[GOT7] 。기생 Gisaeng | MarkBam

ตอนที่ 9 : บทที่แปด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    24 ก.ค. 59

บทที่แปด

 

            ความรู้สึก...เปลี่ยนผัน

            ความสัมพันธ์...ผันแปร

            ความใกล้ชิดเพิ่มพูนและซึมลึก

            ...จนไม่อาจห้ามหัวใจ

 

            มือหนาเท้าคางมองใบหน้าสะคราญโฉมของคนเบื้องหน้า นัยน์ตาสีดำสนิทจับจ้องคนที่อ่านหนังสือไม่วางสายตา พร้อมรอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากหยักหนาที่ไม่ได้เจือจางลง ปันปันพยายามขยับหนังสือเลื่อนขึ้นมาบดบังใบหน้าไม่ให้อีกฝ่ายจ้องมอง แต่พยายามหลบแล้ว หลีกแล้วก็หนีสายตาของอี้เอินไม่ได้ สุดท้ายหนังสือในมือก็ต้องถูกละความสนใจ เงยใบหน้าขึ้นมาสบสายตาแทน


            “หน้าข้ามีอะไรติดอยู่” คิ้วมนขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เลิกคิ้วไม่เข้าใจว่าทำไมองค์ชายถึงชอบมองเขาหนักหนา


            เมื่อฟังจบเสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นมา พร้อมเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ไม่มี”


            “แล้วหน้าข้ามีอะไร ทำไมท่านถึงชอบมองนัก” ปันปันถอนหายใจ


            “ก็เจ้าน่ะ...น่ามอง” อี้เอินเอ่ยออกมาโดยไม่ต้องใช้ความคิด ให้คำตอบอย่างหน้าตาเฉย ยิ่งนัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองมากเท่าไร ปันปันก็รู้สึกวูบไหวมากขึ้นทุกที


            “องค์ชาย...ท่านเบื่อบ้างหรือไม่” มือบางปิดหนังสือ ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง


            “ข้าต้องเบื่ออะไร” ใบหน้าหล่อเหลากระตุกยิ้มที่มุมปาก คิ้วหนาเลิกคิ้วแสร้งไม่เข้าใจในคำถาม แต่แท้จริงรู้คำตอบในสิ่งที่ปันปันต้องการ แต่แสร้งถามเพราะต้องการให้ปันปันพูดออกมาให้ชัดเจน


             “มาพบข้า มาเห็นหน้าข้าทุกวัน ท่านไม่เบื่อบ้างหรือ” คำถามที่ค้างคาใจถูกเอ่ยออกมาเมื่อได้โอกาสที่ถามมัน       


            “ไม่ แค่ข้าได้เห็นหน้าเจ้าก็ทำให้ข้าเบิกบานเกินพอ” คำตอบของอี้เอินไม่ได้ให้คำถามที่สงสัยไขกระจ่าง เขาเป็นกีแซงเพื่อแสดงศิลปะให้ผู้รับชมได้สำราญ เป็นครั้งแรกที่ได้ยินว่าการมองหน้าก็ทำให้เพลิดเพลินได้เช่นกัน


            “หน้าข้าไม่ได้สวมหน้ากาก*สักหน่อย” ริมฝีปากอวบอิ่มขมุบขมิบพึมพำกับตนเอง แต่อี้เอินที่นั่งอยู่ตรงหน้าได้ยินอย่างชัดเจน หลุดเสียงหัวเราะที่ดังออกมา ยิ่งทำให้ปันปันหงุดหงิดใจ คิ้วมนขมวดเข้าหา ริมฝีปากยู่อย่างไม่เข้าใจ อีกทั้งนัยน์ตากลมโตที่แฝงไปด้วยความเง้างอด


            “ใช่ หน้าเจ้าไม่ได้สวมหน้ากาก เจ้าไม่ได้ระบำหน้ากากให้ข้าดู แต่ใบหน้าของเจ้านั้น...คือผลงานชิ้นเอกที่ไม่สามารถทำให้ข้าละสายตา” ยิ่งมอง ยิ่งงดงาม ยิ่งได้สบตา ยิ่งน่าค้นหา ไม่ใช่เพียงอี้เอินที่จ้องมองเข้ามา หากปันปันได้สบสายตาก็รับรู้ได้ว่าแววตาของอี้เอินนั้น...ลึกซึ้งเพียงใด


            นัยน์ตากลมโตแสร้งมองไปทางอื่น ริมฝีปากเผยออ้าอย่างที่ต้องการจะถาม แต่สมองที่กำลังครุ่นคิดสั่งให้เม้มริมฝีปาก ให้ตนเองไตร่ตรองอีกครั้งก่อนจะพูดออกไป หัวใจของปันปันกำลังหนักอึ้ง เต้นระรัวและสั่นไหว อยากจะถาม อยากจะพูดออกไป แต่ก็กลัวคำตอบที่จะได้รับกลับมา


            ปันปันผ่อนลมหายใจเมื่อคิดอย่างถี่ถ้วน ถึงเวลาที่เขาต้องเอ่ยถาม ใบหน้าสวยหวานกลับมาสบสายตาเพื่อค้นหาคำตอบจากใจจริง


            “องค์ชาย...ถ้าหากท่านชมชอบศิลปะ ข้ายินดีจะพบท่าน แต่ถ้าท่านต้องการมากกว่านั้น ข้า...ไม่สามารถให้ท่านได้” ปันปันเป็นกีแซงมาหลายปี มีแขกประจำ พบปะผู้คนมามากมาย เขาสามารถอ่านได้ว่าแต่ละคนนั้นเข้าหาเขาเพราะเหตุใด เขาควรปรนนิบัติแบบไหน แต่สำหรับองค์ชายอี้เอินนั้น...เขาอ่านความต้องการภายในจิตใจที่แท้จริงไม่ได้เลย


คล้ายจริงจัง คล้ายจริงใจ

มีความต้องการ มีความลึกซึ้ง

ดูมากล้นและเต็มเปี่ยม

...แต่บางครั้ง ก็ดูไม่มีอะไรเลย  


            “ก็ไม่ผิดที่เจ้าคิดเช่นนั้น ข้าชอบศิลปะของเจ้า ชอบทุกอย่างที่เป็นตัวเจ้า และข้า...ก็ต้องการเจ้า” ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนเข้าใกล้ทุกครั้งเมื่อเอ่ยประโยคเอ่ยถ้อยคำ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองคนนั้นสัมผัสได้ถึงลมหายใจ “แต่ทุกอย่างที่ข้าพูดไปนั้น มันต้องเกิดจากความต้องการของเจ้า...เช่นเดียวกัน”


            “ดังนั้นอย่ากลัวข้าเลยนะปันปัน ขอแค่ได้อยู่กับเจ้า เห็นหน้าเจ้า ข้า...ก็เพียงพอ” องค์ชายอี้เอินเลื่อนใบหน้าถอยออกมาเมื่อพูดจบ เอื้อมมือหนาถือวิสาสะไปจับฝ่ามือนุ่ม กุมมืออีกฝ่ายให้มาสัมผัสแก้มสากของตน เปลือกตาหนาหลับตาลงหวังว่าความเงียบจะให้ปันปันได้รับรู้ไปถึงเสียงของหัวใจ


            หัวใจของอี้เอินเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพียงเสน่หาหรือหลงใหล แต่ต้องการให้อีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆ อยากพบหน้า อยากพูดคุยและเคียงข้างในทุกๆวัน


            บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัด ไม่มีใครปริปากหรือเอ่ยคำถาม มีแต่มือของทั้งสองนั้นที่กำลังกอบกุมกัน พร้อมหัวใจ...ที่เต้นเป็นจังหวะเดียว

           

            ริมฝีปากอวบอิ่มระบายยิ้มแม้สิ่งที่กำลังกระทำอยู่ไม่ได้สร้างเสียงหัวเราะหรือความสนุกสนาน เป็นเพียงการสางผมที่ตรงยาวของพี่ฮีชอลให้เข้าทรง ฮีชอลอมยิ้มลอบมองใบหน้าสวยหวานผ่านกระจกที่ตนถือส่อง มองรอยยิ้มที่เบิกบาน มองนัยน์ตากลมโตที่เป็นประกาย


            “ปันปัน” เสียงหัวเราะดังในลำคอก่อนจะเรียกขาน ขบขันกับท่าทางที่เบิกบานเกินปกติธรรมดา


            “...” เจ้าของชื่อไม่ได้หันมาสนใจ มือบางยังหวีผมอย่างถนอม เพราะกำลังตกอยู่ในภวังค์ความสุขของตน


            “ปันปัน...” ฮีชอลเรียกเสียงหวานใส่ความเย้าหยอกมากกว่าเดิม คนอายุน้อยกว่าสะดุ้งเล็กน้อยรีบหันมาขานรับ นัยน์ตากลมโตมองใบหน้าคมสวยผ่านกระจกที่อีกฝ่ายถือ คิ้วมนเลิกขึ้นราวกับรอประโยคต่อไป


“มีเรื่องน่ายินดีอะไรหรือ” ประโยคธรรมดาที่ถูกฮีชอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงยานคาง ทำให้ปันปันรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “ข้าก็เป็นเช่นนี้ทุกวัน”


เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้นเมื่อปันปันให้คำตอบ ใบหน้าคมสวยส่ายหน้าพร้อมกระตุกยิ้มที่ริมฝีปากแล้วเอ่ยประโยคจี้จุดที่คนตรงหน้ายังไม่รู้ตัวเอง


“แต่พักนี้...ตาของเจ้าเป็นประกายกว่าปกติธรรมดา”


ปันปันไม่ได้ต่อประโยค ทบทวนสิ่งที่ฮีชอลพูดว่าตนเองเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ทบทวนว่าที่ผ่านมาตนเองแสดงออกอย่างไร คิดจนคิ้วมนขมวดเข้าหากันเป็นปม ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มผ่านกระจกแล้ววางกระจกในมือไว้ข้างๆ ก่อนที่ร่างบางจะหันกายกลับมาประจันหน้ากับปันปันโดยตรง


“ถ้าคิ้วเจ้าเป็นเชือก คงพันกันจนยุ่งเหยิง” ปลายนิ้วชี้แตะระหว่างคิ้วมนเบาๆ ให้คิ้วที่ขมวดเข้าหากันคลายลง


“มันแปลกหรือเปล่าท่านพี่” ปันปันเอ่ยถาม ทั้งน้ำเสียง ทั้งแววตาเต็มไปด้วยความสับสนแฝงไปด้วยความไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ตนทำอยู่นั้นถูกต้องหรือไม่...ในฐานะกีแซง


“ไม่แปลกหรอก จะแปลกได้อย่างไร” ฮีชอลกุมมือคนที่อายุน้อยกว่าไว้ ไม่ต้องเอ่ยประโยคชัดเจน เขาก็เข้าใจว่าสิ่งที่ปันปันเอ่ยออกมานั้น มีนัยยะแอบแฝงมากกว่าประโยคปกติธรรมดา “แววตาของเจ้าในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากสายตาของข้า...เวลามองท่านซีวอน


            นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างเมื่อฟังจบ ไม่กล้าจะสบสายตาคนอายุมากกว่าที่อ่านความคิดและความรู้สึกเขาได้ทะลุปรุโปร่ง จนไม่สามารถปฏิเสธได้เลยสักคำเดียว  


            “ความรักไม่ใช่เรื่องผิดหรอกนะปันปัน เพราะไม่ว่าจะเป็นใครนั้น...ก็ไม่สามารถห้ามจิตใจหรือความรู้สึกของตนเองได้” ฮีชอลลูบมือปันปันช้าๆเป็นเชิงให้กำลังใจ เพราะเขาเข้าใจ...ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับปันปันดี


            ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มละมุน นัยน์ตาคมสวยมองคนอายุน้อยกว่าที่ตอนนี้สวยสะคราญ แต่อีกฝ่ายก็ยังเป็นปันปันน้อยในสายตาของฮีชอลเหมือนวันวาน


อาจเป็นตอนนี้...ถึงเวลาที่เหมาะสม

ถึงเวลาที่เขา...จะทำตามหัวใจ

เลือกความสุขให้ตนเองสักที...


“ปันปัน...” ฮีชอลเรียกชื่ออีกครั้งแต่หนักแน่นกว่าครั้งไหน เอื้อนเอ่ยการตัดสินใจของตนเอง “ท่านซีวอนต้องการจะไถ่ตัวข้าออกจากสำนักกีแซง”


“แล้วพี่ตกลงหรือไม่” ปันปันระบายยิ้มดีใจ ไม่มีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธเรื่องน่ายินดี แต่สายตาของฮีชอลที่มองมาทางเขาต้องทำให้ปันปันเลิกคิ้ว เพราะนัยน์ตาคมสวยนั้น...แฝงไปด้วยความลังเล


“ข้ากำลังคิดทบทวน” ฮีชอลเม้มริมฝีปาก


“ทำไมหรือ... พี่เป็นห่วงอะไร ...ใช่ข้าหรือไม่” คนอายุมากกว่าไม่ได้ตอบคำถาม แต่การอยู่ด้วยกันมานานหลายปี ทำให้เขาทั้งสองเข้าอกเข้าใจและรู้นิสัยของกันและกันดี คราวนี้ปันปันป็นฝ่ายกุมมือและบีบมือฮีชอล “ท่านพี่...อย่าห่วงข้าเลย ความสุขของท่านต่างหากคือสิ่งสำคัญ”


ปันปันระบายยิ้มแล้วพยักหน้าแสดงท่าทีว่าตนเองเข้มแข็งมากพอ เขาโตแล้วสามารถอยู่ด้วยตนเองได้ แม้ภายในใจจะรู้สึกเศร้า... เพราะคงไม่ได้พบหน้า ได้พูดคุยกับพี่ฮีชอลเหมือนเช่นนี้ในทุกๆวัน

 



ปันปันบอกตนเองว่าไม่เป็นอะไร

แต่ความเศร้า ความเหงานั้นถ่ายทอดออกมา

...ผ่านแววตา


ร่างบางก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ใบหน้าสวยหวานยังเปรอะเปื้อนด้วยรอยยิ้ม แต่นัยน์ตาสีดำสนิทมองร่างเบื้องหน้านิ่งราวกำลังอ่านอิริยาบถที่แตกต่างจากทุกวัน การกระทำของปันปันไม่ได้แตกต่าง แต่ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมานั้น...ต่างไปจากเดิม


            อี้เอินไม่ได้พูดหรือคิดที่จะถาม ปล่อยให้ปันปันลุกขึ้นไปยกกระดานหมากตามที่ต้องการ มาวางลงตรงหน้า วางคั่นกลางระหว่างกีแซงคนงามกับองค์ชายอี้เอิน ใบหน้าสวยสะคราญยังแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม นิ้วเรียวเริ่มคีบหมากตัวสีขาวแล้วลงวางเป็นตัวแรกของกระดาน


“เป็นอะไร หืม?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นท่าทางผิดสังเกต มือหนาเลื่อนกระดานหมากที่ขวางกั้นไปอยู่ด้านข้าง แล้วเขยิบร่างกายเข้าไปชิดกับอีกคน


“ข้าไม่ได้เป็นอะไร” ปันปันปฎิเสธโดยที่รอยยิ้มที่ถูกจุดไม่ได้เจือจาง


“อย่าหลอกข้า... อย่าโกหกข้าเลย ปากเจ้ายิ้ม แต่ตาของเจ้า...ไม่ได้ยิ้มตาม” ปลายนิ้วหนาแตะสัมผัสลูบไล้เบาๆตามรูปริมฝีปากนุ่มหยุ่น ก่อนปลายนิ้วนั้นจะเลื่อนมาสัมผัสแผ่วเบาที่หางตา


“ข้าไม่เป็นอะไร” ปันปันยืนยันซ้ำอีกครั้ง แต่เสียงที่เอ่ยออกมานั้นเบาจนคล้ายพึมพำกับตนเอง


“ข้าไม่รู้หรอก ว่าเจ้าไปพบอะไร จะดีหรือจะร้าย แต่ข้าอยากให้เจ้าจำไว้ ...ว่าข้าพร้อมจะแบ่งปัน” ฝ่ามือหนากุมมือปันปันเอาไว้ ไม่ได้เอ่ยเพียงคำพูด อยากให้การกระทำเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาพร้อมจะอยู่เคียงข้างไม่ว่าอีกฝ่ายจะพบเจอกับสิ่งใด


“องค์ชาย...” ริมฝีปากอวบอิ่มเอื้อนเอ่ย ก่อนจะช้อนสบสายตาเอ่ยประโยคที่คนฟังไม่สามารถปฏิเสธได้เลย... “ข้าขอยืมไหล่ท่านสักพักได้หรือไม่”


ขอข้าได้พักกาย...

หากข้าพร้อมเมื่อไร ...ข้าจะเล่าให้ท่านฟัง

“ข้ายินดี”


สิ้นเสียงทุ้มต่ำร่างบางจึงเขยิบเข้าไปหวังใช้เพียงกายพิงกับไหล่แข็งแรง แต่แขนยาวนั้นอ้ากว้างรั้งเอวบางเข้ามาใกล้ ให้แนบชิดแอบอิงกายซบกับอกแกร่งของตน ปันปันยกมือป้องพยายามจะขัดขืน แต่เมื่อคนตัวเล็กกว่าพยายามยื้อไว้ อี้เอินก็ยิ่งรวบเอวให้ร่างบางแนบชิดกับตนเองมากกว่าเดิม จนศีรษะต้องเข้ามาเอนซบ จนปันปันไม่สามารถต้านทานได้ ปล่อยร่างกายให้ไปตามใจที่องค์ชายอี้เอินต้องการ


เปลือกตาบางปิดลง ถอนหายใจผะแผ่ว ขอให้ช่วงเวลาไม่กี่นาทีนี้...จะเป็นเวลาที่ปันปันจะได้พักสายตา ปันปันกำลังพักสมอง ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งรอบข้าง ไม่สนใจและไม่รู้เลยว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับองค์ชายอี้เอินนั้น...ใกล้กันมากเพียงใดชิด ริมฝีปากหนายกยิ้ม นัยน์ตาสีดำสนิทได้โอกาส ขอพินิจพิจารณาองค์ประกอบทุกสัดส่วนบนใบหน้าของกีแซงคนงามให้ชัดเจน


ยิ่งเห็น ยิ่งรู้สึก ยิ่งเห็น ยิ่งสั่นไหว ทำให้หัวใจที่เต้นรัวเร็วนั้น เต้นดังกว่าเดิม จนหูของปันปันที่แนบกับอกของตนนั้น...ได้ยินอย่างชัดเจน


ปันปันกลั้นหัวเราะ พยายามกลั้นรอยยิ้ม กลบเกลื่อนด้วยความนิ่งแล้วเล่าเรื่องราว “ท่านพี่คนสนิทของข้า...กำลังถูกไถ่ตัว แน่นอนว่าข้ายินดีมากๆ แต่อีกใจนั้นก็มีความเหงาและความเศร้าด้วยเช่นเดียวกัน”


“เจ้ามีข้าปันปัน...” เสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยอย่างอ่อนหวานก่อนมือหนาจะกุมมือปันปันไว้ แล้วย้ำประโยคซ้ำอีกครั้งว่า “เจ้ายังมีข้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”


ริมฝีปากเม้มแน่น แก้มใสกำลังขึ้นสีระเรื่อ เขาอาย เขาเขิน สั่นไหวจนไม่กล้าสบสายตา ได้แต่มองมือที่กุมจับมือของตน หัวใจของเขากำลังเต้น เต้นทั้งแรงทั้งเร็ว เต้นเสียงดังไม่แพ้หัวใจ...ขององค์ชายอี้เอิน


“ปันปัน” ชื่อของคนในอ้อมกอดถูกเอ่ยเรียก คางมนถูกปลายนิ้วหนาชักจูงให้เงยขึ้นมาสบประสานสายตามองกันและกัน จ้องและมองเข้าไปลึกถึงภายในและความรู้สึกที่ถ่ายทอด ความรู้สึกที่ทำให้หัวใจเต้นรัว ทำให้ดึงดูดใบหน้าหล่อเหลา ให้เขยื้อนขยับเข้าชิดใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ จนปลายจมูกสัมผัสแตะกัน


อี้เอินหยุดชะงัก ใช้นัยน์ตาสีดำสนิทเอ่ยคำถาม ไร้เสียงพูด มีแต่แววตา มีแต่ความรู้สึกที่ต้องการคำอนุญาต แล้วก็ไม่มีคำปฏิเสธหรือห้ามจากริมฝีปากหรือนัยน์ตาของปันปัน ปลายจมูกโด่งเป็นสันเข้าใกล้อีกครั้งก่อนจมูกรั้นจะถูกสัมผัสและถูไถ พร้อมมือหนาที่อดใจไม่ไหวลูบไปตามสะโพกนุ่มเบาๆ


ร่างกายของปันปันเริ่มสั่นเมื่อสัมผัสนุ่มนวลเข้ามาบีบคลึงและหยอกเย้า แล้วริมฝีปากอวบอิ่มก็ถูกฉกฉวยประกบทับเบาๆ ก่อนลิ้นร้อนจะเลียไปตามเรียวปากนุ่มหยุ่นจนฉ่ำวาว ริมฝีปากหนากดซ้ำเพื่อซึมซับความหอมหวานของทั้งริมฝีปากบนและริมฝีปากล่าง ดูดดึง บดเบียด สัมผัสย้ำ ครอบครองเพียงภายนอกเบาๆ ไม่ได้ก้าวล้ำเข้าไปในโพรงปากของร่างบาง


อี้เอินร้อนผ่าวไปทั้งร่าง ความปรารถนาของเขากำลังพลุ่งพล่าน สมองนั้นกำลังจินตนาการ หากปันปันได้อยู่ใต้ล่างของตนเอง นึกถึงเสียงที่ครางหวาน นึกถึงริมฝีปากอวบอิ่มกำลังเรียกชื่อ แต่เป็นเพียงความคิด เป็นเพียงความต้องการ ความจริงนั้นต้องหักห้ามจิตใจ


เขาไม่สามารถเอาตัณหานำหน้าสติ เอาอารมณ์ เอาความต้องการเป็นใหญ่ไม่ได้ ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ยินยอมพร้อมใจ เขาจะไม่บังคับหรือล่วงเกิน


ใบหน้าหล่อเหลาผละออกช้าๆ ยิ่งสบสายตา ยิ่งไม่อาจละการจ้องมองจากปันปัน นัยน์ตากลมโตทำให้หัวใจที่เต้นรัวดังลั่น อยากจะเข้าไปประคองแก้มใสนั้น เอื้อมมือหนากำลังเข้าไปจับ แต่เพียงปลายนิ้วที่ได้สัมผัสก็ดึงกลับมาไว้ข้างกาย


ความต้องการของอี้เอินกำลังต่อสู้ กำลังขัดแย้ง อยากจะใกล้ชิด แต่ก็เกินเลยไม่ได้ จนกระทั่งตัดสินใจ...ให้อยู่คนละครึ่งทาง แขนยาวโอบกอดดึงร่างบางเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน ให้ร่างทั้งร่างได้แนบชิดกายก่อนใบหน้าหล่อเหลาถือวิสาสะก้มซุกแนบลงกับไหล่บอบบาง


ความรู้สึกของอี้เอินยิ่งมากล้น ไม่สามารถห้ามตนเองได้ จึงตัดสินใจพูดออกไป อยากให้ปันปันได้รับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง


“ข้ารักเจ้า...มากเหลือเกิน” เสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ย ชัดเจนทั้งน้ำเสียงและความรู้สึก ชัดเจนจนแม้แต่อี้เอินก็ไม่เคยคิดว่าจะมากเกินกว่าตนเองไม่สามารถต้านทาน


            ปันปันนิ่งชะงักเมื่อฟังจบ นิ่งจนหัวใจของอี้เอินนั้นร่วงหล่น นิ่งจนคนเฝ้ารอแทบจะหยุดลมหายใจ เหมือนกับว่านี่คือการได้ตื่นจากความฝันที่แสนหอมหวาน แต่อี้เอินกำลังเข้าใจผิด เพราะปันปันกำลังครุ่นคิด กำลังชั่งความคิดกับหัวใจตนเอง


            มือบางค่อยๆผละอกแกร่งให้อ้อมแขนได้คลายกอด ก่อนปันปันจะช้อนสายตามอง สบกับสายตาสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยความหวัง แม้อาจจะต้องผิดหวังก็ตาม


            นัยน์ตากลมโตไม่ยอมหลบหนี มือบางประคองแก้มสาก เพราะปันปันไม่ต้องการให้อี้เอินหลบสายตา แล้วกีแซงคนงามจึงเลื่อนใบหน้าประทับจูบที่ริมฝีปากหยักหนาเป็นคำตอบแผ่วเบา


            ไร้คำว่ารักที่เอื้อนเอ่ยตอบ

            มีแต่คำตอบของการกระทำ...ที่หัวใจของทั้งสองนั้นเข้าใจได้เป็นอย่างดี          

 

ความรู้สึกของอี้เอิน...นั้นมากเกินกว่าที่ปันปันจะคาดคิด

การกระทำของปันปัน...ก็ชัดเจนเกินกว่าที่อี้เอินคิดว่าตนเองจะได้รับมัน

 



-----------------------------------------------------------

Talk

อัพครบแล้ว;w; ขอโทษที่มาอัพช้า เพราะสองวันมานี้อยู่กทมไม่มีเวลาเลยค่าาา พอมีก็รีบปั่น เพื่อให้ไม่ให้ทุกคนรอ 

ความสัมพันธ์ตอนนี้ของมาร์คแบมดีมาก ฮืออออ สิ่งที่เราต้องการคืออยากให้ทุกคนซึมซับว่ามันคือความรักของกันและกันจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเขียนออกมาได้อย่างที่คิดไหม ให้ทุกคนเข้าใจตามที่นี่ต้องการได้หรือเปล่า//หัวเราะ

ไม่รู้จะทอล์กอะไรในตอนนี้ดี//ขำ เช่นเคยค่ะขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ ทุกคำติชมนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ:) #กีแซงมบ


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

1,342 ความคิดเห็น

  1. #1278 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 21:40
    รักกันแล้วววววว ฮือออออออ แต่ดีใจกับพี่ฮีชอลด้วยนะคะ ไม่ต้องห่วงน้องน้อยนะ~
    #1278
    0
  2. #1263 ออมม่า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 23:07

    ละมุน และโรแมนติกมาก

    #1263
    0
  3. #1224 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 19:09
    เเงงงงงงงงงงงงงงงง ตายเเล้ววววว
    #1224
    0
  4. #1143 toto (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 14:02

    น่ารัก มีความละมุนละมัยใส่ใจกันอะ

    #1143
    0
  5. #1087 nn_nj (@nuch_nj) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 19:36
    เป็นการบรรยายที่ละมุนและละลายไปพร้อมๆกัน
    #1087
    0
  6. #1070 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 22:14
    มันละมุนไปหมดเลยอ่ะ
    #1070
    0
  7. #1030 My bias is MARKBAM (@rungbuab) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 14:48
    งือออออออ
    ไรท์แต่งดีแต่เราได้กลิ่มาม่าจากแนวพีเรียดนี้
    #1030
    0
  8. #1003 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 09:43
    แอบหน่วงนิดนึง งืออ
    #1003
    0
  9. #988 toto (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 14:24
    ควาใรักของสองคนนี้มันงดงามมากค่ะ แต่คงเจออุปสรรคอีกเยอะเพราะฐานะที่แตกต่างกัน
    #988
    0
  10. #909 Jidaaa.mb. (@songprince) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:32
    เขินนนน แต่ก็ยังกังวลอยู่อ่า...พี่ฮีของเราก็จะไปแล้วด้วย ฮืออออ
    #909
    0
  11. วันที่ 23 กันยายน 2559 / 15:42
    หู้วทำไมร้อนแรง*-*
    #895
    0
  12. #827 mew-k-g-b (@mew-k-g-b) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 23:25
    เราชอบฉาก ชอบอารมณ์ของตัวละคร แต่ขอคอมเม้นเรื่องการบรรยายทั่วๆไปอ่ะค่ะ คือเหมือนไรท์เปลี่ยนฉากแต่ไม่มีช่วงแบ่งฉากอ่ะค่ะ บางทีก็งงนิดนึง แล้วก็งงเรื่องอายุ หรือระยะเวลาด้วยอ่ะค่ะ ว่าปันปันอยู่มากี่ปี เป็นกีแซงกี่ปีแล้ว แล้วอี้เอินนี่อายุเท่าไหร่ 5555 ไรท์จะโกรธมั๊ยนะ แต่ภาพรวมคือชอบมากเลยนะคะ อ่านแล้วยิ้มได้ตลอดเลย
    #827
    1
    • #827-1 +Ayame+ (@m_a_y_1_3) (จากตอนที่ 9)
      27 สิงหาคม 2559 / 23:49
      เข้าใจค่ะ เรายินดีมากเลย:) อยากใส่ค่ะ แต่ใส่ไปกลัวขัด มีความลังเลสูงOTL
      #827-1
  13. #700 CUCMEE (@cespns) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 15:56
    บรรยายได้ดีมากจริงๆค่ะ ตอนฉากจูบเราไม่เคยเห็นภาพในหัวชัดเจนขนาดนี้มาก่อน
    #700
    0
  14. #640 Reeya.P (@Tuck_Reeya) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 07:42
    เปิดเผยความรู้สึกให้ได้รับรู้ซึ่งกันและกันแล้ว คงมีอุปสรรครออยู่ข้างหน้า ต่องฝ่าฟันมันไปให้ได้ ^^
    #640
    0
  15. #636 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 00:24
    อยากให้องค์ชายมาไถ่ตัวปันปันจังเราสัมภัสษ์ได้ถึงพลังงานบางอย่าง
    #636
    0
  16. #624 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 21:41
    กลัวดราม่าสุด;-;
    #624
    0
  17. #621 PurpleRainBow (@PurpleRainBow) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 21:00
    เป็นฟิคที่อ่านแล้วระแวงไปหมด กลัวดราม่ามากกกก
    #621
    0
  18. #585 pkl---- (@ploy9822) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 10:36
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งกลัวดราม่า เขารักกันแล้วค่ะ แต่ทำไมดูเศร้า ฮือออออ
    #585
    0
  19. #570 คาทัน (@anties1) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 13:18
    เศร้านิดหน่อยกับเรื่องฮีซอล;___; พออ่านคอมเม้นก็มีแต่คนพูดถึงม่า ฮอลล
    #570
    0
  20. #554 AeLoonie (@AeLoonie) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 21:59
    รักกัน รักกัน มันดีกับใจมาก เขินเหมือนถูกบอกรักเอง >_<
    #554
    0
  21. #553 MayB9397 (@mloveBAM2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 15:15
    ในที่สุดก็ยอมเผยความรู้สึกให้แก่กัน
    #553
    0
  22. #552 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 14:35
    ในที่สุดก็เผยความรู้สึกกันออกไปแล้ว องค์ชายก็ดี๊ดี คิดถึงจิตใจของปันปันตลอดเลย
    #552
    0
  23. #551 Jarparz (@Jarparz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 12:39
    อ่านแล้วใจเต้นเลยอ่ะ จริงๆนะ มันไม่ได้หวือหวาแต่ดีกับใจมากกกก ละมุนสุดดด ฮืออออขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ รอตอนต่อไปค่าา
    #551
    0
  24. #550 Ava 9a (@parnparno_o) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 11:19
    ละมุนละไมจังเลยยยย ชอบอะไรแบบนี้สุดๆ อ่านไปเขินไปลุ้นไป 555 ยังไม่อยากให้มีดราม่าเข้ามาแทรกอะ ขอซึมซับความหวานหอมนี้ไปอีกหน่อยเถอะนะ
    #550
    0
  25. #549 bbntt (@bbntt) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 09:23
    ชอบบบบ
    #549
    0