[GOT7] 。기생 Gisaeng | MarkBam

ตอนที่ 8 : บทที่เจ็ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,071
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    17 ก.ค. 59

บทที่เจ็ด

 

กระดานหมากล้อมถูกวางลงตรงหน้า บรรจงวางโถตัวหมากลงแล้วเปิดฝา ปลายนิ้วคีบหยิบหมากสีขาวของตนขึ้นมา วางลงในตำแหน่งที่ตนได้จดจำ นัยน์ตากลมโตมองฝั่งตรงข้ามของกระดานที่ว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดนั่งอยู่ตรงหน้า แต่มีภาพคนหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตาพร้อมรอยยิ้มจากริมฝีปากหยักหนาที่เลือนราง


            ความทรงจำมากมายไหลเข้ามาในความคิด ปรากฏยิ้มประดับบนใบหน้าสวยหวาน มือบางคีบหยิบหมากสีดำเติมเต็มพื้นที่บนกระดาน แทนฝั่งตรงข้ามที่ไม่มีผู้ใด เม็ดหมากสีขาวถูกวางต่อ วางสลับด้วยตัวหมากสีดำคนละครั้ง วางยุทธศาสตร์ ชิงพื้นที่ของกันและกัน โดยให้กระดานหมากนี้เลียนแบบการเดินของหมากในวันนั้น...ที่เขาได้เล่นกับองค์ชายอี้เอิน


            ปันปันวางหมากสีขาวตัวสุดท้ายแล้วหยุดนิ่ง กระดานหมากล้อมตานี้ได้ถูกหยุดกะทันหัน ไม่รู้ผู้แพ้ ผู้ชนะ ไม่ได้มีการเล่นหรือมีตัวหมากใดถูกวางต่อ กระดานหมากล้อมถูกหยุดค้างไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะให้สัญญาว่าจะมาเล่นต่อจนจบในอีกวัน ...แต่ผู้ที่ให้สัญญานั้นกลับไม่ได้มา 


            นัยน์ตากลมโตเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง สายตาทอดมองอย่างไร้จุดหมาย ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่น กักเก็บความรู้สึกน้อยใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นบางๆ มีแต่คำถามที่เต็มไปด้วยความห่วงใยขึ้นมาแทนที่ องค์ชายอี้เอินตอนนี้...จะเป็นอย่างไรบ้าง ท่านสุขสบายดีหรือไม่ มีภารกิจหรือต้องทำสิ่งใด


และ...หากท่านจะหายไป

...ทำไมถึงไม่บอกกล่าวข้าเลยสักคำ



            เสียงฝีเท้าคุ้นเคยเดินเข้ามาใกล้ห้อง ขาเล็กเดินมาอยู่หน้าประตูของผู้เป็นนายช้าๆ เด็กน้อยคุกเข่า ริมฝีปากเล็กเอื้อนเอ่ยชื่อของตนออกมา ก่อนรอคำอนุญาตของปันปันตอบกลับมา แล้วจึงเลื่อนเปิดประตู ขาเล็กเดินไปอยู่เบื้องหน้าผู้เป็นนาย ย่อกายทำความเคารพอย่างนอบน้อม แล้วกล่าวรายชื่อแขกของวันให้ผู้เป็นนายได้รับฟัง


            “วันนี้แขกของพี่ปันปัน...คือองค์ชายอี้เอิน


ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้เป็นนาย มีแต่ใบหน้าสวยหวานที่พยักหน้าตอบรับช้าๆ ไม่มีรอยยิ้มประดับให้เห็นบนใบหน้า มีแต่นัยน์ตาที่แอบซ่อนความดีใจ...


รอยยิ้มถูกเก็บซ่อน ความดีใจถูกปกปิด

ฉาบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

ราวว่าคนที่กำลังได้พบ...ไม่ต่างจากแขกคนอื่นทั่วไป


ขาเพรียวก้าวเดินตามเส้นทางจนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องรับแขก ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยถ้อยคำขออนุญาตก่อนบานประตูจะเลื่อนเปิด ริมฝีปากหยักหนาแย้มยิ้มกว้างเมื่อเห็นคนที่เฝ้าคิดถึง นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นยังจ้องมองปันปันอย่างไม่ละสายตา ไม่เคยที่แปรเปลี่ยนไป กิริยาทุกอย่างยังถูกจับจ้องแม้ร่างบางเดินมานั่งอยู่เบื้องหน้า


กีแซงคนงามนั้นสงวนกิริยา ไม่ทักทาย ไม่มองหน้า หรือแม้แต่จะเงยใบหน้าขึ้นมาสบสายตาของกันและกัน ไม่มีรอยยิ้มปรากฏให้เห็นที่ริมฝีปาก มือบางจับขวดเหล้าเทรินลงในจอกว่างเปล่าตามหน้าที่ ยื่นจอกสุราให้มือหนารับไว้ โดยที่...รอยยิ้มบนใบหน้าอี้เอินไม่ได้เจือจาง


หลังมือนิ่มถูกปลายนิ้วหนาแตะและสัมผัส หัวใจนั้นเต้นตึกตักพร้อมใบหน้าที่ร้อนผ่าว แต่ปันปันก็ยังเก็บอาการ ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจ้องมอง นัยน์ตาสีดำสนิทจับพฤติกรรมผิดสังเกต ใบหน้าหล่อเหลาแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มขบขัน รู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งตนทำนั้นผิดเช่นกัน แต่ท่าทางที่อี้เอินไม่เคยพบนั้นเป็นน้ำหล่อเลี้ยงประพรมหยดลงในหัวใจ


"ข้าขอโทษ..." อี้เอินยอมรับผิดที่ตนไม่เคยได้บอกกล่าว ปันปันได้ยินและเข้าใจ ทำเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ซ่อนความรู้สึกแท้จริงไว้ ไม่ต้องการเผยออกมา


"ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไร" ใบหน้าสวยหวานถูกฉาบด้วยความเรียบนิ่ง


"ก็จริงอยู่... แต่ท่าทีของเจ้าไม่เหมือนปกติธรรมดา" องค์ชายอี้เอินกระตุกยิ้มเมื่อพูดจบ เขาสนุกกับการได้สังเกตสีหน้า ปันปันพยายามกดความรู้สึกไม่ให้หลุดออกมา แต่นัยน์ตากลมโตที่วูบไหวนั้นกลับซ่อนมันไม่ได้เลย


ริมฝีปากอวบอิ่มถูกเม้มแน่น กายแกร่งเขยิบเข้ามาใกล้เขาช้าๆ ก่อนเสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยบางสิ่งออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้ามีภารกิจจึงไม่สามารถมาพบเจ้า แต่ถ้าเป็นครั้งหน้า ข้าสัญญาว่าข้าจะบอกเจ้าก่อน ไม่ได้อยู่ดีๆก็หายไป”


“...” ปันปันไม่ได้ให้คำตอบใด แม้จะถูกประโยคเหล่านั้นหว่านล้อมก็ตาม


“หลายวันมานี้...ในความคิดของข้ามีแต่เจ้า แล้วเจ้าล่ะ...คิดถึงข้าบ้างหรือไม่” ระยะห่างระหว่างอี้เอินกับปันปันนั้นชิดใกล้จนกีแซงคนงามต้องแอบเขยิบเพื่อถอยห่าง แต่มือหนากลับเอื้อมคว้าจับมือบาง ไม่ยอมให้ปันปันห่างออกไป “ข้าไม่รู้ว่าตอนนั้นหรือตอนนี้ เจ้ากำลังคิดถึงสิ่งใด แต่เจ้าควรรู้ไว้ว่าข้า...คิดถึงเจ้าเหลือเกิน”
            

"องค์ชาย...ปล่อยข้าเถิด" ปันปันอยากจะแกะมือหนา แต่เกรงว่าจะเสียมารยาท ใบหน้าสวยหวานก้มงุดซ่อนความรู้สึกไม่ให้มองดวงตา เพราะกลัวว่าหากอี้เอินได้จ้องเข้ามาจะรับรู้ถึง...ความคิดและความรู้สึกที่แท้จริง “ข้าไม่ได้โกรธท่าน แต่ข้า...เป็นห่วงท่านเพียงเท่านั้น”


เสียงหวานกล่าวประโยคท้ายอย่างแผ่วเบา แต่อี้เอินนั้นได้ยินอย่างชัดเจน ริมฝีปากหยักหนาคลี่ยิ้มกว้าง ไม่ยอมปล่อยมือตามที่ปันปันต้องการ แต่กลับสอดประสานนิ้วทั้งห้าและกอบกุมแน่นกว่าเดิม ใบหน้าสวยหวานกำลังร้อนผ่าวก่อนความร้อนนั้นจะแผ่ไปถึงใบหู ความอบอุ่นจากฝ่ามือยิ่งตอกย้ำความรู้สึกในหัวใจ


“...องค์ชาย” ปันปันไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า เพราะรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังรอสบสายตา จึงคิดจะเอ่ยบางอย่างเพื่อหลีกหนีออกไปจากสถานการณ์ แต่เจ้าของมือหนาที่กำลังใช้ปลายนิ้วเขี่ยหลังมือของเขาเล่น กลับพูดสิ่งนั้นออกมาโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว


“มาเล่นหมากกระดานตานั้นให้จบกันดีหรือไม่”


ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น ลังเลใจที่จะเงยหน้า อยากจะสบสายตา อยากจะรู้ว่าแววตาที่ถ่ายทอดคำพูดออกมานั้นกำลังคิดสิ่งใด... ใบหน้าสวยหวานค่อยๆเงยขึ้น นัยน์ตากลมโตนั้นเลื่อนประสาน ให้สายตาของคนทั้งคู่ได้สบสายตากันและกัน


นัยน์ตาสีดำสนิทไม่ได้พูดโป้ปด กระดานหมากตานั้นเขาจดจำได้ ไม่ได้พูดเพื่อเอาใจ แต่อี้เอินนั้นให้ความสำคัญ แววตาของปันปันวูบไหว หัวใจของเขากำลังไหวสั่น จะปฏิเสธอย่างไรกับความรู้สึกนั้น...ที่กำลังแผ่ขยายใหญ่กว่าเดิม


กระดานหมากถูกหยิบยกมาวางขั้นให้คนสองคนนั่งอยู่เบื้องหน้า คนทั้งคู่สบสายตาสานต่อกระดานหมากตานั้นให้สมบูรณ์ ราวกับวันเวลาย้อนกลับ เหมือนกับอดีตอยู่ตรงหน้า ปลายนิ้วคีบหยิบตัวหมากขึ้นมาวางลงบนกระดาน ตัวหมากถูกจัดเรียงให้ตรงตามตำแหน่ง ให้เหมือนกับจุดสุดท้ายที่มันเคยอยู่จนกระทั่งหมากสีขาวของปันปันเป็นตัวสุดท้ายที่ได้วางลง


บรรยากาศในห้องเงียบเชียบ มีสมาธิจดจ่อกับกระดานตรงหน้า ไม่มีเสียงใดเอ่ยออกมา ไม่มีการพูดคุย มีแต่การเคลื่อนไหวจากปลายนิ้ว มีแต่กระดานหมากที่ดำเนินต่อจนกว่าจะสิ้นสุดตา


หมากสีดำวางลงบนตำแหน่ง ปลายนิ้วบางกำลังคีบตัวหมากต้องชะงักค้าง คิ้วมนขมวดยุ่ง ไตร่ตรองอย่างจริงจังก่อนจะวางหมากตัวนั้นลง ปันปันส่ายหน้า ระบายยิ้มรับความพ่ายแพ้ เขาพยายามหลีกหนี พยายามเอาคืนตลอดทั้งตา แต่สุดท้ายก็ถูกไล่ต้อนกลับมาเป็นฝ่ายเสียเปรียบไม่รู้ตัว


อี้เอินวางตัวหมากที่จะทำให้รู้ผลแพ้ชนะ ปันปันรู้ดีว่าคนตรงหน้าควรจะวางในจุดไหน แต่มือหนากลับเลื่อนตำแหน่งวางหมากออกไป ไปในจุดที่เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะวางมัน คิ้วมนเลิกคิ้วขึ้น สงสัยแต่ไม่ได้เอ่ยคำถาม ตัวหมากสีขาวถูกวาง หมากล้อมยังดำเนินต่อไป


ผลแพ้ชนะถูกพลิก จากฝ่ายเสียเปรียบกลับมาเป็นฝ่ายรุกได้

ช่วงชิงพื้นที่มากมาย และสุดท้าย...ผู้ชนะคือปันปัน


“องค์ชาย...ท่านตั้งใจแพ้” เสียงหวานเอ่ยขึ้นระหว่างเก็บหมากสีขาวลงโถตัวหมาก ไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง แค่อยากจะเข้าใจ ใบหน้าหล่อเหลาประดับไปด้วยรอยยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะ นัยน์ตาสีดำสนิทยังสบสายตาไม่หลบไปไหน


“ถึงจะแพ้หรือชนะ ข้าก็ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร แค่เห็นเจ้าเบิกบาน มีความสุขกับการวางหมาก ข้าก็ยินดีมากเกินพอ”


ปันปันไม่ได้ตอบอะไร ปล่อยประโยคผ่านไปราวกับอากาศ แต่เป็นอากาศที่พัดผ่านดันความรู้สึกที่กักเก็บนั้นชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา


จะปกปิดได้ถึงเมื่อไร...

จะแสร้งว่าไม่เข้าใจได้ถึงเมื่อไรกัน...



 

นัยน์ตาสีดำสนิทมองสถานที่คุ้นเคยที่เขาไม่คิดจะคุ้นชิน เสื้อผ้าสามัญชนที่เคยสวมใส่ถูกผลัดเปลี่ยนเป็นอาภรณ์แห่งราชนิกุล ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับรอยยิ้มวันนี้มีเพียงใบหน้าเรียบนิ่ง คิ้วหนาขมวดจนเกือบชิด ตึงเครียดกว่าทุกครั้งที่เข้ามาในพระราชวัง


จองซังกุงนำทางองค์ชายอี้เอินมายังตำหนักของพระสนมเหมือนทุกครั้ง ซังกุงคนสนิทเอ่ยรายงานเมื่อมาถึง ขายาวก้าวไปข้างในเมื่อประตูห้องประทับถูกเลื่อนเปิด ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ก่อนทรุดกายข้างเสด็จแม่ที่กำลังนอนประชวร


“เสด็จแม่...” มือหนาเอื้อมไปจับมือพระมารดาก่อนที่เปลือกตาบางจะลืมขึ้นมามองใบหน้าของลูกชาย ใบหน้าสะคราญโฉมตอนนี้หม่นหมอง นัยน์ตาสวยบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า มือบางยกสั่นเลื่อนขึ้นมาประคองจับใบหน้าบุตรชาย


“...อี้เอิน” ผู้เป็นแม่เอ่ยเรียกชื่อด้วยเสียงแห้งพร่า


“รู้สึกดีขึ้นบ้างไหมพะยะค่ะ” อี้เอินคลี่ยิ้มแม้จะไม่เต็มใจ แต่เขาก็ต้องการให้พระมารดาเบิกบานมากกว่าที่จะเห็นเขาทุกข์แล้วทุกข์ใจมากกว่าเดิม


“แม่ดีขึ้นมาก แม้ตอนนี้ร่างกายจะอ่อนเพลียอยู่ก็ตาม” เพราะอายุที่มากขึ้น เพราะอากาศที่แปรเปลี่ยนบ่อยพลอยทำให้พระสนมยุนอันพินที่ไม่ค่อยแข็งแรงนักล้มป่วยลง


“เสด็จแม่ต้องเสวยให้มาก เสวยโอสถให้ตรงเวลาด้วยนะพะย่ะค่ะ”


“แม่รู้แล้วอี้เอิน” ริมฝีปากบางระบายยิ้ม ดวงตาโค้งขึ้นไม่ต่างจากพระจันทร์เสี้ยว พระสนมสะคราญโฉมหัวเราะเบาๆกับท่าทางของบุตรชายที่กำลังเป็นห่วงตน ไม่ต่างจากเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่ง


“พระสนมหวังฮีพิน องค์ชายเจียเอ่อร์ขอเข้าเฝ้าเพคะ” จองซังกุงเอ่ยรายงานถึงผู้มาใหม่ เสียงที่พูดคุยระหว่างแม่ลูกต้องเงียบกะทันหัน คนทั้งสองมองตากันและกันก่อนที่มือของพระมารดาจะบีบเป็นกำลังใจให้อี้เอินลดความตึงเครียดลง


ประตูห้องประทับเลื่อนเปิดออก เผยร่างสองร่างเข้ามาทำความเคารพแล้วนั่งลง โดยที่พระสนมยุนอันพินพยายามชันกาย


“พักผ่อนเถอะเพคะท่านพี่” พระสนมผู้มาใหม่รีบเข้าไปห้าม ค่อยๆประคองร่างคนป่วยให้นอนพักผ่อน


“ข้าต้องขอโทษที่ต้องทำให้เจ้าลำบาก และต้องขอบคุณน้ำใจของเจ้าเช่นเดียวกัน” พระสนมยุนอันพินเอ่ยออกมาจากใจจริง


“ท่านพี่อย่าคิดเช่นนั้น เราทั้งคู่ไม่ต่างจากพี่น้อง พี่สาวป่วยน้องสาวย่อมต้องมาดูแล ข้าไม่ได้ลำบากเลย” พระสนมหวังฮีพินหันไปรับกล่องไม้อย่างดีที่เจียเอ่อร์ยื่นมาให้อย่างรู้หน้าที่ “วันนี้ที่บ้านของข้าส่งโสมมาให้ ข้าจึงนำมามอบให้ท่านพี่เพื่อบำรุงร่างกาย”


“ขอบคุณเจ้าอีกครั้ง”


อี้เอินรับกล่องไม้แทนมารดา แต่เพียงเสี้ยววิที่รับส่งของ ดวงตาสวยคมกริบนั้นก็กวาดสายตาพิจารณาเขาในทันที “ยิ่งเห็นรูปโฉมใกล้ๆ ข้าก็ยิ่งรู้สึกโชคดีที่วันนี้มีโอกาสได้พบองค์ชายอี้เอิน”


“พระสนมกล่าวเกินไปแล้ว” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างนุ่มนวล เขาถ่อมตัวตามมารยาท แต่อีกใจนั้นก็ต้องการตัดบท ไม่อยากต่อบทสนทนาหรือพูดคุยกับผู้ใด


“ข้าไม่ได้พูดเกินจริงเลย องค์ชายเป็นที่กล่าวถึงทั้งรูปโฉมและความสามารถ อีกทั้งยังออกนอกวังตั้งแต่ไม่บรรลุนิติภาวะ เห็นแล้วก็หันมาย้อนดูบุตรชายของข้า คงต้องให้องค์ชายชี้แนะอีกมาก” คำพูดที่ได้ยินนั้นหวานหูราวกับน้ำผึ้งแสนหอมหวาน แต่ล้วนเป็นประโยคตามมารยาทที่สามารถกลับมาทิ่มแทงเขาได้ในภายหลัง


ทุกย่างก้าวในพระราชวังช่างเย็นยะเยือก

แม้แต่ถ้อยคำอ่อนหวานยังแฝงไปด้วยการเชือดเฉือน

ดั่งเข็มอาบยาพิษที่พร้อมพุ่งเข้าใส่หากไม่ระมัดระวัง


นัยน์ตาของผู้เป็นมารดามองบุตรชายของตนอย่างทะลุปรุโปร่ง นางรู้ดีว่าอี้เอินกำลังอึดอัดกระอักกระอ่วนกับสถานการณ์ จึงรีบเอ่ยว่า


“อี้เอิน... จะได้เวลาออกจากวังแล้วไม่ใช่หรือ”


“ใช่แล้วพะย่ะค่ะ ถ้าเสด็จแม่ไม่เตือนลูกคงฟังพระสนมพูดจนลืมเวลา พระสนมหวังฮีพิน...วันนี้ข้าต้องขอตัว” อี้เอินตอบอย่างรู้บทของตน เขาขอบคุณเสด็จแม่อยู่ในใจที่ทำให้หลุดออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดเสียที แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด...


“ท่านพี่เพคะ... ถ้าข้าอยากให้เจียเอ่อร์เดินไปส่งองค์ชายได้หรือไม่ เพื่อระหว่างทางองค์ชายจะได้ชี้แนะแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับบุตรชายของข้า” พระสนมยุนอันพินแอบสบตากับอี้เอิน ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลงอย่างเสียไม่ได้ ถ้าปฏิเสธออกไปก็เหมือนหักหน้าและไม่ให้เกียรติกัน


องค์ชายทั้งสองเดินออกมาจากห้องที่เสด็จแม่ของตนกำลังพูดคุยกันอยู่ บรรยากาศคล้ายจะอึดอัดสำหรับอี้เอิน แต่เจียเอ่อร์นั่นรู้สึกสนุกสนานไม่น้อย นัยน์ตาคมสำรวจพี่ชายต่างมารดาที่นานๆจะได้พบหน้าค่าตาก่อนริมฝีปากจะกระตุกแล้วถามว่า


“อีกไม่นานข้าก็จะบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ยังมีเรื่องภายนอกวังอีกหลายเรื่องที่ต้องให้ท่านพี่คอยชี้แนะและแนะนำ”


“ข้าไม่ได้เก่งกาจถึงขนาดจะชี้แนะผู้ใดได้ ข้าก็แค่ออกจากวังเร็วกว่าพี่น้องคนอื่นเพียงเท่านั้น” ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ ปกปิดความคิดของตน แสดงท่าทีทุกอย่างอย่างระมัดระวัง


“เพราะแบบนี้ท่านพี่จึงดูไม่ค่อยคุ้นชินกับภายในวังใช่หรือไม่พะยะค่ะ แต่ข้าก็พอเข้าใจได้ กฎระเบียบเข้มงวดก็ไม่มี ไม่มีพิธีรีตอง อีกอย่างยังมีเหลาสุราหรือแม้แต่...สำนักกีแซงให้เที่ยวเล่น” เจียเอ่อร์เอ่ยออกมาราวกับประโยคปกติธรรมดา แต่ถ้อยคำที่เลือกใช้นั้นล้วนจิกกัด มีแต่คำตำหนิติเตียน


อี้เอินหัวเราะไม่ได้ถือสา ไม่คิดจะโกรธหรือโทษคนอายุน้อยกว่า เพราะสิ่งที่กล่าวมานั้นคือข่าว คือเรื่องราวที่คนมากมายรู้เกี่ยวกับองค์ชายอี้เอิน


“ได้ยินมาว่าเจ้าเก่งกาจในเรื่องการวางยุทธศาสตร์การรบจนเสด็จพ่อชื่นชม สำหรับเจ้าการทำประโยชน์ให้บ้านเมืองอาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่สิ่งสำคัญที่สุดของข้า...คือความสุขสำราญของตนเอง” ริมฝีปากระบายยิ้มก่อนฝีเท้าจะหยุดลงแล้วพูดว่า “เจียเอ่อร์...ส่งข้าเท่านี้ก็เพียงพอ”


เจียเอ่อร์ไม่เอ่ยอะไรต่อ เจ้าของใบหน้าคมโค้งศีรษะและเดินจากไป ปล่อยให้องค์ชายอี้เอินกับจองซังกุงที่ดูแลอยู่ห่างๆเมื่อครู่เดินไปที่ประตูพระราชวังกันสองคน ร่างสูงผ่อนลมหายใจแผ่วเบาก่อนจะจ้องมองฟากฟ้า แล้วพึมพำกับตนเองว่า


“...เป็นวันที่เหนื่อยล้าเหลือเกิน”



 

อี้เอินเดินออกจากพระราชวังเปลี่ยนอาภรณ์กลับเป็นสามัญชน เขาถอนหายใจตลอดทางจนกระทั่งมาถึงจุดนัดพบกับแจบอม เจ้าหน้านิ่งยังหน้านิ่ง แต่ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยนั้นกลับมีแววตาจริงจัง


“พูดมา” เห็นแค่หน้าของแจบอม อี้เอินก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายมีบางสิ่งที่อยากจะเอ่ยออกมา แต่ด้วยท่าทางที่เหนื่อยล้า กลัวว่าจะเพิ่มเรื่องราวให้เขาหนักใจ อี้เอินถอนหายใจอีกแล้ว หากถอนหายใจทำให้คนอายุสั้นได้ อายุของเขาในตอนนี้คงเหลือไม่ถึงสิบปี


“ข้าไปสืบเรื่องตระกูลของท่านมา ดูเหมือนว่าจะมีสิ่งที่ไม่ชอบพากล” แจบอมยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ แต่เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องดี


อี้เอินครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ชั่วครู่ ใจหนึ่งก็เป็นห่วง แต่อีกใจก็เชื่อมั่นในความสามารถของท่านลุงที่จะทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายที่สุดก็คือ...เสด็จพ่อ ที่เขาไม่เคยอ่านใจคนคนนี้ได้เลยสักครั้งเดียว


“สืบต่อไป” อี้เอินสั่งก่อนร่างสูงจะหมุนตัวเดินกลับไปอีกทาง


“ท่านจะไปไหน” แจบอมรีบเดินตามหลังมาติดๆ เลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจเพราะเส้นทางที่อี้เอินกำลังเดินไปไม่ใช่ทางกลับบ้านเช่นทุกวัน


“ข้าจะไปหาปันปัน” วันนี้เป็นวันแสนเหนื่อยล้า ถึงร่างกายต้องการการพักผ่อนมากกว่า แต่ตอนนี้หัวใจของเขาบอกให้ไปหา...ที่พักพิงจิตใจ


อี้เอินมาถึงสำนักกีแซงตั้งแต่หัวค่ำ ถูกนำทางไปที่ห้องรับแขกประจำ เฝ้ารอให้ปันปันนั้นเดินเข้ามา ร่างสูงทรุดกายสักพัก เปลือกตาก็เริ่มหนักอึ้งจากความเหนื่อยล้า อี้เอินพยายามลืมตาขึ้นมา แต่สุดท้ายต้องสัปปะหงกเพราะความง่วงงุน


เสียงเลื่อนเปิดประตูทำให้อี้เอินสะดุ้งตื่น ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดใบหน้าก่อนระบายรอยยิ้มส่งให้กีแซงคนงาม ริมฝีปากหยักหนาหัวเราะขบขันกับปันปันที่ดูรีบร้อน ผมสีดำขลับไม่ได้ถูกม้วนเกล้า แต่กลับปล่อยยาวสยาย ไร้เครื่องประดับตกแต่งเหมือนเช่นทุกวัน


ริมฝีปากอวบอิ่มอยากจะต่อว่า แต่เห็นใบหน้าหล่อเหลาดูคล้ายจะเหนื่อยล้า ประโยคที่อยากเอ่ยออกมาก็ถูกกลืนกลับลงในคอ นัยน์ตาสีดำสนิทฉายความเหน็ดเหนื่อย แต่ริมฝีปากหยักหนากลับมอบยิ้มหวานให้กับตน ปลายนิ้วหนาถือวิสาสะม้วนเล่นปลายเส้นผม ตั้งใจเฉียดสัมผัสกับแก้มใส ก่อนปลายนิ้วจะปล่อยให้เส้นผมที่ม้วนเล่นคลายลง แล้วจับเส้นผมมาจูบเบาๆ


ปันปันอยากจะเขยิบ อยากจะถอยห่าง แต่เพราะแววตาที่ดูต้องการใครสักคนให้อยู่เคียงข้าง ทำให้เขาไม่หนีไปไหน ปันปันไม่ต้องการรับรู้ ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ไม่ถามเพื่อคลายความสงสัย แต่พร้อมที่จะรับฟัง หากอี้เอินต้องการที่ระบาย


ความตึงเครียดถูกแปรเปลี่ยนเมื่อได้เห็นใบหน้าสวยหวาน นัยน์ตากลมโตและรอยยิ้มที่ริมฝีปากทำให้จิตใจและความคิดของอี้เอินสงบลง ร่างกายผ่อนคลายจากบรรยากาศ ความเหน็ดเหนื่อย ความอ่อนล้าทำให้ร่างกายต้องการพักผ่อน อี้เอินถูกดึงเข้าสู่ห้วงนิทรา เปลือกตาหนาค่อยๆปรือปิดลง


ปันปันหัวเราะเบาๆเมื่อหันมาอีกทีองค์ชายอี้เอินก็สัปปะหงกกลางอากาศ ผงกศีรษะจนคนเห็นรู้สึกรำคาญ อยากจะหาหมอนให้อีกฝ่ายได้รองนอน แต่ขาเพรียวกำลังก้าวขึ้น ศีรษะขององค์ชายรูปงามกลับเอนมาซบเสียก่อน ปันปันเลยต้องยอมให้อี้เอินนอนบนตักของตนแต่โดยดี


ริมฝีปากอวบอิ่มผ่อนลมหายใจมองคนที่เผลอหลับ เป็นครั้งแรกนัยน์ตากลมโตนั้นได้พิจารณาองค์ประกอบของใบหน้าหล่อเหลาใกล้ๆ พร้อมหัวใจที่เต้นระรัว ปลายนิ้วเผลอแอบสัมผัสไรผมเบาๆตามโครงหน้า ก่อนจะชักมือกลับมาเพราะคนตรงหน้าหันมานอนพลิกกาย


ใบหน้าของปันปันแดงระเรื่อ มือทั้งสองปิดใบหน้าร้อนผ่าว เพราะคนหลับใหลไม่ได้รู้เลยว่าจมูกโด่งเป็นสันกำลังซุกกับหน้าท้องแบนราบของกีแซงคนงาม


หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ

อยากจะปฏิเสธ อยากจะปิดกั้นความรู้สึก

...แต่ไม่อาจทำได้

จะให้ปันปันทำได้อย่างไร

ก็เขาปล่อยหัวใจ...จนยากจะดึงกลับมา

 

 


-------------------------------------------------------------------------------------------- 

Talk

ครบร้อยเปอร์เซนต์แล้ว ฮืออ;___; ไม่รู้ว่าเครียดเกินไปไหม แต่มีหลายเรื่องราวค่ะที่มาร์คแบมต้องเผชิญ แต่บอกเลยว่าฉากสองคนตอนนี้เขียนไปก็เขินไป ฮืออออ จินตนาการเป็นภาพในหัวแล้วแบบ ฮือออ เราพยายามอธิบาย บรรยายให้เห็นภาพชัดที่สุดค่ะ เขิน;___;

ตอนนี้ความรู้สึกแบมเยอะมาก หลังจากรู้ความรู้สึกมาร์คไปแล้ว แต่มันก็มีความย้อนแย้งในตัวเอง ซึ่งต้องติดตามกันต่อ ส่วนตัวละครออกมาใหม่แล้วอีกหนึ่งตัว มีบทบาทอย่างไร เด่วจะได้ติดตามกันในเรื่องนะคะ แม่ของมาร์คกับแม่ของแจ็คสันเป็นสนมเอกขั้นเท่ากัน แจ็คสันกับมาร์คมียศเป็นองค์ชายเหมือนกัน เรื่องออกจากวังขององค์ชาย คือจะออกเมื่อบรรลุนิติภาวะ 20 ปี แต่มาร์คออกมาจากวังก่อน เด่วเรื่องนี้ค่อยว่ากัน//หัวเราะ

เอาจริงๆเราไม่อยากให้ทุกคนรอนาน แต่บางครั้งฟีลไม่ได้ แต่งออกมาไม่ดีก็ไม่พอใจ ลบแล้วแก้ไปใหม่จนกว่าจะพอใจ ดังนั้นระยะเวลาการอัพเลยไม่เท่ากัน แต่เราพยายามอัพให้เร็วที่สุดนะ;__; อาทิตย์ที่ผ่านมามีคนวาดแฟนอาร์ตให้เราเยอะมาก ตั้งแต่พี่วิว @Holly_158Me , น้องจูน @KIm_kura , ไอรีนที่แอบส่งมาให้ในดีเอ็ม , คุณ @at_chala ขอบคุณจริงๆค่ะ ดีใจมากเลย

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ติดตามเรา ขอบคุณคำติชมทุกกำลังใจ เจอกันตอนหน้านะคะ #กีแซงมบ

 

 

 

 


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

1,346 ความคิดเห็น

  1. #1277 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 19:49
    น้องก็เริ่มมีใจแล้วอะ มีน้อยใจที่องค์ชายไม่บอกกันแล้วหายไป แต่เรื่องในวังนี่น่าปวดหัวจริงๆ
    #1277
    0
  2. #1262 ออมม่า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 22:39

    เหมือนจะได้กลิ่นมาม่า

    #1262
    0
  3. #1142 toto (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 13:36

    ต่างคนต่างรักกัน น่ารักอะ จะมีอุปสรรคอะไรน้อ

    #1142
    0
  4. #1069 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 22:05
    เขินแทน
    #1069
    0
  5. #1009 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 21:39
    เขินมากเลยนะ ฮือออออ
    #1009
    0
  6. #1002 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 08:29
    งื้อออ ชอบอ่าาา
    #1002
    0
  7. #993 lost-death (@lost-death) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 18:50
    แจ็คอ่า รอบนี้เราเชียร์มาร์คแบมน้า แจ็คหาแจปายยยยย 5555
    #993
    0
  8. #986 toto (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 13:15
    องค์ชายกำลังสืบอะไรอยู่น้าาาาา
    #986
    0
  9. #985 toto (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 13:15
    องค์ชายกำลังสืบอะไรอยู่น้าาาาา
    #985
    0
  10. #908 Jidaaa.mb. (@songprince) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:26
    เจียเอ่ออย่ามาร้ายเชียวอะ แล้วคำพูดในวังนี่..อื้อหืม สงครามประสาทชัดๆ
    #908
    0
  11. วันที่ 26 กันยายน 2559 / 14:44
    เขินหนักมากกก
    #901
    0
  12. วันที่ 23 กันยายน 2559 / 15:32
    แอบเครียดเล็กน้อย555555
    #894
    0
  13. #699 Sai-tray (@killer-hell) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 10:40
    ชอบการตอบของอี้เอินนะ เหมือนเป็นการตอกกลับเจียเอ๋อร์ เบาๆว่า เออใช่ เเล้วไงละ 555555555
    #699
    0
  14. #635 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 00:13
    ได้แต่หวังว่าเจียเอ่อคงไม่ร้ายใส่องค์ชายอิเอิ้นนะ
    #635
    0
  15. #620 PurpleRainBow (@PurpleRainBow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 20:52
    ปมเยอะมากเลย เราไม่อยากเห็นเจียร์เอ่อ กั อี้เอิ้นทะเลาะกันเลยง่าาา ตอนที่หวังโผล่มานี่คิดในใจแบบ อย่าอริกันน้าาา
    #620
    0
  16. #613 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 19:50
    ละมุนมากก
    #613
    0
  17. #569 คาทัน (@anties1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 13:08
    เครียดแทน แต่อ่านเพลินดีค่ะ เพิ่งเข้ามาอ่าน นี่อ่านเป็นมาราทอนเลย 55555555
    #569
    0
  18. #484 mmmbb (@bbenz-02bt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 13:49
    เอาใจช่วยองค์ชายและกีแซงคนงามมม
    #484
    0
  19. #483 pkl---- (@ploy9822) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 10:16
    มันเต็มไปด้วยความตึงเครียดเฮ้ออออ ชีวิตองค์ชาย
    #483
    0
  20. #482 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 13:59
    สงสารอี้เอินจัง การดำเนินชีวิตแบบต้องปิดบังตัวตน ความคิดความสามารถ คงอึดอัดน่าดูเลย
    #482
    0
  21. #479 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 01:12
    ชอบตอนองค์ชายอี้เอินเหนือยกายใจก็มาหาปันปัน
    #479
    0
  22. #478 jaja.cw (@jaja_sixx) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 17:51
    ชอบเรื่องนี้มากเลยยย ภาษาดีมาก อินตามตลอดเลย
    #478
    0
  23. #477 MayB9397 (@mloveBAM2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 15:55
    เหมือนจะมีกลิ่นมาม่า....ข้าไม่ต้องการนะ 5555555
    #477
    0
  24. #473 ~เราจะรอ~ (@oil_sopida) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 11:13
    ดีงามมากค่ะ -///-
    #473
    0
  25. #472 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 08:32
    งื่ออยากรู้ว่าองค์ชายจะทำอะไร ทำไมถึงออกมา แล้วเรื่องปันปันอีกมันจะเป็นไปได้หรอ มีความเครียด
    #472
    0