงปากงุ้ยๆ “น่าเบื่อ!” หะ? แล้วมาค้อนใส่กันทำไมเนี่ย “น่าเบื่อๆๆๆๆ” กระทืบเท้าสามสิบทีก่อนจะวิ่งหนีไปอีกทาง อืม...แบบนี้เรียกว่าแพ้แล้วพาลสินะ

          “นี่”

            มือหนาพยายามรั้งแขนของอีกคนเอาไว้ แต่ก็ถูกสะบัดออกทุกครั้งโดยที่แฮชานไม่แม้แต่จะหันมาสนใจด้วยซ้ำ

รู้อยู่หรอกนะว่าอายจนไม่อยากจะมองหน้ากันตอนนี้...แต่นี่พี่นะ แฮชานอ่า

“แฮชาน”

“พี่มาร์คจะเดินตามหนูมาทำไมเล่า!” หนูจะร้องไห้อยู่แล้วนะ! คนเก่งๆอย่างพี่มาร์คไม่เข้าใจหรอกว่ามันอับอายแค่ไหนที่ต้องแบกหน้าเดินไปทั่วโซลทั้งๆที่พูดผิดๆถูกๆแบบนี้ นี่อะไร โดนศัตรูคู่อาฆาตอย่างเจ้าตาร์มินท้า แต่ก็ทำเสียเรื่องจนโดนเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มาหักหน้าอีก...เจออีกเมื่อไรนะ จะหักคอ(จักรยาน)ทิ้งเลยคอยดู! “ลากหนูกลับมาที่นี่ทำไมอีก! บอกให้แยกกันตั้งแต่ตรงนั้นก็ไม่เชื่อ!” ใช่! ทั้งหมดนี่ความผิดพี่มาร์คเลย ทำไมต้องบังคับให้หนูกลับมาบ้านด้วย! เจ้าตาร์มินก็อีกคน อยู่กันสองคนเหงามากใช่มั้ยล่ะ ไม่มีใครให้แกล้งน่ะ! ไม่ต้องเอาพี่โดยองมาอ้างหรอก...ใครจะอยากให้หนูกลับมาเยี่ยมกัน อยู่ก็ป่วน ไปก็ไม่มีใครคิดถึง


มาร์คลีไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาจ้องมองการเปลี่ยนแปลงของแฮชาน จากเด็กที่ไม่สนว่าใครจะคิดยังไงกับตัวเอง อยากจะทำอะไรก็ทำ ถึงโดนดุก็หงอยแค่ประเดี๋ยวเดียว แต่ดูเหมือนว่ากลับมารอบนี้จะพกเอาความขี้น้อยใจมาเต็มกระเป๋า แถมรู้จัก...เกรงใจ? คนอื่นขึ้นเยอะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่คิดมากแบบนี้หรอก แถมคงไม่แอบหลบๆซ่อนๆตามมาอย่างนี้ ในเมื่อโดนดุก็ไม่เห็นเป็นไร ขอแค่ตัวเองแฮปปี้ก็พอใจแล้ว ก่อนหน้านี้เขาคงมัวแต่ดีใจที่ได้เจอน้องอีกครั้งจนลืมสังเกตไปว่าแฮชานของพี่ โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลย 


“ยิ้มอะไรเล่า!” คนตัวเล็กเดินไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนบันไดขั้นแรกของบ้านใครก็ไม่รู้ หันมามองคนพี่ที่ยืนอมยิ้มอยู่ที่เดิม เจ้าตัวยุ่งขมวดคิ้วงอแงพร้อมกับเบะปากด้วยความพยายามที่จะกลั้นความไม่พอใจเอาไว้ แต่แล้วจู่ๆ “พี่มาร์ค!

ร่างสูงนั่งลงข้างๆคนน้องอย่างเงียบเชียบก่อนจะเอนหลังพิงกับบันไดขั้นต่อไปด้วยท่าทางที่เหมือนกับนอนอยู่บนโซฟาที่บ้านก็ไม่ปราน ก็ไม่แปลกที่แฮชานจะตกใจ...ปกติมาร์คลีไม่ใช่คนประเภทที่จะหย่อนก้นนั่งที่ไหนง่ายๆหรอก ยิ่งริมถนนสายรองแถมยังเป็นหน้าบ้านใครก็ไม่รู้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงทิ้งให้แฮชานนั่งงอนจนค่ำอยู่ตรงนี้คนเดียวจนกว่าจะพอใจ


“...”

“...”


เหมือนใช้ลมหายใจคุยกันเลยแหะ...แฮชานคิดในใจ ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจในการกระทำแต่ก็ไม่กล้าถามอะไร ที่ทำได้คือก้มมองนิ้วมือของตัวเองที่วางอยู่บนหน้าขา แล้วพี่มาร์คจะนั่งอยู่อย่างนี้ทั้งคืนหรือไง จากตรงนี้เห็นพระอาทิตย์กำลังจะหล่นจากขอบฟ้าสีครึ้มแล้ว หวังว่าพี่มาร์คจะจำได้นะ เรื่องที่หนูบอกว่าจะต้องกลับไปรอคนจากที่บ้านมารับตอนสองทุ่มครึ่งน่ะ

เป็นอีกครั้งที่คนน้องแอบมองเสี้ยวหน้าของคนพี่แล้วก็หันกลับไปถอนหายใจกับตัวเอง ทำไมวันแรกที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งมันถึงได้เป็นแบบนี้นะ...แย่จัง หนูไม่น่าแอบตามมาตั้งแต่แรกเลย


“บ้านหลังนี้วิวดีเนอะ...” เห๋? แฮชานหันไปทำตาแป๋วใส่ “ก็อยู่บนเนินแบบนี้ มองเห็นอะไรได้ตั้งเยอะ”

“อ อ่อ อื้อ!” มาร์คลีลอบยิ้ม จริงๆเขาแค่อยากจะใช้เวลากับแฮชานสองคนเท่านั้น ถ้าพากลับบ้านไปตอนนี้...มีหวังโดนพี่เลี้ยงขโมยแฮชานไปแน่ “พี่มาร์ค” คนน้องทำเสียงอ่อน “เมื่อกี้ขอโทษน้า หนู...หนูไม่น่าใช้อารมณ์มากไปเลย”

ผอมลงหรือเปล่านะ...แต่ก็น่ารักอยู่ดีนั่นแหละ ตาคู่เดิม จมูกรั้นน่าเอ็นดู ริมฝีปาก ทุกๆอย่างของแฮชาน คุ้มค่าที่รอจริงๆ

“พี่มาร์คอ่า จะไม่ตอบหนูจริงๆเหรอจ๊ะ”

“หะ? อ่อ อะฮึ่ม” ยกมือขึ้นเกาคอแก้เก้อเพราะอาการเหม่อเมื่อครู่ “อือ รู้ตัวก็ดีแล้ว”

“ง่า!” งอแงอีกแล้วนะ “ต้องบอกสิว่าไม่เป็นไร อะไรแบบนั้นน่ะ” มาร์คลีทำหน้าบึ้งเหมือนต้องการจะบอกว่านี่ยังไม่ดึกมากและแฮชานก็ไม่ควรจะฝันตอนนี้ “ชิ..ก็ได้!” บุ้ยปากทำท่าน่าหยิกจริงๆ

“ถ้าพูดโฆษณานั่นถูก จะยอมชมก็ได้นะ”

“จริงเหรอ!!” เหอะ ตาลุกวาวขึ้นมาเชียวนะ มาร์คลีกดตามองมือเล็กที่กอดแขนเขาไว้อีกครั้ง “แหะๆ...” แฮชานค่อยๆปล่อยมือทีละนิ้วอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสดใสราวกับครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ไม่เคยตีบทโศกใส่คนพี่ “หนูจะพูดแล้วนะ”

ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ มาร์คลีรู้สึกว่ามุมปากของเขายกขึ้นเองอย่างควบคุมไม่ได้ตอนที่สบตากับแฮชาน

“อะฮึ่ม...จะพูดมั้ยวันนี้?”

“พูดแล้วๆๆ พี่มาร์คตั้งใจฟังนะ” ยิ้มหวานแล้วหันไปทำหน้านึกเพียงครู่เดียว “โซจูต้นตำรับ เพื่อนสนิทของหมูสามชั้น” จริงๆมันต้องเป็นเพื่อนแท้หมูสามชั้น โซจูต้นตำรับ แต่ก็เอาเถอะ ไม่อยากขัดแล้ว “รสส้มสำหรับคุณผู้หญิง รสพีชพิเศษหอมหวาน คิดจะดื่มต้องโซจูต้นตำรับ แล้วคุณล่ะ!!!” มาร์คลีหลุดขำเบาๆเมื่อจู่ๆเด็กแสบก็เอานิ้วมาจิ้มแก้มเขา “ชอบซุล*แบบไหน ใช่โซจูต้นตำรับหรือเปล่า อ่าว อ่าว อ่าว!(ซุล* หมายถึงเหล้า)

“ก็โอเค” จับมือลงก่อนจะหันไปพยักหน้าชื่นชม “ถือว่าพัฒนาขึ้นเยอะ” เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้อ่านะ

“เดี๋ยวสิ พี่มาร์คต้องตอบมาก่อนว่าชอบซุลแบบไหน”

“จิ๊ เลิกเล่นเถอะน่า” ยังจะยกมือขึ้นมาจิ้มแก้มอีก “พี่เป็นพี่นะแฮชาน” เล่นด้วยแล้วแบบนี้ทุกที

“พี่มาร์คก็ตอบมาก่อนซี่!

ให้ตายสิ! มาร์คลีถอนหายใจ ยอมรับว่าแฮชานน่ะโคตรเก่ง ทำให้เขายิ้มได้เมื่อหนึ่งนาทีที่แล้ว ตอนนี้ยังทำให้เขาหงุดหงิดได้อีก เชื่อเขาเลย “อยากรู้ไปทำไม” ใช่เรื่องที่เด็กควรรู้หรือไง

“ก็...” เอียงคอไปมาทำท่าดุ๊กดิ๊กเหมือนปลาหมึก “เรื่องแบบนี้หนูก็ควรรู้ไว้ เพราะอีกหน่อยเราก็คงจะ...โอ๊ย!! มะหงึกหนูอีกแล้วนะ!” ยกมือข้างที่ไม่ได้โดนจับอยู่ลูบหน้าผากป้อยๆ “หนูแค่จะบอกว่าอีกหน่อยเราก็คงจะได้ดื่มด้วยกัน สาบานเลย! ไม่ได้คิดซะหน่อยว่าอยากจะเอาใจสามีในอนาคตน่ะ”

เหอะ..แฮชาน!!! “ย่า!! แก่แดดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรน่ะ!” แล้วจะเขินทำไมวะ! ให้ตายเถอะมาร์คลี! “อยากนั่งตรงนี้ต่อก็เชิญ!

“พี่มาร์ค! เดี๋ยวสิ! รอด้วย!” แฮชานรีบลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลเพราะนั่งนานจนเนื้อตัวยับไปหมด โฟกัสหลังคนพี่เอาไว้แล้ววิ่งเข้าใส่อย่างไม่คิดชีวิต บรึ๋ย ก็มันเริ่มมืดแล้วนี่นา ฝนก็เหมือนจะตกด้วย อากาศครึ้มๆแบบนี้น่ากลัวจะตาย เหมือนตอนที่ผู้คุมวิญญาณออกมาในแฮร์รี่ พอตเตอร์เลย


ปึก!


มาร์คลีชะงักกึก ถอนหายใจเฮือกใหญ่พยายามสะกดอารมณ์โกรธที่จู่ๆก็โดนหัวกลมๆกระแทกจากด้านหลังจนเกือบจะล้มคะมำตกเนิน ส่วนคนชนน่ะเหรอ..ไม่ต้องกลัวว่าจะหนีหรอก เพราะไม่ว่าจะหนียังไงก็คงไม่พ้น

“อ เอ่อพี่มาร์ค ก็มันมืดอ่า หนูกลัวนี่นา” ชี้ไปด้านหลังประกอบคำอธิบายแต่ก็ไม่ได้นำพาเพราะคนพี่หันมาทำหน้ายักษ์น่ากลัวกว่าความมืดเมื่อกี้เสียอีก

“แล้วไม่กลัวตายหรือไง!” คนน้องหลับตาปี๋เพราะโดนตวาดใส่ยกใหญ่ “หรือคิดจะฆ่ากันให้ตายไปด้วย หะ!

“ไม่ใช่ซะหน่อย..” พูดเสียงเบา ยกนิ้วชี้ขึ้นมาจิ้มๆกัน “รักขนาดนี้ จะอยากให้ตายทำไมเล่า”

มาร์คลีเค้นเสียงเฮอะออกมาจากในลำคอ เหลือเชื่อเลยจริงๆแฮชานน่ะ! แต่ก็เอาเถอะ วันนี้ปั่นป่วนมามากพอแล้ว เขาจะพยายามไม่หงุดหงิดใส่น้องอีกก็แล้วกัน ทว่า...

“พี่มาร์คต๋า” !!!!!!!!!

หันกลับไปเดินต่อไม่ถึงสองก้าวก็รับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดที่แขนอีกแล้ว แฮชานนี่จริงๆเลย ไม่มีกระดูกพยุงร่างกายเองหรือไง เดินดีๆไม่เป็นไม่ว่า นี่พาลจะพาคนอื่นล้มไปด้วย

“ถ้าหายหงุดหงิดแล้วตอบหน่อยจิ”

“อะไร” อีก

“ก็พี่มาร์คชอบซุลแบบไหนไง”

จะไม่จบจริงๆสินะเรื่องนี้! รองเท้าผ้าใบราคาแพงชะงักกึกก่อนจะหมุนไปหาคนตัวเล็กที่ยืนยิ้มแต้รอคำตอบอย่างมีความหวัง

“ชอบแบบไหนเหรอ?” จะได้เอาใจถูกไง ฮริ้ง

“อยากรู้จริงๆใช่มั้ย” มาร์คลีโน้มหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ มือหนาทั้งสองข้างถูกยกขึ้นเพื่อล็อกไหล่เล็กเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนก่อนจะได้ฟังคำตอบ

“อื้อ” เจ้าของตากลมใสพยักหน้าหงึกหงักจนผมเด้งดึ๋งๆ “หนูอยากรู้—อื้อ”

 

You will always be my boy

I promise you I will be on your side

 

แฮชานกำกางเกงวอร์มขายาวของตัวเองแน่นพลางเบิกตาโพลงยามเมื่อสัมผัสอบอุ่นประกบลงมาที่ริมฝีปาก เมื่อกี้ดาวตกเหรอ จริงๆมันอาจเป็นแค่แสงไฟเปิดอัตโนมัติเมื่อความมืดเข้ามาเยือนตรอกเล็กๆที่เงียบเหงาแห่งนี้

ใต้แสงไฟที่ไม่มีใครเห็น

ในตรอกที่เงียบเหงามานาน

จูบของเรา

มาร์คลีจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เราจูบกันเขารู้สึกยังไง แฮชานเป็นความธรรมดาของเขา เป็นชีวิตประจำวัน จูบของเราในตอนเช้า ก่อนเข้านอน ตอนนั้นเขาแทบไม่ได้ใส่ใจ ทว่าตอนนี้...ริมฝีปากนุ่มของคนคนเดิมกลับทำให้หัวใจของเขาติดปีกโผบินไปไกลแสนไกล ทำไมนะ เพราะตาคู่นี้สวยขึ้นหรือเปล่า หรือเป็นกลิ่นลูกอมรสมิ้นต์ที่แฮชานแย่งมาจากมาร์ตินตอนเรานั่งบัสมาที่นี่ ไม่เลย ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย


แฮชานยังคงเหมือนเดิม...และนั่นยิ่งทำให้ผมตกหลุมรัก ซ้ำๆ ซ้ำๆ

 

있겠니 지금 우리 사이

คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราสองคน

세상에서 가장 특별해 baby 

พิเศษที่สุดแล้วในโลกใบนี้...baby

 

“พี่มาร์ค”

ยังคงสบตาจนนาทีที่ความอบอุ่นค่อยๆถูกถอนออกไปก่อนจะเอ่ยเรียกเสียงเบาจนแทบจะกลืนไปกับสายลม ทว่าทันทีที่นึกได้ ไอร้อนที่แก้มทั้งสองข้างก็เข้าจู่โจมจนแฮชานต้องก้มหน้างุดๆมองรองเท้าผ้าใบตัวเองจนคางชิดอก แอบเม้มริมฝีปากร้อนผ่าวนั่นแล้วก่นด่าตัวเองที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินตั้งแต่เริ่มจนจบ แต่จะให้ทำยังไงได้ ในเมื่อตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ฮื่อ ว่าแต่แก้มจะระเบิดมั้ยเนี่ย

“อะฮึ่ม”

“หะ หือ” เงยหน้าทำตาโตใส่คนพี่ที่กระแอมกระไอคล้ายจะบอกเป็นนัยๆให้เงยหน้าขึ้นมาต่อบทสนทนาให้เป็นปกติ อย่างน้อยถ้าใครบังเอิญผ่านมาทางนี้จะได้ไม่เข้าใจผิดว่าแฮชานกำลังโดนมาร์คลีรังแกอยู่

“คำตอบ”

เห๋? คนน้องทำหน้างงที่สุดเท่าที่จะชีวิตนี้จะแสดงออกได้แล้ว จู่ๆก็พูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยแบบนั้น ค คำตอบอะไรอีกเล่า! เมื่อกี้น่ะ...จู่ๆก็มาจุ๊บหนูซะงั้น

“ก็คำตอบไง”

“หนูไม่เข้าใจ” ก็ไม่เข้าใจจริงๆอ่ะ พี่มาร์คกระแอมกระไออีกครั้งก่อนจะพูดออกมาเบาๆ

“ก็อิบซุล*...ไง”

 

“ก็พี่มาร์คชอบซุลแบบไหนไง”

“อยากรู้จริงๆใช่มั้ย”

“อื้อ”

 

“อิบซุล” มาร์คลีเลียริมฝีปากตัวเอง เอ่ยตอบติดๆขัดๆเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่อก “อิบซุลที่แปลว่า..”


แปปนะ ขอหนูนึกแปป อิบซุล อิบ..ซุลที่แปลว่า 


ริมฝีปาก?


            “พี่มาร์ค!!!! ห้ามตอบนะ!! ฮื่อ!!! คนบ้า!!!” ระเบิดๆๆๆๆๆ ระเบิดแล้วๆๆๆๆ แก้มหนูจะระเบิดแล้วๆๆๆๆ ฮื่อๆๆๆๆ “ไม่คุยด้วยแล้ว!!! พี่มาร์คคนไม่ดี!!!


            ดิ้นแด่วๆเหมือนคนจะขาดใจตายก่อนจะวิ่งหนีออกจากตรงนี้ ทิ้งให้มาร์คลีคนเย็นชายืนยิ้มอยู่คนเดียว...ช่วยไม่ได้ ก็อยากรู้เองนี่ มาร์คลีไม่ได้โกหกซะหน่อย

 

            ซุลที่เขาชอบที่สุดก็น่าจะเป็นอิบซุลของแฮชานนี่แหละ

 

XXXXX

 

            “เจโน่ ทานของว่างก่อนมั้ย นั่งรอมาตั้งนานแล้ว”

            โดยองถือถาดขนมกับน้ำผลไม้เข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมๆกับมาร์ตินลีที่ทำการบ้านเสร็จก็วิ่งขึ้นโซฟาไปชวนพี่โน่เล่นของเล่น

            “พี่รองเล่นกับตินตินหน่อยนะ” หอบกระดานโกะขึ้นมาตั้งบนโต๊ะกลางก่อนจะยื่นถุงหมากสีดำไปให้พี่ชาย “พี่ใหญ่กับแฮชานยังไม่กลับมาเร็วๆหรอกครับ เล่นกับตินก่อนนะ”

            “งั้นเหรอ” เอ่ยตอบเสียงเรียบจนพี่เลี้ยงเริ่มทำตัวไม่ถูก อันที่จริงโดยองรู้จากเจโน่ด้วยซ้ำว่าวันนี้แฮชานโผล่ไปที่โรงเรียน ตอนแรกก็ไม่อยากจะเชื่อหรอกนะ จนกระทั่งเจโน่เอาคลิปที่เด็กทั้งโรงเรียนส่งต่อกันมาให้ดูนั่นแหละ บนโลกใบนี้คงไม่มีใครกล้าพุ่งไปกอดมาร์คลีแบบนั้นอีกแล้ว แต่จะให้โดยองทำยังไงได้ ในเมื่อการกลับมาของแฮชานครั้งนี้เขาไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย ฉะนั้นแล้วเจโน่ก็เลยต้องนั่งรอคำตอบเองนั่นแหละ ซึ่งมาร์ตินที่วิ่งกลับมาถึงบ้านก่อนก็คอนเฟิร์มอีกแรงว่าชัวร์และแฮชานก็กำลังกลับมาพร้อมพี่ใหญ่ (ตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว) “เอาสิ”


            เมื่อไรจะกลับนะมาร์ค โดยองอึดอัดจะแย่ ไม่ใช่ว่าเขารู้สึกไม่ดีกับเจโน่หรอกนะ แต่กลัวว่าเจโน่จะรู้สึกไม่ดีกับเขามากกว่า เพราะครั้งล่าสุดที่เจโน่มาเหยียบบ้านหลังนี้ก็วันที่แฮชานย้ายออกไปนั่นแหละ ส่วนความสัมพันธ์กับมาร์ค...เรื่องพี่น้องไม่ขอยุ่งด้วยแล้วกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเจโน่ยังตัดแฮชานไม่ขาด ไม่งั้นคงไม่แบกหน้ามาถึงนี่ นั่งรอเกือบจะสี่ชั่วโมงได้แล้วมั้ง


            “พี่โน่วางอย่างนี้นะครับ”

            “พี่เล่นเป็นน่าติน”

            อย่างน้อยก็ยังมีมาร์ติน จินตนาการไม่ออกว่าจะเป็นยังไงถ้าหากโดยองต้องรออยู่กับเจโน่สองคน คงต้องโทรเรียกพี่แทยงมาอยู่ด้วย ซึ่งรายนั้นก็...ช่างเถอะ ไม่โผล่หัวมาเป็นชาติแล้ว ไหนกันคนห่วงน้อง เฮอะ! อีกหน่อยมาร์ตินคงลืมหน้าพี่โตไปแล้ว

            “กลับมาแล้ว”

            “มาร์ค!” โดยองเอ่ยเรียกก่อนที่ขาจะนำพาไปถึงปากประตูเสียอีก แน่นอนว่าเจโน่เองก็เหมือนกัน แทบจะคว่ำกระดานแล้ววิ่งตามโดยองมาติดๆก่อนจะหยุดยืนนิ่งพร้อมกันทันทีที่เห็นแฮชานยืนอยู่ข้างๆมาร์คลี

            “พี่โดยอง...โน่” ยกมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นทักทายอย่างเงอะๆงะๆ หันไปสบตาพี่มาร์คเพื่อขอความช่วยเหลือเพราะตอนนี้เดธแอร์ยิ่งกว่ารายการตลกที่ไม่ตลกเสียอีก มองหน้าพี่โดยองยิ่งแล้วใหญ่ ไม่รู้ว่ากำลังอึ้งเพราะดีใจหรือเสียใจกันแ “อะ”

            แฮชานตัวแข็งทื่ออีกครั้งทันทีที่ถูกดึงเข้าไปกอดโดยไม่ทันตั้งตัวจนกระแทกกับอกแกร่งอย่างแรง “กลับมาแล้ว แฮชาน...โน่คิดถึง คิดถึงมากๆเลย”

            โดยองชะงักกึก จริงๆควรจะเป็นพี่เลี้ยงที่เข้าไปกอดต้อนรับ ทว่าช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีก็กลายเป็นว่าเจโน่ได้แฮชานไปไว้ในอ้อมกอดเสียแล้ว...เอ่อ แล้วจะเอายังไงดีล่ะทีนี้ โดยองไม่กล้ามองหน้ามาร์คลีด้วยซ้ำ รู้ดีว่าไม่มีทางที่เด็กคนนี้จะแสดงความรู้สึกออกมา แต่ลึกๆก็คงไม่โอเคอยู่แล้ว ไม่มีใครโอเคกับเรื่องแบบนี้ทั้งนั้น

            “พี่มาร์ค” พี่เลี้ยงได้แต่ยืนนิ่งเป็นองค์ประกอบของฉากดราม่า ครั้นจะจูงมือมาร์ตินหนีไปจากตรงนี้ก็ดูจะเห็นแก่ตัวกับแฮชานเกินไปหน่อย แต่จะให้อธิบายสถานการณ์ตอนนี้โดยไม่รู้สึกอะไรก็คงทำไม่ได้ เพราะมันทั้งอึดอัด บีบรัดจนเหมือนจะหายใจไม่ออก “พี่มาร์คจะไปไหน” แฮชานคว้ามือลีคนพี่เอาไว้ในขณะที่ยังถูกกอดจากลีคนน้อง

            “...” พี่ใหญ่เพียงปรายตามองน้องรองที่ราวกับละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้วซบใบหน้าลงบนไหล่เล็กๆของแฮชาน ความเงียบเป็นคำตอบเดียวที่มาร์คลีให้แฮชานก่อนที่เขาจะแกะมือเล็กออก


            โดยองใจหายแวบทันทีที่มือของน้องทั้งสองคนปล่อยออกจากกัน มาร์คลีก้าวยาวๆขึ้นบันไดไปในขณะที่แฮชานใช้มือข้างเดิมลูบหลังเจโน่ที่ถูกดูดให้จมหายไปกับเรื่องราวมากมายอย่างถอนตัวไม่ได้


            “พี่รองกอดแฮชานนานไปแล้วนะครับ” พี่เลี้ยงคว้าเจ้าตัวเล็กไว้ไม่ทัน มาร์ตินยังคงทำหน้าที่หวงแฮชานแทนพี่ชายได้ดีเหมือนทุกครั้ง “พอ!ได้!แล้ว!” ปั้นหน้าดุพลางกอดอกจนทั้งสองค่อยๆแยกออกจากกัน “แฮชานมากับตินเลย ฮึ่ย! ไปให้พี่โน่กอดได้ไงเล่า!” แล้วดูนั่น ไปรู้มาจากไหนว่าต้องเข้าไปจูงมือ อีกคนถึงจะยอมเดินตามเข้าไปในครัว

            “โน่ ไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีมั้ย พี่ใหญ่ลงมาเราจะได้ทานมื้อค่ำด้วยกัน” เอื้อมมือไปนวดไหล่กว้างที่ดูเหมือนแบกอะไรต่อมิอะไรไว้มากมายเหลือเกิน เจโน่เพียงแต่พยักหน้ารับก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำโดยไม่ต่อบทสนทนาอะไรอีก ซึ่งคงดีกว่าพูดอะไรออกมาแล้วกลั้นน้ำตาหรือเสียงสั่นๆไว้ไม่อยู่ เป็นแบบนั้นโดยองคงทำตัวไม่ถูก เพราะรู้ดีว่าเด็กผู้ชายบ้านนี้ถูกสอนมายังไง ถ้าหากเจโน่จะต้องมาร้องไห้ต่อหน้าเขาคงเป็นอะไรที่สาหัสเกินกว่าพี่เลี้ยงคนนี้จะรับมือไหว


            มื้อค่ำดำเนินไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่เคยมีมาในบ้านหลังนี้ ถ้าไม่นับเสียงใสๆที่เล่าเรื่องการไปเรียนในฐานะพี่ประถมหนึ่งวันแรกของมาร์ตินก็เท่ากับว่าไม่มีใครพูดอะไรบนโต๊ะอาหารเลย

            “แล้วเมื่อไรจะย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเหรอแฮชาน” พี่เลี้ยงเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากที่เด็กผมแดงเล่าคร่าวๆว่ากลับมาเกาหลีรอบนี้ต้องไปอยู่บ้านของเพื่อนคุณแม่ชั่วคราวเพื่อเฝ้าดูพฤติกรรม “เราบอกเองนี่ ใช่มั้ย? ถ้าเป็นเด็กดีพี่ยูตะก็จะอนุญาตให้กลับมาอยู่บ้านนี้น่ะ”

            “อื้อ ก็ใช่...” แต่ใครจะรู้ล่ะว่าพี่ยูตะจะพอใจเมื่อไร “คงเร็วๆนี้แหละ” เอ่ยตอบไม่เต็มเสียงพลางมองหน้าพี่มาร์คที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ พยายามหาโอกาสที่จะสบตาแต่ดูเหมือนว่าคนพี่ไม่ได้สนใจกันสักเท่าไร

            “ถ้างั้นก็ดีเลย ช่วงนี้พี่เรียนหนักมาก ถ้าได้แฮชานกลับมาช่วยกันดูแลที่นี่ก็คงดี” เจ้าของชื่อยิ้มรับอย่างเต็มใจ ได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณแด๊ดกับคุณมัมพี่มาร์คแทบจะไม่ได้กลับมาเกาหลีด้วยซ้ำเพราะกำลังจะขยายธุรกิจในโซนยุโรป อันที่จริง...แฮชานก็อยากกลับมาอยู่บ้านนี้ไวๆ ไม่ใช่ว่าคิดว่าพี่มาร์คดูแลตัวไม่ได้หรอกนะ แต่มันคงจะดีกว่าถ้าได้อยู่ข้างๆในเวลาที่พี่มาร์คเหงา “ว่าไงตินติน อยากให้แฮชานกลับมามั้ย”

            “อยากครับ!” ตอบเสียงดังลั่นพลางยิ้มแต้โชว์ฟันสวย “คิดถึงแฮชานที่สู้ดดดด”

            “แน่นอนอยู่แล้วล่ะ” แฮชานยิ้มเขิน และนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบวันที่โดยองรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก พึ่งเข้าใจจริงๆว่าบ้านหลังนี้ต้องมีแฮชาน ไม่สิ...มาร์คลีน่ะ จำเป็นจะต้องมีเด็กคนนี้จริงๆ “พี่โดยอง ตอนนี่ใกล้สองทุ่มแล้วอ่ะ หนู

            “แฮชานต้องกลับแล้วเหรอครับ” มาร์ตินเบะปาก “นอนนี่ไม่ได้เหรอครับ นะนะ ตินมีชุดให้ยืมเปลี่ยน” เจ้าบ้า! ใครจะไปใส่ชุดตัวได้ล่ะ แล้วถึงใส่ได้ก็อยู่ค้างโดยที่ไม่บอกใครก่อนไม่ได้อยู่ดี ขืนพี่ยูตะรู้ล่ะน่าดู แฮชานไม่อยากเป็นเด็กดื้อหรอกนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็จะได้กลับมาที่นี่ช้าขึ้นไปอีก

            “ติน ไม่งอแงสิ ตอนนี้แฮชานกลับมาอยู่เกาหลีแล้ว จะเจอทุกวันก็ยังได้เลย แต่ตอนนี้ต้องให้แฮชานกลับไปพักผ่อนก่อนนะ” เจ้าตัวเล็กร้องเสียงเง้อออกมาแต่ก็ยอมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “แล้วนี่เรากลับยั—”

            “ให้โน่ไปส่งมั้ย?”

            มาร์คลีชะงักกึกเพียงครู่หนึ่งก่อนจะแสร้งยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบ

            “ไม่ต้องหรอก ให้คนจากที่บ้านมารับที่โรงเรียนน่ะ”

            “งั้นเดี๋ยวโน่ไปส่งที่โรงเรียน” ยิ้มตาเป็นสระอิพลางยื่นมือไปลูบผมเพื่อนที่เคยสนิท

            “โน่กลับบ้านเถอะ เดี๋ยวออมม่าเป็นห่วง” ใช่ว่าแฮชานไม่รู้ว่าเจโน่หวังดี แต่แค่นี้ก็มากพอแล้ว

            “ให้พี่ใหญ่ไปส่งแล้วกัน”

            ทั้งโต๊ะหันไปมองคนที่พี่โดยองแนะนำซึ่งแต่เดิมก็เงียบอยู่แล้ว ทว่าวันนี้ยิ่งเงียบเข้าไปอีก

            “ได้มั้ยมาร์ค ไปส่งแฮชานที่โรงเรียนหน่อย”

            มาร์คลีมองหน้าพี่เลี้ยงด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนจะหันกลับมาสบตาแฮชาน หยุดใช้สายตาอ้อนแบบนั้นสักที

          “ปฏิเสธได้ด้วยเหรอ”

            โดยองกันไปยิ้มให้แฮชานก่อนจะเอ่ยตอบเสียงหวาน “จริงๆก็ไม่” มาร์คลีกลอกตาแล้วเลื่อนเก้าอี้ไปด้านหลัง ร่างสูงในเสื้อฮู้ดตัวใหญ่สีเทากับกางเกงวอร์มพร้อมเข้านอนแสดงความเบื่อหน่ายออกมาทางสีหน้าและลมหายใจที่ถูกถอนออกมารอบแล้วรอบเล่า มือทั้งสองข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋าตรงสีข้าง เป็นท่าที่เตรียมพร้อมสำหรับการออกไปเดินเล่นนอกบ้านในตอนกลางคืนที่อากาศเย็นแบบนี้

            “จะไปได้หรือยัง”

            แฮชานรีบลุกขึ้นสะพายกระเป๋าโดยไม่ลืมโบกมือบ๊ายบายเพื่อนที่ตอนนี้กลายเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนอย่างเจโน่ลี พี่เลี้ยงอย่างคิมโดยอง หรือแม้แต่เจ้าจิ๋วตาร์มินจนครบทุกคนก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กตามพี่มาร์คที่ออกไปยืนรอหน้าบ้านนานแล้ว

            “อึบ แปปนะ” กลัวจะโดนทิ้งถึงขนาดที่หิ้วรองเท้าออกมาใส่ข้างนอกเลยนี่แหละ “โอ๊ย หนาวจัง” มาร์คลีเหล่มองคนตัวเล็กที่โดดโหยงเหยงเพราะถุงเท้าบางจนไม่สามารถกันความเย็นจากพื้นซีเมนต์ได้

            “ทำไมไม่ใส่ให้เสร็จตั้งแต่ข้างใน” เอ่ยเสียงดุ...หนูทำให้พี่มาร์คหงุดหงิดอีกแล้ว

            “ก็หนู...”

            “ช่างเถอะ ไปกันได้สักที ฝนจะตกอยู่แล้ว” มาร์คลีสัมผัสได้ถึงละอองเย็นๆที่ลมหอบมาปะทะหน้าเมื่อครู่

            "อื้อ! รอหนูด้วยสิ!"

            ในเมื่อคนพี่เดินนำไปไกลแล้ว แฮชานเลยต้องจำยอมสวมรองเท้าเพียงครึ่งด้วยการเหยียบส้นไว้ลวกๆก่อนจะวิ่งตามไปอย่างทุลักทุเล


            เหมือนเดิมเลยแหะ วิ่งตามอย่างนี้ประจำเลย จะว่าชินก็ไม่ชินจริงๆสักที แต่จะทำไงได้ในเมื่อพี่มาร์คเดินเร็ว ส่วนหนูต้วมเตี้ยมเป็นเต่าแบบนี้ และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหนูจะมีแรงวิ่งไปถึงเมื่อไร ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งจะตามทัน...ก็หนูฝันจะเดินเคียงข้างพี่มาร์คไปตลอดนี่นา


            “จิ๊” มาร์คลีหันไปมองคนตัวเล็กที่อยู่ไกลออกไปเกือบสองเสาไฟฟ้าได้ แฮชานน่ะเดินเป๋ไปเป๋มาจริงๆนะ ครั้งนี้ไม่ได้พูดเกินจริงเลย “ทำอะไรอยู่น่ะ นี่มันทุ่มสี่สิบแล้วนะ” ยังไม่ถึงบัสเลยด้วยซ้ำ ถ้าเกิดบัสมาช้าหรือคนเต็ม ดีไม่ดีคนจากบ้านนั้นต้องมารอนานกว่ายี่สิบนาทีแน่ และถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูพี่ยูตะล่ะก็...อวสานเด็กดีได้เลย

            “หนู หนูเดินช้า” มาร์คลีขบกราม ทำไมเขาจะต้องมาฟังคำแก้ตัวไร้สาระนี่ด้วย! เหตุผลโง่ๆแบบนี้ยังมีคนกล้าใช้อีกเหรอ เห็นเขาไม่มีตาหรือไง หรือว่ามองเขาเป็นไอ้โง่อีกแล้ว เหมือนตอนที่สวมเขาให้กับไอ้รองน่ะ! “พี่มาร์ค ไปกันเถอ

            “ขึ้นบัสไปเองแล้วกัน”

            “หะ หือ อ่อ...” จู่ๆขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมา ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมาโดนทิ้งกลางทางแบบนี้ นี่มันต่างอะไรกับการที่จะต้องกลับเองล่ะ “พี่มาร์ค”

            “บัสมาแล้ว ไปซะ”

            มาร์คลียืนนิ่งในขณะที่แฮชานค่อยๆเดินผ่านไปช้าๆเพื่อขึ้นบัสที่คงไม่ได้จอดรออยู่ที่นี่ทั้งคืน คนตัวเล็กโบกมือบ๊ายบายเล็กน้อยหลังจากที่แตะบัตรกับแท่นแม่เหล็กสำหรับจ่ายค่าโดยสาร และยังคงโบกมือให้ทั้งๆที่คนพี่ไม่แม้แต่จะหันมามองด้วยซ้ำ


            จะเป็นแบบนี้จริงๆเหรอ

          เราจะเป็นแบบนี้จริงๆเหรอพี่มาร์ค

 



           

            “พี่ๆ ทำไมมายืนตรงนี้ล่ะ”


             ...


            เสียงแหลมเล็กของเด็กผู้ชายคนเดิมที่เข้ามาช่วยแฮชานอ่านป้ายโฆษณาเรียกสติของมาร์คลีให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอย


            “ฝนตกแล้วนะ”

            มาร์คลีก้มมองเสื้อฮู้ดของเขาที่ตอนนี้มีลายเป็นจุดน้ำเล็กๆเต็มไปหมด เลื่อนสายตากลับไปมองเจ้าเด็กคนเดิมที่ดึกป่านนี้ยังออกมาปั่นจักรยานเล่นพร้อมด้วยเสื้อกันฝนลายลูกเป็ด มือเล็กเอื้อมมาจับขวดซอสปรุงรสที่นอนอยู่ในตะกร้าด้านหน้าคล้ายจะบอกว่าผมออกมาเพราะมีธุระให้แม่ ไม่ได้มายืนทำเอ็มวีอยู่ตรงนี้เหมือนพี่หรอกนะก่อนจะถอนหายใจพลางส่ายหัว

            “ประหลาดเหมือนพี่ผมแดงคนนั้นจริงๆด้วย” บ่นเสร็จก็เลี้ยวจักรยานกลับไปทางเดิมราวกับมาร์คลีไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ แต่เดี๋ยวนะ...ฝนตก แล้วแฮชานมีร่มหรือเปล่า?

 

            ให้ตายเถอะ!

            นี่ผมทำอะไรลงไป!

 

            มาร์คลีวิ่งกลับไปรอบัสอย่างร้อนใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าควรจะวิ่งกลับไปเอาร่มที่บ้าน ไม่สิ ซื้อใหม่ที่แฟมนี่แหละ วิ่งกลับไปกลับมาราวกับคนบ้าท่ามกลางฝนเม็ดใหญ่ที่ร่วงลงมาจากฟ้าเหมือนจงใจให้วันนี้เป็นวันแย่ๆของใครบางคน

 

            แย่มาก...แย่ที่สุดในชีวิตหนูเลย

 

          แฮชานยื่นมือออกไปนอกหลังคาของบัสสต็อปใกล้ๆกับโรงเรียน เม็ดฝนเย็นๆกระทบกับผิวเนียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอกย้ำว่าตัวเองเซ่อซ่าแค่ไหน เผลอหลับบนบัสซะสนิท กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็นั่งเลยโรงเรียนมาตั้งสองป้าย จะให้เดินย้อนกลับไปตอนที่ฝนตกหนักขนาดนี้ก็ไม่ได้ จะโทรหาเบอร์เดียวที่จำได้ก็ไม่คิดว่าเขาจะรับ พี่มาร์คน่ะ...โกรธอะไรหนูอีกแล้วก็ไม่รู้ อ๊า คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ขยี้หัวจนยุ่งเหยิงไปหมด สภาพตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับคนจรจัดด้วยซ้ำ เยี่ยม! เยี่ยมไปเลย! ฮึ!

 

          “นี่ โทษนะ แต่ตอนนี้กี่โม—”

          “คุณลุง จะไปไหนเหรอฮะ ไปโรงเรียนมัธยมตรงหัวมุมหรือเปล่าฮะ เดี๋ยวจิ อย่าพึ่งไป”

          “นี่นาย เราอยู่โรงเรียนเดียวกันนี่ ขอยืมร่มหน่อยได้ม—”

           

            คนตัวเล็กกระทืบเท้าใส่พื้นแฉะน้ำหลังจากโดนเพื่อนร่วมโรงเรียนคนหนึ่งทำหน้าตกใจใส่ก่อนจะรีบสาวเท้าขึ้นบัสไปอย่างไม่สนใจที่จะให้การช่วยเหลือใดๆ

            “เห้อ”

            ถอนหายใจพลางเดินกลับไปนั่งพิงกับป้ายโฆษณาแอลอีดีขนาดใหญ่ที่เป็นรูปของไอดอลหญิงถือแก้วโซจูโควทประโยคเดิมที่ลืมไม่ลง แล้วคุณล่ะคะ ชอบซุลแบบไหน? เฮ้อๆๆๆๆ ทึ้งหัวตัวเองอีกครั้งก่อนจะปล่อยตัวให้ไหลไปกับเบาะนั่งจนเกือบจะเป็นการนอนบนพื้นไปแล้ว ชีวิตคนเรานี่ตลกสิ้นดี ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าราวกับขึ้นสวรรค์ ดูสภาพตอนนี้สิ ตากลมก้มมองตัวเองแล้วถอนหายใจอีกครั้ง ยิ่งกว่าตกเหวเสียอีก

            แล้วคิดได้ว่าการนั่งปลงตก หรือวิ่งโร่เข้าไปขอความช่วยเหลือจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด ฝนอาจตกหนักอย่างนี้ทั้งคืน และถ้าเป็นอย่างนั้นหนูคงต้องนอนหนาวตายที่นี่แน่ๆ ปัญหาใหญ่ที่สุดคือพี่ยูตะกำชับแล้วกำชับอีก 'ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ต้องกลับไปนอนที่บ้านหลังนั้นทุกคืน' (เว้นก็แต่หนูจะอาการหนักจนต้องนอนสอดท่ออยู่ที่โรงพยาบาลอ่านะ) ขืนสร้างปัญหาตั้งแต่คืนแรกของวันเปิดเทอม หนูคงต้องชวดรางวัลเด็กดีไปแน่ๆ คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจลุกขึ้นปัดแข้งปัดขาแล้วกระชับสายเป้ก่อนจะก้าวไปตามทางเดินท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกลงมาเหมือนจงใจจะทำให้คืนนี้กลายเป็นความทรงจำแย่ๆของใครบางคน

 

            ความทรงจำแย่ๆ...ผมกลายเป็นความทรงจำแย่ๆของน้องหรือเปล่านะ

         

          มาร์คลีกำร่มพับไว้ในมือ วิ่งพล่านไปทั่วทั้งโรงเรียน ไม่มีคนที่เขาตามหา ไม่ว่าจะมองหาเท่าไรก็ตาม หัวของเขาเบลอไปชั่วขณะ ความคิดทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมด แค่แฮชานไม่ได้อยู่ในที่ที่เขาคิดว่าจะอยู่ แค่แฮชานหายไปแล้วเขาตามหาไม่เจอ...ผมในตอนนี้ ก็แค่คนโง่คนหนึ่ง

            เรื่องความรู้สึก สิ่งที่อยู่ในใจ ผมไม่ฉลาดเอาซะเลยที่แสดงออกไปแบบนั้น พูดออกไปแบบนั้น หงุดหงิดใส่น้องแบบนั้น...ผมทำแบบนั้นไปได้ยังไง มันผิดด้วยหรือไงที่แฮชานจะกอดตอบเจโน่ มันผิดด้วยหรือไงที่เจ้ารองจะยังตัดใจไม่ได้ ในเมื่อทุกๆวันที่ผ่านมาผมเองก็ยังคงรักคนคนเดิมมาตลอด แต่พอถึงเวลาจริงๆกลับเป็นผมที่ทำให้มันพังแบบนี้  


            “พี่มาร์ค!

            แฮชาน!


            “มาทำอะไรที่นี่ครับ”

            มาร์คลีหันไปหาต้นเสียงก่อนที่รอยยิ้มจะค่อยๆเลือนหายไปจากใบหน้า เหรินจวิ้นหันไปสบตากับคนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างนาแจมิน รู้สึกว่าทำพลาดมากที่เข้ามาทักรุ่นพี่ในเวลาที่ดูรีบร้อนเกินกว่าจะเสวนาอะไรด้วย แต่ก็คงอึดอัดไม่น้อยถ้าหากต้องเดินผ่านไปโดยไม่ทักทายอะไรเลย ยิ่งในเวลานี้ที่ดึกเกินกว่าอัจฉริยะผู้ซึ่งไม่สนใจกิจกรรมใดๆจะมาอยู่ในโรงเรียน

            “มีอะไรให้เราช่วยหรือเปล่าครับ” เป็นแจมินที่พยายามช่วยแก้สถานการณ์ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เขาจะกลายเป็นผู้ช่วยของคุณหวงในทุกๆเรื่องก็เถอะ ไม่คิดไม่ฝันว่าวันหนึ่งจะได้ถามคำถามนี้กับมูนมาร์คที่เต๊ะท่าหยิ่งจนน่าหมั่นไส้อยู่ตลอดเวลา ทว่าเท่าที่ดูจากสภาพเปียกปอนตอนนี้... “ให้เราช่วยเถอะนะครับ”

            “ไม่ต้อง” มาร์คลีเสยผมชื้นน้ำของตัวเองก่อนจะวิ่งตัดผ่านสนามกรีฑาเพื่อลัดเลาะไปทางหน้าโรงเรียน

            “อะไรของเขา” แจมินมองตาม

            “รู้หรือยังว่าแฮชานกลับมาแล้ว”

            แจมินหันขวับกลับไปมองหัวหน้าชมรมอาสาที่พูดออกมาทั้งใบหน้าเรียบเฉย เหรินจวิ้นคิดว่ามีไม่กี่อย่างหรอกที่ทำให้พี่มาร์คเป็นแบบนี้ หนึ่งคือแฮชาน และสองก็คือน้องชาย แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเจ้าตัวไม่ออกปากขอให้ช่วยแล้วคนนอกจะทำอะไรได้

            “พูดจริงเหรอ? แฮชาน แฮชานอ่านะ” แจมินทำตาโต “จริงด้วยสิ แฮชานสอบติด แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเรีย

            “เอาหนังสือมา”

            “หะ?” เป็นอีกครั้งที่คุณหวงทำแจมินประหลาดใจ จู่ๆคนตัวเล็กก็ยื่นมือมาตรงหน้าพร้อมทำท่าฟึดฟัด และในเมื่อเขายังยืนค้างอยู่ท่าเดิมจึงออกแรงดึงหนังสืออธิบายวิธีการเข้าค่ายอาสาจำนวนสิบกว่าเล่มไปถือไว้เอง “เดี๋ยว..”

            “ไม่ต้องตามมา! นายจะไปไหนก็ไป!

            “คุณหวง! ไหนให้ผมเป็นผู้ช่วยคุณไง” ตะโกนตามหลังคนตัวเล็กที่เดินขาขวิดนำไปก่อนแล้ว

            “หมดหน้าที่ของนายแล้ว! กลับไป!

            แจมินยืนขำอยู่ที่เดิม เขารู้อยู่หรอกว่าเหรินจวิ้นหัวร้อนเรื่องอะไร เลือดขึ้นหน้าจนเดินเป๋ไปเป๋มา สุดท้ายหนังสือพวกนั้นก็ร่วงกระจายเต็มพื้น ถึงอย่างนั้นก็ยังอดมองตามหลังไอ้รุ่นพี่จอมขี้เต๊ะคนนั้นไปไม่ได้อยู่ดี...แฮชานไปทำเรื่องอะไรไว้อีกนะ

            แต่ช่างเถอะ ถ้าไม่รีบไปช่วยคุณหวงตอนนี้ มีหวังโดนงอนแน่

            “คุณหวง จะไล่ผมออกง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะ!

 


            ฮชานค้อนใส่พวกคนมีร่มที่เดินผ่านเขาไปทั้งยังมองด้วยสายตาแปลกๆ ถ้าไม่คิดจะแบ่งปันก็ไม่ต้องมาสนใจก็ได้นะ น่ารำคาญจริงๆ พวกที่ชอบมองคนอื่นด้วยสายตาแบบนั้น ลองมาเปียกดูบ้างมั้ยล่ะ! ใช่ว่าทุกคนจะมีร่มนี่นา ฮึ! ตอนนี้ไม่หลงเหลือส่วนไหนในร่างกายที่ยังแห้งอยู่แล้วล่ะ ไม่แปลกใจเลยถ้าจะต้องหยุดเรียนตั้งแต่สัปดาห์แรกเพราะเป็นไข้ แต่เป็นแบบนั้นก็ดี แฮชานจะได้มีเหตุผลดีๆไปอ้างขอโทรศัพท์คืน พี่ยูตะจ๋า เห็นมั้ยล่ะว่าชีวิตที่ไม่สามารถติดต่อใครได้มันลำบากแค่ไหน 


            และถ้าได้โทรศัพท์กลับคืนมาล่ะก็ ฮิฮิ จะส่งข้อความหาพี่มาร์คทู้กวันเล—เดี๋ยวนะ

 

          นี่หนูคิดถึงจนตาฝาดไปแล้วเหรอ..

 

All I hear is raindrops falling on the rooftop
Oh baby tell me why’d you have to go?
‘Cause this pain I feel it won’t go away
And today I’m officially missing you

 

            มาร์คลีพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันทีที่หันไปเห็นแฮชานยืนค้างอยู่ตรงบัสสต็อปหน้าโรงเรียน เปียกไปทั้งตัวจนร่มที่เขาตั้งใจซื้อมาให้คงไม่จำเป็นอีกแล้ว 

              เป็นแฮชานไม่ผิดแน่ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เท่าไรก็ยิ่งมั่นใจ เพราะคงไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่มองเขาด้วยสายตาที่เหมือนฝันทั้งยังลืมตาอย่างนี้อีกแล้ว

           

            ทำไมพี่มาร์คมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ...แล้วก็เปียกไปหมดเลยด้วย

 

          ทำไมพี่ยังไม่เข้าไปกอดเราอีกล่ะ...ทั้งๆที่อยากจะทำใจจะขาด

 

          เราสบตากันเนิ่นนานราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความคิดหรือจินตนาการที่ถูกประดิษฐ์มาจากความคิดถึงที่มากเกินไป ไม่สนด้วยซ้ำว่าน้ำฝนจะทำให้แพขนตาหนักอึ้งแค่ไหน ไม่ว่าอะไรก็ไม่สำคัญเท่าการที่ได้ยืนอยู่ตรงหน้ากันตอนนี้ เรื่องราวมากมายไม่สามารถเปล่งออกมาเป็นคำพูดได้ มาร์คลีไม่รู้ว่าเขาควรจะเริ่มจากตรงไหน เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ ราวกับร่างกายไม่ใช่ของเขา และด้วยความสัตย์จริง...เขาไม่มั่นใจอีกแล้วว่าหัวใจมันยังจะเป็นของเขาอยู่หรือเปล่า

 

            นี่มันพึ่งจะวันแรกเองนะที่เราได้กลับมาอยู่ด้วยกัน

          ต่อจากนี้มันจะวุ่นวายกว่านี้อีกหรือเปล่า

          แต่หนูไม่สนหรอก

          พี่เองก็เหมือนกัน

 

can’t nobody do it like you
Said every little thing you do
Hey baby say it, stays on my mind
And I, I’m officially
It’s official
You know that I’m missing you
all I hear is raindrops
And I’m officially missing you

 

            แฮชานคลี่ยิ้มออกมาตอนที่พี่มาร์คหันหนีไปอีกทางเพราะพยายามซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ แต่ไม่ทันแล้วล่ะ รอยยิ้มน่ารักๆนั่น หนูเห็นหมดแล้ว คนตัวเล็กเขย่งปลายเท้าก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นไปบังฝนให้คนพี่

            “เดี๋ยวก็ป่วยหรอก” คนเค้าเป็นห่วงก็รู้ซะบ้างเซ่ พี่มาร์คนี่ใช้ไม่ได้เลยน้า “ถ้าป่วยแล้วใครจะดุหนู”

            “ก็ดุได้ตลอดแหละ” เอ่ยเสียงเบา

            “อะไรนะ หนูไม่ได้ยินเลย” แกล้งเอียงคอทำหน้าทำตาน่ารัก จะดุหนูไปตลอดเลยเหรอ?

            มาร์คลีเม้มปากเพราะไม่อยากยิ้มไปมากกว่านี้ เขาจิ๊ปากแสร้งทำเป็นหงุดหงิดก่อนจะต้องหลุดขำออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ นี่มันบ้าชัดๆ สภาพมาร์คลีตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากลูกหมาเปียกน้ำ อย่าว่าแต่เหรินจวิ้นหรือแจมินเลย ถ้าใครผ่านมาเห็นคงสิ้นศรัทธาในตัวมูนมาร์คไปหมดแล้ว แต่ที่ตลกน่ะคือคนตรงหน้าที่ในเวลานี้ยังมีกระจิตกระใจมาทำตัวแอ๊ะแอ๋ใส่เขาอยู่ได้ ไม่หนาวไม่ป่วยไม่คิดจะพักบ้างหรือไง

            ถึงพี่จะคิดอย่างนั้น...แต่ก็อย่าป่วยนะคนดี

            “ถ้าป่วยล่ะน่าดู” แฮชานยิ้ม มั่นใจว่านั่นคือความห่วงใย “เลิกมองแบบนั้นสักที!”

            “อ๊า ก็น่ารักอ่ะ พี่มาร์คทำตัวน่ารักทำไมเล่า!

            “น่ารักบ้าอะไร หยุดพูดแบบนั้นเลยนะ”

            “น่ารักจริงๆนะ ฮื่อ ควียอว๊องงง”

            มาร์คลีปัดนิ้วแฮชานที่พยายามจะจิ้มแก้มของเขา “ย่า!” เด็กบ้าเอ๊ย เดี๋ยวก็โดนมะเหงกอีกหรอก “นี่ หยุดนะ แฮช

 

            เป็นคนพี่ที่รับรู้ได้ถึงแสงไฟจากเครื่องยนต์ราคาแพงก่อนใคร ในขณะที่แฮชานยังคงพยายามที่จะแกล้งหยอกพี่มาร์ค รถยนต์คันหรูก็เคลื่อนตัวเข้ามาจอดชิดทางเท้าเป็นที่เรียบร้อย

            “ใคร” มาร์คลีอดสงสัยไม่ได้ ในเมื่อจู่ๆรถคันนั้นก็เข้ามาจอดตรงที่เขาสองคนยืนอยู่พอดี ถ้าเกิดไม่ได้รู้จักกันก็คงตั้งใจมาหาเรื่องนั่นแหละ

            “อ๋อวว” ตาคมหันกลับมามองคนตัวเล็กที่เขายังคงจับมือแน่น แฮชานยิ้มเหมือนทุกครั้งก่อนจะคลายมือออกเพื่อจัดผมจัดเผ้าที่เปียกชื้นของตัวเอง “คนจากที่บ้านน่ะ ลัคกี้! หนูไม่ได้ให้รอหรอกนะ” กำปั้นทำท่าดีใจแล้วหมุนไปรอบๆ “พี่มาร์ครีบกลับบ้านไปสระผมด้วย เข้าใจมั้ย ถ้าป่วยขึ้นมาแล้วไม่มีคนตัวอุ่นๆอย่างหนูนอนกอดล่ะแย่แน่เลย ฮื่อๆ” เพ้อเจ้อที่หนึ่งเลยคนนี้

            มาร์คลียังคงพยายามมองเข้าไปในตัวรถติดฟิล์ม เขากำลังสงสัยว่าคนในรถนั่นต้องเป็นคนประเภทไหนกัน ทำไมไม่คิดจะลงมาทักทายเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้กับแฮชาน อายุเท่าไรนะ? แฮชานได้บอกหรือยัง “นี่ หยุดกระโดดไปมาสักที เวียนหัว!” กดไหล่เด็กแสบที่เต้นท่าปลาหมึกเรียกร้องความสนใจ

            “ก็พี่มาร์คไม่ยอมพูดกับหนูอ่ะ! จะต้องกลับแล้วนะ! บ๊ายบายหรือจุ๊บจุ๊บกันหน่อยซี่”

            ให้ตายเถอะ! แฮชานนี่แฮชานจริงๆ มาร์คลีค้อนใส่เด็กแสบที่ทำเสียงเง้อๆๆจนฟันกระต่ายสองซี่หน้าโผล่ ใครจะทำแบบนั้นกัน ฝันอยู่หรือไง

            “พาไปทักทายหน่อยสิ”

            “เง้อ จุ๊บจุ๊บก่อน” แฮชานดิ้นเร่าๆ แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ “ก้อได้!” คนตัวเล็กเชิดหน้าทว่าควงแขนมาร์คลีอย่างถือวิสาสะ กึ่งลากกึ่งจูงอ้อมไปยังฝั่งคนขับของรถคันเดิม “ไฮ๊ฮายยย” มาร์คลีขมวดคิ้วมองเด็กผมแดงที่จีบปากจีบคอพูดขณะที่ใช้กำปั้นทุบกระจกไปด้วย แฮชาน! เด็กบ้าเอ๊ย! ไม่ใช่ว่าที่นั่งอยู่ในรถคือคุณลุงหรือไม่ก็คุณป้าเพื่อนแม่หรอกเหร—

 

          “ไง คุณหนู”

          กระจกค่อยๆเลื่อนลงก่อนที่คนด้านในจะเอ่ยพูดประชดด้วยใบหน้าเซ็งเต็มที เดี๋ยวนะ...นี่มันไม่ใช่คุณลุงแบบที่จินตนาการไว้เลย หนุ่มกว่ามาก หนุ่มพอจะเป็นแฟนรุ่นพี่ของแฮชานได้เลf*ck!! นี่แฮชานอยู่บ้านเดียวกับไอ้หมอนี่น่ะเหรอ?


          “เจย์ นี่พี่มาร์ค”


            เจ้าของชื่อเหลือบตามองไอ้ พี่มาร์ค ที่เขาต้องทนฟังเรื่องราวของมันมาตลอดระยะเวลาที่คุณหญิงแม่เอาภาระก้อนใหญ่อย่างแฮชานมาทิ้งไว้ให้ดูแล แต่ก็เอาเถอะ แจฮยอนไม่ได้คิดว่าไอ้ลูกหมาเปียกน้ำนี่จะเหมือนที่คนตัวเล็กพรรณนาตรงไหน ห่างไกลจากพี่มาร์คสุดประเสริญเลิศเลอ..นั่นน่ะสิ มาร์คลีที่แฮชานเล่าเหมือนจะไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ใบโน้น หรือใบไหนๆทั้งนั้น มีอยู่อย่างเดียวแค่ในจินตนาการเท่านั้นแหละ

            “พี่มาร์ค นี่เจย์ ชื่อเกาหลีอะไรนะ” คนในรถเค้นหัวเราะพลางกลอกตา ให้ตายเถอะแฮชาน!! นี่เราอยู่บ้านเดียวกันมากี่เดือนแล้ว!

            “แจฮยอน” ยื่นมือออกมานอกกระจกรถ ทว่า

          แฮชานมองสลับผู้ชายสองคนที่มองหน้ากันนิ่ง คนตัวเล็กพยายามบังคับมืออีกข้างของพี่มาร์คให้ยกขึ้นเพื่อเช็คแฮนด์ทักทายกับเจย์เป็นมารยาท

“อึบ” รวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ทั้งเอาขาข้างหนึ่งดันประตูรถเอาไว้ทว่าพี่มาร์คขัดขืนขั้นสุด กำมือแน่นทำตัวแข็งไม่กระดิกไปไหนด้วยซ้ำ สุดท้ายก็ต้องยอมถอยออกไปยืนปาดเหงื่ออยู่ไกลๆ จ้องมองบทสนทนาที่สร้างบรรยากาศแปลกๆ

 

          “มาร์ค มาร์คลี”  

            “เรียกเจย์ก็ได้นะ ได้ยินมาว่าเราอายุห่างกันไม่เท่—”

          “ไม่ล่ะ แจฮยอนแล้วกัน เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น”

          “โอเค”

          “อืม”

 

          ตอนนี้มาร์คลีรู้แล้วล่ะว่าพี่ยูตะวางแผนจะทำอะไร...เขาคงประเมินพี่ชายชาวญี่ปุ่นสูงไปหน่อย คนแบบนั้นจะคิดอะไรออก นอกจากใช้แผนเดิมๆ

            หึ! เล่นแบบนี้ใช่มั้ย ได้! มารอดูว่าใครมันจะอกแตกตายก่อนกัน!

  



XXXXX



เจอคำผิดบอกได้เลยนะคะ ฮื่อ ;-; ตาลาย สี่สิบหน้า ไม่ไหวเลี้ยว

#มูนมาร์ค

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,255 ความคิดเห็น

  1. #1191 PAPLOYWU (@Ploycha_) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 19:14

    พี่น้องนากาโมโตะนี่พอกันเร้ยยยยยยยย ส่วนพี่ม้ากนี่ก็ไม่เปลี่ยน แต่ต่อจากนี้จะคาดหวังให้คนพี่แสดงออกมากขึ้นต่อหน้าคนในครอบครัวนะต้ะ

    #1,191
    0
  2. #1042 6112ROOM (@akame27) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 02:35
    ยูตะพอเถอะะะะะะ
    #1,042
    0
  3. #1034 Hiphophop (@hubhup) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 23:20
    กอดพี่รองน้าา ม้าค ยูเกือบทำมันพังแล้ว นี่วันแรกที่กลับมาเจอนะ5555555
    #1,034
    0
  4. #914 fatymi (@fatymi) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 04:43

    โอ้ยยยยย จะม่อ่านตอนใหม่ที่อัพแต่ก็ย้อนมาอ่านตอนนี้อีกรอบ สรุปก้อคือจะเช้าแล้ว ฮือออออ ยังตื่นเต้นกับคุณเจย์เหมือนเดิมขร่ะ แงงงงง ;^;

    #914
    0
  5. #856 เมนจีม (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 08:16

    บางทีก็หมั่นไส้มูนมาร์ค ไรท์ช่วยเขียนให้แฮชเผลอหลงโน่หนักๆได้มั้ยให้มาร์คลีเจ็บหนักๆหมั่นไส้เหลือเกินพ่อคนปากแข็งงงงง5555555

    #856
    0
  6. #855 Snowe (@Snowe) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 11:31
    คุณเจย์มาแล้วววว มาสู้กับคุณพี่เลี้ยงโดยองใช่มั้ยยย พลีสสสส
    #855
    0
  7. #854 Aingshadowqueen (@Aingshadowqueen) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 00:39

    คุณแจฮยอนก็มาคะคุณ

    มาเป็นคู่กับคุณพี่เลี้ยงหรือเปล่า

    ส่วนคุณมูนมาร์ค ฉันจะรอดูการหึงเต็มรูปแบบของนาย

    #รอไรท์เตอร์มาต่อเสมอนะคะ #สู้ๆนะ #เราชอบภาษาและการเล่าเรื่องมาก #อย่าหยุดเขียนคู่มาร์ชานนะคะเพราะหาอ่านยากมาก #ขอบคุณไรท์ที่แต่งคู่นี้มากๆนะ #เราอ่านทั้งร้องไห้และรู้สึกได้เลยว่าไรท์ใส่ใจคาแรกเตอร์ของแต่ละคนในเรื่องมากๆ

    #854
    0
  8. #852 Stars shine (@konmaisaythename) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 17:27
    เอาแล้วววววววพี่มาร์คโหมดเย็นยาขอให้หายไปด้วยเถอะ น้องตินตินมีความช่างสังเกตดีเหลือเกินนะคะลูก555555555 รอดูพี่ยูตะว่าจะทำไงต่อไป ส่งพี่เจย์มาหาใครรึเปล่าคะคุณ🌝🌝🌝🌝🌝🌝
    #852
    0
  9. #839 cohata (@cohata) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 11:01
    มีน้องแฮชานอยู่มันดีแบบนี้นี่เอง ได้เห็นคุณมูน 1 นาที 28 อารมณ์งี้ป่ะ 5555 หลากอารมณ์มากๆจนพี่จะเปลี่ยนตามไม่ทันแล้ว เดี๋ยวดุ เดี๋ยวดี เดี๋ยวกวนตีน เดี๋ยวน่าตี เดี๋ยวน่าเขิน โอ้ยยย 555 พี่ตินก็น่ารักกกก น่ารักเหมือนเดิมเลยลู้ก ตอนหวงแฮชานนี่ขำมากๆ เอ็นดู /ในส่วนของแจมเหรินนั้น กรี้ดดดดด ยังไงจ้ะยังไง เทอเปนอะไรกัน >//<
    #839
    0
  10. #821 mukgo_lee (@aoko) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 17:00

    ฮือออออออออ อ่านไปก็เกร็งยิ้มไปหนักมาก ตอนที่คุณมูนทำตัวควียอว๊องงงงT-T เขินมากค่า จะตัยแหล่ววววว อยากอัดคลิปไปให้คนอื่นเห็นความน่ารักนี้ คุณเค้าไม่ได้มีแต่มุมเย็นชานะคะ แค่พวกคุณไม่ใช่น้องแฮชานเลยไม่มีสิทธิพบเห็น T.T คนซึนหลุดซึนนี่มันน่าเอ็นดูววววววววว

    มุกอิบซุลคือทำเอาจะตาย แบบ เคเคเค ไปเรียนรู้มาจากไหนฮึ มาร์คร้ายกาจเว่อๆๆ T//T

    คุณมูนเรียนรู้ที่จะอ่อนโยนมากขึ้น แฮชานก็โตขึ้นกว่าเดิม ได้เห็นพัฒนาการทั้งสองคนแล้วยิ่งรู้สึกแบบ แง ผ่านอะไรกันมาเยอะมากๆจริงๆ T_T


    อยากกอดปลอบพี่รองมากๆ สู้ๆ สักวันต้องมูฟออนได้นะแงงงงงง T____T


    เป็นตอนที่ครบรสอีกแล้วมีทั้งหน่วงทั้งฟิน แต่ลงเอยด้วยความอิ่มอกอิ่มใจมากค่ะ คุณมูนจะเคลื่อนไหวบ้างแร้ว TT^TT!!! ยกป้ายเชียร์ทีมคุณมูนเต็มที่มาก สู้ (แม้พี่เจย์จะดูลุคน่ากรี๊ดมากๆก้อตาม -..-พี่ยูตะก็ช่างเลือกคน ฮึ่มมมม)


    แล้วแจมินกับคุณหวงนี่ยังไง มาสั้นๆแต่แบบ หื้มมมมมม แหน่ะๆๆๆๆๆ อยากจะแซว อิ้ๆ


    ตาร์มินของพี่โตขึ้นเยอะเลยจริงๆ มีความเท่ คืออยากเป็นฮานึลเลยค่ะ ฮือ อ่อนโยนมากๆ เวลาอยู่กับแฮชานก็ดูเป็นพี่ชายไปอีกเจ้าเปี๊ยกเอ๊ยT-T เอฟซีตาร์มินฟอเรเวอร์


    เป็นกำลังใจให้นะค้าาา <3


    #821
    0
  11. #817 fatymi (@fatymi) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 03:08

    โอ้ยยยยยยกรี้สสสสส แอบคิดว่าพี่เจย์จะเป็นพี่โจ้ละ อิ คงแซ่บระดับล้านล้าน555555555666 เมื่อไหร่ชีวิตหนูจะสงบสุข วุ่นวายจรืงๆ ปวดหัวแน้วววว พี่มาร์คเสี่ยวอ่ะตอนเล่นคำชอบจุ้บน้อง นี่แบบบมาร์คเล่นไรแบบนี้ด้วยหรอ655555555 คิดถึงน้องมากแต่ปากแข็ง แอบสะใจตอนโน่กอดน้อง หน่วงด้วย คือเขาก็รักของเขามันตัดใจได้ที่ไหนกันอ่ะ แม่งเอ้ย T_________T สู้คับบบ อยากอ่านต่อละเห้อ

    #817
    0
  12. #816 fatymi (@fatymi) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 01:47

    ในที่สุดก็หาเวลามาอ่านได้สักที เป็นฟิคที่แบบอยากใช้เวลเต็มที่ด้วยจริงๆ 5555555 เห้ออออกรี้สสสสสสสอ่านแปป

    #816
    0
  13. #813 pmjjy_mm (@Pou_mantana) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 21:56
    รอดูความดุเดือดเลยค่ะ555555
    #813
    0
  14. #812 Robbers (@noiinaaJCA) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 21:43
    สงครามมันเพิ่งเริ่มค่ะคุณมูน! /กรีดพัด
    #812
    0
  15. #811 R*O*P (@heyuon) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 01:50
    เหอะะะะะะะ พี่ยูตะจะทำอะไรอีกล่ะ ต่อให้ใช้แผนไหนมาล่อ แฮชานก็ยังรักมาร์คอยู่ดีเหอะ มาร์คก็เลิกปากแข็งแล้วบอกรักน้องสักที ทำให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามทางที่ควรสักทีมาร์ค
    =ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆที่ทำให้เราต้องอดนอนอ่านนะคะ 5555555555
    #811
    0
  16. #810 metalchan (@WANGHCDH) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 01:22
    เจย์มีบทบาทอะไรอ่ะ!!! ฮื่อออออยูตะแผนสูงจิงๆ ร้ายกาจ!! กร่ดๆๆๆๆๆแงงงงงงม้างงงงง พี่โน่สู้ๆเข้มแข็งนะ;-;ฮื่ออสงสารอ่าาา พี่มาร์คปากแข็งเป็นที่หนึ่งเลย หึงเงียบว่ะ!!!!!
    #810
    0
  17. #809 supmilk (@supooomilkooo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 00:37
    อ่ะไหนขอดูวิธีแก้เผ็ดพี่ยูตะของม้าคลีคนขี้เต๊ะหน่อยสิ บางทีก็รำคาญอิคุณพระเอกนะจะจบเรื่องแล้วยังไม่หายซึนอีก คงมีแต่น้องแฮชานแหละที่เข้าใจอะไรยังงี้555เพราะพี่ปวดหัวทุกครั้งเลย ความคิดอัฉริยะนี่มันซับซ้อนจริงๆ อ่อตอนเห็นโน่มานี่ก็อึดอัดไม่เเพ้พี่โดยองจริงๆ โน่ก็ตัดไม่ขาดสักที ยากเนาะ ยังดีมีตินตินอยู่ด้วย ไม่งั้นคงทำไรต่อไม่ถูกแน่ๆ แล้วความคิดพี่ใหญ่เรื่องน้องกับพี่รองอ่าน่าตีมากมาก ทำไมถึงคิดแบบนั้น หึงแล้วก็หนีแล้วก็พาลโกรธน้อง น้องมันก็ไม่รู้มั้ย ขี้เกียจจะคุยเรื่องนี้แหละ555 อาาาาคุณหวงกับแจม กริ้ดๆๆไปเจอกันยังไง อ่ะสองคนนี้คู่กันมั้ยเน้ออ ลุ้นนะ แล้วก็สุดท้ายเปิดตัวพี่เจย์ ฮะ มาร์คนี่จริงเลย หวังว่าแจฮยอนจะไม่ตกหลุมยัยน้องหมีไปอีกคนนะ วุ่นกว่านี้ไม่ได้แล้ว ขอซีนหวานของพระนางได้แล้วค่าา555 ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ติดตามอย่างเสมอเลยค่า จุ้ยๆ
    #809
    0
  18. #808 popoy (@14052530) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 00:11
    คุณมูน.......ฮอลลลล
    เรื่องบีบคั้นจิตใจคนอ่านอีกแล้ววว
    ปล. พี่เจย์นี่คู่แข่งคนใหม่อีกหราา ทำไมอุปสรรครักเยอะจุงงงง
    #808
    0
  19. #807 lilillean (@lilillean) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 00:04
    เขินอิบซุล ม่ายหวัย มาร์คร้ายมาก ชอบความที่ทำให้น้องนิสัยเริ่มโตขึ้นหงะ คนอื่นด้วย โดยเฉพาะติน แง้ ละพี่เจย์นี่จะมาแบบไหนน ตื่นเต้นน
    #807
    0
  20. #806 itanyap (@itanyap) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:41
    ฮื่ออออออคิดถึงตลอดเลยนะคะ
    #806
    0
  21. #805 Kwan_Sekai94 (@kwanmasuda) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 22:02
    ในที่สุดก็มาต่อแล้วววววว????????????????????
    คิดถึงมูนมาร์คมากๆเลยยยย

    พี่ยูตะะะะ เล่นแบบนี้เหรอออออ
    ใช้แผนแบบนี้อีกแล้วนะ ดึงคนอื่นมาอีกแล้ววว แต่ครั้งนี้มันก็ไกลหูไกลตามาร์คไปหน่อยแหละ ครั้งก่อนขนาดว่าอยู่บ้านกับมาร์คเกือบตลอดอะยังมีช่วงที่หวั่นไหวกับโน่เลยนะ แล้วนี่คนละบ้านอะ แงงงง พี่เจย์อย่าหวั่นไหวกับแฮชานนะ ให้ไปตกหลุมรักคุณพี่เลี้ยงแทน55555
    พี่มาร์คเวลาหวานเราก็เขินมากกก เวลาหึงเราก็แอบโกรธนะชอบทำน้องเสียใจ เมื่อไหร่มูนมาร์คจะพูดความรู้สึกตัวเองกันนะ แล้วมาร์คจะจัดการเรื่องนี้ยังไงจะทำให้น้องกลับไปอยู่บ้านด้วยกันได้ไหม
    ปล.ชอบแจมจวิ้นนะ????????????????
    #805
    0
  22. #804 supmilk (@supooomilkooo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 21:57
    ขอเม้นท์ครึ่งแรกก่อนนะคะ 5555 ชอบคำว่าเงาซนๆของยัยหมีที่แอบตามคุงมูมและน้องตินมากมาก น่ารัก5555 อธิบายบรรยายออกมาได้ชัดเจนมากมาก ซนยันเงาเลยอ่าคนอะไรเน้อ นึกพาตามตอนที่น้องกำลังพยายามเก็บขยะละฟีลอย่างกะซุปเปอร์ฮีโร่เลย ตลก55 คุณมูนขี้เก๊ก อยู่กับน้องละยิ้มทุกที นี่ก็ไม่รู้ยัยตัวแสบไปสัญญาอะไรกับอิพี่ยุตะอีก ส่วนอีคนพี่ก็อะไรจะแค้นฝังหุ่นขนาดนั้นนนน อยากให้คุณมูนและคุณสตาร์สู้ๆไปด้วยกัน มีแบ๊คอัพน่ารักแบบตินๆ ไม่ต้องกลัวอะไร น้องตินโตแล้วว เป็นหัวหน้าห้องด้วยหรอลูก ดีใจด้วยน้า อ่อออ มุกอิบซุล555555 จ้าม้าคค จ้าาา โอเค๊ๆๆๆๆ ได้จ้าได้5555 เขินแก้มจะแตกไม่ใช่แค่ยัยหมีน้า คนอ่านก็เช่นกัน55 //เดี๋ยวจะมาอ่านต่อนะคะ ><
    #804
    0
  23. #803 bebabm (@krisho2544) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 19:28
    เเจฮยอนก็มา ยูตะยังไงก็คือยังไงจริงๆอ่ะเเหละ พี่มาร์คก็นะยิ้มก็ยิ้มไปเลยสิค่ะจะเก๊กทำไมคะ คิดถึงคลิปตอนรายการวิทยุเลย ฮืออออ น่ารัก ตะดุน้องเเต่ก็ยิ้มอ่ะ เเงงงง เเต่คุณรองโคตรน่าเห็นใจ ใจน้องก็อยากยกเเฮชานให้นะคะเเต่พี่มาร์คเขาคงมาฆ่าน้องก่อนเเน่ๆ เเต่คุณหวงกับเเจมินเนี้ย. อยากจะเหม็นความรักกกกกกกกกกกก
    #803
    0
  24. #802 Berty-cool (@berty-kids) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 19:20
    แจมินคุณหวงอะไรยางงายยย
    #802
    0
  25. #801 NRGSP (@wizardspellhp) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 18:30
    ตอนแรกก็โฟกัสเรื่องคุณมูนกับน้องอยู่ดีๆ พอเจอคุณหวงเข้าไปโอ้โหหลุดโฟกัสเลยอ่ะ หัวร้อนอะไรคะไหนเล่ามาสิ้ แล้วอีกคนเป็นไรแหม รู้ด้วยนะว่าเค้าหัวร้อนเรื่องไรอ่ะ แหมมมมมมมมม โอ้ย แหมอีกรอบละกัน แหมอีกล้านรอบเลยเอ๊า
    #801
    0