[GOT7] 。기생 Gisaeng | MarkBam

ตอนที่ 6 : บทที่ห้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,668
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    5 ก.ค. 59

บทที่ห้า

 



            แสงอาทิตย์ที่สาดส่อง ณ ลานกว้าง ฮันบกสีสดถูกลมพัดพลิ้วไหวตามสายลมอ่อน บรรยากาศไม่ได้อบอ้าวหรือร้อนจัด อากาศกำลังเย็นสบายให้เหล่ากีแซงฝึกหัดได้ฝึกร่ายรำ เสียงกลองซังกูดังเป็นจังหวะ เป็นสัญญาณบอกให้เปลี่ยนท่า ข้อมือสะบัดผ้าผืนยาวไปตามองศาทิศทางที่ตนได้ร่ำเรียน


            อาจารย์ผู้สอนสั่งยืนในมุมที่สูงกว่า เพื่อจะได้เห็นภาพรวมและท่วงท่าการร่ายรำของลูกศิษย์ได้ชัดเจน การแสดงคล้ายสวยงาม แต่บกพร่อง คิ้วมนขมวดชิดเข้าหากันเมื่อเห็นจุดผิดพลาดในจังหวะเดิมๆ สีหน้าผู้เป็นอาจารย์แสดงความไม่พอใจนัก จนกระทั่งต้องออกปากสั่งให้การร่ายรำนี่หยุดลง


 “หยุด” เสียงหวานเอ่ยเพียงสั้นแต่ดังชัด จนทุกคนต้องหยุดชะงักมองมายังอาจารย์ชิน นัยน์ตาเรียวสวยจับจ้องไปที่เหล่าลูกศิษย์นิ่ง แล้วเอ่ยตำหนิว่า “ไม่ได้เรื่อง! สะเปะสะปะไปคนละทิศทาง นี่เป็นการแสดงกลุ่มไม่ใช่การแสดงเดี่ยว เจ้าต้องสนใจผู้อื่นด้วย อย่าสนใจแค่ตนเอง”


ขาเพรียวก้าวลง เดินเข้าไปชี้แนะลูกศิษย์ทีละคน เขาจดจำได้ทั้งชื่อ ใบหน้า จุดเด่น จุดด้อยและสิ่งที่ต้องแก้ไข ผู้เป็นอาจารย์ก้าวเดินมาเรื่อยๆจนหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของปันปัน นัยน์ตาเรียวสวยเป็นประกายชั่วครู่ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก กวาดสายตามองร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่ได้มีคำติหรือชี้ข้อบกพร่องใด มีแต่ประโยคแนะนำเพียงสั้น แต่คือหัวใจสำคัญของการแสดง


“เหลือแค่...ฟังดนตรีให้ดี แล้วตีความให้เข้าใจ” ปันปันพยักหน้าระบายยิ้ม ก้มหัวขอบคุณสำหรับคำสอน ไม่ใช่แค่ขอบคุณในครั้งนี้ แต่ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจารย์ได้สอนสั่งมา โดยเฉพาะครั้งนั้น...ที่ลงโทษเขาด้วยการตัดฟาง


ปากอาจจะเรียกได้ว่าการลงโทษ แต่แท้จริงแล้วคือการฝึกฝน ฝึกฝนให้เขาควบคุมน้ำหนักและใช้ข้อมือได้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับว่าคือการเรียนรู้ทางอ้อม...เพื่อให้ได้การร่ายรำที่สวยงาม  


เสียงกลองซังกูดังขึ้นอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าการแสดงกำลังเริ่มขึ้น ปันปันสูดลมหายใจลึกเข้าปอด บอกตนเองให้ตั้งสติ ซึมซับไปกับเสียงดนตรี เท้าทั้งสองข้างวาดไปตามจังหวะ ใบหน้าตั้งตรงมองไปยังเบื้องหน้าราวกับว่ามีผู้คนมากมายกำลังเฝ้าชมอยู่ ปันปันแย้มยิ้มอ่อนหวาน แขนเพรียวยกขึ้นสะบัดผ้าผืนยาว ก่อนจะยื่นมือไปหยิบดอกไม้ที่ประดับในแจกัน


จังหวะกลองสุดท้ายสิ้นสุดลงพร้อมศีรษะที่โค้งขอบคุณ การแสดงของเหล่ากีแซงฝึกหัดจบลงแล้ว แต่บรรยากาศกลับเงียบเชียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเอื้อนเอ่ยคำพูด นัยน์ตาทุกคู่จับจ้องไปยังทิศทางเดียวกันเพื่อรอคำติชมจากอาจารย์


“ดีมาก” อาจารย์ชินเอ่ยคำชมสั้นๆ แต่มากความหมาย เหล่าลูกศิษย์แย้มยิ้มพอใจไม่น้อยที่ตนเองพัฒนา อาจารย์เอ่ยสองสามประโยคสุดท้ายให้ลูกศิษย์ของตนได้จดจำ ก่อนการสอนในวันนี้จะสิ้นสุดลง

 



ปันปันก้าวเดินไปยังเส้นทางที่คุ้นเคย ขาเพรียวคุกเข่านั่งลงเมื่อถึงที่หมาย เสียงหวานเอ่ยขานบอกผู้เป็นเจ้านายเพื่อให้อีกฝ่ายอนุญาตให้เปิดประตู มือบางเลื่อนประตูเปิดหลังได้ยินคำอนุญาต ปรากฏให้เห็นปันปันน้อยที่กำลังเติบใหญ่... เข้าสู่ช่วงวัยจะเป็นกีแซงเต็มตัว


ใบหน้าน่ารักนั้นแปรเปลี่ยนงดงามและสะคราญโฉม นัยน์ตากลมโตฉายแววน่าค้นหา จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากช่ำอวบอิ่มดึงดูดสายตา ประกอบกันแล้วน่าจ้องมอง อีกทั้งผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดขับให้โดดเด่นกว่าผู้ใด


บัดนี้ไม่มีลูกเป็ดตัวน้อย...

มีเพียงหงส์ที่กำลังงามสง่า

โปรยปรายความเสน่หา โดยที่ตนเองยังไม่รู้ตัว


ปันปันเข้าไปรับใช้ฮีชอลตามปกติ มือบางหวีผมสลวยสีดำสนิท บรรจงตกแต่งผมของเจ้านายให้งดงามที่สุดเพื่อไปพบแขกของวัน ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้ม เสียบปิ่นปักผมเล่มโปรดก่อนจะยกกระจกให้ฮีชอลได้ส่องตรวจตรา ผู้เป็นนายไม่ได้พยักหน้าหรือให้คำตอบ ไม่แม้แต่จ้องมองหรือสนใจ นัยน์ตาคมสวยเหม่อลอยคิดถึงอะไรบางอย่าง...จนปันปันต้องเอ่ยเรียกถึงหลุดออกจากภวังค์


“พี่ฮีชอล...” เจ้าของชื่อสะดุ้งน้อยๆ แสร้งหยิบกระจกขึ้นมา หันมองซ้ายและขวาก่อนพยักหน้าพอใจ แต่ท่าทางแปลกประหลาดนั้นก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาคนที่รับใช้ฮีชอลมาเนิ่นนาน


“วันนี้...ท่านผู้นั้นมาหาพี่หรือ” ถึงจะไม่ใช่เรื่องของคนเป็นบ่าว แต่ปันปันรู้จักพี่ฮีชอลดี และท่าทางแบบนี้... มีให้เห็นนับครั้งได้ เพราะมันจะเกิดขึ้นต่อเมื่อ...ท่านผู้นั้นได้กลับมา


นัยน์ตาคมสวยว่างเปล่า ไม่ได้ให้คำตอบ ให้คำถามนั้นไขกระจ่าง ไม่มีคำปฏิเสธ ส่ายหน้าหรือพยักหน้ายืนยัน มีแต่ความเงียบ...ที่มีแค่ฮีชอลรู้คำตอบเพียงผู้เดียว


ร่างบางเดินนำผู้เป็นนายจนถึงที่นัดหมาย ปันปันย่อกายคุกเข่าเปิดประตูห้องให้ฮีชอลก้าวเข้าไปภายใน เสี้ยววินาทีที่เลื่อนประตูปิด เสี้ยววินาทีที่ได้เห็นแขกที่รออยู่ เป็นดังที่ปันปันคาด...ท่านแม่ทัพชายแดนฝ่ายเหนือ เชวซีวอน


ปันปันนั่งรออยู่หน้าประตูเหมือนทุกครั้งเพื่อรอรับคำสั่ง หากเวลาใดที่ผู้เป็นนายต้องการให้เข้าไปรับใช้ แต่ถ้าเป็นท่านซีวอนครั้งใด... ปันปันไม่เคยถูกเรียกเข้าไปใช้งาน


เสียงคายากึมดังเพราะพริ้ง แสงสว่างจากเปลวเทียนสลัวสะท้อนให้เห็นเงาข้างใน ร่างหนึ่งกำลังก้มใบหน้า ร้อยเรียงตัวโน้ตเป็นดนตรี ส่วนอีกร่างหนึ่งนั้นร่ำสุราและจ้องมองอีกฝ่ายไม่วางสายตา เสียงดนตรีไพเราะนั้นหยุดลงกะทันหัน เสียงหวานครางเบาๆเมื่อแม่ทัพฝ่ายเหนือกำลังกลืนกินริมฝีปากของตน


ปันปันรีบหันหลังก้มใบหน้าที่ร้อนผ่าว สีแดงระเรื่อถูกแต่งแต้มตั้งแต่พวงแก้มไปจนถึงใบหู เสียงครางหวานนั้นดังรอดพร้อมเสียงลมหายใจที่หอบดัง เสียงอาภรณ์และผิวเนื้อกำลังเสียดสี เสียงเรียกขานเอ่ยชื่อ สายตาสบประสานกับคนตรงหน้า มันวาบหวามจนปันปันต้องถอยห่างออกมา แต่ไม่กล้าละหน้าที่แล้วเดินจากไป


ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น เสียงร่วมรักยังดังเข้ามาในหู หากเป็นปันปันคนเก่าคงไม่รู้สึกรู้สา แต่เรื่องนี้ในวัยนี้...มันใกล้ตัว ร่างกายเด็กหนุ่มร้อนผ่าว หยาดเหงื่อผุดตามใบหน้าสะคราญโฉม อารมณ์ภายในเริ่มพลุ่งพล่านและร้อนรุ่ม พยายามให้ตนเองหยุดจินตนาการ



 

แสงอาทิตย์สาดส่องบอกถึงเวลาเช้าตรู่ เสียงเลื่อนประตูปลุกให้คนสัปหงกสะดุ้งตื่น นัยน์ตากลมที่พร่ามัวเผลอมองร่างสูงใหญ่ที่เดินผ่าน แม่ทัพฝ่ายเหนือยกยิ้มแกมขบขัน มองเด็กรับใช้ของกีแซงคนงามอย่างเอ็นดู


ปันปันลุกขึ้นยืนเข้าไปดูแลผู้เป็นนาย ก่อนจะเห็นฮีชอลกำลังสวมใส่อาภรณ์ปิดบังร่างกาย นิ้วเรียวสางเส้นผมให้เข้าที่ แล้วเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “กลับกันเถอะปันปัน”


ไม่มีความรู้สึกใดแฝงอยู่ในน้ำเสียง แต่ปันปันเห็นแววตาคมสวยนั้นสั่นไหว


“พี่...น่าจะไปส่งท่านซีวอน” ปันปันพูดออกไป ไม่มีคำตอบใดเอ่ย ฮีชอลยังยืนยันพูดย้ำคำเดิมให้เดินกลับไปยังห้องของตน


นัยน์ตากลมโตมีแต่คำถามเมื่อได้มองแผ่นหลังที่เดินอยู่เบื้องหน้า แผ่นหลังนั้นดูบอบบาง แต่กลับเหย่อหยิ่งและแสนทระนง พี่ฮีชอลขึ้นชื่อเรื่องหยิ่งในศักดิ์ศรี ขายแต่เพียงศิลปะและดนตรี แม้จะถูกหยิบยื่นข้อเสนอจากผู้มีอำนาจมากด้วยตำแหน่งและเงินทอง


ฮีชอลนั่งลงที่เบาะนุ่ม เท้าคางมองปันปันที่เต็มไปด้วยความสงสัย มองอีกฝ่ายที่กำลังโดดเด่นกว่าผู้ใด ราวกับสะท้อนภาพในอดีตของตน


“พร้อมหรือไม่” นิ้วเรียวสวยสัมผัสที่คางมนให้เงยเชิด สบสายตาที่ตอนนี้ฉายแววคล้ายสับสน “...ที่จะได้เป็นกีแซงเต็มตัว”


“แล้ว...แบบไหน คือกีแซงแบบที่ข้าควรเป็น” ปันปันใช้ชีวิตและเรียนรู้การอยู่กับที่นี่มาตั้งแต่เด็ก ที่แห่งนี้ไม่ใช่มีเพียงด้านสวยหรู ปากอาจจะพูดว่าขายศิลปะ มีคำสอนย้ำเตือนให้ใช้สมอง ไม่ใช่เรือนร่าง แต่อำนาจเงินทองนั้นหอมหวานสามารถครอบงำได้ทุกอย่าง ...แม้แต่ตัวตน


“ทำสิ่งที่เจ้า...คิดว่ามันถูกและควร” ฮีชอลพูดตามความเป็นจริง คำชี้แนะและการตัดสินใจที่ดีที่สุดคือตัวผู้นั้นเอง


แม้จะคลายความสับสน แต่ยังไม่คลายความสงสัย ปันปันอยากจะเผยออ้าริมฝีปากถามออกไป แต่ก็ต้องกลืนประโยคนั้นลงลำคอ ฮีชอลเห็นทุกกิริยา อ่านคนอายุน้อยกว่าออกทุกพฤติกรรม


“อยากถาม ก็ถามมาเถอะ” ฮีชอลถอนหายใจไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย


“พ...พี่ฮีชอลกับท่านซีวอน” ปันปันอยากจะเอ่ยประโยคต่อไป แต่ก็ยังอ้ำอึ้ง ลังเลใจจนฮีชอลเป็นผู้ให้คำตอบเอง


“สิ่งที่เจ้าได้ฟังอาจจะดูน่าขบขัน ว่าคนอย่างข้านั้น...กำลังตกหลุมรักใครสักคน” นัยน์ตาคมสวยไม่ได้ปิดบังความว้าวุ่น แววตาคู่นั้นมีทั้งความสุขเคล้าความเศร้า จนปันปันหวนกลับมาถามตนเอง ว่าความรักคืออะไร มันดีจริงหรือไม่ ควรเก็บมันเอาไว้ ...หรือละทิ้งมัน

 



            อาคารเรือนในสำนักกีแซงชายถูกตกแต่งด้วยผ้าหลากสี โคมไฟมากลวดลาย พร้อมหมู่มวลดอกไม้ที่กำลังส่งกลิ่นหอมหวาน บอกเป็นสัญญาณว่าใกล้ถึงวันงานประจำปี เจ้าสำนักตรวจตราความเรียบร้อย เดินเข้าออกทุกอาคารเพื่อความพร้อมในทุกด้าน ทั้งห้องหับเอาไว้รับแขก อาหารและสุราจากห้องครัว จนกระทั่งลานแสดง...ที่เป็นหัวใจของค่ำคืน


เหล่ากีแซงฝึกหัดกำลังร่ายรำอย่างแข็งขันโดยการซ้อมนั้นอยู่ในสายตาของอาจารย์ชิน ชายวัยกลางคนเห็นเด็กหนุ่มนับสิบแล้วอมยิ้ม เดินเข้าไปใกล้ร่างระหงพร้อมดีดลูกคิดรางแก้วในใจ


“การแสดงคืบหน้าไปถึงไหน” เจ้าสำนักเอ่ยถาม


“สวยงาม... จนท่านเจ้าสำนักสามารถโอ้อวดได้อีกปี” คำตอบของอาจารย์ชินทำให้ผู้รับฟังหัวเราะชอบอกชอบใจ ก่อนจะกวาดสายตาเพื่อมองเด็กหนุ่มที่ต้องทำการแสดง นัยน์ตาของผู้ผ่านโลกหยุดลง สะดุดจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่โดดเด่น ใบหน้าสวยงดงามตรึงตรา ท่วงท่าสง่าเพิ่มมูลค่ามากกว่าราคาที่ตนเคยคิดคำนวณ


“ดาวเด่นในค่ำคืนนั้น ขอให้เป็น...ปันปัน” เจ้าสำนักเอ่ยชื่อผู้ถูกเลือก อาจารย์ชินก้มศีรษะรับคำก่อนที่เจ้าสำนักจะเดินจากไป


คืนงานประจำปีคือธรรมเนียมของสำนักกีแซง เป็นงานที่กีแซงฝึกหัดจะโดดเด่น ยิ่งหากได้แสดงเดี่ยวในค่ำคืน การแสดงคือการเพิ่มมูลค่า เพิ่มราคาในการเปิดบริสุทธิ์ตามกฎประเพณี ก่อนที่จะได้ชื่อว่ากีแซงอย่างเต็มตัว


ปันปันถูกเลือก...ไม่ใช่เพราะความรักใคร่

ในสำนักกีแซงนั้น...ไม่ได้รักหรือเอ็นดูผู้ใด

ขอแค่ทำเงินมากมายมหาศาลได้นั่นแหละ...คือที่โปรดปราน



 

ค่ำคืนมืดมิด แต่ในสำนักกีแซงกำลังส่องสว่าง อาคารเรือนถูกตกแต่งอย่างงดงาม เรียบหรูแต่ตระการตา มีผู้คนมากมายเดินเข้าออกล้วนเป็นชนชั้นสูงมากอำนาจยศถา ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเหยียบเข้ามาในงานแสนโด่งดัง เสียงดนตรีบรรเลงคึกครื้น เหล่ากีแซงมีชื่อหรือแม้แต่เจ้าสำนักลงมาต้อนรับ อาหารมากมายและสุราถูกจัดตามที่นั่งเพื่อรับชมการแสดง


            เสียงดนตรีหยุดลง ก่อนเสียงคายากึมจะดึงดูดทุกสายตา ฮีชอลยกยิ้มที่มุมปาก ช้อนสายตาโปรยเสน่ห์ ปลายนิ้วร้อยเรียงโน้ตเป็นดนตรีให้หลงใหลศิลปะที่ตนได้ถักทอ

            เสียงคายากึมหยุดแล้ว แต่เสียงปรบมือยังไม่หยุด ฮีชอลระบายยิ้มรับพอใจก่อนจะเดินกลับที่นั่งของตน แต่เรียวขาต้องหยุดชะงักเมื่อเด็กรับใช้มากระซิบข้างหู คิ้วมนเลิกขึ้นสงสัยก่อนจะเดินไปยังที่นั่งของผู้นั้นที่เรียกตน นัยน์ตาคมสวยเห็นแผ่นหลังผู้นั้นต้องไหววูบ ริมฝีปากขบเม้มแน่นราวกับว่านี่คือเรื่องโกหก ร่างบางก้าวเข้าไปช้าๆก่อนจะพบว่า...นี่คือความจริง


            ฮีชอลย่อกายนั่งเคียงข้าง เอ่ยถามในสิ่งที่ตนสงสัย “ทำไม...ท่านถึงไม่อยู่ชายแดน”


            “เจ้านี่ปากร้ายแล้วยังใจร้าย” ซีวอนหัวเราะในลำคอ ยกจอกสุราดื่มแล้วยื่นให้อีกฝ่ายเติม “ข้ามีภารกิจเร่งด่วนถูกเรียกตัวเข้ามาในเมืองหลวง”


            “ข้าคิดถึงเจ้า” ขวดสุราที่กำลังเทหยุดชะงักค้าง ไม่มีคำตอบจากคนถูกถาม ฮีชอลไม่ได้เงยหน้าสบสายตา ใบหน้าหล่อเหลาไม่ได้หยอกอะไร นัยน์ตาหันไปจับจ้องกีแซงฝึกหัดที่กำลังเตรียมการแสดง “ปันปันของเจ้า แค่ยืนจะโดดเด่นสะดุดตา เห็นทีว่า...ข้าอาจจะร่วมประมูล”


            “เงินของท่าน ข้าหรือจะมีสิทธิออกความเห็น” น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากสีหน้าของใบหน้าคมสวย


            “ก็ข้าอยากเห็นเจ้าหึงหวง” ริมฝีปากอ้าปากรับของว่างที่ฮีชอลคีบตามหน้าที่


“...ท่านแม่ทัพซีวอน” ไม่ทันที่ฮีชอลจะเอ่ยประโยคจบ น้ำเสียงหนักแน่นก็เอ่ยแทรก หวังให้อีกฝ่ายได้เข้าใจ “สามปีที่ข้าหมั่นส่งจดหมายให้เจ้ายังไม่ชัดเจนอีกหรือ ฮีชอลพูดกี่ครั้งข้าก็ยังยืนยันคำเดิม ...ข้าอยากไถ่ตัวเจ้าออกจากสำนักกีแซง”


น้ำเสียงหนักแน่นนั่นทำให้คนฟังสั่นไหว แต่ฮีชอลยังไม่ได้ให้คำตอบได้ เพียงเก็บเอาไว้แล้วจ้องมองไปยังลานแสดง


            กลองซังกูให้จังหวะ มีเสียงซอและขลุ่ยคอยประสานก่อนที่เหล่ากีแซงฝึกหัดจะเดินเข้ามาตรงกลางก้าวย่างช้าๆเพื่อเริ่มการแสดง ใบหน้าตกแต่งด้วยเครื่องประทินโฉม ทรงผมถูกเกล้าประณีตสวย ฮันบกที่สวมใส่ถูกตัดเย็บเพื่อการแสดง


            กีแซงฝึกหัดย่อมมีหน้าตาที่สะสวย แต่การร่ายรำคือเสน่ห์ ที่จะดึงความงามและตัวตน ปันปันแย้มยิ้มสดใส เครื่องประทินโฉมเสริมเครื่องหน้าให้โดดเด่นกว่าผู้ใดจนทุกสายตาต้องจ้องมอง ท่วงท่างามสง่าแผ่เสน่ห์อันเข้มข้น


ตรึงสายตา สะท้านสั่นไปทั้งใจ



 

            นัยน์ตาดำสนิทมองไปยังสุดปลายถนน ประตูของสำนักกีแซงถูกตกแต่งพร้อมเสียงดนตรีที่ดังแว่วบอกถึงเทศกาลงานรื่นเริง จีซอนขมวดคิ้ว หลังจากมองตามสายตาขององค์ชายอี้เอิน


             “เข้างานประจำปีของสำนักกีแซง มันไม่ได้ง่ายหรอกอี้เอิน” จีซอนตบบ่าสหายแล้วถอนหายใจ ก่อนจะชี้ชวนให้สนใจอีกทาง “ฮันอุนรออยู่ที่เหลาสุราแล้ว ไปกันเถอะ ข้าอยากดื่มเต็มแก่”


ริมฝีปากหยักหนาไม่ได้เอ่ยประโยคหรือต่อคำ เขาเพียงระบายยิ้มโดยที่จิตใจนั้นเบาหวิว...เพราะมันทำให้หวนคิดถึงใครบางคนในความทรงจำ ใบหน้าตรึงตานั่นอาจเลือนรางตามกาลเวลา แต่ความรู้สึกที่ได้พบนั่นยังชัดเจน


ตอนนี้เจ้า...เป็นเช่นไร



 

ปันปันเดินกลับเข้ามาที่ลานแสดง ฮันบกหลากสีสันถูกเปลี่ยนเป็นสีขาวสะอาด เครื่องประดับผมที่ตกแต่งจนหนักหัวถูกปลดออก ปล่อยให้ผมดำสนิทยาวสยายแล้วประดับเอาไว้เพียงริบบิ้นสีแดง ดนตรีเริ่มบรรเลงเป็นสัญญาณว่าการแสดงจากดาวเด่นในค่ำคืนเริ่มต้นขึ้น


ภาพปันปันจากการแสดงเมื่อครู่ยังติดตา แต่นัยน์ตากลมโตสดใสไม่ได้ส่องประกายเหมือนคราวก่อน เหลือเพียงความมืดมน บอกความรู้สึกเศร้าสร้อยเคล้าความทุกข์ระทม สีหน้าแววตาไม่ต่างจากความมืดมิดที่กำลังดูดกลืนลมหายใจ


เสียงดนตรีขับกล่อม จังหวะขับขานเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย ทั้งการเคลื่อนย้าย ทั้งฝ่ามือที่ร่ายรำร่างบางแสดงเรื่องราวผ่านสีหน้าและท่วงท่า มือบางคลี่ผ้าสีขาว กางผ้าผืนยาวออกเมื่อถึงท่อนสุดท้าย น้ำตาที่เอ่อคลอไหลออกมาเป็นหยาดหยด ร่วงลงอาบแก้มแล้วย่อกาย


หัวใจผู้ชมนั้น...เต้นผิดจังหวะ

ร่างกายผู้จ้องมองนั้น...สะท้านสั่น

ถูกดึงดูดจนซึมซับ... ศิลปะ ความงดงามที่ถ่ายทอดออกมา


ไม่มีเสียงดังเอื้อนเอ่ยแม้การแสดงได้สิ้นสุด เสียงปรบมือไม่ได้ดังขึ้นเพราะทุกคนกำลังตกในภวังค์ จนเสียงปรบมือจากชายสูงศักดิ์ดึงให้ทุกคนหลุดออกมา ริมฝีปากหยักยกยิ้มพอใจกับการแสดงตรงหน้า แต่พอใจยิ่งกว่าก็คงเป็นผู้ทำการแสดง...


นัยน์ตาทรงเสน่ห์จ้องมองปันปันไม่ละสายตาราวกับว่าอีกฝ่ายคือรูปสลักของเทพธิดาที่สูงค่าและกลัวว่ากระพริบตาจะหายไป  

         

ปันปันระบายยิ้มกว้างเมื่อเห็นฮีชอลมารอรับ ใบหน้าของคนอายุน้อยกว่างดงามแม้เครื่องประทินโฉมจะหลุดเลือน ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว ฮีชอลพยักหน้าแล้วทยอยตอบคำถามไม่เบื่อที่จะรับฟัง นัยน์ตาคมสวยทอดมองเด็กตรงหน้าที่ไม่ว่าเติบโตเท่าไหร่ก็ยังเป็นเด็กในสายตา


เป็นปันปันน้อย..ของพี่ฮีชอล


บทสนทนาต้องหยุดลงเมื่อเด็กรับใช้มาเอ่ยกระซิบที่ข้างหู รอยยิ้มที่คลี่กว้างเปลี่ยนเป็นระบายยิ้มบางแล้วตอบตกลง นัยน์ตากลมโตมองฮีชอลก่อนอีกฝ่ายจะพยักหน้าเข้าใจว่าสิ่งใดคือสิ่งที่เด็กรับใช้มาบอกกล่าว มือบางเอื้อมจับคนตรงหน้าก่อนจะลูบเบาๆแล้วอวยพร


“ปันปัน...ข้าขอให้เจ้าโชคดี” ฮีชอลระบายยิ้มโดยมีปันปันคลี่ยิ้มรับ ร่างบางโค้งเคารพก่อนก้าวย่างตามแผ่นหลังเด็กรับใช้ที่นำทาง


หัวใจของปันปันเต้นไม่เป็นจังหวะ การก้าวเดินในเส้นทางนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ความรู้สึกมากมายปะปนแม้จะยืนอยู่ที่หน้าประตู เด็กรับใช้โค้งให้เขาแล้วถอยหลังกลับ ร่างกายคุกเข่าลงเอ่ยขานชื่อ


“เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางเอ่ยฟังชัด มือบางสูดลมหายใจเลื่อนเปิดประตู ตอนนี้เขาจะได้รู้มูลค่าของตน


ปันปันเบิกตากว้างเมื่อคนที่หันมองหน้าต่างหันมาใบหน้ามาทางตน ใบหน้าหล่อเข้มแม้ผ่านโลก ร่างกำยำยังหนุ่มแน่น ร่างบางรีบก้มลงคุกเข่าเพราะเขารู้ว่าคนเบื้องหน้าของตนคือใคร...


ท่านเสนาบดีกรมคลัง จางดองกัน


เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังในลำคอ มือหนาบรรจงจับคางมนให้เงยเชิด สบสายตากล้าๆกลัวไม่กล้าสบตาเขาตอบอย่างพอใจ ปันปันแอบลอบมองอีกฝ่ายเพียงครู่ แต่กลับถูกนัยน์ตาทรงเสน่ห์นั้นแผดเผา ร่างกายถูกสัมผัสแผ่วเบา หลอมละลายไปกับความอ่อนโยนที่กำลังเป็นไฟลุกโชน


แสงอรุณสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างในยามเช้าตรู่ เสียงนกขับขานปลุกให้ปันปันปรือตาตื่น พร่าตรงหน้าพร่ามัวก่อนจะกระพริบตา


ปันปันรีบลุกขึ้นมาตามหน้าที่เมื่อเห็นท่านดองกันกำลังแต่งกาย มือบางช่วยสวมใส่ฮันบก ถึงแม้จะเจ็บอยู่ที่ช่วงล่าง ใบหน้าตั้งอกตั้งใจก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมาสบกับนัยน์ตาทรงเสน่ห์ที่จ้องมองกีแซงคนใหม่อย่างไม่วางตา


ปลายนิ้วหนาแตะแผ่วเบาที่คางมน ใบหน้างดงามเงยเชิดรับริมฝีปากหยักที่เข้ามาครอบครอง บดเบียด กลืนกินจนพอใจ นัยน์ตาหวานเยิ้มช้อนมองราวกับตัดพ้อเมื่อริมฝีปากผละออก เสนาบดีกรมคลังกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จับปลายคางมนอย่างอดใจไม่ไหว ต้องจุมพิตลงไปอีกครั้งหนึ่ง แล้วกระซิบข้างหูว่า


“ข้าจะเป็นแขกประจำของเจ้าเอง”


เป็ดน้อย เติบโตกลายเป็นหงส์

ดักแด้ลอกคราบ เป็นผีเสื้อโบยบินสยายปีกสวย

ไม่มีความไร้เดียงสา ปราศจากความขาวสะอาด

มีแต่นัยน์ตาหวานเยิ้ม และกลิ่นอายแสนยั่วยวน

 

 

*กลองซังกู กลองยาวเกาหลี

**คายากึม พิณเกาหลีที่คล้ายกู่เจิ้งของจีน



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Talk

ตอนนี้ใช้พลังเยอะเพราะฉากอลังการค่ะ//ร้องไห้(ไปนั่งดูนาฏศิลป์เกาหลีOTL) พยายามเขียนออกมาให้ดีที่สุด ให้ทุกคนเห็นภาพ แล้วก็อย่าปารองเท้ามา ที่บอกว่ากีแซงขายศิลปะไม่ได้ขายตัวจริงๆค่ะ แต่การเป็นกีแซงเต็มตัวต้องเปิดบริสุทธิ์ถึงจะสามารถเป็นได้ ส่วนหลังจากนั้นก็แล้วแต่ แต่ละคนแล้วนะ//หัวเราะ

ตอนนี้มีวอนซินด้วย เพราะจะมีผลต่อเรื่องในเนื้อเรื่องต่อไป ยังไงก็ติดตามกันนะคะ ส่วนองค์ชายนั้น เขาจะมาแล้วจริงๆค่ะ ไม่งบน้อยอีกแล้วนะ ตอนนี้อยากให้ทุกคนซึมซับกับการเติบโตจากลูกเป็ดเป็นหงส์ ว่าปันปันโตแล้วจริงๆ ฮือออ

เรื่องนี้ตัวละครมีพอสมควร แล้วก็ใช้แล้วถึงเยอะ จดจำแค่คนหลักๆก็พอนะคะ;__; เจอกันตอนหน้า เราจะพยายามอัพให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์และติชมค่ะ #กีแซงมบ




? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

1,342 ความคิดเห็น

  1. #1342 ktrt-m (@ktrt-m) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 11:51
    ทามมายยยยยยยยย(ใส่เสียงเอ็กโค่เยอะๆนะคะไรท์)
    #1342
    0
  2. #1340 9Unknown9 (@9Unknown9) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 15:08
    น้องงงงงงงงง ฮือออออ :,(
    นึกว่าพี่อี้จะเป็นคนคนนั้น TT
    #1340
    0
  3. #1274 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 12:38
    น้องน้อยออกจากรังแล้ว ต้องเป็นกีแซงเต็มตัวแล้วนะลูก ;(
    #1274
    0
  4. #1260 ออมม่า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 19:25

    นึกว่าพระเอกจะได้เปิด ซิง

    #1260
    0
  5. #1253 fahsai410 (@fahsai410) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 22:22
    เสียดายอะ ฮืออTT
    #1253
    0
  6. #1239 DgKookkik (@DgKookkik) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 11:13
    องค์ชาย
    ช้าอะอดเลย55555
    #1239
    0
  7. #1222 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 18:31
    ทำไมคนเเรกของน้องไม่ใช่องค์ชายยยย ง่ะะะ งี้เเหละอี้เอิน!! ค่าตัวเเพงนัก!!!!
    #1222
    0
  8. #1181 MojiSutnarak (@MojiSutnarak) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 23:29
    อยากให้คนแรกของปันปันคือองค์ชายพออ่านถึงตอนที่ปันปันโดนพรากความบริสุทธิ์เรานี้ถึงกับอุทานด้วยความตกใจขั้นสุดว่า........(สัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง) #ฮืออออออเสียใจหนักมาก
    #1181
    0
  9. #1171 jm2611 (@jm2611) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 03:34
    นี่อาจจะเป็นจุดที่ทำให้องค์ชายมีความพยายามมากขึ้นก็ได้นะ
    #1171
    0
  10. #1167 sangster97 (@sangster97) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 00:17
    โอ้ย เจ็บจนใจระทม ปันปันน้อยกลายเป็นกีแซงเต็มตัวแล้ว ถึงแม้ว่าอยากจะให้องค์ชายเป็นคนแรกของปันปันก็เถอะ แต่ว่ามันแบบว่าฮื่อ เส้นทางกีแซงมันไม่ง่ายเลย /ร้องห้ายยยสงสารน่องง
    #1167
    0
  11. #1166 sangster97 (@sangster97) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 00:17
    โอ้ย เจ็บจนใจระทม ปันปันน้อยกลายเป็นกีแซงเต็มตัวแล้ว ถึงแม้ว่าอยากจะให้องค์ชายเป็นคนแรกของปันปันก็เถอะ แต่ว่ามันแบบว่าฮื่อ เส้นทางกีแซงมันไม่ง่ายเลย /ร้องห้ายยยสงสารน่องง
    #1166
    0
  12. #1137 toto (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 12:22

    มาอ่านอีกครั้งก็ยังเสียดาย

    #1137
    0
  13. #1113 Chansmile11 (@Chansmile11) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 00:37
    อยากให้องค์ชายเป็นคนแรกของปันปันTT ชีวิตกีแซงมันไม่ง่ายเลยยยยย
    #1113
    0
  14. #1016 NINGWC (@NINGWC) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 22:39
    ฮืออ สนุกมากก ปันปันน้อยของฉันเป็นกีแซงเต็มตัวแล้ว
    #1016
    0
  15. #1001 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 19:45
    โอ้ยยยย เพิงเเจอเรื่องนี้ แต่อ่านเพลินมากกก ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้เม้นให้ตั้งแต่ตอนแรกๆ ชอบมากเลยย ติดมาก
    #1001
    0
  16. #983 toto (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 12:05
    ถึงจะอยากให้คนแรกคือองค์ชายก็เถอะ แต่ดงกอนก็ได้นะอิอิ
    #983
    0
  17. #977 chonry99 (@vvtoei) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 04:16
    โอ้ย ไม่จริงง ทำไมปันปันต้องโดนเปิดบริสุทธิ์กับคนนี้ ฮือออ องค์ชาย องค์ชายไปหนายยย ทำไมไม่มาช่วยเมีย 5555555555555
    #977
    0
  18. #936 Ruby-Bracegirdle (@Toey2Toey) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 15:39
    ว้ายยยยยย ทำไมคนที่ทำให้ปันปันเติบโตมาเป็นกีแซงเต็มตัวไม่เป็นองค์ชาย องค์ชายยยยยยอยู่ไหนนนน ใครเอาไปทานแล้วววว 555555555
    #936
    0
  19. #916 arada j (@arada_jsm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 00:17
    รู้สึกลำไส้มันบิดมวนยังไงไม่รู้ เอาจริงๆเสียดายอย่างที่รี้ดคนอื่นว่านั่นแหละ แต่เราก็ชอบให้เรื่องมันเป็นแบบนี้มากกว่าอยู่ดี เรื่องไหนปมเยอะมันก็ยิ่งน่าติดตาม >< ไม่ได้หลงใหลม่าเม่ออะไรนะ แต่คิดว่าเนื้อเรื่องเป็นแบบนี้อ่ะดีแล้ว // เวิ่นเว้อไปอีก 5555 อ่านตอนต่อไปดีกว่า
    #916
    0
  20. #906 Jidaaa.mb. (@songprince) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:13
    ........ปันปั๊นนนนนน เอาเถอะไม่เป็นไร ถึงจะเสียดายไม่นิดนึง555555
    #906
    0
  21. วันที่ 23 กันยายน 2559 / 15:07
    เงิบไปดิ้ ??
    #892
    0
  22. #825 mew-k-g-b (@mew-k-g-b) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 18:15
    แงงง เสียดายอ่ะ อี้เอินอดเป็นคนแรกของปันปันเลย แต่ก็นะ รอเป็นคนสุดท้ายก็ได้ 555555
    #825
    0
  23. วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 01:21
    ตีโพยตีพาย นี่อยากให้คนแรกของปันปันเป็นองค์ชายอี้เอินง่าาา แต่รู้หละว่าไม่มีทาง หงส์งามเป็นหนึ่งอย่างปันปัน คนที่ประมูลได้ต้องพร้อมทั้งฐานันดรและทรัพย์สมบัติ อีตาองค์ชายเราสอบจอหงวนได้ยังเหอะ ยังแอบหลับแอบหนีเที่ยวอยู่เล้ยยย เฮ่อ เอาเหอะ.. ถือว่าฝึกงานก่อนไปปรนนิบัติองค์ชายนะปันปัน T_T
    #654
    0
  24. #647 n_npsk (@n_npsk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 21:27
    เขียนดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่าตั้งใจเขียนจริงๆ :))
    #647
    0
  25. #632 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 23:42
    อยากให้คนเปิดบริสุทธิปันปันเป็นองค์ชายจัง งืออออออแ
    #632
    0