[NCT] Selenophile #Markhyuck | #Markchan

ตอนที่ 12 : CHAPTER 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,451
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 156 ครั้ง
    16 ส.ค. 60

CHAPTER 12

 

            มาร์คลีเหลือบมองรองเท้าของคนที่เดินอยู่ข้างหน้าตลอดทางกลับบ้าน ทั้งแฮชานและเขาย่ำเชื่องช้าเหมือนต้องการจะซื้อเวลาให้นานกว่านี้ รู้สึกแปลกๆเกินกว่าจะเดินข้างกันเหมือนที่ทำมาทั้งวัน ทว่าอย่างนั้นก็ยังคงก้าวไปพร้อมกันอย่างสม่ำเสมอ

            แฮชานเงยหน้ามองไฟจากเสาสูงที่กระพริบยามเดินผ่าน น่ากลัวแต่ก็ยังอุ่นใจ พี่มาร์คเดินอยู่ข้างหลังห่างไปไม่กี่ก้าว แม้จะไม่ได้พูดอะไรกันแต่ก็รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว มือเล็กถูกยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย สับสน และใจสั่น—ไม่เข้าใจพี่มาร์คเลยตอนนี้ แฮชานยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดี เหมือนว่าเขากำลังฝันทั้งๆที่ลืมตา และถ้าหากไม่มีคู่รักคู่หนึ่งเปิดม่านเข้ามาก็คงไม่อาจหลุดพ้นจากสถานการณ์ตรงนั้นได้ แน่นอนว่าแฮชานไม่ลืมที่จะหยิบสติ้กเกอร์ที่ถ่ายมาทั้งหมด รีบซุกมันไว้ใต้ก้นกระเป๋าเป้ของเขาราวกับเป็นของต้องห้ามที่จะให้ใครเห็นไม่ได้

            มาร์คลีขมวดคิ้ว ก้มหน้าเดินตามโดยไม่มองด้านหน้า—สรุปวันนี้มันจบดีหรือไม่ดี?

          “อะ โอ้ย” แฮชานยกมือขึ้นกุมหัวตัวเอง ลูบๆคลึงตรงที่พี่มาร์คเดินมาชน คนพี่เองก็ไม่ต่าง พึ่งมีสติก็ตอนที่เอาคางไปกระแทกกับหัวของอีกคนนั้นแหละ

            “หยุดทำไมล่ะ” กระแอมกระไอก่อนจะทำหน้าดุ

            “ก็ ก็—ถึงบ้านแล้ว” เดทแรกจบแล้ว

            แฮชานหันกลับไปทำปากงุ้ยๆพลางลูบหัวตัวเองที่เจ็บไปพลาง ยกมือขึ้นปัดยุงที่บินผ่านหน้าไปก่อนจะช้อนตาขึ้นมองคนพี่ที่จู่ๆก็เงียบ

            “งั้นหนูเข้าบ้านก่อนนะ เดี๋ยวพี่มาร์คค่อยตามไป” ถึงจะเอ่ยเหมือนไม่มีอะไร ทว่าเต็มไปด้วยความน้อยใจ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมพี่มาร์คต้องปิดเรื่องที่ไปด้วยกันเป็นความลับด้วย แต่ถ้าถามไปก็กลัวจะเถียงกันอีก ไม่อยากทะเลาะกับพี่มาร์ค อย่างน้อยวันนี้ก็มีความสุขมากๆแล้ว

            “อือ” มาร์คลีเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็เก็บเอาไว้เหมือนทุกครั้ง เขาทำเพียงพยักหน้าก่อนที่แฮชานจะหมุนตัวกลับไป “แฮชาน”

            “หืม” เจ้าของดวงตาใสซื่อหันกลับมาตามเสียงเรียก “พี่มาร์คมีอะไรเหรอ”

            “เข้าบ้านดีๆ”

            แฮชานขมวดคิ้ว ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ แล้วยังจะเสมองที่อื่นอีก

            “หมายถึงว่า เจอกันบนห้อง” รู้ว่าน้องกำลังสงสัยก็เลยอธิบายเพิ่ม

            “อื้ม เจอกันบนห้องนะ” แฮชานยิ้มรับก่อนจะวิ่งเข้าบ้านไป

            

               มาร์คลีพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นกุมใจตัวเองที่เต้นรัวเร็วจนนึกคำพูดเมื่อกี้ไม่ออก ขายาวก้าวไปที่ข้างกำแพงบ้านของตัวเอง ยืนพิงหลังอย่างหมดแรงเพียงเพราะเรื่องราวก่อนหน้านี้ แฮชานเข้าบ้านไปแล้ว เสียงประตูเหล็กหน้าบ้านบอกเขาอย่างนั้น

            —มึงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆมาร์คลี

            หลับตาเอนหัวกับข้างกำแพง ถามตัวเองซ้ำๆถึงสาเหตุของความไม่ปกติในใจตอนนี้ เขาอยากจะต่อว่าแฮชานเรื่องจูบนั่น แต่แล้วก็ไม่กล้าพูดถึง เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยหลุดออกจากการควบคุมแบบนี้

 

            “อ้าวพี่มาร์ค มายืนทำอะไรตรงนี้เหรอครับ”

            เปลือกตาคมค่อยๆขยับ มาร์คลีลืมตามองเจ้าของเสียงใสที่เอ่ยทัก เขาขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อนึกได้ว่าอีกคนเป็นใคร

            “พอดีว่าผมมาหาพี่ชายน่ะครับ เขามาบ้านเพื่อน แต่ไม่รู้ว่าบ้านหลังไหน”

            มาร์คลียังคงเงียบ แม้ว่าเด็กที่ชื่อเหรินจวิ้นอะไรนั่นจะเดินก้าวยาวเข้ามาหา ส่งยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร

            “พี่พอจะรู้จักบ้านของ

            “ไม่”

            มาร์คลีตอบแค่นั้น หันหลังให้ และเดินเข้าบ้านของตัวเองทันที ทิ้งเหรินจวิ้นให้งงเป็นไก่ตาแตก จริงๆก็เคยได้ยินมาว่ามูนมาร์คเย็นชาจนน่ากลัว แต่ไม่คิดเลยจริงๆว่านอกจากน่ากลัวแล้วยังเป็นคนไร้น้ำใจขนาดนี้ด้วย

            “ไม่ง้อก็ได้วะ”

            เหรินจวิ้นยู่ปาก เตะหินแถวนั้นไปก้อนหนึ่งก่อนจะล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋าออกมา กดเข้าแชทไลน์และอ่านข้อความภาษาจีนในห้องแชทของพี่ชาย

            “เอ—บ้านลี บ้านลีอยู่ไหนนะ

 

XXXXX

 

            “กลับมาแล้วครับ”

            แฮชานเอ่ยเสียงสดใสขณะก้มเก็บรองเท้าคู่ใหม่เข้าตู้ มือเล็กหยิบเอาเจ้าสลิปเปอร์สีเหลืองมัสตาร์ดออกมาใส่ และทันทีที่เงยหน้า—ยะ อยู่กันครบเลยแหะ

          “แฮชาน! ไปไหนมา! ทำไมกลับดึกขนาดนี้ พี่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าโทรต้องรับ ทำไมโทรไม่ติด!

            เจ้าของเรือนผมสีแดงเกือบหงายหลังทันทีที่ได้ยินพลังเสียงของพี่โดยอง ตากลมหลับลงก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆเพื่อมองดูว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ฝันไป พี่โดยองขมวดคิ้วหน้าแดงปากสั่นเหมือนจะร้องไห้ ถัดไปข้างๆเป็นพี่แทยงที่ถอนหายใจส่ายหัวรัวๆ และคนที่เด็ดที่สุดคุณนากาโมตะคนนั้นน่ะ งื้อ ทำหน้ายักษ์เหมือนตอนที่รู้ว่าหนูแอบไปแคมป์กับเพื่อนตอนเกรดแปดเลยล่ะ ไม่ได้การล่ะ แฮชานลากสายตาไปหาคนที่ยืนอยู่ข้างพี่ชาย พี่วินวิน! แฟนชาวจีนที่พี่ยูตะพาไปเยี่ยมบ้านที่แคนนาดาบ่อยๆ ถ้าจะมีใครที่ช่วยหนูได้ตอนนี้ก็มีแต่พี่วินวินเนี่ยแหละ

            “พี่วินวินจ๋า” เขยิบเข้าไปเกาะแขนเจ้าของชื่อที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

            “ฮะ แฮชาน เหนื่อยมั้ย” ว่าที่พี่สะใภ้ใจดีเหมือนทุกครั้ง วาดแขนมาคล้องเอวแฮชานไปหลบข้างๆให้ห่างจากพี่โดยองและพี่ยูตะ ลูบผมสีแดงนั่นอย่างเอ็นดู

            “อื้ม หนูเหนื่อยม๊ากมาก อยากพัก

            “ไม่ต้องไปอ้อนวินวินเลยนะคุณคนเล็ก! รู้ไหมว่าทำอะไรลงไป พี่เกือบจะไปแจ้งความกันอยู่แล้ว!

            แฮชานรีบหลบอยู่ด้านหลังพี่วินวิน ใช้คนรักของพี่ชายเป็นเกราะกำบัง ตบตีกับตัวเองที่ลืมไปซะสนิทว่าบอกกับพี่โดยองไว้ว่าจะกลับก่อนมื้อค่ำ หนำซ้ำโทรศัพท์แบตยังหมดเกลี้ยงตั้งแต่ในโรงหนังด้วย—หนูอยากจะทุบหัวตัวเองเสียจริง!

            “พี่ยูตะ อย่างน้อยแฮชานก็กลับมาแล้ว ผมว่า

            “วินวิน อย่าให้ท้าย!” เด็กหนุ่มชาวจีนก้มหน้ามองเท้าทันที ปกติแล้วนากาโมโตะคนพี่เป็นคนอารมณ์ดี น่ารัก ใจเย็นมาก แต่อย่าให้โมโหเชียว เข้าหน้าไม่ติดสุดๆ

            “พี่ยูตะตะคอกใส่พี่วินวิน หนูจะฟ้องคุณแม่!!!” แฮชานโผล่หน้าออกมาจากหลังพี่ชายชาวจีน ชูนิ้วโป้งใส่คนพี่พร้อมเบ้ปาก

            “เอาสิ! พี่จะได้บอกคุณแม่เหมือนกันว่าวันนี้ลูกชายตัวดีหายออกไปจากบ้านน่ะ ดูสิ ว่าใครมันจะเดือดร้อนกว่ากัน!

            แฮชานเงียบกริบ ไม่กล้าโผล่หน้าออกไปอีก ปากเล็กเม้มเข้าหากัน ถ้าพี่ยูตะฟ้องคุณพ่อคุณแม่ หนูต้องโดนลากกลับแคนนาดาแน่ๆเลย

            “ว่าไง? จะให้พี่ฟ้องคุณแม่มั้ย?” ยูตะเองก็เดือดจัด แฮชานเห็นอย่างนั้นจึงยอมออกมาเผชิญหน้าตรงๆ

            “มะ ไม่เอา ไม่ฟ้องน้า” เบะปาก หันมองพี่โดยองขอความช่วยเหลือ แต่พี่เลี้ยงผู้ใจดีก็หันหนี ฮื่อ หนูโดนโกรธเข้าให้แล้ว

            “อย่าโกรธหนูน้า น้า” กระทืบเท้างอแง ไม่เอา ใครก็ได้เข้าข้างหนูหน่อย

            แฮชานเดินไปเกาะแขนใครก็มีแต่คนเมินหน้าหนี แม้แต่พี่ยูตะเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เสมองอย่างอื่นเหมือนไม่อยากมองหน้าหนูอีกต่อไปแล้ว ทุกคน—อย่าทำอย่างนี้สิ

            “ฮะ แฮชาน ไม่ร้องไห้สิ” เป็นมือของพี่วินวินที่เข้ามาจับไหล่ก่อนจะดึงไปกอดปลอบ ลูบหัวให้อีกคนหยุดสะอื้น

            “ขึ้นไปอยู่บนห้องไป คุยตอนนี้ก็มีแต่จะโมโหกว่าเดิม”

            “พี่ยูตะ!” แฮชานผละออกจากอกของพี่วินวิน หันมาตะคอกกลับพี่ชายทั้งน้ำตา

            “มีสิทธิมาตะคอกใส่พี่เหรอ เราเองไม่ใช่เหรอที่ผิดน่ะ แล้วยังจะมางอแง ขอให้คนอื่นเขาไม่โกรธ ทั้งๆที่ความจริงควรจะพูดคำว่าขอโทษไม่ใช่หรือไง!

            เบะหนักกว่าเดิม หนูคิดไม่ทัน หนูกลัวไปหมดแล้วนี่นา กลับมาก็โดนดุไปหมดแบบนี้ใครจะไปตั้งตัวทัน แล้ว ฮึก แล้วอีกอย่าง ก็ฟังหนูกันก่อนซิ แบตมือถือมันหมดแล้วมันความผิดหนูหรือไงเล่า!

            “หนูไม่ผิดสักหน่อย!” เถียงอย่างเอาแต่ใจ ถ้าฟังเหตุผลกันสักนิดก็จะไม่โกรธหรอก อีกอย่างหนูก็หนักใจนะที่เป็นอย่างนี้ ต้องคอยโกหกแบบนี้น่ะ!!!

            “แล้วใครผิด ห๊ะ? พี่ถามว่าใครผิด!” ยูตะตะคอกกลับอย่างเดือดดาน พุ่งตัวจะเข้าไปกระชากแขนน้องมาใกล้ ดีที่แทยงรั้งเอาไว้ทันไม่งั้นคงมีคนโดนฟาดก้นแน่ๆ

            “พอๆ พอกันทั้งพี่ทั้งน้องนั่นแหละ” ลีแทยงเอ่ยอย่างใจเย็น เหลือบมองโดยองที่พยายามหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเองหลังจากเกือบจะเป็นบ้ามาตลอดทั้งบ่าย “แฮชาน คืนนี้ลองนอนคิดทบทวนดูนะ จะลองถามพี่มาร์คก็ได้

            “จะถามอะไร เขาคงอยากให้ถามหรอก เด็กน่ารำคาญแบบนี้!

            “พี่ยูตะ!!!!!!” แฮชานตะโกนทั้งน้ำตา ใจร้าย พี่ยูตะใจร้ายที่สุด!

            “เห้ย มึงพอเถอะ มึงเองก็ผิดไม่ใช่เหรอ วันเสาร์แทนที่จะให้เวลากับน้อง แต่มึงก็เลือกไปกับแฟน กูเป็นแฮชานกูก็ไม่อยากอยู่ป่ะ บ้านอ่ะ” แทยงขมวดคิ้ว ไม่ได้จะเข้าข้างแฮชานหรอก แต่เห็นหน้าเด็กผมแดงตอนนี้แล้วก็อดสงสารไม่ได้ ประโยคที่ยูตะพูดก่อนหน้านี้ก็แรงเกินไปจริงๆ

            “พอเถอะ ค่อยคุยกันวันอื่น” โดยองเริ่มมีสติขึ้นมาบ้างแล้ว “แฮชาน ขึ้นไปอาบน้ำแล้วนอนซะ” เอ่ยสั่งอย่างเข้มงวดจนวินวินต้องยอมปล่อยให้เด็กตัวเล็กเดินจากไป แฮชานเลี้ยวขึ้นไปทางบันได

            “ไปพักกันเถอะ วันนี้เครียดมาเยอะแล้ว” แทยงนวดไหล่เพื่อน หันไปมองโดยองอย่างเป็นห่วงด้วย ทุกคนพยักหน้าช้าๆ ทว่า

          “กลับมาแล้วครับ”

            ยังไม่ทันที่โดยองจะหันกลับเข้าไปดูมาร์ตินหลังจากฝากเจโน่ให้ช่วยส่งเข้านอน เสียงทุ้มคุ้นเคยของมาร์คลีก็ดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเปิดประตูเข้าบ้าน ก้มถอดรองเท้าเก็บเข้าตู้ วางข้างๆกับรองเท้าที่เหมือนกันอีกคู่ ดึงสลิปเปอร์ออกมา

          “มีอะไรกันหรือเปล่า” ตาโตขึ้นมาทันที ไม่ทันได้มองว่าพวกพี่ๆยืนหน้าเครียดต้อนรับเขาอยู่

            “ไปไหนมา” เป็นแทยงที่เอ่ยถาม น้ำเสียงจริงจังจนมาร์คลีนิ่งไปครู่หนึ่ง

            “ก็บอกว่าไปคุยงานกับรุ่นน้องไง”

            “รุ่นน้องคนไหน”

            โดยองจี้ถาม นี่ก็อีกคน เหลวไหลมากๆ ปกติมาร์คลีไม่ใช่อย่างนี้

            “ก็” อ้ำอึ้งจนทุกคนขมวดคิ้ว ทำไมตอนนี้ถึงไม่อยากโกหกเลยนะ “ก็

            “ก็อะไรมาร์ค? มีความลับกับพี่ทำไม แล้วถ้าไปทำงานจริง ทำไมถึงไม่ได้พกอะไรไปเลย” โดยองเริ่มขมวดคิ้ว กวาดสายตามองน้องชายในการดูแลตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วก็แปลกใจ ไม่ได้โง่ และก็พอจะเดาได้ว่ามันต้องเป็นวันที่พิเศษของมาร์คลี แต่งตัวหล่อเนี้ยบขนาดนี้

            “ขอโทษนะครับที่มารบกว

            ทั้งหมดหันมองคนมาใหม่ทันที เหรินจวิ้นสะดุ้งหยุดพูดก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแหยๆ

            “คือ ประตูมันไม่ได้ล็อก แล้วผมก็กดออดนานแล้วด้วย ก็เลย

            มาร์คลีขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย ไม่คิดว่าบ้านที่เด็กเหรินจวิ้นกำลังตามหาคือบ้านของเขา—บังเอิญจนอยากจะเป็นบ้า!

            “เอ่อ ทุกคนครับ นี่เหรินจวิ้น ลูกพี่ลูกน้องของผมเอง” มาร์คลีหันกลับมามองพี่วินวิน แฟนของพี่ยูตะที่เคยมาค้างที่บ้านหลังนี้บ่อยๆ “บังเอิญวันเสาร์นี้เหรินจวิ้นจะมาค้างที่คอนโดของผมน่ะครับ แต่ว่ามีเรื่องวุ่นๆแล้วก็คิดว่าอีกนานกว่าจะได้กลับ ก็เลยให้น้องมาเอากุญแจที่นี่”

            “สวัสดีครับทุกคน”

            ยิ้มแห้งเพราะทุกคนที่บ้านนี้ดูไม่มีกะจิตกะใจจะต้อนรับเสียเท่าไร โดยเฉพาะมาร์คลี

            “รู้จักกันเหรอ” เด็กสองคนสะดุ้งทันทีที่โดยองเอ่ยถาม ไม่ได้จะสงสัยหรอกนะ แต่มาร์คลีเองก็ดูตกใจที่เหรินจวิ้นเดินเข้ามา “พี่ถามน่ะมาร์ค”

            “เอ่อ เคยเจอที่โรงเรียนอยู่บ้าง”

            “ครับ” เหรินจวิ้นตอบเบาๆ รู้สึกเหมือนว่ารุ่นพี่มาร์คจะกลัวๆเกรงๆพี่ชายหน้ากระต่ายตรงหน้าเสียเหลือเกิน

            “จริงเหรอ?” โดยองลองเชิง “งั้นตอนอยู่ที่โรงเรียน มาร์คลีมีแฟนหรือเปล่า”

            “พี่โดยอง จะบ้าเหร” มาร์คลีแหว เขาไม่คิดว่าโดยองจะสงสัยจนทำอะไรแบบนี้

            “พี่ถามเหรินจวิ้น ทำไมต้องร้อนตัวขนาดนั้นด้วย หรือว่าที่ออกไปวันนี้ ออกไปเดทกับแฟน?”

            “ไม่ใช่นะ!

            “มาร์ค ตะโกนใส่พี่โดยองได้ไง” แทยงปราม เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ามาร์คลีไปทำอะไรมา กลับดึกแบบนี้มันผิดวิสัยจริงๆ แน่นอนว่ายูตะเองก็รู้สึกไม่ต่าง

            “ช่างเถอะ เลิกสงสัยเรื่องไม่เป็นเรื่องสักที” ตัดความรำคาญ ทำท่าจะเดินผ่านไปทว่าถูกแทยงรั้งให้ไปยืนข้างเหรินจวิ้นที่เดิม

            “งั้นก็ตอบมาว่าไปกับใคร” พี่ยูตะพยายามต้อน

            “ว่าไงมาร์ค ที่บอกว่ารุ่นน้องน่ะ ใคร?” โดยองย้ำ ยังไงซะวันนี้ก็ต้องรู้ให้ได้

            “ก็” มาร์คลีหันซ้ายหันขวาก่อนจะสะดุดเข้ากับแขกที่เพิ่งจะเข้ามาเหยียบบ้านเขาเป็นครั้งแรก สมองอัจฉริยะหาทางออกให้ตัวเองได้แล้ว ทว่าบางอย่างในใจก็ไม่อยากโกหกอีกต่อไปแล้ว ถ้าแฮชานได้ยิน กลัวว่าจะทำให้น้อยใจอีก

            “มึงไปเดทแน่ๆ กูพูดถูกมั้ยมาร์ค” แทยงเร่งรัด ยกยิ้มร้ายให้น้องชายที่หน้าเครียดสุดๆ

 

            —ขืนตอบว่าแฮชาน เรื่องยาวแน่

 

          “ไม่ได้เดท ใช่มั้ยเหรินจวิ้น” เอ่ยด้วยเสียงเรียบเฉย ทำเอาพี่ทุกคนหน้าเหวอไปตามๆกัน

            “ห้ะ?” แขกหันมองเจ้าบ้านอย่างไม่เข้าใจ ทว่าเพียงครู่เดียวที่มองตามาร์คลี“คครับ ไม่ได้เดท”

            “หมายความว่าไง? หมายความว่าไปด้วยกัน?” โดยองขมวดคิ้ว ทำหน้าเหมือนจะผิดหวังก็ไม่ปราณ

            “อืม” มาร์คลีตอบแค่นั้น ไม่อยากสาวความยาวต่อ “จบแล้วใช่มั้ย จะได้ไปพัก นายเองก็กลับได้แล้ว” หันไปตีเนียนใส่เหรินจวิ้นทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่แม้แต่จะมองหน้าอีกคน

            “เดี๋ยว!” โดยองยกมือห้ามก่อนจะกุมหน้าผากตัวเอง “คือยังไง? คบกันเหรอ?”

            มาร์คลีถอนหายใจ “ไม่ได้เดท แล้วจะเรียกคบได้ไง” หงุดหงิดแล้วนะ

            “แล้วไปด้วยกันได้ไง?” แทยงสงสัย ไม่อยากจะเชื่อว่ามาร์คจะออกไปไหนมาไหนกับใครได้ ขนาดไอ้เด็กลูคัสที่สนิทกันมาตั้งแต่เข้ามัธยมยังไม่เคยเห็นออกไปไหนด้วยกันเลย

            “ก็” มาร์คลีก้มมองรุ่นน้องที่ก้มหน้างุดๆ

 

          “นะครับรุ่นพี่ รุ่นพี่รับแผนพับนี่ไปอ่านก่อนก็ได้ ถ้าสนใจ วันเสาร์ก็ไปเจอกันที่ร้านคาเฟ่ข้างๆโรงเรียนนะครับ”

           

            “เรื่องชมรมน่ะ” เหรินจวิ้นหันขวับทันทีที่ได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มน้อยๆผุดขึ้นบนใบหน้า

            “ชมรม?” โดยองยังไม่เลิกสงสัย

            “ชมรมอนุรักษ์ป่าไม้ครับ” มาร์คลีเพียงพยักหน้าส่งๆ เพราะมีคนตอบแทนแถมยังดูมีความสุขสุดๆ “พี่มาร์คจะไปค่ายอาสาน่ะครับ”

            “หะ?” เจ้าของชื่อตาโต หันไปมองหน้าเหรินจวิ้นที่กำลังยิ้มอย่างดีใจ เดี๋ยวนะ เอางี้เลยเหรอ? มัดมือชกชัดๆ ทว่าทันทีที่จะเอ่ยปฏิเสธก็นึกขึ้นได้ว่ามีสายตาสี่คู่ของพวกพี่ๆมองดูอยู่

            “จริงเหรอมาร์ค?” แทยงเลิกคิ้ว

            มาร์คลีหลับตาข่มความขัดใจตอนนี้ “อืม” ว่าแล้วก็ค้อนใส่ไอ้เด็กเหรินนั่น “แค่นี้แหละ จบนะ จะไปอาบน้ำแล้ว”

            มาร์คลีพูดแค่นั้น ก้าวยาวๆโดยไม่หันไปสนใจเสียงของเหรินจวิ้นอีก

            “พี่มาร์คครับ วันจันทร์ไปเจอกันที่ห้องชมรมนะ!

           

          —ไอ้เด็กบ้า! ให้ตายเถอะ!


          เดินกระแทกส้นขึ้นบันไดอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง ขยับปากสาปแช่งไอ้เด็กหัวหน้าชมรมอนุรักษ์นั่นอยู่คนเดียว ทว่า

            แฮชานยืนหลบมุมอยู่ที่บันไดขั้นรองสุดท้าย และทันทีที่ดวงตาเปื้อนน้ำหันมาสบตากับคนพี่ เหมือนลมหายใจของมาร์คลีถูกช่วงชิงไป

            “พี่มาร์ค นั่นใครเหรอ” คนนั้นที่พี่มาร์คกล้ายอมรับว่าไปกับเขา

            ได้ยินหมดเลยงั้นเหรอมาร์คลีก้มหน้า ค่อยๆเดินขึ้นไปหา

            “ไปคุยกันในห้องเถอะ” มาร์คลีพูดเสียงเบา ยื่นมือไปกุมมือเล็กเอาไว้ ทว่าเมื่อออกแรงจูงกลับไม่เป็นผล

            “หนูอยากรู้” แฮชานก้มหน้ามองขั้นบันได “หนูอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร”

 

            —ทั้งๆที่หนู ยอมทะเลาะกับทุกคนเพื่อไม่บอกใครว่าเราไปด้วยกัน ทั้งๆที่หนูทำขนาดนั้น

 

            “ไม่ใช่หนูเหรอ—คนที่ไปกับพี่มาร์ควันนี้ มันเป็นหนูไม่ใช่เหรอ?”

          “แฮชาน” มาร์คพ่นลมหายใจ เขาก้าวลงไปยืนบนบันไดขั้นเดียวกับน้อง สายตาผิดหวังของแฮชานทำเอาอัจฉริยะทำอะไรไม่ถูก “เราเข้าไปคุยกันในห้อ

 

            ปึก!

            ทั้งมาร์คและแฮชานหันไปทางต้นเสียงทันที เหมือนทุกคนต่างตกใจ มาร์คลีถอนมือออกไปก่อนจะยกขึ้นเสยผมอย่างขัดใจเมื่อต้องเจอสถานการณ์ที่มันยุ่งยากอีกครั้งในรอบวัน เป็นแฮชานที่ก้าวขึ้นไปหาอีกคนที่ออกมาจากห้องของมาร์ตินแล้วบังเอิญได้ยินเรื่องที่ไม่ควรไปได้ยิน เจโน่ปล่อยของเล่นตกจากมือเพราะความตกใจ ไม่คิดว่ามันจะไปขัดบทสนทนาลับๆของคนสองคนตรงหน้า

            “โน่” แฮชานเอ่ยเบาๆ แตะมือที่กำแน่นของเพื่อน

            “ไหนบอกพี่โดยองว่าไปดูหนัง” เจโน่พูดออกไปอย่างนั้น ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอกำมือ ทำไมเขาต้องโมโห ทำไมกันนะ ทว่าแค่คิดว่าตลอดเวลาที่เขาเป็นห่วงอีกคนจนแทบจะเป็นบ้า แฮชานกลับไปอยู่กับพี่มาร์ค แค่คิดแบบนั้น—เสียใจว่ะ

            “เรื่องนั้นน่ะ” แฮชานขมวดคิ้ว กัดริมฝีปากว่าจะพูดดีไม่พูดดี เจโน่มองข้ามไหล่เล็ก พี่ชายของเขามีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง ยืนกอดอกพิงราวบันไดเหมือนเรื่องนี้เป็นเรื่องของแฮชานคนเดียว

            “โน่” หันกลับมาสนใจแฮชาน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปากน่ารักนั่นจะพูดอะไรที่ทำให้เขารู้สึกดี อย่างน้อยก็คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปเพราะอยู่ที่นี่ กดโทรออกหาแฮชานซ้ำๆเหมือนคนโง่แบบนั้น “โน่อย่าบอกใครได้มั้ย”

 

            —แต่นี่คือสิ่งที่แฮชานตอบแทนความเป็นห่วงทั้งหมดนั่น  

 

            แต่ที่น่าโมโหกว่านั้นคือท่าทางไม่สนโลกของพี่มาร์คนั่นแหละ! ถ้าเจโน่ตัดสินใจบอกพี่คนใดสักคนข้างล่างนั่น คนที่จะเป็นปัญหาน่ะคือพี่มาร์คไม่ใช่เหรอ? แต่แฮชาน แฮชานต้องแบกหน้ามาขอร้องเขา ทั้งๆที่ตัวเองก็เจ็บจนไม่รู้จะเจ็บยังไงที่ได้ยินว่าพี่มาร์คมันเลือกจะบอกทุกคนว่าไปกับคนอื่น

            “ไปนอนพักซะแฮชาน” ข่มอารมณ์ตัวเองแล้วพูดไปแบบนั้น

            “ไม่เอาอ่ะ โน่โกรธเราเหรอ” แฮชานเขย่าแขนงอแง

            เรื่องโกรธน่ะคงโกหกไม่ได้หรอก แต่ถึงยังไงก็คุยตอนนี้ไม่ไหวอยู่ดี

            “เข้าไปในห้อง” เจโน่บอกอีกรอบ

            “แต่โน่

            “เราไม่บอกใครหรอก สบายใจหรือยัง?” ตอบกลับไปด้วยอารมณ์ทั้งหมด มือเล็กค่อยๆคลายออก แฮชานพยักหน้าก่อนจะเดินคอตกเข้าห้องไป และในนาทีที่ประตูปิดลง

         

            “พี่มาร์ค” รั้งเอาไว้ เพราะมาร์คลีทำท่าจะเดินเข้าห้องไปอีกคน ทำเหมือนไม่เห็นว่าเจโน่ยืนอยู่ตรงนี้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “พี่ทำแบบนี้กับแฮชานทำไม”

            “ทำอะไร” เอ่ยทั้งที่ไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ มาร์คลีจ้องมองบานประตูห้องนอนของตัวเอง ในขณะที่เจโน่มองบันไดขั้นสุดท้าย

        

               “พี่ให้ความหวังแฮชาน—แล้วก็จะทำลายมันใช่มั้ย” 



 

            “จะนอนอย่างนี้ทุกวันเลยเหรอ”

            เจโน่พ่นลมหายใจทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในบ้าน หิ้วถุงสารพัดขนมวางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟาก่อนจะเบียดตัวนั่งข้างๆอีกคนที่นอนเหยียดตัวยาวพร้อมกอดตุ๊กตาหมีน่าตาน่าเกลียดไว้ในอ้อมแขน

            “งื้อ”

            แฮชานร้องครางออกมาทั้งๆที่ยังหลับตาทันทีที่เพื่อนตัวสูงเล่นพิเรนท์อย่างแยงนิ้วเข้ามาในรูจมูก เจ้าของเรือนผมแดงขยับตัวพลิกเข้าหาพนักโซฟาแล้วพยายามข่มตาหลับอีกครั้ง เจโน่มองแล้วลอบขำ ทว่าเพียงครู่เดียวที่สังเกตเห็นใต้ตาคล้ำของอีกคน รอยยิ้มขบขันเมื่อครู่ก็ค่อยๆจางหายไปจากใบหน้าหล่อคม

            “หมู ทำไมช่วงนี้เอาแต่นอน”

            ครบสัปดาห์แล้วที่เจโน่เปิดประตูมาเจอแฮชานนอนหลับอยู่ที่โซฟาทุกเย็น หลังจากเรื่องคืนนั้นก็ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะมีปัญหากับพี่มาร์ค อันที่จริงเท่าที่สังเกต—เหมือนว่าพี่ชายของเขาจะพยายามตีตัวออกห่างแฮชาน แต่ไม่ต้องถามหรอกนะว่าอีกคนพยายามทำแบบเดียวกันหรือเปล่า ไม่เลย แฮชานยังคงมองพี่มาร์คตาละห้อยทุกวันตอนร่วมโต๊ะทานอาหาร พยายามจะพูดด้วย พยายามไปหมดซะทุกอย่างจนสภาพตัวเองเป็นแบบนี้

            “แฮชานอ่า” จิ้มที่เอวคอด ตอนนี้ไม่เหลือเนื้อนิ่มๆให้เล่นแล้ว แฮชานเล่นกินไม่ได้แถมยังนอนไม่หลับขนาดนี้ “ครบอาทิตย์แล้วนะที่หงอยแบบนี้”

            เจโน่ขมวดคิ้ว เขาพยายามคิดทบทวนว่าทำไมพี่มาร์คถึงทำแบบนี้กับแฮชาน—เพราะคำพูดของเราคืนนั้น? พี่มาร์คอาจคิดได้ว่าไม่ควรให้ความหวังแฮชาน ก็เลยกลับไปเป็นคนเย็นชาเหมือนเดิม ไม่สิ น่าจะมากกว่าเดิม หรือเพราะอะไรกันแน่ที่ทำให้เป็นอย่างนี้

            “อื้อ โน่ อยากนอน” แฮชานบ่นทั้งยังหลับตา เอ่ยเสียงงัวเงีย “นอนไม่หลับเลยสักคืน”

            มันข่มตาให้หลับไม่ได้จริงๆ ทั้งๆที่มีคำถามมากมายในหัวแต่ไม่เคยได้คำตอบ ไม่เคยเลยสักครั้ง

 

            “พี่มาร์ค คนนั้นน่ะ—” มาร์คลีเดินผ่านหน้าคนน้องที่ลุกขึ้นมารอที่ประตู แฮชานยังไม่ยอมแพ้ เดินตามไปรอที่หน้าห้องน้ำ “เมื่อกี้คุยอะไรกับโน่เหรอ”

          “พี่มาร์ค หนู—” ไม่แม้แต่จะหยุดเพื่อฟังคำถาม ร่างสูงเดินกลับไปที่โต๊ะคอม ยกหูฟังขึ้นใส่แล้วตัดขาดโลกที่มีอีกคนอยู่อย่างสิ้นเชิง

          คืนวันเสาร์จบไปทั้งอย่างนั้น แฮชานอาบน้ำ นั่งรอบนเตียง รอเวลาให้พี่มาร์คมาคุยปรับความเข้าใจเหมือนที่บอกก่อนหน้านั้น ทว่าคืนนั้นทั้งคืนพี่มาร์คไม่นอน นั่งเล่นเกมจนเช้าและหายตัวไปในวันอาทิตย์ กลับมาอีกทีก็ตอนมื้อค่ำ ไม่ทันจะมีเวลาได้คุยกันก็ชิงหลับไปก่อน   

          

ส่งมือมาให้ฉัน ลองดูกันอีกครั้ง

ก่อนเธอจะคิด ก่อนเธอตัดสินใจ


                  “พี่มาร์ค” แฮชานยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าบ้านเหมือนทุกเช้า สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์พี่มาร์คต้องรีบไปโรงเรียนเพื่อเตรียมงานที่ชมรม ส่วนมาร์ตินพี่โดยองจะเป็นคนอาสาไปส่งที่โรงเรียน

          “พี่มาร์ค” เรียกอีกครั้งเผื่อว่าคนที่กำลังนั่งใส่รองเท้าจะหันมาสนใจกันบ้าง แฮชานย่อตัวนั่งข้างๆร่างสูงที่ไม่แม้จะหันมาสบตา มือเล็กยื่นห่อคุกกี้ให้เหมือนทุกครั้ง ก้มมองริบบิ้นสีเหลืองที่บรรจงผูกเอง การ์ดใบเล็กที่เขียนคำอวยพรให้วันนี้เป็นวันที่ดี

          “หนู—หนูไม่ถามแล้ว ไม่ถามเรื่องคนนั้นแล้ว” พยายามกลั้นสะอื้นจนมือสั่นเทา “หนูไม่ถามเรื่องของเขาแล้ว แต่พี่มาร์ค ฮึก” ดึงมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดปาก ส่ายหัวช้าๆแล้วช้อนตามองคนพี่ที่หยัดตัวลุกขึ้นทันทีที่ใส่รองเท้าเสร็จ

          “พี่มาร์ค ฮื่อ อย่าทำอย่างนี้เลย ฮึก หนูยอมแล้ว”

          นั่งอยู่ที่เดิม บนพื้นหน้าบ้านเย็นๆ เอ่ยขอร้องซ้ำๆทั้งที่พี่มาร์คเดินออกจากบ้านไปนานแล้ว

 

ลองนึกเรื่องดีๆ เราสองเคยมีกันมากมาย

 

            แฮชานไม่เคยเข้าใจ แต่ไม่กล้าถามอะไรอีก ขออย่างเดียวให้พี่มาร์คยอมคุยกับเขาบ้าง หรือไม่ก็หันมามองหน้ากันบ้างก็ยังดี

          “พี่มาร์ค หนูทำการบ้านเสร็จแล้ว” การบ้านที่พี่มาร์คไม่ได้สั่งแต่แฮชานก็รู้หน้าที่ทำเตรียมเอาไว้รอให้คนพี่มาตรวจทุกเย็น

          เหมือนเคย เป็นอย่างนี้มาสามวันแล้ว แฮชานยืนอยู่ข้างโต๊ะคอมที่มาร์คลีนั่งเล่นเกมอยู่ ไหล่เล็กเริ่มสั่นเทาทั้งๆที่พยายามกลั้นเอาไว้

          “หนูทำอะไร ฮือ ทำอะไรผิด” น้ำตาหยดน้อยร่วงใส่หน้าหนังสือที่กางแล้วยื่นส่งไปให้คนพี่ มาร์คลีไม่แม้แต่จะหันมามอง เสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆ แฮชานสั่นไปทั้งตัว

          “หนูไม่รู้เลย ไม่รู้เรื่องเลย หนูขอโทษ ขอโทษ” ขาเรียวอ่อนแรงขึ้นมา ทรุดตัวนั่งยองๆข้างเก้าอี้ที่มาร์คลีนั่งอยู่ ปล่อยหนังสือลงพื้นก่อนจะเอื้อมมือไปจับขาคนพี่เอาไว้

          “อย่าทำอย่างนี้เลย ฮึก ฮื่อ” สะอื้นเหมือนจะขาดใจ เอนหัวพิงกับขาคนที่นั่งอยู่สูงกว่า “หนูไม่ไหวแล้ว พี่มาร์ค”

          จบลงที่แฮชานยังคงนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นเป็นค่อนคืน ในขณะที่มาร์คลีตัดสินใจไปนอนที่ห้องมาร์ติน

 

เพราะฉันมีความสุขเสมอแค่เธออยู่ข้างๆ

 

          แฮชานลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่มาร์คลีเดินเข้ามาในบ้าน ลืมเรื่องที่คุยกับเจโน่ไปทั้งหมด พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรต่อหน้าทุกคน ทว่าทันทีที่จะเอื้อมมือไปควงแขนเหมือนอย่างเคย

          “ไม่หิว ผมไม่กินนะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกพี่เลี้ยงก่อนจะวิ่งขึ้นบันไดไป แฮชานยืนค้างอยู่ที่เดิม รวมทั้งสายตาของคนอื่นๆที่มองตามหลังมาร์คลีไปอย่างงงๆ

 

          “หนูเอาข้าวมาให้ พี่มาร์คกินหน่อยนะ เดี๋ยวปวดท้อง”

          ประครองถาดมื้อค่ำขึ้นมาวางไว้ที่โต๊ะทำการบ้าน แฮชานรู้ดีว่าถ้าหากตัวเองยังยืนอยู่ตรงนั้นคงไม่ทำให้พี่มาร์คเจริญอาหารแน่ ร่างเล็กก้าวช้าๆไปนั่งมองบนเตียง คอยดูเผื่อว่าพี่มาร์คจะเรียกใช้อะไร

          “มีของชอบพี่มาร์คด้วยนะ” เอ่ยกับอีกคนที่ไม่ได้มีท่าทีสนใจ “หนูทำไว้ตั้งแต่บ่าย อุ่นรอพี่มาร์คกลับบ้านตั้งสามครั้งแหนะ” จ้ออยู่คนเดียวทั้งที่ระยะห่างจากเตียงกับโต๊ะคอมราวกับคนละโลก “พี่มาร์คใกล้สอบแล้ว ต้องกินของดีๆนะ” แฮชานก้มมองมือที่วางอยู่บนตัก พลาสเตอร์ยามากมายถูกแปะเอาไว้เพราะโดนมีดบาด

          “ถ้าอยากกินอะไร อึก” ยกหลังมือขึ้นมาปิดปาก แล้วข่มเสียงไม่ให้สั่น “ถ้าพี่มาร์คอยากกินอะไร ก็บอกหนูนะ หนูจะทำให้เอง”

          เพราะมาร์คลีไม่ยอมลงไปกินข้าว แฮชานเองก็หมดความอยากอาหารไปด้วย ยอมขึ้นมานั่งเฝ้าคนพี่ดีกว่าทนนั่งอยู่ข้างล่างแล้วโดนพี่ยูตะบังคับให้ทานข้าว

          “หรือถ้าพี่มาร์ค ฮึก” สะอื้นออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ “ถ้าไม่อยากให้หนูอยู่ หนูจะออกไปรอข้างนอกนะ”

          ไม่เคยอยากไปจากตรงนี้เลย ไม่เคยเลย แต่สุดท้ายก็จำใจลุกขึ้นจากเตียง ปิดประตูเสียงเบาแล้วทรุดตัวนั่งกอดเข่าอยู่หน้าห้อง

          นั่นยังไม่เจ็บเท่าตอนที่แฮชานเดินเข้าไปเก็บจาน สองมือเล็กถือถาดที่อาหารทุกจานวางเปล่าลงมาที่ห้องครัว ร้องไห้อยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมง

          “แฮชาน” เหลือเพียงพี่โดยองที่ยังไม่ได้กลับออกไป พี่เลี้ยงรีบรุดเข้ามากอดร่างบางที่ทรุดนั่งกับพื้นครัว “ให้พี่ไปคุยกับมาร์คให้มั้ย”

          เจ้าของเรือนผมแดงส่ายหัวสั่นรัว “ไม่เป็นไร หนูแค่ยังไม่ชิน” ไม่ชินกับการที่พี่มาร์คกลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง ไม่ชินหลังจากเคยมีความสุขมากๆในช่วงหนึ่ง มันไม่เป็นไร เดี๋ยวก็จะชิน เดี๋ยวหนูก็จะชินไปเอง

 

          หนูรู้ว่าตัวเองโง่ แต่ไม่คิดว่าจะโง่ถึงขนาดคิดเข้าข้างตัวเองว่าพี่มาร์คเริ่มเปิดใจให้กัน มาวันนี้พึ่งเข้าใจ มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย

 

            “ลุก ลุกขึ้น!

            เจโน่ลุกขึ้นยืน ดึงแขนให้แฮชานลุกตาม

            “โน่อย่า! จะนอน!

            “นอนบ้าอะไร นอนร้องไห้สิไม่ว่า!

            แฮชานลืมตาโพลง ยกมือขึ้นจับใต้ตาเปียกชื้นของตัวเอง นี่ถึงขั้นละเมอนอนร้องไห้เลยเหรอ

          “นอนตะแคงแล้วน้ำตามันไหลอ่ะ”

            เอ่ยเสียงขึ้นจมูกพลางหยิบทิชชู่ขึ้นมาซับน้ำที่ใต้ตา เจโน่ยื่นมือมารับทิชชู่ไปทิ้งให้ เพื่อนตัวสูงเดินกลับมานั่งลงข้างๆ มองดูใบหน้าตอบอย่างเป็นห่วง

            “ขอกินคุกกี้หน่อยสิ” แล้วก็พ่นลมหายใจออกมา เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่าเพราะยังไงซะแฮชานก็ไม่ยอมพูดหรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น คงคิดว่าคนอื่นไม่รู้ ทั้งที่ความจริงไม่มีใครอยากพูดต่างหากล่ะ

            “ตินเอาไปหมดแล้ว” แฮชานเอ่ยตอบเสียงเบา คุกกี้ที่ผิดหวังจากพี่มาร์ค โดนเด็กอนุบาลคนนั้นขโมยไปโรงเรียนแทนทุกวัน และไม่ใช่ว่าไม่รู้ จริงๆมันเป็นการหยิบไปจากมือคนสิ้นหวังอย่างแฮชานเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่ไม่มีแรงจะมาต่อล้อต่อเถียงอะไรกับเด็กแสบนั่นแล้ว

            “งั้นก็ทำใหม่สิ”

            “ทำไปทำไมล่ะ—ไม่มีใครอยากกินอยู่ดี” เอ่ยเสียงเบาหวิว เจโน่มองตามแล้วได้แต่ถอนหายใจ หันซ้ายหันขวาก่อนจะนึกอะไรออก

 

            แชะ!

 

            “โน่! ถ่ายทำไม” แฮชานขมวดคิ้ว ดูสิ ขนาดจะดุใส่ยังไม่มีแรงเลย โดนพี่มาร์คสูบพลังไปหมดแล้ว เจโน่คิดงั้น

            “ก็ถ่ายไว้ดูไง หมูหงอยหน้าตาอย่างนี้”

            ยกยิ้มกวนประสาทให้อีกคนรู้สึกโมโหบ้าง ไม่ใช่จมอยู่แต่กับความเศร้าอย่างเดียว อันที่จริงเจโน่เต็มใจเสียยิ่งกว่าเต็มใจที่จะถูกทุบแรงๆ ทว่าแฮชานกลับนั่งนิ่งแล้วก้มหน้าจมอยู่กับตัวเองต่อ

            “ดูดิ แอคเจโน่คนเลี้ยงหมูมีคนฟอลตั้งสิบกว่าคนเลยนะ”

            หันจอให้แฮชานดู ตอนต้นสัปดาห์เจโน่สร้างแอคไอจี @/haechanisthebest ขึ้นมาเพื่ออัปโหลดรูปภาพตลกๆของแฮชานพร้อมเล่าเรื่องราวที่ต้องมาเป็นเพื่อนเล่นให้อีกคน แล้วยังมีแท็ก #ความคุณคนเล็ก รวบรวมวีรกรรมแสบๆของตัวดื้อตรงหน้าเอาไว้อ่านเล่น โดยทั้งหมดใช้ชื่อแอดมินว่าเจโน่คนเลี้ยงหมู กะทำเล่นๆเพื่อให้แฮชานขำหรือไม่ก็เดือดที่เขาทำแบบนี้ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล นอกจากจะไม่โมโหแล้วยังไม่ขำอีก

            “โพสไปแค่สองอันเอง ช่วงนี้ไม่ค่อยทำอะไรพีคๆเลยอ่ะ” เจโน่บ่นๆ กดเลื่อนดูว่ามีใครมากดหัวใจบ้าง จริงๆมันก็เป็นพวกพี่ๆแล้วก็เพื่อนสนิทของเจโน่เท่านั้นแหละที่ให้ความสนใจ สองรูปแรกที่ลงไม่ได้ถ่ายสัปดาห์นี้ ทว่าลงย้อนหลังเรื่องตลกๆที่แฮชานทำก่อนหน้า อย่างโพสแรกเป็นรายการสั่งของทางอินเตอร์เน็ตที่ยาวกว่าโพยวิชาประวัติศาสตร์ของเจโน่ ส่วนรูปที่สองเจโน่ถ่ายเก็บไว้ตอนที่เล่นเป็นแบบให้แฮชานวาดรูปวันนั้น ลงแคปชั่นว่า หน้าตาจริงจังของจิตรกรหมูน้อย #ความคุณคนเล็ก งงๆเหมือนกันว่าพวกเพื่อนๆของเขาจะมาเม้นฮิ้วเฮ้วอะไร

            “โน่” รีบช้อนตามองตามเสียงเรียกทันที มือหนาวางโทรศัพท์ลง เจโน่กลืนน้ำลายเหนียวลงคอทันทีที่เห็นแฮชานน้ำตาคลอ ปากเล็กเอ่ยเรียกเขาอีกครั้ง “เจโน่”

            “วว่าไง” เหมือนถูกแช่แข็งเพียงน้ำสีใสกลิ้งออกจากหางตา เจโน่เปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก

            “ทำยังไงดี ฮึก”

            เจโน่ทำอะไรไม่ถูก อย่างที่เคยบอก แฮชานไม่เคยพูดหรือขอความช่วยเหลือเรื่องพี่มาร์คกับใคร

            “ใจเย็นก่อนนะ” ทำไมลีเจโน่ถึงรู้สึกร้อนที่ขอบตาตัวเองขึ้นมาได้นะ เป็นเพราะแฮชานดูน่าสงสารเกินกว่าจะทนดูเฉยๆได้จนต้องดึงมากอด หรือเป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้

—ใช่ เจโน่รู้ตัวมาสักพักแล้ว อาจเป็นตอนที่แฮชานหายไป

“เรา อึก” ถอนหน้าออกไป เช็ดน้ำตาปาดๆออก เอ่ยพูดต่อพร้อมสะอื้น “โทษที น้ำมูกเลอะเสื้อเลย”

อ้าว เวร เจโน่กำลังจะซึ้งทว่าก้มดูที่กระเป๋าเสื้อนักเรียนที่อกก็พบคราบเหนียวๆติดอยู่ เงยหน้ามองแฮชานที่ยังมีน้ำมูกไหลออกมา ตากลมช้ำช้อนมองอย่างรู้สึกผิดก่อนจะเอื้อมมือมาเช็ดคราบเหนียวนั้นออกด้วยท่าทางน่ารัก

“ไปล้างหน้าล้างตาไป เห็นแล้วสยอง” เจโน่โบกมือปัด ไม่อยากบ่นเพราะเดี๋ยวจะบอบช้ำไปมากกว่านี้ มือหนาปลดกระดุมออกทีละเม็ดกะว่าจะฝากให้อีกคนไปซักให้หน่อยตอนเข้าไปล้างหน้า

“หงึ สยองไรเล่า!” ใช้หลังมือปาดน้ำมูกออก ทำหน้างอนๆ

“แล้วจู่ๆร้องไห้ทำไม อินไร” เจโน่หลอกถาม รู้อยู่แล้วล่ะว่าเรื่องอะไร แต่แค่อยากให้ระบายออกมาบ้าง—เวรจริง ลืมใส่เสื้อกล้ามมาด้วยวันนี้

“ก็” แฮชานหันไปหยิบทิชชู่ก่อนจะหันกลับมาสบตากับซิกส์แพคตรงหน้าโดยบังเอิญ “หูว” ทำเอาลืมเรื่องเศร้าไปเลย

“เห้ย หูวไร!” เจโน่ดึงเสื้อปิด ทว่าไม่ไหวเท่านิ้วเล็กๆที่ส่งมาจิ้มเบาๆตรงลอนที่สอง

“แน่นปึก” ตาโต อ้าปากจนเห็นฟันกระต่าย

“แฮชาน! น่าเกลียดว่ะ” ตีมือเล็กเบาๆ เจโน่หน้าแดงรีบลุกขึ้นก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำทันที—เปลี่ยนใจแล้ว! แฮชานน่ะ ใครจะไปชอบลงวะ!

 

XXXXX

“ลาล่าล้า ลาล่าล้า”

มาร์คลีหลับตาข่มความขัดใจก่อนจะปลดหูฟังสีแดงที่เสียบเอาไว้เฉยๆออกจากหู เงยหน้ามองดุใส่น้องชายตัวเล็กที่กำลังฮัมเพลงไป ก้มหน้าทำการบ้านไป มือข้างขวาถือดินสอ ส่วนมือข้างซ้ายของมาร์ตินก็ถือถุงคุกกี้ของแฮชาน

“ลาล่าล้า ตินตินอีสอะลัคกี้บอย ลาล่าล้า” เป็นเพลงเด็กอนุบาลที่มาร์คลีฟังแล้วรู้สึกรำคาญที่สุด คล้ายจงใจแต่งมาเพื่อเยาะเย้ยความบัดซบในชีวิตของเขาช่วงนี้

“ลาล่าล้า ตินตินอีสอะบอยฮูแฮฟอะคุกกี้! ลาล่าล้า” ร้องเพลงไปเคี้ยวหยับๆไป บางจังหวะเงยหน้ามายิ้มแล้วยื่นคุกกี้มาอวดพี่ใหญ่ด้วย

“ติน!” มาร์คลีวางปากกาเน้นข้อความลงบนหน้าหนังสือที่ต้องสอบอีกสองอาทิตย์ (ปกติไม่เคยอ่านแต่ไม่มีอะไรทำจริงๆ) เอ่ยเสียงดังจนคนทั้งคาเฟ่ที่โดยองมาติวกับเพื่อนหันมามองเป็นตาเดียว

“อะไรกัน เป็นอะไรกันอีก” โดยองเอ่ยเสียงเบา แอบขอตัวเพื่อออกมาดูน้องชายสองคนที่มานั่งรอกลับบ้านเหมือนทุกวัน มาร์คลีไม่ตอบ ปิดหนังสือแล้วฟุบลงกับโต๊ะส่วนมาร์ตินยิ้มร่า คุกกี้แสนอร่อยติดเต็มกรอบปากจนโดยองต้องยื่นมือไปปัดออกให้

“พี่ใหญ่เป็นอะไรเหรอคับ” มาร์คลีขมวดคิ้ว มาร์ตินน่ะได้เชื้อความแสบมาจากแฮชานแน่ๆ หรือไม่ก็ถูกซื้อให้มาก่อกวนเขาแบบนี้ จากใครน่ะเหรอ ก็จากทุกคนนั่นแหละ!

“นั่นสิมาร์คเป็นอะไรเหรอ?” สะบัดมือโดยองที่วางบนไหล่ น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดูเป็นห่วงกันจริงๆหรอก ไม่ใช่ว่ามาร์คลีเป็นคนโง่จนดูไม่ออกว่าทุกคนพยายามยั่วโมโหเขา “ทำไม หรือเกิดอยากกินคุกกี้แฮชานขึ้นมา?” โดยองนั่งลงข้างๆยกยิ้มร้าย

“น่านซี่ หวาน อร่อย มากเลยพี่ใหญ่ ตินตินช้อบชอบ” มาร์คไม่ตอบ กัดฟันกรอดๆมองดูคุกกี้ในมือมาร์ติน เรื่องหวานอร่อยนั่นน่ะทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะ เลิกมายั่วสักที!

“นี่มาร์ค ถามจริงเหอะว่าทำแบบนี้ทำไม” โดยองเริ่มอารมณ์เสีย มาร์คลีเป็นอัจฉริยะที่บางทีก็ทำอะไรบ้าๆ

แต่แล้วก็ต้องเป็นโดยองที่ยอมแพ้ ถอนหายใจส่ายหัวให้ความดื้อเงียบของมาร์คลีแล้วก้มหอมหัวหนึ่งทีก่อนจะเดินไปติวต่อ ขยิบตาให้มาร์ตินทีหนึ่งเพื่อเป็นสัญญาณให้เลิกแกล้งยั่วพี่ใหญ่ได้แล้ว


มาร์คลีไม่มีวันบอกใครว่าเขารู้สึกยังไง ถึงบอกไปก็ไม่มีเข้าใจ ความสับสน หงุดหงิด รำคาญใจตอนนี้เป็นเพียงแค่อาการเริ่มต้นเท่านั้น บางทีเขาอยากจะหนีออกจากบ้านไปเลยด้วยซ้ำ ไม่อยากเห็นหน้าเศร้าของแฮชาน ไม่อยากเห็นอีกคนมายืนร้องไห้ใส่ ทุกอย่างนั่นมันทำให้เขารู้สึกจะเป็นบ้ามากกว่าเดิม 


“พี่ให้ความหวังแฮชาน—แล้วก็จะทำลายมันใช่มั้ย”

           

            คำพูดเดิมๆของเจโน่วนเวียนติดค้างอยู่ในหัวของอัจฉริยะมาเป็นสัปดาห์ ใช่! เขาให้ความหวัง ก่อนหน้านี้แผนของเขาคือให้ความหวังแฮชาน และจะทำลายมัน ให้แฮชานเจ็บ เจ็บจนเลิกชอบเขาไป มาร์คลีเรียนรู้วิธีการแบบนี้มาจากเพื่อนสนิท แต่แล้ววันนั้น

 

              “ก็ไม่ไงอ่ะ ก็บอกแค่ว่ากูโกหก ไม่ได้รักไม่ได้สนใจ ขำๆไรงั้น”

              “เขาไม่เสียใจตายเหร—”

 

มันโหดร้ายเกินไปสำหรับแฮชาน—เขาทำแบบนั้นไม่ลง


มาร์คลีทำเป็นลืมเรื่องแผนนั่นไป แค่คิดก็สบถใส่ตัวเองเป็นร้อยรอบ แต่แล้วเพราะคำพูดของเจโน่มันทำให้เขาคิดได้ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยหยุดให้ความหวังแฮชานเลยสักครั้ง และตอนนี้เขาควรแก้ไขให้มันถูกสักที 

ในเมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่ากำลังเป็นบ้าอะไร เขาก็ไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปใกล้แฮชานจนอีกคนคิดหวังไปต่างๆนานาอีก 



XXXXX


#มูนมาร์ค 

อย่าด่าพี่มาร์คเขาเยอะเลยค่ะ เรื่องนี้พี่เขาเป็นพระเอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 156 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,255 ความคิดเห็น

  1. #1175 PAPLOYWU (@Ploycha_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 02:45

    ตามัค พี่ร้องไห้เพราะความใจร้ายของหนูจนน้ำตาจะท่วมกรุงเทพแล้วนะคะ!!!!

    #1,175
    0
  2. #1163 kat15058 (@kat15058) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 18:18
    ฮึ ขอให้น้องชอบเจโน่ไปเลย ชิ
    #1,163
    0
  3. #1100 cozynotserious (@mojimamijo1) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 20:30
    ฮือ น้ำตาไหลเลย ม้าคคคคค วิธีนี้ไม่เวิร์คคคึค
    #1,100
    0
  4. #1080 khunnaikimm95 (@khunnaikimm95) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 16:30

    ไม่ชินจริงๆด้วย ฉันเนี่ยแหละไม่ชิน นั้มตา ;-;

    #1,080
    0
  5. #1016 Hiphophop (@hubhup) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 23:47
    ร้องไห้เลยอ่ะ น้องแฮชกอดนะ แง้พี่ม้าค อัจฉริยะก็แก้ไขคำตอบไม่ได้ ต้องคิดดีๆก่อนจะทำอะไรนะ ความรู้สึกน้องบอบบาง
    #1,016
    0
  6. #987 iamchnp_ (@fanfan0607) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 10:33
    เราจะร้องไห้ไปกับแฮชานเองฮือออออ ม้ากใจร้ายโน่อะจีบแฮชานเลยใครก็ได้เอาแฮชานออกไปจากม้ากที
    #987
    0
  7. #979 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 05:38
    บอกแล้วว่าเชียร์ตินชาน ม้ากเมิ้กอะไร๊ เห้อ เหน่ยใจกับยูจิงๆม้าก
    #979
    0
  8. #934 Cyrixc (@obcheoi-bell) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 12:35
    น้องร้องไห้เพราะพี่มาร์คเยอะเกินไปแล้วแง
    #934
    0
  9. #922 SoRa ^_^ (@puntiti) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 16:55
    ไม่โอเค สงสารน้อง
    #922
    0
  10. #878 RayNyu (@RayNyu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 14:43

    โห อินเว่อ ตอนโน่แฮชเราฟังเพลง แล้วเพลงคนที่ไม่ใช่ขึ้นมาพอดี มันแบบ.. โน่รู้กกกก ;_;

    #878
    0
  11. #837 neshoto (@neshoto) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 03:21
    สงสารน้องมากแต่ที่น่าวงวารมากกว่าก็คือตัวเราเองแงงงงงงงงง ทำไรไม่ได้เลย นี่พี่มันทนเห็นน้องร้องไห้ทรุดขนาดนั้นได้ยังง้ายยยยยยยยยย จิตใจแข็งแกร่งยิ่งกว่าภูเขาเอเวอเรสต์อะ!! เจโน่ก็อีกคน เข้าใจทุกคนในเรื่องยกเว้นพี่มาร์คอะ จะเอายังไงพูดเด้พูด แล้วเชื่อมะว่าพอกลับไปคุยกับน้อง น้องก็ดีใจจนลืมว่าเคยเสียใจขนาดไหน ฮืออออ เราอินนน
    #837
    0
  12. #824 CHENmybae_ (@annebyoneself) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 23:08
    อ้าวหรอคะคุณนี่นึกว่าคุณโน่เป็นพระเอกซะอีก ㅠㅡㅠ ไม่เอาพี่ใหญ่แล้วววววว
    #824
    0
  13. #478 ooomilkooo (@supooomilkooo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 21:15
    หลังจากฟินมานิดนุงก็ดาวน์ต่ออีกแล้ว สงสาร น้อง ยอมโดนทุกคนดุ เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าไปเที่ยวกับมาร์ค ละดูมาร์คทำดิ เห้อ มาร์คอ่่าา ส่วนพี่ยูตะนี่น่ากลัวมากๆ เวลาอารมไม่ดี พูดจาให้น้องเสียใจอยู่เรื่อย อยากให้พี่ใจเย็นๆนะคะ ค่อยๆพูด สงสารน้องง

    ยันยืนยันว่าชอบคงามสัมพันธ์แบบเพื่อนระหว่างเจโน่คนเลี้ยงหมูกับหมูแฮช โน่ทำให้น้องหัวเราะ ชวนน้องเล่นตลอด ไหนจะสร้างแอคเค้าให้น้องอีก 555 น้องน่ารักเนอะโน่ พี่ยังหวั่นไหวเลย 5555 ชอบช็อตที่น้องเอานิ้วไปจิิ้มซิกเเพคโน่ 5555 หุ้วววว

    กลับมา พูด เรื่อง มาร์ค กลัวให้ความหวังน้อง ไม่อยากทำร้ายน้อง แต่จู่ๆ ก็ เงียบ ไม่ยอมคุยกับน้องดีๆปล่อยให้น้องตัดพ้อ อยู่นาน คนอ่านใจสลายเลยอะ น้องตามง้อมาร์ค ทำทุกอย่างปกติ ทำ คุกกี้ คอยหาเรื่องพูดตลอด แต่มาร์คเงียบใส่ ไม่ อธิบายอะไร เลย ปวดใจจจจจ มาร์คไม่ควรทำอย่างนี้เลย :(
    #478
    0
  14. #407 .0077 LovE (@bibubi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 23:37
    รำไยมาร์คลี #ทีมเจโน่คนเลี้ยงหมู #ทีมมาร์ติน
    #407
    0
  15. #375 orangeleaf (@kanogros) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 09:19
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ปรับอารมณ์ไม่ทัน ตอนต้นเรื่องคือสงสารน้องแฮช มาร์คเป็นงี้ตลอดอะ ไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเองสักที เข้าใจว่าคนมันไม่เคย แต่ก็อดเสียใจแทนน้องแฮชไม่ได้ ยิ่งตอนน้องร้องไห้ต่อหน้าขนาดนั้น แต่ความจริงคือมาร์คก็ทำร้ายน้องแฮชไม่ลงเหมือนกันอะ ฮืออออออออ ไม่ด่าก็ได้ แต่อยากให้รีบยอมรับให้ได้ มาร์คนี่ฉลาดทุกเรื่องแต่โง่เรื่องนี้มากจริงๆอะ หงุดหงิด แต่ก็ดีใจ ที่อย่างน้อยๆเขาก็ทำร้ายน้องไม่ลงอะ ฮือออออ เอาอย่างโน่บ้าง ดูไว้ อีกนิดพี่จะเปลี่ยนทีมละนะ!
    #375
    0
  16. #354 BiBeBo (@BiBeBo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 23:23
    หน่วงมากก สงสารแฮชาน ตอนแฮชานร้องไห้ ใจนี้แบบหวิวมาก มาร์คคนใจร้ายทำแบบนี้กับแฮชานได้ไง
    #354
    0
  17. #353 ffaraway (@ffaraway) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 08:58
    ไม่รู้จะเม้นด้วยฟีลไหนก่อนเลยดีค่ะ ฟิคเรื่องนี้ทำให้เราเป็นไบโพล่าตอนเม้นตลอดเลยยย ฮือ แงงง เศร้าอะ มันเป็นฟีลที่แบบบบบ ทำไมว.ะมาร์ค มาก ๆอะ แบบเออเข้าใจมาร์คนะ รู้ ว่ามาร์คทำไปเพราะอะไร(เพราะมาร์คบอก) แต่ก็ยังอยากถามอะว่าเออทำไปทำไมอะ ทำไมไม่หัดยอมรับความรู้สึกตัวเอง ที่มาร์คทำแบบนี้เพราะมาร์คขี้เก๊กเกินกว่าจะยอมรับว่าชอบคนที่ตัวเองพูดว่ารำคาญมาตลอดใช่ป้ะ มันโหดร้ายสำหรับน้องเกินไป มาร์คพูดเอง แล้วตอนนี้มันไม่โหดร้ายสำหรับน้องตรงไหนหรอมาร์ค ตอนน้องร้องไห้มาร์คทำอะไร มาร์คเดินหนีไปห้องมาร์ติน มาร์คนั่งนิ่ง ๆ มาร์คคิดว่านี่คือการไม่ทำร้ายน้องหรอ เบื่อมาร์คแล้ว มาร์คขี้เก๊ก ถ้ามาร์คยังทำอย่างนี้เราจะกลืนน้ำลายตัวเองยอมเป็นทีมคนเลี้ยงหมูเลย ม่าง มาร์คดูโน่ โน่ปลอบน้อง โน่พยายามทำให้น้องขำ ที่สำคัญเลยคือโน่มีซิกแพค(ที่แน่น) มาร์คเข้าใจมั้ย เข้าใจที่เม้นมั้ย มาร์ค ! มาร์คจะแพ้หรอ มาร์คจะปล่อยแฮชไว้กับคนที่มีซิกแพคที่แน่นจริง ๆหรอ โอ้มายก้อด #ทีมซิกแพค (เป็นการเม้นไบโพล่าที่แท้)
    #353
    0
  18. #352 moody99 (@intothejmmm) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 23:08
    จะร้องไห้ตามน้องแฮชแล้วจริงๆ ฮือออ คนดีของหม่ามี๊ ไม่ร้องนะคะลูก สงสารน้องโว้ย สงสารพี่มาร์คด้วย รู้ว่าที่ทำไปมีเหตุผลนะแต่มันก็แบบ...เออชอบน้องเถอะมาร์ค ยอมรับความรู้สึกตัวเองเถอะ ฮื่อออ เจโน่มาแบบกระชุ่มกระชวยหัวใจแต่ยังไงเราก็ #ทีมพี่มาร์ค เอาจริงๆคือทีมทุกคนที่ทำให้ลูกหมีของเรามีความสุขอ่ะ เจ็บแทนน้องมาก น้องรักพี่มาร์คมากจริงๆอ่ะ ความรู้สึกของเด็กที่มีให้คนคนนึงแบบไม่เปลี่ยนใจนี่คือที่สุดเลยนะ สู้สู้นะเด็กหมี พี่มาร์คจงแพ้ใจตัวเอง วันไหนน้องเปลี่ยนใจขึ้นมาคงอาการหนักอ่ะ ไรท์สู้ๆเด้ออออออ ชอบมากๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #352
    0
  19. #351 _pxofficial (@mypookt0068) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 21:40
    แต่พี่มันน่าด่าจริงๆฮื่อสงสารน้องใจจะขาดแล้ว!
    #351
    0
  20. #350 nook_shawol99 (@nook_shawol99) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 20:27
    หนีปัญหาเวอร์ๆ อัจฉริยะเขาก็ทำกันงี้เหละมาร์คเนาะๆๆ ไม่ให้ความหวังน้องแล้ว กลัวน้องเจ็บ... หู๊ยยยยพี่พระเอกกกก
    #350
    0
  21. #349 b_byul (@stangjiyong) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 19:20
    พี่มาร์คเปงบ้าอ่อ รำคาญ
    #349
    0
  22. #348 krachao_ (@sasiphak) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 16:23
    เห้อออออออออออออออออมาร์คลีย่าาาาาาาาโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยโอ้ยยยยยยยเหนื้อยยยยเหนื่อยใจอ่ะแบบมันแบบบเหอออออออออออออ ทนเห็นน้องร้องไห้ให้อกแตกตายไปเลยนะคุณเห้อมมมมม เราจะไม่ทีมพระเอกแล้ว เราจะทีมพี่เลี้ยงงงงงง ฮืออออออแสงสารนุ้งแฮชชช เอ็นดูความหูวแพคเพื่อน เอ็นดูความเขินของนุ้งโน่55555555555น่าร๊ากกกกห
    #348
    0
  23. #347 mukgo_lee (@aoko) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 08:34
    ไม่อยากว่ามาร์คเลย เพราะน่าจะมีคนรุมมัคอีกมากมายแน่ๆ เชอะ
    ตอนที่อ่านว่ามาร์คทำอะไรกับแฮชานไว้บ้างเรานี่ร้องไห้เลยง่ะ รู้ตัวอีกทีน้ำตาไหลTT โอยยยย บีบใจมากกกกกกก หน่วงมาก ถ้าเค้าเป็นน้องแฮชานเค้าก็ไม่ไหวเหมือนกัน ไหนบอกเดทนั้นจะไม่ใช่เดทสุดท้าย แค่กลับบ้านมาก็เหมือนเรื่องทุกอย่างคือฝันไปแล้ว T_T สงสารแฮชานมากจนอยากให้น้องเลิกรักพี่มาร์คมากแบบนี้สักที มันทำร้ายตัวเองสุดๆเลย เจ้าเด็กแสบเด็กสดใสหงอยลงขนาดนี้ได้ต้องเศร้าขั้นไหน
    แล้วจริงๆนี่ลืมคิดเลยว่ามาร์คทำตามที่ลูคัสแนะนำ นึกว่าอ๋อ เผลออ่อนโยน (ซึ่งก็มีบ้าง)แต่จริงๆก็แผนอะ ใจช้ำๆเหมือนอกหักซ้ำซ้อน ก็ขอบคุณนะมาร์คที่ไม่กล้าถึงขั้นทำลายน้อง แต่ว่านะ อาการน้องตอนนี้ก็เหมือนมาร์คทำสำเร็จไปแล้วอะ แล้วดูสิน้องเลิกรักตัวเองมั้ย (เชียร์ให้อยากเลิก แล้วหลังจากนี้คนที่ต้องตื๊อขอความรักคือมัค!!!!)
    จะไม่ว่ามาร์คแรงนะ ดูเจโน่สิคะ ความน่ารักความแฟนความใส่ใจที่มีให้ นี่จริงๆเฉยๆมาตลอดเพราะทีมตินตินมากกว่า (/เดี๋ยวนะ)
    แต่เจอตอนนี้ไปแล้วอยากเชียร์เจโน่คนเลี้ยงหมูขึ้นมาT^T อะไรคือเปิดไอจีลงรูปเพื่อนพร้อมข้อความน่ารักๆ ยิ่งกว่าแฟนพี่บอกเลย สองคนนี้อยู่ด้วยกันละตลกมาก แฮชานหนูจะไปหู้วใส่หกห่อเพื่อนพร้อมจิ้มไม่ได้เด้อ เค้าเขินแล้วเห็นมั้ย 5555555555 ขอบคุณที่ช่วยอยู่ข้างๆแฮชานนะโน่ ~~ เป็นกำลังใจให้เน้อ ;-; น้องเป็นคนดี~! แผนกะพี่ยูตะนี่เลิกๆเถอะลูก ให้คนที่อยู่ข้างแฮชานมีความจริงใจสักคน เชอะ /เหลือบมองพระเอก
    ตินติน พี่ดีใจด้วยนะเรื่องคุกกี้ ยั่วโมโหพี่ใหญ่ได้แสบมากอะเรา55555 ทำดีมากคับเจ้าเปี๊ยก
    มาร์คไปคิดดูดีๆอีกทีนะ ทำแบบนี้มันดีแน่นะทั้งกะใจน้อง ใจตัวเอง บางทีมาร์คก็ไม่ได้ฉลาดไปทุกเรื่อง ;( บางเรื่องใช้ใจเอาก็ได้อย่าใช้สมองมากนักเลย พูดแล้วจะร้อง ทำไมแฮชานต้องรักคนแบบนี้มากขนาดนี้ บรัยมัค!!
    #347
    0
  24. #346 Kwan_Sekai94 (@kwanmasuda) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 07:21
    ฮืออออออออ สงสารน้องงงงง
    คือมาร์คลีอ่ะตอนที่ไปเดทก็รู้สึกดีจริงๆนั่นแหละ ชอบน้องแล้วแต่ไม่ยอมรับความจริง เหมือนที่มาร์คบอกสับสน ไม่เข้าใจ ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าชอบน้องรึเปล่า(จริงๆแค่ยังไม่ยอมรับ) แล้วนี่โน่ก็เริ่มชอบน้องละ(หรือไม่ก็เอ็นดูแฮชาน) มาคอยดูปฏิกิริยาพี่มาร์คกันดีกว่าเถอะว่าจะเป็นไงถ้าน้องสนิทกับโน่จนค่อยๆเลิกเศร้าเรื่องตัวเองอ่ะ ฮือออออ สนุกมาก เราดีใจมากทุกครั้งที่ฟิคอัพ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะ สู้ๆจ้า
    #346
    0
  25. #345 bebabm (@krisho2544) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 07:17
    เจโน่!! เจโน่ เจโน่ เจโน่ เจโน่
    #345
    0