[NCT] Selenophile #Markhyuck | #Markchan

ตอนที่ 19 : CHAPTER 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    23 ก.ย. 60

            CHAPTER 19

 

          You don't know babe

When you hold me

And kiss me slowly

It's the sweetest thing

 

มาร์คลีไม่ต้องอ่านเนื้อเพลงหรือคอร์ดกีต้าร์ใดๆทั้งสิ้น รอยยิ้มผุดขึ้นตลอดทั้งคืนตลอดจนรุ่งสางของวันถัดมา ไม่อยากหลับ—อยากเก็บเกี่ยวทุกวินาทีที่จะได้เห็นหน้าใครบางคน และเพลงนี้เขาตั้งใจบรรเลงมันออกมาเพื่อบรรยายภาพที่เห็นตรงหน้า

แฮชานรู้สึกราวกับฝัน—แต่พี่มาร์คเป็นมากกว่าฝัน เป็นมากกว่านั้น เด็กน้อยผมแดงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงเกากีต้าร์แผ่วเบา ราวกับตั้งใจจะให้ได้ยินเพียงแค่เรา มือเล็กหยิบขนมปังปิ้งแบบง่ายๆเข้าปาก มีอีกหลายอย่างวางอยู่ในถาดอาหารบนตักเล็กที่ปกคลุมด้วยผ้าห่มผืนหนาสีขาว ไข่ดาวหน้าตาประหลาดๆที่ดูไม่น่ารับประทานแต่ก็น่ารักดี น้ำส้มคั้นที่รสชาติแปล่งๆ รวมๆแล้วอร่อยจนแฮชานที่กึ่งนอนกึ่งนั่งเอนหลังกับหัวเตียงอยากจะร้องไห้ทุกครั้งที่มองหน้าคนปรุง แล้วนึกสงสัยว่าทำไมจู่ๆตัวเองถึงได้กลายเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกไปได้

 

You're the coffee that I need in the morning

You're my sunshine in the rain when it's pouring

Won't you give yourself to me

Give it all, oh

 

แสงอุ่นๆกำลังทอผ่านเนื้อผ้าม่านสีขาวเข้ามา กระทบแขนเนียนสีน้ำผึ้งของแฮชาน ราวกับได้กลิ่นหอมจางๆจากตัวอีกคน มาร์คลีจดจำได้ดี—กลิ่นที่เป็นของเขา

 

I just wanna see

I just wanna see how beautiful you are

 

แฮชานยกน้ำส้มคั้นขึ้นจิบ ริ้วแดงขึ้นข้างแก้มยามเมื่อสบตาคนพี่ ไม่ไหวแล้ว ราวกับหัวใจไม่ใช่ของหนู ถูกควบคุมไปหมดแล้วข้างในนี้

 

“I know you're a star

Where you go I follow

No matter how far

If life is a movie

Oh you're the best part, oh

 

มาร์คลียิ้มทุกครั้งที่แฮชานยิ้ม ต่อจากนี้เขาเต็มใจจะติดตามน้องไปในทุกๆที่ จะเป็นเหมือนดวงจันทร์ที่จงรักภักดีต่อดาวเพียงดวงเดียว

และถ้าหากชีวิตของมาร์คลีเป็นเหมือนหนังเรื่องหนึ่ง—ฉากที่ดีที่สุดคือเรื่องราวของแฮชาน

 

“ยิ้มอะไร”

มาร์คลีแกล้งถาม กลบเกลื่อนความเขินอายในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป ร่างโปร่งเอี้ยวตัววางกีต้าร์ลงบนพื้นข้างเตียง หันกลับมาจ้องมองแฮชานที่ยังแก้มแดงเปล่งอยู่อย่างนั้น

“ปะ เปล่า หนูชอบน้ำส้มไง ก็เลยยิ้ม”

พึ่งรู้ว่าแฮชานเขินอายเป็นกับเขาด้วย น่ารักดีเหมือนกัน

“อิ่มยัง”

คนน้องพยักหน้า อมขนมปังตามด้วยน้ำส้มจนแก้มตุ่ย มองตามมือหนาที่ขยับยกถาดวางลงบนพื้นข้างเตียงอีกฝั่ง

“นอนต่อ”

“หื้อ”

แฮชานทำอะไรไม่ถูก จู่ๆพี่มาร์คก็ดึงตัวเขาลงนอนอีกครั้ง รั้งเอวเข้าไปชิดมากยิ่งขึ้น คราวนี้กระชับอ้อมกอดจากด้านหลัง

“พี่มาร์ค”

“หืม”

แค่ครางตอบรับในลำคอเบาๆก็ได้ยินชัดเจน มาร์คลีขยับตัวกอดเจ้าเด็กหมีให้แน่นมากยิ่งขึ้น วางคางเกยไว้ที่ไหล่แล้วผ่อนลมหายใจสม่ำเสมอ—พื้นที่ที่สบายที่สุดในโลกของมูนมาร์ค

“หนูตื่นจากฝันที่ดีมากๆ มาเจอฝันที่ดีมากๆ”

            คนพี่อมยิ้มที่ได้ยินอย่างนั้น อยากจะจับฟัดแรงๆแต่กลัวว่าแฮชานจะช้ำไปมากกว่านี้

            “ถ้านี่คือฝัน” มาร์คลีหลับตาพริ้ม จรดริมฝีปากไว้ที่ลำคอของคนน้อง สูดกลิ่นกายบริสุทธิ์ที่เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว “มันก็คงเป็นฝันของเรา” 



             “จุ๊บ”

            สัมผัสเย็นๆที่มุมปากล่างปลุกแฮชานให้ตื่นขึ้นอีกครั้งหลังจากผล็อยหลับไปในอ้อมกอดพี่มาร์ค เจ้าของเรือนผมแดงยกยิ้มทั้งยังหลับตา เป็นการรู้สึกตัวตื่นที่สดชื่นเกินกว่าครั้งไหนๆ

            “จุ๊บ”

            คราวนี้เป็นที่แก้มกลมกลึงซึ่งกำลังขึ้นริ้วสีแดงจนน่าเอ็นดู แฮชานหัวเราะคิกในลำคอ พยายามเบี่ยงตัวหลบการจู่โจมครั้งถัดไป

            “อื้อ พอแย้วววว” เอ่ยเสียงงอแง ทว่ายังไม่ยอมขยับเปลือกตา มือเล็กปัดป่ายไปทั่วก่อนจะคว้าส่วนที่น่าจะเป็นเท้าของคนพี่ได้พอดี—หือ เล็ก ทำไมเท้าเล็กจัง พี่มาร์ตเท้ายักษ์นี่นา ขนตาเป็นแพรสวยขยับลืมขึ้นแทบจะในทันที

            “สวัสดีตอนตื่นคับ แฮชาน”

            เจ้าของชื่อลืมตาเบิกโพลงมองภาพที่เห็นตรงหน้า อ้าปากค้างพะงาบๆเมื่อนึกคำที่จะพูดไม่ออก จ้องมองใบหน้าของพี่มาร์คฉบับย่อส่วนที่นอนตะแคงหนุนหมอนเดียวกันพร้อมทั้งส่งรอยยิ้มสดใสมาให้

            “ตาร์มิน!!!

            แฮชานผุดลุกขึ้นนั่งทันทีที่ได้สติ นึกขึ้นได้ก็รีบยกแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวยาวที่ใส่นอนขึ้นเช็ดที่มุมปากและข้างแก้มที่ถูกขโมยหอมตอนหลับอย่างรุนแรง “เด็กบ้า! เด็กไม่ดี! มาแอบหอมแก้มเค้าได้ไง!!” ปากงุ้ยๆเริ่มทำงาน ต่อว่ามาร์ตินที่ลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิตาม ทว่าใบหน้าเด็กน้อยไม่ได้แสดงความรู้สึกเสียใจใดๆที่โดนว่าแบบนั้น ตรงกันข้ามกลับยิ้มร่าโชว์ฟันสวยที่พี่โดยองหมั่นดูแลให้แฮชานเห็นอีกต่างหาก

            “ห๊อมหอมมม” หนำซ้ำยังทำหน้าฟินจนแฮชานกำผ้าห่มระบายอารมณ์แน่น 

            ไม่ไหวแล้ว! หนูขอทุบทีเถอะ! เจ้าสัตว์ประหลาดฉวยโอกาส! ง้างกำปั้นขึ้นเหนือหัวหมายจะทุบที่ไหล่มาร์ตินเต็มแรงเกิด ทว่า

            “โอ๊ยยยยย” แฮชานร้อง ใบหน้าน่ารักบิดเบี้ยวทันทีที่เผลอขยับช่วงล่างลุกขึ้นตามใจชอบ กำปั้นน้อยๆเลื่อนลงมากุมท้องที่จู่ๆก็รู้สึกเสียดจี๊ดขึ้นมา

            “แฮชาน งือๆ แฮชานเป็นอะไร” มาร์ตินหน้าเสีย พยายามมองดูสีหน้าของแฮชานที่กำลังก้มอยู่ “ตินขอโทษ ตินไม่ได้ตั้งใจ” พลันนึกขึ้นได้ว่าไม่น่าไปแกล้งแฮชานโดยที่ไม่รู้ว่าอีกคนกำลังไม่สบาย

            “ฮื่อ ไม่ต้องมาพูดเลย!” แฮชานตวัดสายตามองค้อน เลื่อนมือขึ้นเสยผมตัวเองก่อนจะจิ๊ปากขัดใจร่างกายที่ไม่ได้ดั่งใจ มาร์ตินมองทุกการกระทำตาแป๋ว มีบางจังหวะที่เอื้อมมือไปช่วยประครองบ้างเวลาแฮชานอยากจะขยับตัวไปนั่งพิงกับหัวเตียง

            “แฮชานดีขึ้นมั้ย”

            เด็กชายตัวเล็กยังคงนั่งทับส้นอยู่ที่เดิม เฝ้ามองแฮชานที่เอื้อมตัวไปหยิบโทรศัพท์ของพี่ใหญ่ที่กำลังชาร์ตแบตอยู่บนหัวเตียงมาดูเวลา

            “บ่ายสามแล้วครับ” มาร์ตินก้มมองนาฬิกาไอรอนแมนบนข้อมือแล้วรีบชิงบอก

            “ชิ” แฮชานวางโทรศัพท์ของพี่มาร์คไว้ที่เดิม เอนตัวลงนอนอีกครั้งโดยที่มาร์ตินรีบเขยิบเข้ามานั่งข้างๆ

            “แฮชานไม่สบายเหรอ” เด็กน้อยถามอย่างสงสัย แฮชานผลิกตัวหนี “ไม่สบายก็ลงไปกินยาสิ เนี่ย ตินพึ่งกลับมาถึงบ้าน ซื้อขนมมาเต็มเลยนะ”

            เจ้าของเรือนผมสีแดงอยากจะดีดดิ้นแทบตายทว่ากลัวจะเจ็บตัวอีก ทำได้เพียงยกหมอนขึ้นปิดหู แต่ก็นั่นแหละ ได้ยินเสียงใสๆของสัตว์ประหลาดลอยเข้ามาอยู่ดี

            “แฮชานจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าตินทำได้มั้ย” จิ้มๆแผ่นหลังบาง มาร์ตินจำได้ว่าเสื้อตัวนี้คุ้นๆ แต่ยังไม่ทันจะนึกออก แฮชานก็ผลิกตัวหันมาขมวดคิ้วจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง

            “ทำได้มั้ย” มาร์ตินคลี่ยิ้ม และในวินาทีต่อมาก็ต้องหุบลง “พอใจยัง!

            “อื้อ พอใจก็ได้ครับ” ก้มหน้าทำเสียงเศร้าจนแฮชานรู้สึกผิดนิดๆ—หนูสาบานว่าแค่นิดเดียว!

            “เนี่ย! ถามแล้วก็ตอบสิ” มาร์ตินเงยหน้าขึ้นสบตาคนอายุมากกว่าที่ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งเอนหลังไปกับหัวเตียง แฮชานมองมาร์คลีตัวจิ๋วที่สวมชุดนักเรียนอนุบาลเต็มยศแล้วเบะปาก “ได้เป็นหัวหน้าห้องด้วยเหรอ” ชี้โบเส้นเล็กสีน้ำเงินที่ปักอยู่บนกระเป๋าเสื้อของเครื่องแบบ มาร์ตินพยักหน้ายิ้มๆ

            “อื้ม ตินตินเป็นหัวหน้าห้อง ทุกคนเรียกตินตินว่าพี่ตินหมดเลย”

            แฮชานขำเบาๆ “พี่ตินเหรอ? ตัวเปี๊ยกแค่เนี๊ยะ” ทำมือแค่เนี๊ยะให้อีกคนดูด้วย

            “ไม่เปี๊ยกนะ ตินตินสูงกว่าน้องยูมีอีก” เพราะสูงที่สุดในห้องก็เลยได้เป็นหัวหน้าไง แฮชานคงไม่เข้าใจภาระหน้าที่นี้หรอก

            “เจ้าเตี้ย” แฮชานแลบลิ้น กวนประสาทให้มาร์ตินหายหงอย ซึ่งได้ผลเกินคาด เพราะนอกจากจะหายงอแงเรื่องถูกทำไม่ดีใส่ก่อนหน้านี้ กลายเป็นว่าตอนนี้ตินตินอยากจะแกล้งแฮชานคืนแล้วสิ

            “เดี๋ยวตินก็สูงกว่าแฮชานแล้ว!” แลบลิ้นคืนบ้าง แฮชานชะงักทำหน้าบูด

            “ไม่มีทาง เจ้าสัตว์ประหลาดตัวเปี๊ยก!” เกิดห่างกันตั้งหลายปี ตินตินไม่มีทางสูงทันหนูแน่ หนูมั่นใจ!

            “ถ้าตินสูงกว่าแฮชานเมื่อไร ต้องยอมเรียกว่าพี่ติน โอเคมั้ย”

            “ได้! ตัวไม่มีวันได้ยินคำนั้นออกจากปากเค้าแน่!” แฮชานเชิดหน้าหนี มาร์ตินเอื้อมสุดแขนหยิกแก้มคนพี่จนเจ้าตัวต้องหันมามองค้อน หยอกล้อสลับกันไปมา—ฮึ่ย! ตาร์มินขี้แกล้ง! จะฟ้องพี่โดยอง!

          “ละพี่มาร์คไปไหน” แฮชานปัดมือเล็กที่พยายามหยิกแก้มเขาอยู่ตลอดเวลาออก มองไปรอบๆห้องหรือแม้แต่หรี่ตามองเข้าไปในห้องแต่งตัว

            “อยู่ข้างล่างครับ คุยแบบผู้ใหญ่ๆอยู่”

            แฮชานขมวดคิ้ว คุยแบบผู้ใหญ่เหรอ? แล้วทำไมไม่ปลุกหนูล่ะ “คุย? กับใคร?”

            “ไม่ใช่เรื่องของเด็กครับแฮชาน” มาร์ตินหัวเราะ เอื้อมมือมาหยิกแก้มอีกก็ถูกปัดออกอีก แต่มันนุ่มนิ่มจริงๆนี่นา

            “ย่า! บอกมาเลยนะ” แฮชานแกล้งจี้เอว

            “คิก ยอมแล้วๆ” เด็กน้อยยังไงก็ยังเป็นแค่เด็กน้อยอยู่วันยันค่ำ มาร์ตินยิ้มสดใสแล้วเอ่ยตอบ “พี่ยูตะครับ” 


XXXXX

 

แฮชานไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองจะตกต่ำถึงขนาดต้องยอมรับความช่วยเหลือจากเจ้าเด็กตัวจิ๋วที่ตัวเขาเองเหม็นขี้หน้าสุดๆ แต่ดูเหมือนว่าการก้าวเดินในแต่ละก้าวดูจะยากลำบากและทรงตัวไม่ค่อยอยู่จนต้องยอมให้อีกคนช่วยจูงมือพาออกมาข้างนอก ให้ตายเถอะ! พี่ยูตะก็อยู่ข้างล่าง ถ้ายังเดินขัดๆแบบนี้มีหวังเป็นเรื่องแน่ แต่จะให้นอนรอเป็นผักเหี่ยวๆอยู่บนเตียงก็ไม่ได้ ความอยากรู้อยากเห็นว่าพวกผู้ใหญ่คุยอะไรกันมันช่างยั่วยวนให้ลุกขึ้นมากัดฟันสู้สักตั้ง

“พิ

“ชู่ววววว” ตาร์มินโดนปิดปากทันทีที่สลิปเปอร์ข้ามพ้นบันได้ขั้นสุดท้าย

“ทำไมละแฮชาน” หันกลับมาถามคนที่กำลังชะเง้อคอยาวเป็นยีราฟ “ตินตินจะเรียกพี่ใหญ่ให้ไง”

“เบาสิ!” แฮชานลากสายตากลับมาตำหนิ ดึงมาร์ตินให้เดินไปหลบข้างผ้าม่านสีเข้มริมหน้าต่างทรงสูงในห้องนั่งเล่น เจ้าของตากลมมองผ่านกระจกใสไปยังพื้นที่ข้างสระว่ายน้ำด้านนอกที่มีทั้งพี่แทยง พี่โดยอง พี่มาร์ค แล้วก็พี่ยูตะยืนอยู่

“แอบฟังไม่ดีนะแฮชาน” มาร์ตินปล่อยมืออีกคน เปลี่ยนมายืนกอดอกทำหน้าดุ “พี่โดยองบอกว่าคนมีมารยาทจะไม่แอบฟังเรื่องของคนอื่น” คราวนี้ชูนิ้วชี้ทำท่าติเตียนคนโตกว่า

“คนอื่นที่ไหนกันเล่า!” แฮชานหันมาบอกครู่เดียวก็หันกลับไปแอบมองใหม่ พยายามแนบหูกับกระจก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ยินอะไรบ้าง อย่างน้อยก็ขอซับอังกฤษให้หนูที ตอนนี้มองภาพแล้วรู้สึกกระอักกระอวนแปลกๆ

“แฮชาน!” เด็กชายตัวเล็กเก๊กขรึมทำหน้าดุ

“จิ๊ ไม่อินก็อย่าขวาง!” แฮชานทำเสียงรำคาญ ดันเจ้าหัวกลมไปอีกทางแล้วมองสอดส่องหาข้อมูลเพิ่มเติม

ที่ตรงนั้นมีพี่แทยง พี่โดยอง พี่ยูตะแล้วก็พี่มาร์ค ทุกคนทำหน้าเคร่งเครียดกันสุดๆ โดยเฉพาะพี่ยูตะที่แฮชานก็ไม่แน่ใจว่าแค่เครียด หรือร้อน หรือโมโห ที่แน่ๆคือเดาไม่ออก และไม่กล้าเดาด้วย พี่มาร์คนั่งประสานมืออยู่บนเก้าอี้สำหรับอาบแดดริมสระ ก้มหน้าพยักหน้าช้าๆให้กับคำพูดบางอย่างของพี่ชายนากาโมโตะ พี่แทยงเดินเข้าไปกอดคอเพื่อนสนิทแล้วขยับปากพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้พี่โดยองหันขวับมาทางนี้เห้ย!!! ซะ ซวย!!!!

“แย่แล้วตาร์มิน!” แฮชานรีบหันกลับมา เหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า “ฮื่อๆๆ ทำไงดี” กลายเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันไปแล้วในตอนนี้ มาร์ตินถอนหายใจแล้วส่ายหัว—ก็ตินบอกแล้วว่าอย่าแอบฟัง! แฮชานน่าจะเชื่อตินบ้าง! เด็กน้อยว่าที่พี่ตินประถมหนึ่งเดินผ่านแฮชานไปทางกระจกทรงสูง

“พะ พวกเขาหันกลับไปแล้วใช่มั้ย” แฮชานไม่ได้หันไปมองเพราะกลัวจะถูกจับได้ ตัวแข็งราวกับโดนสาปเป็นหิน “ตาร์มินนนน ตอบสิ!” ทำเสียงงอแง เบะปากใกล้จะร้องไห้ออกมา

“ตินขอไม่ตอบนะ” มะ หมายความว่าไงน่ะ! สัตว์ประหลาดตัวน้อยเดินกลับมามองหน้าแฮชานด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ

“ดะ เดี๋ยวสิ—”

“กำลังทำอะไรน่ะ!

แฮชานสะดุ้งพรวด สาบานว่าถ้ามีของบางอย่างในมือต้องเผลอโยนมันไปไกลๆอีกแน่ ต้นเสียงจากทางประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำใกล้เข้ามาทุกที จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็ก

“พิ พี่โดยอง” แฮชานยิ้มแหะๆ แต่แล้วก็ต้องก้มหน้าเก็บซ่อนรอยยิ้มเอาไว้เมื่อพี่เลี้ยงคนใจดีกำลังทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ

“พี่โดยอง ตินไม่ได้แอบฟังนะ” มาร์ตินรีบออกตัว วิ่งไปเกี่ยวกอดขาของพี่โดยองเอาไว้ก่อนจะเงยหน้ากระพริบตาปริบๆเหมือนเวลาอ้อนขอบางอย่าง “จริงๆนะครับ”

“ปิดบังก็เป็นความผิดนะติน” ตั้งใจพูดกับมาร์ตินหรือบอกแฮชานกันแน่ ดวงตาเรียวรีจ้องเด็กผมแดงที่เอาแต่ก้มหน้างุดๆ กำแขนเสื้อเชิ้ตที่ตัวเองกำลังสวมใส่ด้วยท่าทางเงอะๆงะๆ—เสื้อมาร์คลี โดยองเป็นคนรีดเองทำไมจะจำไม่ได้ “แฮชานไปอาบน้ำสิ วันนี้เราจะออกไปฉลองที่ตินสอบเสร็จ ใส่ชุดมาร์คไปก่อน แล้วขากลับค่อยเข้าไปเอาข้าวของที่คอนโด”

“หื้อ?” รีบเงยหน้าสบตาพี่เลี้ยง ดะ เดี๋ยวสิ—ตอนนี้หนูงงไปหมดแล้ว

“งงอะไรคะ?” แฮชานตัวแข็งกว่าเก่าทันทีที่แขนแกร่งของพี่ชายร่วมสายเลือดโอบรอบเอว “อีกเดือนหนึ่งก็จะสอบแล้ว คุณคนเล็กต้องติวไม่ใช่หรือไง” อ่า เพราะอย่างนี้เองสินะ

แฮชานพยักหน้า แอบเอี้ยวตัวมองด้านหลังก่อนจะหันกลับมาเมื่อเห็นจากหางตาว่าพี่มาร์คกำลังดึงเปิดประตูเข้ามาในบ้านพร้อมพี่แทยง

“พี่ยูตะ เที่ยวสนุกมั้ย” แฮชานยิ้มแหยๆ เงยหน้าถามพี่ชายที่ดูอารมณ์ดีผิดไปจากที่แอบดูอยู่ก่อนหน้านี้

“สนุกค่ะ แต่คงจะดีมากๆถ้าคุณคนเล็กไปด้วยกัน” ยื่นมือมาบีบจมูกรั้นๆก่อนจะหอมหัวไปหนึ่งทีคลายความหมั่นเขี้ยว ยูตะมองหน้าน้องแล้วยิ้มจนตาเกือบปิด—หนูไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่ามันแปลกๆ

“พี่ยูตะไม่สงสัยเหรอว่าทำไมหนูมาค้างที่นี่ ไม่ใช่ เอ่อ ไม่ใช่บ้านเจโน่” เอ่ยถามไปก็ใจสั่นเอง สองพี่ชายตระกูลลีเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา แฮชานรู้สึกดีแปลกๆที่พี่มาร์คเลือกจะยืนข้างๆกันในตอนนี้

“ไม่นี่คะ ไปนั่งคุยดีกว่าเนอะ” คุณคนโตของบ้านเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล แฮชานไม่ทันสังเกตเห็นว่าพี่ชายเงยหน้าสบตากับเพื่อนสนิทและพี่เลี้ยงของบ้านเพื่อขอเวลานอกสำหรับครอบครัว ก่อนจะพาน้องชายก้าวช้าๆไปจากตรงนี้และเดินนำเข้าไปนั่งบนโซฟานุ่มๆในห้องนั่งเล่น

ความสนใจหนึ่งเดียวของแฮชานคือมาร์คลี เจ้าของเรือนผมสีแดงเอาแต่หันรีหันขวางมองหาพี่มาร์คของเขา ซึ่งพอรู้ว่าคนพี่ไม่ได้ห่างตัวไปไหน ทว่าเป็นคนเดียวที่เดินตามเขาสองพี่น้องเข้ามาในห้องนั่งเล่นและกำลังยืนกอดอกพิงกับที่วางแขนของโซฟา หันหลังให้เหมือนจะสื่อเป็นนัยยะว่าเขาไม่ได้ต้องการเข้าไปยุ่งย่ามกับเรื่องในครอบครัวนากาโมโตะ แต่บังเอิญว่าแฮชานได้กลายเป็นหนึ่งในครอบครัวลีไปแล้วเหมือนกัน

คราวนี้แฮชานเห็นว่าพี่ชายของเขาจ้องมองแผ่นหลังของพี่มาร์คเขม็ง “พี่ยูตะ” เจ้าของชื่อดึงความสนใจกลับมาก่อนจะยิ้มให้น้องชายจนตาปิด

“หื้ม?” คนพี่ลูบผมสีแดงแสนขัดใจคุณแม่ของแฮชานอย่างอ่อนโยน จรดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนแผ่วเบา แฮชานเป็นแก้วตาดวงใจของเขา เป็นยิ่งกว่านั้น เป็นคนที่ยูตะเฝ้าถะนุถนอมมาตั้งแต่เด็ก แล้วทำไม “เรื่องโน่เป็นยังไงบ้างคะ”

แฮชานถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยินเรื่องนั้น “ก็ ก็ไม่ได้คุยกัน แล้วก็เลยมานอนค้างที่นี่” ไม่ได้ลงรายละเอียดมากเพราะไม่อย่างนั้นพี่ชายอาจรู้เรื่องที่เมาเละเทะ แล้วอาจโยงไปเรื่อง—“แต่หนูดีกับพี่มาร์คแล้วนะ” แฮชานยิ้มสดใสให้พี่ชาย คนถูกกล่าวถึงยังคงยืนนิ่งอยู่

“อื้ม” ยูตะยิ้มรับ ลูบหัวน้องชายที่ตอนนี้กำลังมีความสุขสุดๆ “ดีใจมากๆเลยใช่มั้ย” เอ่ยถามเสียงขึ้นจมูก แต่แฮชานคงไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ

“อื้อ ดีใจมากๆเลยครับ” มองหน้าคุณคนเล็กยามเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม ยูตะชอบรอยยิ้มของแฮชาน เขาอยากจะรักษามันไว้ตลอดไป ไม่ไหวใจให้ใครดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครบางคนในห้องนี้

“อย่าลืมโทรกลับหาโน่บ้างนะ มันโทรหาพี่ตั้งแต่ตอนตีสาม พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ดูๆแล้วเหมือนจะเมาหนักเลยล่ะ ดีหน่อยที่แจมินก็อยู่ด้วย ไม่งั้นคงเป็นห่วงมันอีกคน” แฮชานไม่ได้ตอบอะไร คงเป็นเพราะเจโน่โทรหาพี่ยูตะเมื่อคืน ทุกคนก็เลยรู้สินะว่าหนูมาค้างที่บ้านนี้ “เราต้องไม่ลืมคนที่อยู่ข้างเรา เวลาเราลำบากรู้มั้ย?”

แฮชานถอนหายใจ ยู่ปากแล้วตอบ “ขอหนูทำใจก่อน” กับหลายๆเรื่องที่เจอเมื่อคืน สำหรับเจโน่ก็คงหนัก แต่แฮชานก็ได้รับบาดแผลในใจไม่ต่างกัน—จริงสิ! พี่ยูตะจะเห็นแผลไม่ได้ รีบชักมือที่วางบนตักไปซ่อนไว้ด้านหลังทันที

“พี่รู้แล้วค่ะ ไม่ต้องหลบหรอก”

“อ้าว” แฮชานยิ้มแหยๆให้พี่ชาย เลื่อนมือออกมาวางไว้ที่เดิม ทำไมดูเหมือนว่าทุกคนจะรู้ไปซะทุกอย่าง มีแต่แฮชานนี่แหละที่ไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านั้นเขาคุยอะไรกันบ้าง แต่พี่ยูตะก็ดูสงบดี คงยังไม่รู้เรื่องนั้นหรอกใช่มั้ย เพราะถ้าเกิดรู้ขึ้นมา—หนูคงโดนบีบคอแล้วถูกส่งวิญญาณกลับไปแคนนาดาแล้ว แต่นี่ไม่ว่าอะไร แถมยังอนุญาตให้กลับมาอยู่ที่นี่แบบไม่ถามสักคำด้วย หรือจะคิดว่าห้ามไปก็ไม่ได้อะไร?

แต่ก็ดีแล้วล่ะ! เพราะไม่อย่างนั้นหนูคงต้องใช้หัวสมองอันน้อยนิดหาเหตุผลมากมายเพื่อกลับมาอยู่ที่นี่ให้ได้อยู่ดี “พี่ยูตะรู้ทันทู้กอย่างเลย ฉลาดจุง” ยอคนพี่ ยื่นมือไปดึงแก้มแบบที่ชอบทำเวลาพี่ยูตะยอมตามใจ เหมือนทุกครั้งนากาโมโตะคนพี่จะบีบจมูกคืน แต่คราวนี้เพียงแต่ส่งยิ้มบางๆให้

“ใช่ค่ะ รู้ทันทุกอย่างเลย” รอยยิ้มบนใบหน้าแฮชานจางลง รู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆเวลาพี่ชายพูดแบบนั้น คราวนี้มองข้ามแฮชานไปหาแผ่นหลังของมาร์คลี “จ้องหน้าพี่ทำไมคะ” ดึงสายตากลับมาหาคนน้อง

“ก็พี่ยูตะดูแปลกๆ”

“ไม่นะ ทุกอย่างก็ปกติ” ยูตะยักไหล่ วางมือบนหัวน้องชายแล้วโยกไปมา “อย่าคิดมากน่า” แฮชานระบายยิ้มบางๆออกมาก่อนจะพยักหน้า สงสัยจะคิดมากไปเอง ปกติพี่ยูตะก็ไม่ได้ชอบพี่มาร์คอยู่แล้ว เขม่นกันบ่อยไปด้วยซ้ำ

“งั้นหนูไปอาบน้ำนะ พี่โดยองบอกว่าเราจะออกไปฉลองให้เจ้า” แอบเหล่พี่มาร์คก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูพี่ชายให้ได้ยินกันสองคน “สัตว์ประหลาดตาร์มิน”

“ฮ่าๆ ตัวแสบ” ยูตะบีบจมูกแล้วฟัดแก้มกลมๆสองข้าง แฮชานลุกขึ้นยืน โงนเงนเล็กน้อยในจังหวะที่ทิ้งน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว “เดี๋ยวก็ล้มหรอก” ยูตะลุกพรวดขึ้นมาช่วยจับมือน้องเอาไว้

“ไม่หรอก หนูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” แฮชานยิ้มตอบแบบนั้น สะบัดมือพี่ชายออกก่อนจะวิ่งไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพี่มาร์ค “ไปกับหนูหน่อย” คว้ามือคุณมูนมาเขย่าอ้อนๆ “น้าๆๆ” ตื๊อต่อเมื่อมาร์คลียังคงทำหน้านิ่ง สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าแบบส่งๆ “เย้!” แฮชานออกแรงลากคนพี่ไปตามทางเดิน


มาร์คลีเปลี่ยนมาโอบไหล่เล็กทันทีที่อยู่กันเพียงสองคน ฝังจมูกไปกับกลุ่มผมนุ่มของแฮชานไปจนถึงห้องนอน

แฮชานรีบวิ่งไปดึงประตูปิดแล้วล็อกกลอนก่อนจะเร่งสับขากลับไปหาคนพี่เดินนำไปนั่งอยู่ปลายเตียง

“พี่มาร์ค!” แฮชานใช้มือยันไหล่กว้างเอาไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกคางเชยคางพี่มาร์คที่เอาแต่ก้มหน้าให้เงยขึ้นมาสบตากันในเวลาที่จะพูดเรื่องจริงจัง

“ว่า” มาร์คลียิ้มให้กับท่าทีจริงจังของอีกคน วาดแขนคล้องเอวบางเอาไว้แล้วซบหน้าลงไปกับหน้าท้องนุ่มนิ่มของแฮชาน “อ้วน”

“พี่มาร์ค!!!เอ๊ย! ไม่ใช่สิ หนูจะยังไม่โกรธตอนนี้ เพราะมีเรื่องที่สำคัญกว่านั้น” ตบตีกับตัวเองตามประสาแฮชานนั่นแหละ มาร์คลีแอบขำเบาๆ ยอมเงยหน้าสบตาทั้งยังแนบใบหน้ากับพุงอีกคนอยู่ “งื้อ อย่าทำแบบนี้สิ ลืมไปเลยว่าจะพูดอะไร” แฮชานทำเสียงงอแง แขนสองข้างคล้องคอคนพี่เอาไว้หลวมๆ

“เรื่องพี่ยูตะ?” ทำไมจะไม่รู้ล่ะ แฮชาน่ะอ่านง่ายจะตาย มีเรื่องสงสัยนิดหน่อยก็แสดงออกมาชัดเจนขนาดนั้น

“ใช่เลย” ยู่ปาก มือก็เล่นผมพี่มาร์คไปด้วย “คุยอะไรกันอ่ะ คุยเรื่องหนูใช่มั้ย” กลัวคำตอบจัง

“ใช่” มาร์คลีตอบ สบตาที่สั่นไหวของแฮชาน “แต่ไม่บอกหรอก”

“พี่มาร์คอ่า” กระทืบเท้าเบากว่าปกติ “ต้องบอกซี่ ก็มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับหนู”

มาร์คลีปล่อยมือออกจากเอวแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง แฮชานไม่ยอมแพ้ สะบัดสลิปเปอร์สีเหลืองคัสตาร์ดของตัวเองออกก่อนจะขึ้นไปนอนทับคนพี่ด้านบน

“บอกหน่อยน้า” เอียงคอซบหน้าลงกับอก ช้อนตามองอ้อนๆ

“เรื่องของผู้ใหญ่” มาร์คโอบเอวเอาไว้ป้องกันเจ้าลูกหมีกลิ้งหล่นจากตัว

“หงึ หนูก็เด็กกว่าพี่มาร์คไม่เท่าไรเอง”

“หมายถึงอายุสมองน่ะ”

“พี่มาร์ค!” แฮชานทุบเบาๆ ทำหน้าไม่พอใจจนมาร์คลีอดคลี่ยิ้มชื่นชมความสำเร็จของตัวเองไม่ได้ ก็แฮชานน่ารังแกให้ร้องไห้จะตายไป “ไม่คุยด้วยแล้ว! น่าเบื่อ!

—ไม่อยากรู้ก็ได้ ชิ!

ทำท่าจะลุกขึ้น ทว่าถูกกอดเอวเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

“เบื่อกันแล้วเหรอ”

“มะ ไม่ใช่นะ” แฮชานรีบแก้ตัว จ้องตาคนขี้แกล้งแน่วแน่ “หนูไม่ได้เบื่อจริงๆนะ แค่แบบ ฮื่อ เขาเรียกอะไรอ่ะ สบุด

“สบถ” มาร์คลีอยากจะบ้า นี่เขากำลังเลี้ยงเด็กหัดพูดหรือไง

“ใช่ๆ สบถๆๆ” แฮชานพยักหน้ารัวเร็วแล้วเอ่ยต่อ “ใจหนูไม่เคยเบื่อพี่เลยนะ” พูดเองก็เขินเอง ก้มหน้าจนคางชิด ไม่รู้จะวางมือไว้ไหนจนสุดท้ายก็หยุดอยู่ที่ลายสกรีนบนเสื้อยืดของพี่มาร์ค ลูบไปมาตามประสาเด็กซน

มาร์คลีมองตามใบหน้าน่ารักให้ชื่นใจก่อนจะชวนเปลี่ยนเรื่องคุย “เมื่อตอนสายเจโน่มาที่นี่”

มือเล็กชะงัก ตัวแข็งทื่อไปหมด “ละ แล้วมาทำไม” แฮชานพยายามเอ่ยให้เป็นปกติ

“มาหาหนูไง”

 

...

 

ราวกับถูกตบจนหน้าชาไปหมด แฮชานจ้องตาพี่มาร์ค รู้สึกเหมือนถูกช่วงชิงลมหายใจไปชั่วขณะ—ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยนะ รู้สึกเหมือนโดนจับได้เลย

“ดะ ดีแล้วที่กลับไป เพราะหนูไม่อยากเจอ” พูดรัวเร็ว ตื่นเต้นจนข้างในสั่นไปหมด “เมื่อคืนหนูผิดหวังมาก เป็นเพื่อนต่อไม่ได้แล้ว” มาร์คลีเลิกคิ้วแล้วยิ้มมุมปาก ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่อีกคนพูด

“มันมาได้ยินต้องดีใจแน่”

“พี่มาร์ค!” แฮชานแหว “หนูเป็นเพื่อนที่แย่ จะพูดแบบนั้นใช่มั้ย” ใช่สิ! หนูมันเอาแต่ใจก็ที่หนึ่ง เจ้าอารมณ์ก็ด้วย ไม่แปลกหรอกที่เจโน่จะไม่เชื่อใจ

“ไม่ใช่สักหน่อย”

“อะ”

แฮชานหลุดร้องออกมาเมื่อจู่ๆก็ถูกพลิกตัวให้เป็นฝ่ายอยู่ด้านล่างแทน—เดี๋ยวนะ เหตุการณ์มันคุ้นๆว่ามั้ย เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมง

“ก็ ก็พี่มาร์คบอกว่าโน่คงดีใจที่ได้ยินว่าหนูไม่อยากเป็นเพื่อนต่อแล้ว” ถ้าไม่ซื่อก็ไม่ใช่แฮชานสินะ

“ไม่ได้หมายความแบบที่เข้าใจแล้วกัน” มาร์คลีพูดเสียงเบา ฝังจมูกลงบนซอกคอหอมของอีกคน

“อื้อ” แฮชานร้องครางในลำคอ จำเป็นต้องเชิดหน้าขึ้นเพราะไม่อยากให้คางกระแทกกับหัวคนพี่ “พี่มาร์ค! หนูยัง อื้ม ไม่เข้าใจ”

พยายามพูดต่อแม้จะยากลำบากเหลือเกิน ยิ่งตอนที่พี่มาร์คขบเบาๆตรงรอยสีกุหลาบที่ทำไว้จากครั้งที่แล้ว—นี่กะให้หนูใส่เสื้อคอเต่าตอนฤดูใบไม้ร่วงหรือไง

“ไม่ต้องเข้าใจหรอก” ยอมผละออกมาสบตาครู่หนึ่ง “แค่คิดกับโน่เป็นเพื่อนต่อน่ะดีแล้ว” ตั้งท่าจะก้มหน้าสานต่อสิ่งที่ต้องการ ติดตรงที่คราวนี้คนใต้ร่างรวบรวมแรงดันไหล่เอาไว้ทั้งสองข้าง

“แต่โกรธโน่จริงๆนี่นา” พูดออกไปตรงๆนี่แหละ ทำไมพี่ยูตะกับพี่มาร์คถึงได้เหมือนกันจังนะ คาดหวังว่าทุกความขัดแย้งจะจบลงเพียงเพราะคำว่าขอโทษหรือการให้อภัยเหรอ เรื่องความรู้สึกน่ะ ยังไงก็ต้องใช้เวลา “เอ๊ะ หรือโน่ให้พี่มาร์คมาช่วยพูด—ย่า! ไอ้บ้านั่นคิดว่าหนูจะยอมทุกอย่างเพราะเป็นพี่มาร์คพูด แบบนั้นใช่มะ!!” ขึ้นๆๆๆๆๆ หนูโกรธๆๆๆๆ ไอ้บ้าเจโน่เอ๊ย ทำเขาโกรธแล้วให้พี่มาช่วยพูดเนี่ยนะ โกรธกว่าเดิมอีก ให้ตายเถอะ!

“แล้วยอมมั้ย?” มาร์คลียิ้มเจ้าเล่ห์ ทำเอาแฮชานที่กำลังร้อนเป็นไฟมอดลงเหมือนมีใครมาราดน้ำเย็นๆใส่

“ยะ ยอ—งื้อ พี่มาร์คอย่าแกล้ง” ทำหน้าแบบนั้นร้ายกาจที่สุดเลย เขินขึ้นมาอีกแล้วพอนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ถ้าถามว่ายอมมั้ย ก็ยอมหมดทุกอย่างจริงๆนั่นแหละ

“โตขนาดนี้แล้ว มันไม่ได้มาขอให้พี่ช่วยพูดหรอก” ห่างไกลคำนั้นเยอะเลยล่ะ ถ้าเป็นคนที่ลงไปเปิดประตูต้อนรับมันเมื่อตอนสายก็น่าจะเข้าใจ เอาเป็นว่าถ้าเจโน่ฆ่าพี่ชายตัวเองได้แล้วไม่เป็นบาป มันคงทำไปแล้ว

 

“มาหาแฮชาน”

“นอนอยู่” มาร์คลีขยี้ผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเอง หรี่ตาที่ยังปรับแสงไม่ค่อยได้มองเจโน่ที่แต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับออกเดินทาง “เสื้อหนังสวยดี” เอ่ยชมก่อนจะยื่นมือไปจับๆ แน่ล่ะ ก็เขาเป็นคนซื้อให้น้องเมื่อวันเกิดที่ผ่านมา “ปิดประตูด้วย” พูดน้ำเสียงงัวเงียก่อนจะเดินลากรองเท้าแตะนำเจโน่ผ่านสวนเข้ามาในตัวบ้าน

“งั้นคุยตรงนี้” เจโน่เอ่ยเสียงเรียบ หยุดอยู่ตรงข้างสระว่ายน้ำ

“อือ” มาร์คลีหันกลับไปหาน้องชายตัวเอง สภาพเขาตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรกับคนที่เดินละเมอลุกออกมาจากเตียง “ว่า”

“ดูแลแฮชานด้วย” อย่างน้อยก็ในช่วงที่เขาไม่อยู่ มาร์คลีหัวเราะในลำคอดังฮึ เสมองหน้าต่างบานใหญ่บนชั้นสองที่ยังปิดม่านสนิท โชคดีที่แฮชานหลับไปหลังจากทานมื้อเช้า ไม่อย่างนั้นพี่ใหญ่ของบ้านคงต้องปวดหัวอีกแน่

“แฮชานคงโกรธผมมากใช่มั้ย”

“ไม่รู้ ไม่ได้ถาม” ไม่อยากยุ่งเรื่องนี้ด้วยซ้ำ เพราะอะไรไม่ขอตอบแล้วกัน

“โกรธผมเหรอ?” เจโน่ถาม น้ำเสียงไม่ได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนเท่าตอนพูดถึงเรื่องแฮชาน แน่นอนอยู่แล้วว่าพี่มาร์คต้องรู้สึกบ้าง ถึงแม้ตอนนี้เจโน่จะไม่รู้ว่าพี่ชายตัวเองรู้สึกกับเพื่อนของเขามากแค่ไหน แต่ดูจากอาการวิ่งวุ่นราวกับคนบ้าเมื่อคืน ก็พอจะตอบได้ว่าแฮชานไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญของพี่ใหญ่อีกต่อไป และถ้าเป็นอย่างนั้น ความรู้สึกของเขาซึ่งมาทีหลังก็จะกลายเป็นเรื่องผิดทันที

“ตั้งใจเรียนแล้วกัน” มาร์คลีสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด เลี่ยงที่จะตอบคำถาม ก้าวไปหาน้องชายแล้วเอื้อมมือบีบไหล่ที่ขยายกว้างทันเขาแล้วในตอนนี้

เรื่องที่เจโน่เป็นน้องที่มาร์คลีรักและทำสัญญาลูกผู้ชายไว้กับพี่แทยงว่าจะดูแลและเสียสละเพื่อน้องๆเป็นสิ่งที่พี่ใหญ่ของตระกูลไม่เคยลืม ระหว่างเขากับเจโน่ยังเหมือนเดิมเสมอและตลอดไป

“กลับมาอย่างปลอดภัยด้วยล่ะ” คว้าคอน้องชายเข้ามากอดก่อนจะตบหลังเบาๆ พี่มาร์คเป็นแบบนี้เสมอตั้งแต่เด็ก ไม่พูด ไม่แสดงออก แต่สามารถรับรู้ได้ว่าเป็นห่วงกันตลอด เป็นความสัมพันธ์ในแบบผู้ชายๆ ที่ไม่ต้องพูดให้มากความ คล้ายๆกับเพื่อนสนิทที่พร้อมจะยอมโดนทำโทษไปด้วยกัน

และเพราะมาร์คลีเป็นพี่ที่เจโน่ไม่กลัวว่าจะโดนโกรธ “ผมว่าผมมีโอกาส”

มือของมาร์คลีชะงักอยู่กลางหลังน้องชาย ค่อยๆเลื่อนตัวออกช้าๆ ถอยออกมาตั้งรับสิ่งที่เจโน่กำลังจะพูด

“พี่ก็คิดเหมือนกันใช่มั้ย”

ใช่—แฮชานหวั่นไหวกับเจโน่แต่ดูเหมือนจะไม่รู้ตัว เรื่องนั้นมาร์คลีรู้ดี จะเรียกว่ารู้เป็นอย่างดีแต่พยายามปิดหูปิดตาตัวเองก็ได้

“แฮชานชอบผม”

“แต่รักพี่”

มาร์คลีสวนกลับ ไม่ใช่การทะเลาะกัน จะพูดให้ถูกคือการเอาความจริงมาพูดมากกว่า ไม่มีใครโทษความรู้สึกแฮชาน ต่างรู้ดีว่าทั้งหมดเกิดจากอะไร เจโน่เองก็ยอมรับว่าที่แฮชานรู้สึกดีกับเขาเพราะพี่ใหญ่ปล่อยปะละเลย ในขณะเดียวกัน มาร์คลีเองก็ทำลายความรักของแฮชานไปมากเหมือนกัน


แต่สิ่งที่ทำให้มาร์คลีเหนือกว่าเจโน่คือความผูกพัน และยิ่งมากกว่านั้นในตอนนี้


“ขอบใจมากนะนายรอง”

เจโน่ขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจที่จู่ๆพี่ใหญ่ก็พูดแบบนั้น 

มาร์คลีเองก็ไม่ได้อยากทำ แต่เขาจำเป็นต้องบอกให้เจโน่รู้ว่ามันมีบางอย่างเปลี่ยนไปแล้วเมื่อคืนนี้


“ขอบใจที่ช่วยดูแลพี่สะใภ้มาตลอด”



“แล้วยังไงคะ” มาร์คลีอมยิ้ม กระซิบถามเบาๆที่ข้างหูแฮชานที่เหม่อไปไกลเหมือนคิดอะไรเพลินๆ ลืมไปหรือเปล่าว่าเมื่อกี้กำลังทำอะไรอยู่

“อื้อ” คนด้านล่างสะดุ้งเมื่อถูกงับใบหูเบาๆ “ยังไงอะไรเหรอ” ทำหน้าตาสงสัยน่าเอ็นดู

“ฮึ” มาร์คลียกยิ้มมุมปาก คว้าเอวอีกคนพยุงให้ลุกขึ้นมานั่งบนตักหันหน้าเข้าหากัน แฮชานตาโตรีบคว้าไหล่เอาไว้เพราะกลัวตกเตียง

“ทำไมแรงเยอะจัง” สงสัยมาตั้งแต่เมื่อคื—อ๊ากกกกก ไม่ๆๆ หนูจะไม่คิดๆๆๆๆ แต่คงไม่ทันแล้วเพราะแก้มแดงลามไปถึงใบหูและลำคอ

“ทำไมหนูทะลึ่ง” มาร์คลีทำหน้าซื่อถาม เห็นอีกคนพยายามหลับตาปี๋ส่ายหัวไปมาแบบที่ชอบทำเวลาคิดอะไรเขินๆแล้วสลัดมันออกจากหัวไม่ได้

“หนู  หนูไม่ ไม่คือ—ฮื้อออ! ไม่ได้หมายความแบบนั้น!ทุบไหล่ไปเลยหนึ่งทีถ้วน แล้วพี่มาร์คจะยิ้มทำไมเล่า!

“งั้นตอนนี้เลือกมาก่อน” แฮชานเงียบ ตั้งใจฟังทั้งหน้าตาบูดบึ้งเพราะโดนแกล้ง “จะไปอาบน้ำหรือว่า—”

“อาบน้ำ!” แฮชานไม่รอให้คนพี่บอกตัวเลือกที่สอง สะบัดตัวออกจากการเกาะกุมแล้วปีนลงจากเตียงไปตามเก็บสลิปเปอร์ที่เตะทิ้งก่อนหน้านี้มากอดไว้แนบอกแล้วเด้งตัวยืนขึ้นอย่างเร่งรีบ ทุกการกระทำอยู่ในสายตาคุณสิงโตจอมเจ้าเล่ห์ที่เคลื่อนตัวไปเอนหลังกับหัวเตียง กอดอกรอดูว่าแฮชานจะทำอะไรต่อ “หนูยืมชุดหน่อยนะ พี่โดยองบอกว่าเย็นนี้ค่อยเข้าไปขนของกลับมา”

“อื้ม” มาร์คลีพยักหน้า จริงๆเรื่องนี้ไม่ต้องบอกพี่ก็ได้นะแฮชันน่า

“ปะ ไปแล้ว!” ทำไมคำว่าอื้มของพี่มาร์คถึงดูอันตรายต่อหัวใจได้มากมายขนาดนี้นะ แฮชานหมุนตัวหันหลังให้อีกคน ซ่อนแก้มที่แดงจนเหมือนจะระเบิดของตัวเอง

“เร็วๆหน่อยก็ดีนะ” หันไปทำหน้าเครื่องหมายคำถามใส่พี่มาร์คที่อยู่บนเตียง “พี่ต้องใช้ห้องน้ำเหมือนกัน”

ฮื้ออออ พี่มาร์คทะลึ่ง!!เบะปากเหมือนจะร้องไห้จริงๆก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำทันที ทิ้งมาร์คลีให้นอนขำอยู่กับท่าทางตลกของอีกคน


ก่อนหน้านี้มาร์คลีเคยสงสัยว่าทำไมคนเราถึงอยากอยู่บนโลกที่น่าเบื่อใบนี้นานๆ สำหรับเขาแปดสิบปีของชีวิตคือการเฝ้าดูความทรุดโทรมของร่างกาย หรือไม่ก็คล้ายๆกับการนั่งจ้องนาฬิกาทรายไปเรื่อยๆ

จนถึงตอนนี้เขาพึ่งเข้าใจ

มาร์คลีต้องการเวลามากกว่าแปดสิบปีเพื่ออยู่กับแฮชาน



XXXXX



“ยูตะ กูอยากให้มึงลองคิด—”

“มึงเป็นเพื่อนกูใช่มั้ยแทยง” คนถูกถามลืมหายใจไปชั่วขณะ ตั้งใจเดินเข้ามาคุยกับอีกคนในห้องนั่งเล่นหลังจากปล่อยให้นากาโมโตะคนพี่นั่งเงียบๆคนเดียวกว่าครึ่งชั่วโมง คิดว่าบางทีมันอาจเปลี่ยนใจ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่

แล้วหวนนึกถึงเรื่องที่คุยก่อนหน้านี้

 

“ทำไมแฮชานมาค้างที่นี่” เป็นคำแรกที่แทยงถามน้องชายตัวเองทันทีที่มาถึงบ้าน เขาควรจะได้พักผ่อนหลังจากนั่งรอมาร์ตินสอบเสร็จกว่าห้าชั่วโมง ง่วงจะตายห่าแต่ก็นอนไม่ลงเพราะโดยองพูดถึงรองเท้าที่จอดอยู่หน้าบ้านว่ามันเป็นของแฮชาน พี่โตของตระกูลจะไม่เอะใจสักนิดถ้าหากเมื่อคืนเจโน่ไม่โทรมาคร่ำครวญจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน พอปะติปะต่อเรื่องได้ราวก็พอจะเข้าใจว่ามาร์คลีคงไปขโมยตัวแฮชานมาจากเจโน่เมื่อคืน และไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร แต่ในเมื่อมาร์คเป็นพี่ การทำให้น้องเสียใจก็ถือเป็นความผิด

“ก็ทะเลาะกัน จะให้ปล่อยให้นอนนั่นได้ไง” ตอบหน้าตาย หันมองพี่โดยองกับมาร์ตินที่เดินมาสมทบที่ริมสระ อัจฉริยะรู้สึกหวิวใจแปลกๆเมื่อสบตาพี่เลี้ยง—ในเมื่อไม่เคยสัญญา ก็ไม่เรียกว่าผิดสัญญาสักหน่อย

“แล้วได้พูดให้เข้าใจกันบ้างหรือเปล่า” มาร์คลีไม่ตอบแทยง ถ้าเข้าใจกันบ้างสักนิดก็น่าจะรู้ว่ามาร์คลีไม่ใช่คนประเภทนั้น ขนาดเรื่องของตัวเองยังไม่ค่อยพูด แล้วจะให้ไปช่วยเรื่องของคนอื่นน่ะเหรอ “งั้นเอางี้—เมื่อคืนมันไม่เกิดอะไรขึ้นใช่มั้ย”

ถึงจะมีสีหน้าเรียบเฉยแต่ลมหายใจก็สะดุดไปช่วงหนึ่ง แทยงก็เหมือนๆกับมาร์ค เขาไว้ใจน้องชาย แต่ไม่ไว้ใจสัญชาติญาณความต้องการของคน ยิ่งช่วงนี้แสดงออกชัดเจนว่ารู้สึกยังไงกับแฮชาน แถมเมื่อคืนงานปาร์ตี้ก็มีเหล้าด้วย ไม่ยากเลยที่จะเดาเหตุการณ์ต่อจากนั้น

พี่ชายคนโตของตระกูลเดินเข้าไปเกี่ยวคอเสื้อยืดของมาร์คลีลงเล็กน้อยให้พอเห็นรอยแดงๆสองสามที่

“มาร์ค!” โดยองรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที เอ่ยเรียกชื่อน้องชายในการดูแลก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่ออีกคนไม่แสดงอาการใดๆ “ให้ตายเถอะ—เอ่อ ตินติน ขึ้นไปอยู่บนห้องกับแฮชานก่อนนะ” ลืมไปสนิทว่ามีเด็กน้อยอยู่ตรงนี้ด้วย

“มึงตอบกูดิ ตอนไอ้ยูตะมาถึงมึงแย่กว่านี้แน่”

แทยงเป็นคนที่ใจร้อนที่สุดในสี่พี่น้อง และในเมื่อเขาพยายามหาทางที่จะช่วยแต่อีกคนไม่พยายามช่วยตัวเองแบบนี้ก็อดที่จะโมโหไม่ได้เหมือนกัน

“ติน ขึ้นไปอยู่กับแฮชาน” มาร์คย้ำน้องชายที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง เด็กน้อยก็คงอยากรู้ว่ามันเกิดอะไร มาร์ตินพยักหน้า หันหลังจะเดินเข้าบ้านทว่าพี่ยูตะก้าวฉับๆออกมาจากในนั้นด้วยใบหน้าที่ตินเองก็ไม่อยากเข้าใกล้

“เข้าไปข้างในซะมาร์ติน ผู้ใหญ่จะคุยกัน” มาร์ตินรีบวิ่งเข้าบ้านแบบไม่คิดชีวิตทันทีที่ได้ยินพี่ยูตะบอกแบบนั้น โดยองเดินตามไปเลื่อนประตูปิดก่อนจะเดินกลับมาร่วมวงสนทนา

“ยูตะมึง—” เขาเป็นคนโทรบอกเพื่อนสนิทเองแหละว่าน้องชายของมันอยู่ที่นี่ แต่ดูเหมือนว่ายูตะจะรู้จากเจโน่แล้วเหมือนกัน ซึ่งมันก็คงคิดเหมือนๆกับเขา เพียงแค่เราต่างไม่พูดเรื่องที่กำลังสงสัย มันไม่เหมือนตลอดสามสี่เดือนที่แฮชานมาอยู่ที่นี่ เมื่อคืนมันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คิดได้เป็นอย่างอื่น ยิ่งเห็นหน้ามาร์คลีที่ไม่โต้ตอบหรือปฏิเสธอะไร

“ขอล่ะ มึงไม่ต้องพูดอะไร” เพื่อนสนิทชาวญี่ปุ่นเอ่ยแบบนั้นแล้วแทยงจะทำอะไรได้ ส่วนโดยองเดินไปอยู่ข้างๆมาร์คลี ลูบหลังสม่ำเสมอ

“พี่ยูตะ” มาร์คลีเงยหน้าสบตาเจ้าของชื่อ

“มึงไม่ต้องมาเรียกกู” กัดฟันพูด กำมือแน่นไปหมด—ไม่ ยูตะไม่มีวันยอมรับเรื่องบ้าๆนี่ “มันไม่เคยเกิดอะไรขึ้นทั้งนั้น” เขาเคยไม่ชอบมาร์คลีคนที่ทำให้แฮชานเสียใจ แต่ตอนนี้เขาเกลียดมัน เกลียดที่มันทำลายความสดใสหนึ่งเดียวของเขา

“ยูตะ แต่ตอนนี้ไอ้มาร์คมันก็—” แทยงแทรกขึ้นมา แต่ทันที่ที่เพื่อนสนิทตวัดหางตามองก็เงียบลงทันที

“ก็บอกแล้วไงว่ามันไม่เคยเกิดอะไรขึ้น!” เขาเลือกแบบนี้ เลือกที่จะปิดหูปิดตาตัวเอง “ทุกอย่างยังเหมือนเดิม” หันหน้าหนีสายตามาร์คลี “สัญญาของกูกับมึงก็เหมือนกัน”

“ไอ้ยูตะ!” แทยงแหวขึ้นมา

“สัญญาอะไร” โดยองถาม “มาร์คตอบพี่” ในเมื่อไม่ได้จากคนพี่ก็คาดคั้นเอาจากคนน้อง

“มึงจำที่มึงพูดกับกูได้มั้ยมาร์ค”

                       

 “มึงไม่มีวันรักน้องกูใช่ป่ะ”

            “อืม ไม่มีวัน”

 

            “กูจำวันแรกที่น้องกูมาที่นี่ได้”

         ยูตะพูดขึ้นมา วันนั้นแทยงเองก็อยู่ด้วยกัน เขายังจำได้ว่าตวาดใส่น้องชายตัวเองไปชุดใหญ่ มาร์คลีทำราวกับแฮชานเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่อยากเข้าใกล้ บีบหัวใจยูตะแค่ไหนทำไมแทยงจะไม่รู้

            “กูรู้ กูรู้ทุกอย่างที่มันทำ แต่กูไม่พูด” คิดว่าเด็กอย่างแฮชานจะไม่เล่าให้พี่ชายฟังหรือไง เรื่องที่มาร์คลีหลอกว่าถ้าสอบติดจะลองคิดเรื่องของเราอะไรนั่น น้ำเสียงดีใจจะเป็นจะตายของน้อง ยูตะจำได้หมด จำได้ว่าเจ็บปวดแค่ไหนที่ไม่กล้าบอกไปว่ามันก็แค่กลหลอกเด็กที่ทำให้แฮชานสอบติด แล้วหลังจากนั้นมาร์คลีก็จะได้เป็นอิสระ ทั้งจากเรื่องรูปบ้าๆที่เขาใช้แบล็กเมล์ แล้วก็จากความรักน่ารำคาญของแฮชาน

            แทยงคิดไม่ตก มองแผ่นหลังของยูตะที่นั่งอยู่บนโซฟา ไหล่กว้างสั่นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่แฮชานเคยได้รับก่อนหน้านี้ แต่พอแทยงนึกถึงหน้าน้องชายที่เดินไปนั่งบนเก้าอี้ริมสระตอนที่คุยกัน เขาในฐานะพี่ชายก็เจ็บปวดหัวใจไม่ต่าง ถ้ายูตะเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำมาตลอด เขาเองก็เป็นฝ่ายที่กำลังถูกเอาคืนอยู่เหมือนกัน

 

          “สัญญาบ้าบออะไรน่ะ!” โดยองมองมาร์คลีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สลับกับมองหน้าแทยง ไม่เคยรู้มาก่อนว่าสามคนนี้มีความลับกับตัวเอง

          “มึงทำได้อยู่แล้วมาร์ค มึงทำให้น้องกูสอบไม่ติดก็ได้” ยูตะปัดน้ำหมูกที่ไหลออกมาเพราะกลั้นน้ำตาอย่างไม่ใส่ใจนัก

          “พี่ก็รู้ว่าผมทำไม่ได้” มาร์คลีหันมาสบตา ดวงตาแดงก่ำเมื่อพอเข้าใจว่ายูตะจะทำอะไร “พี่รู้ใช่มั้ย?” มาร์คลีไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่าคนอย่างยูตะคิดจะทำอะไร ตอนนี้เขาไม่ได้กลัวเรื่องรูปนั่น พี่ยูตะรู้ทันหมดแล้ว แต่หนึ่งสิ่ง และเป็นสิ่งเดียวที่มาร์คลีกลัวตอนนี้ก็คือความรู้สึกของแฮชาน

          เขาเป็นคนขุดหลุมขึ้นมา หลุมซ้อนในหลุม แต่ไม่เคยรู้ตัวว่าที่ตัวเองยืนอยู่เป็นก้นหลุมที่ลึกจนหาทางออกไม่ได้

          เรื่องสัญญาระหว่างเขากับแฮชาน สำหรับน้อง มันคือความตั้งใจ ความหวังตลอดสามสี่เดือนที่ผ่านมา เด็กที่ไม่เคยอ่านหนังสือ ไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าเขาทำให้แฮชานสอบไม่ผ่าน นั่นเท่ากับว่าเขาทำลายความหวังของน้อง ทำลายความตั้งใจทั้งหมด

          จนถึงตอนนี้มาร์คลีพึ่งเข้าใจว่าทำไมยูตะอยากให้แฮชานสอบติดนัก จุดประสงค์มันไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่มันอยู่ที่ระหว่างทางแฮชานได้อะไรบ้าง อย่างน้อยก็ได้พยายาม เราทุกคนต่างรู้สึกได้ว่าแฮชานเติบโตมากขึ้น

          และถ้าเป็นอย่างนั้น—มาร์คลีจะกล้าทำลายมันลงได้ยังไง ยังไงซะ เขาก็ต้องทำให้น้องสอบติด ไม่ใช่เพื่อเงื่อนไขหลอกล่อนั่น แต่เพื่อตัวแฮชานเอง

          “มึงเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือน”

          มาร์คลีพยักหน้าเข้าใจ เขาเลือกแล้วว่าจะทำอะไรในเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดนี้

          “ยูตะ—แฮชานลงมาแล้ว”

          ทุกคนรีบปรับสีหน้าทันที มาร์คลีลูบหน้าตัวเองแล้วลุกขึ้นยืน พยักหน้าให้พี่โดยองเข้าไปรับหน้าก่อน

 

            “แทยง มึงรู้ใช่มั้ยว่ากูเป็นคนยังไง”

        ยูตะลุกขึ้นยืนจากโซฟาในห้องนั่งเล่น สาวเท้าเข้ามายืนจ้องหน้ากับเพื่อนสนิท

            “กูรู้ แต่กูอยากให้มึงลองคิดทบทวนอีกที” พี่ชายตระกูลลีพยายามช่วยพูดให้น้อง ทว่า...

            “ไม่แทยงกูคิดดีแล้วยูตะยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยต่อเสียงเย็น “กูเป็นคนรักษาคำพูด มึงก็รู้นี่”



                         “มึงต้องช่วยให้แฮชานสอบติดโรงเรียนเดียวกับมึง”

                        “แต่มันเหลือเวลาอีกแค่สี่เดือนนะ เด็กคนอื่นเขาเตรียมตัวกันไปหมดแล้ว อีกอย่างปีหน้าผมก็ปีสุดท้าย ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยด้วย”

                        “แค่สอบติด หลังจากนั้นกูจะพยายามกล่อมน้องให้กลับแคนนาดา”



XXXXX



อย่าด่ากันแรง Friday night ของหนูก็ตอนนี้แหละค่ะ 


ปอลอ เห็นคำผิดบอกได้เลยนะคะ ง่วงมาก สแกนไม่ไหวแย้ววว


#มูนมาร์ค 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,255 ความคิดเห็น

  1. #1231 nnnnnnnn. (@tiivannoi) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 07:11
    แงงง ยูตะะะะ อย่าทำอะไรเลยน้าฮืออออ
    #1,231
    0
  2. #1182 PAPLOYWU (@Ploycha_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 14:12

    โฮฮฮฮ สู้นะตามัคคคคคคคคค

    #1,182
    0
  3. #1169 kat15058 (@kat15058) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 00:20
    ฮือออ อย่าพรากเขาจากกันเลย พี่มาร์คต้องพยายามมากกว่านี้น่ะะ
    #1,169
    0
  4. #1120 นักอ่านออนไลน์' (@iamja) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 18:01
    แต่ตาร์มินคือน่าย้ากกกกกมั่ยหวัยเเน้ววๆๆๆ อยากให้มีตอนพิเศษบับไปเดทกันสองคนตะมุตะมิๆเลยอะงรึ คือน้อนรุกเเลงมากแม่ อยากเห็นตอนโตด้วย ตอนที่น้องสูงกว่าเเล้วนัยเเฮชต้องเรียกพี่ติน เเง้ เเค่คิดก็เขินเเน้ว ////-////
    #1,120
    0
  5. #1119 นักอ่านออนไลน์' (@iamja) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 17:58
    แงร มีใครให้มากกว่านี้มั้ยคะ ความหน่วงเนี่ย ทั้งที่มันควรจะไปได้ดี ก็เข้าใจครสพิยุตล่ะนะ พิมัคต้องทำให้พิยุตเชื่อใจให้ได้แล้วเเหละ เพราะตัวเองก็ทำฝั่งนู้นไว้เยอะเลย
    #1,119
    0
  6. #1024 Hiphophop (@hubhup) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 20:06
    แง้ พอเหมือนจะดีเรื่องก็แย่ลง แต่เข้าใจพี่ยูตะเลยอ่ะ คนเป็นพี่จะเจ็บขนาดไหน เห้อ
    #1,024
    0
  7. #941 Cyrixc (@obcheoi-bell) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 14:21
    พี่ยูตะ TT แงซีนอารมณ์
    #941
    0
  8. #883 RayNyu (@RayNyu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 22:48

    หน่วงไปหมดแล้วข่า พราฉ้าว

    #883
    0
  9. #608 ooomilkooo (@supooomilkooo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 17:49
    พิม้าคคคนั่งเกากี้ต้าให้น้องฟัง งื้อ เขินจังเลยย คนซึนๆเค้าก็ทำแบบนร้อะเนาะ เขินกันทั้งคู่ คนอ่านก็เขินน เขินไปอีกตอนน้องบอกหัวใจหนูไม่เคยเบื่อพิม้าคเลยน้าา /ม้วนตัวสามตลบ ฮื่ออ ความแฮชาน ไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ แฮชชานก็คือแฮชาน พูดตามความรู้สึก น่าเอ็นดูมากๆๆ หลังจากน้องหลับไปนานนน เจอเจ้าตินๆเป็นคนปลุก มีจุ๊บด้วยตอนแรกนึกว่าพิม้าค5555 กริ๊ดด กำลังจะเขินอีกรอบ กลายเป็นเท้าเล็กๆสะงั้น เจ้าตารฺมินนน อินมากมั้ยย มีลวนลามพี่สะใภ้ เอ็นดู 555 เรื่องโน่อีกเสียดายที่ไม่ำด้ปรับคงามเข้าใจกันต่อหน้าก่อนโน่จะไปตปทอะ จริงๆด้วยความอบอุ่นของน้องนี่เราก็ตามเชียร์มาตลอดนะ เพราะอย่างที่พี่ใหญ่ืทำละเลยความรู้สึกของแฮชจนเราก็ใจไม่ดีไปด้วย แต่สุดท้ายก็เเพ้คนที่น้องรักจริงๆ สงสารพ่อพระรองมากๆๆ หวังว่าในอนาคตจะมีคนมารักโน่แบบที่โน่รักน้าา ส่วน เรื่องดราม่า ของ ผู้ ใหญ่มองในมุมของพี่ยุตะ เออเราก็จะทำอย่างนี้เหมือนกัน กับคนที่น้องรักแต่เค้าก็ทำลายความรู้สึกน้องมานับไม่น้วน อยู่ๆจะให้เรายอมรับเลย ไม่มีทางอยู่แล้ว ม้าคต้องผ่านด่านนี้ไปให้ได้นะ พิสูจน์ให้พี่ยุตตะเห็น คนบ้านนากาโมโตะ พิม้าคสู้ๆ
    #608
    0
  10. #602 mjharuharu (@mjharuharu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 09:05
    ฉากที่มาร์คพูดกับเจโน่นี่แบบ รู้สึกเอนไปทางเจโน่นิดนึงเลย5555 แหมๆๆแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของหนักมากก อยู่ๆก็อยากย้ายเรือ ไม่รู้มีใครคิดงี้บ้างไหม5555 ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มันกำลังดี แต่ก็นั่นแหละกลับไปนึกถึงวันแรกนั้น มาร์คลีก็ขุดหลุมฝังตัวเองจริงๆอะ แต่มันก็มีทางออกแหละ มาร์คลีฉลาดน่าจะคิดออก รู้สึกเข้าใจความรู้สึกของยูตะนะ รับรู้ทุกเรื่องตลอดอะ จะรู้สึกเจ็บแทนก็ไม่แปลก คงต้องใช้เวลาและความพยายามของมาร์คลีอะ แสดงให้พี่ยูตะและคนอื่นๆเห็นถึงความตั้งใจจริงข้างใน สู้ๆละกัน
    #602
    0
  11. #601 bebabm (@krisho2544) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 08:57
    หลายอารมณ์เเต่เข้าใจพี่ยูนะ คนเป็นพี่เนอะืก็ไม่อยากให้น้องเจ็บเเละยิ่งน้องเคยผิดหวังคนเป็นพี่เนาะก็ไม่อยากเห็นมันอีก
    #601
    0
  12. #600 fatymi (@fatymi) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 04:55
    โอ้ยแบบบเขินมากกกกตอนแรก ตอนนี้ดิ่งอีกละ..... คือเข้าใจพี่ยุต รู้ว่ามาร์คก็แย่ทำร้ายน้องมาเยอะ นี่ก็รับไม่ได่ แต่แบบตอนนี้มันกำลังดีขึ้น ทุกอย่างน่ารัก และถ้าพี่ยุตยังดื้อด้านยึดมั่นคำนั่นอีกมันก็ยิ่งทำให้แฮชานยิ่งเจบไหมอ่ะ ไหนว่าไม่อยากให้น้องเจบไง แบบนี้มันก็แย่ไหมอ่ะ ทบทวนใหม่นะพี่นะ แงงงง หน่วงพาร์ทเจโน่อีกกกกก โอ้ยยยย ไปๆมาๆ มาร์คก็น่าสงสารเฉย้ลย เหมือนจะได้อะไรมาง่ายๆ แต่ไม่ง่ายเลยอ่ะ ทำอะไรนิดหน่อยก็กระทบไปหมด มาร์คต้องมีสติมากๆๆๆแบบมากๆๆๆๆ ไม่งั่นทุกอย่างจะพังไปหมดจริงๆ ขอบคุณที่คุณมูนฉลาดฮือออ ในสถานการณ์งี้นึกไม่ออกเลยว่าต้องทำไง สู้นะมาร์คคค รักษาแฮชานไว้ให้ได้นะ นี่ยอมลงทีมพี่แล้ว อุตส่าตัดใจจากโน่ละจริงๆ อย่าทำให้ผิดหวังกันนะ T____T  โอ้ยยยเจบนม 5555555555 รอค่าๆ
    #600
    0
  13. #599 krachao_ (@sasiphak) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 21:11
    ฮือ เจ็บอ่ะ มันปวดใจไปหมดเลยฮือหงึหนูเส้า;-;
    #599
    0
  14. #598 INTOTHEDARK (@intothejmmm) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 20:41
    ยิ้มเขินเด็กหมีกับพิมาร์คอยู่ดีๆดันมาเศร้าซะงั้น ฮืออออ นี่ก็คิดๆไว้อยู่แล้วว่ามันคงไม่ง่ายขนาดนั้น พี่ยูตะทั้งรักทั้งหวงน้องขนาดนั้นคงจะไม่ยอมง่ายๆอ่ะ ก่อนหน้านี้น้องเสียใจเพราะพิมาร์คมาหลายครั้งแล้วพี่ยูตะก็คงเจ็บแทนเหมือนกัน ย้อนไปตอนแรกๆ นี่ยังไม่ชอบคุณมูนคนเก่าเลย เย็นชาเว่อร์ แต่พอมาดูตอนนี้แล้วบั่บ...ฮือออ ให้โอกาสคุณมูนเถอะนะคะ คุณมูนเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ สงสารเด็กๆเถอะนะพี่ ส่วนประเด็นเรื่องโน่กับแฮชนี่ยังไม่ได้เคลียร์กันเลย เจโน่ไปแล้วจริงๆหรอ คุณคนดีของน้องงง ขอหวงโน่ไว้ให้แฮชได้มั้ย คู่นี้ดีต่อใจมากๆเลยถึงเราจะทีมคุณมูนก็เถอะ จะเอาใจช่วยพิมาร์คนะ ภาวนาให้พี่ยูตะเปลี่ยนใจเถอะได้โปรดด
    #598
    0
  15. #597 cohata (@cohata) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 20:18
    ขอยาดรำคาญพี่ยูตะได้มั้ยคะ เข้าใจว่าไม่อยากให้น้องเสียใจ ไม่ชอบเห็นน้องร้องไห้เพราะมาร์ค แต่สิ่งที่ตัวเองทำแต่ละอย่างนี่นะ ตั้งแต่ดึงเจโน่เข้ามาทำให้ความสัมพันธ์เค้าวุ่นวาย แต่อันนี้จะไม่ด่ามาก เพราะถือว่าทำให้พี่และน้องเข้าใจความรู้สึกตัวเองชัดเจนขึ้น แล้วพอทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี มาร์คก็รักน้อง น้องก็มีความสุข ยังจะต้องการอะไรอีก จะแยกเค้าออกจากกันคิดว่าดีแล้วใช่มั้ย สุดท้ายตัวเองนั่นแหละจะทำน้องเจ็บที่สุด หึ่ย โมโห โมโหจนจะลืมความฟินก่อนหน้านี้ โมโหจนจะมองข้ามความเจ้าเล่ห์ลวนลามน้องของคุณมูนอยู่แล้ว 5555555
    #597
    0
  16. #596 mukgo_lee (@aoko) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 18:19
    เขินความคุณมูนมากกกกก เหมือนคู่รักแต่งงานใหม่แล้วฟีลแบบมีแฟนเด็ก ฟีลหลอกเด็กเลี้ยงต้อยไปอีก โง้ยยยย แทะโลมน้องตลอดดดด พี่เค้าร้ายนะคะ!! ใช้ห้องน้ำอะไร ไม่เหงเข้าใจ!! ที่ร้ายสุดคือตอนคุยกะโน่อะ สงสารน้อง ฮือ แต่ทั้งขำทั้งสงสารโน่ทั้งอุทานว่าเกลียดดดด ความคุณมูน! 55555 พูดอ้อมๆเนอะ ให้รู้ว่าแฮชานอยู่ในฐานะพี่สะใภ้แล้ว TwT ขอเป็นคนไปดามใจคุณคนเลี้ยงหมูค่า แฮชานหวั่นไหวกับเจโน่ คืออีกนิดเดียวถ้าคุณมูนพลิกมาดตัวเองไม่มันคงเสียน้องไปแล้ว คิดแล้วใจหายวูบๆ ที่น่ารักคือความพี่น้องตระกูลลี ใจๆ ยังไงก็รักกันTT_TT ขอให้โน่เจอคนดีๆนะน้อง
    พี่ยูตะ พี่ชายที่แสนดีของน้อลแฮชายจริงๆ คาอบครัวที่น่ารักของน้อง แง เข้าใจพี่ยูตะมากๆเลยนะ ตอนอ่านเรื่องนี้ตอนแรกที่พี่เค้ามาคุยกะคุณมูนให้ยอมให้น้องแฮชานอยู่บ้าน ตอนนั้นเรายังช้ำจนจะซดน้ำใบบัวบก ถึงกับลั่นวาจาว่าอยากให้คุณเค้าเจ็บปวดบ้าง! แต่ยูตะไม่ได้รับรู้ความรัก ความคิดของคุณมูนแบบเราๆถึงจะยอมอ่อนยอมให้อภัยความใจร้ายนั้นง่ายๆ ;( แต่อยากให้พี่เค้าให้โอกาส ฮือ อย่าพรากน้องจากกันเลยนะ T^T
    #596
    0
  17. #595 lmmd (@lmmd) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 16:35
    เป็นตอนที่เขินแล้วเศร้าไปพร้อมๆกัน ก็เข้าใจนะว่าความรู้สึกของคนเป็นพี่มันเป็นอย่างไงเห็นน้องร้องไห้เสียใจมาเยอะอ่ะพี่ก็เจ็บแทน TOT
    #595
    0
  18. #594 _pxofficial (@mypookt0068) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 16:33
    จะล้องไห้ฮืออ พี่ยูตะให้น้องรักกันเถอะนะฮือออออ
    #594
    0
  19. #593 MarkBaby (@mb2545) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 16:15
    พี่ยูตะจะใจแข็งเกินไปแล้ว ไม่ห่วงความรู้สึกมาร์คก้อห่วงความรู้สึกแฮชหน่อยก้อได้
    #593
    0
  20. วันที่ 23 กันยายน 2560 / 15:55
    หนูจะตายอยู่แล้วช่วยด้วยยยยยยยย;~; ทำไมอุปสรรคเยอะขนาดนี้คะะะะ ในแง่ของความรักเด็กม.ปลายอย่างมาร์คคือมันหนักมาก ทำไมทุกคนต้องบีบพี่เขาด้วยอ่ะก็รักน้องไปแล้วไงจะมาบอกให้ไม่รักน้องได้ยังไง เข้าใจที่พี่ยูตะรักน้องตัวเองมากๆๆเหมือนจะเข้าใจแฮชานแต่ก็เข้าใจไม่หมด พี่มาร์คเคยทำไม่ดีกับแฮชานก็จริงแต่อย่าลืมนะว่าความสุขของแฮชานคือพี่มาร์คคนที่มีสิทธิ์ตัดสินใจควรเป็นแฮชานสิคะ?? //ส่วนมาร์ตินของเราน้องมีความจริงจังในระดับนึงถูกมั้ย55555555 เสียใจด้วยคับคนนี้พี่ใหญ่เขาจองไว้แล้ว ฮุฮุ ไม่เป็นไรนะมาร์ตินเราเชื่อว่าตินยังเด็กยังพอที่จะเรียนรู้ความสดใสจากคนใกล้ตัวอย่างแฮชานได้ คุณมูนคนเล็กจะต้องได้รับความรักมากๆแน่ๆ เยิฟฟฟ<3 ถ้าแฮชานเป็นดาวก็คงเป็นดาวเหนือที่มีแสงสว่างของตัวเองคอยส่องความสดใสให้กับพระจันทร์สองดวงนี้แน่ๆเยยยงื้อออ><
    #592
    0
  21. #591 Kwan_Sekai94 (@kwanmasuda) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 15:35
    แง๊!!!! ไม่เอาดิ นี่เตรียมสงสารทั้งน้องทั้งพี่เลยนะ
    ฮือออออออ อย่าทำอย่างนี้
    ถ้าน้องสอบติด แล้วพี่ยูตะจะให้น้องกลับแคนาดาจริงๆเหรอ
    จะให้น้องเลิกยุ่งกับพี่มาร์คด้วยใช่มั้ย งือออออ
    พี่ยูตะตอนนี้น้องรักกันแล้วน๊าาาาาา
    #591
    0
  22. #590 b_byul (@stangjiyong) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 10:29
    ชอบคู่นี้ด้วยยย หาแฮชานมาให้มาร์ตินอีกสักคนได้มั้ยคะ555555555
    #590
    0
  23. #589 _pxofficial (@mypookt0068) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 09:11
    คุยอะไรกันแบบผู้ใหญ่คะะะะะ
    #589
    0
  24. #588 mxchis (@Mochieieis) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 07:54
    มาร์คคุยอะไรกับยูตะอ่ะฮือออออ
    #588
    0
  25. #587 krachao_ (@sasiphak) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 17:48
    ตรั่ยล่าวโอ้ยยยยยยย จะว่าแฮปปี้ก็แฮปปี้อ่ะค่ะ แต่กลัวใจที่เหลือจังเลยฮื่ออออแฮปปี้เหอะะะะะ
    #587
    0