[GOT7] 。기생 Gisaeng | MarkBam

ตอนที่ 5 : บทที่สี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    5 ก.ค. 59

บทที่สี่

 

            เด็กน้อยไร้เดียงสา คือผ้าผืนสีขาว

            พู่กันเหมือนประสบการณ์ เป็นสีสันที่แต่งเติม 

 

            ผู้เป็นอาจารย์พลิกกระดาษปิดตำราเมื่อสอนบทเรียนสุดท้าย ฝ่ามือสวยทาบเบาๆบนหนังสือเป็นเชิงบอกว่าชั่วโมงการสอนกำลังจะสิ้นสุด นัยน์ตาเรียวสวยกวาดตามองลูกศิษย์รอบๆเผยยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นอาการดีใจของเหล่าลูกศิษย์ตัวน้อยที่อยากพักผ่อนจนเก็บไว้ไม่อยู่ โดยไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มอ่อนโยนของผู้เป็นอาจารย์นั้นมีอะไรแอบซ่อนอยู่


            “ในอีกสามวัน จะมีการทดสอบ” อาจารย์ชินระบายยิ้มอ่อนโยน น้ำเสียงสบายอกสบายใจเมื่อได้สอนหนังสือทั้งสี่ของท่านขงจื้อจนครบถ้วน “ขอให้พวกเจ้าเตรียมตัวกันมาให้ดี”


            ความอ้ำอึ้งปกคลุมไปทั่วห้อง กลืนเสียงคัดค้าน ไม่มีใครเอื้อนเอ่ย มีแต่ความเงียบที่เป็นคำตอบให้ผู้เป็นอาจารย์ อาจารย์ชินพยักหน้าเข้าใจว่าลูกศิษย์ของตนกำลังตอบตกลง มือบางโบกพัดไปมา แย้มยิ้มอ่อนหวานก่อนที่ร่างระหงจะลุกขึ้นยืนอย่างสง่า ทุกย่างก้าวสวยงามแม้แผ่นหลังนั้นจะห่างออกไปไกล


            ความเงียบยังปกคลุมอยู่ในห้อง สีหน้าของเด็กน้อยไม่ค่อยสู้ดีปะปนไปด้วยความกังวลกับการสอบที่กำลังเข้ามาถึง เสียงบ่นเอ่ยดังขึ้นสลับเสียงถอนหายใจอย่างแผ่วเบา สหายร่วมห้องมีแต่ความหมองหม่น ต่างกลับใครอีกคนที่ปรากฏรอยยิ้มระบายชัดกว่าใคร


            ปันปันจับพู่กันขีดเขียนบนกระดาษ ปลายพู่กันตวัดเคลื่อนไหว ริมฝีปากระบายยิ้มสบายอกสบายใจ ใบหน้าไม่มีความกังวลใดๆแสดงออกมา เด็กน้อยสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พรูลมหายใจออกช้าๆ ก่อนจะเอ่ยให้กำลังใจกับตนเองว่า เจ้าทำได้นะ...ปันปัน


รอยยิ้มเล็กๆไม่มีพิษมีภัย เป็นเพียงความไร้เดียงสาที่เผยให้เห็นบนใบหน้า แต่ความอคตินั้นบดบังสายตา ไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ไม่ได้รับการยอมรับหรือเห็นดีงาม นัยน์ตาของเด็กกลุ่มหนึ่งตวัดมองขวาง จ้องมองด้วยความริษยา ทอดมองอย่างเหยียดหยามระคนความเกลียดชัง


เด็กทั้งสามไม่ได้ขยับไปไหน ปล่อยให้เพื่อนร่วมห้องทยอยออกไป ให้รอบกายหลงเหลือเพียงพวกพ้องกลุ่มของตน


            “เจ้าคิดอย่างไร ซังมิน” เด็กตัวสูงเอ่ยถามเมื่อได้มองรอบห้องทั้งซ้ายและขวา


            “เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ชอบ...เจ้าเด็กอวดดี” ความริษยาคุกรุ่นอยู่ในอก ภาพของปันปันที่ระบายยิ้มนั้นยังติดอยู่ในสายตา


            “มันน่ะหัวสูง มั่นอกมั่นใจเหลือเกินว่าจะทำข้อสอบได้” เด็กอีกคนเงยหน้าเชิด ย่นจมูกเอ่ยน้ำเสียงเหยียดหยาม ไม่ว่าปัจจุบันปันปันจะเป็นอย่างไร ในสำหรับเขา...เจ้านั่นก็เป็นเพียงเด็กหลังห้อง ที่ไม่มีแม้แต่ตัวตน


            “แล้วพวกเราจะทำอย่างไร ที่จะไม่แพ้เจ้าปันปัน” น้ำเสียงของเด็กตัวสูงนั้นเรียบนิ่ง ริมฝีปากกระตุกยิ้มคิดเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาของทั้งสามคู่หันมาสบสายตากันและกัน รู้ว่าเห็นพ้องต้องกันโดยไม่ต้องพูดจา


            เหล่ามารน้อยเริ่มคิดที่วางแผน แผนการมากมายหลากหลายถูกวาดฝัน ก่อนจะไตร่ตรองอย่างดีให้ได้แผนการที่เห็นชอบด้วยกัน แต่ไม่มีใครกล้า...ที่จะทำจริง


            แม้จะคิดริษยา แม้จะจงเกลียดจงชังมากแค่ไหน

            แต่สิ่งที่คิดนั้น...เป็นความผิดมากเกินไป

            จึงเกรงกลัวถึงผลกรรม...


            เด็กทั้งสามเดินออกมาจากห้อง เดินตามเส้นทางประจำที่ตนต้องก้าวผ่าน แต่อะไรบางอย่างสะดุดสายตา จนพวกเขา...ต้องหยุดก้าวเดิน นัยน์ตาทั้งสามคู่มองไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่มีใครนัดหมาย แต่เพราะเป็นร่างเล็กนั้นทำให้เขาต้องจับจ้องมอง


ปันปันกำลังนั่งอ่านหนังสือ มือเล็กพลิกกระดาษ มองตัวอักษรด้วยสายตามุ่งมั่นและตั้งอกตั้งใจ โดยที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นเอ่ยพึมพำ ทวนซ้ำๆในสิ่งที่ร่ำเรียน


ไฟริษยา...ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง

ความเกรงกลัว ทำให้หัวใจหวาดหวั่น

บดบังการนึกคิด กัดกลืนกินจิตใจ

จนกล้าทำ...ในสิ่งที่ไม่ควร


ภายใต้กลางดึกเงียบสงัด ท่ามกลางความมืดมิดคืนเดือนมืด เด็กสามคนกำลังเคลื่อนไหวตามความคิดและแผนการ ก้าวแต่ละก้าวนั้นแผ่วเบาเท่าที่ปลายเท้าสามารถจะทำได้ เด็กตัวสูงแยกตัวมายังจุดที่นัดหมาย นัยน์ตามองทั้งซ้ายขวาก่อนจะพยักหน้าเพื่อเป็นสัญญาณให้เพื่อนทั้งสองคนได้เข้าไป


เป็นช่วงเวลาที่อาจารย์ชินต้องรับแขก เป็นช่วงเดียวกับที่ห้องนั้นว่างเปล่า เด็กน้อยทั้งสองเปิดประตูเพื่อย่องเข้าไปค้นหา รีบเร่งตรวจค้นทุกซอกทุกมุมเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ


ซังมินเดินไปยังมุมห้องกวาดสายตามองทุกชั้นหนังสือ นัยน์ตาเป็นประกายเมื่อเห็นบางสิ่งที่อยู่ชั้นบนสุด ปลายเท้าค่อยๆยกเขย่ง เอื้อมฝ่ามือให้ไปถึง หยิบกระบอกไม้ไผ่ลงมาแล้วเปิดฝา คลี่ม้วนกระดาษออกมาคลี่อ่าน จดจำทุกถ้อยคำ ซังมินทบทวนอีกครั้งก่อนจะเก็บเข้าที่ อยากจะเก็บมันไปยังที่เก่า แต่สัญญาณที่นัดไว้กลับดังขึ้น เด็กน้อยอีกคนจึงลากแขนซังมินออกไปเพราะความตื่นตูม


กระบอกไม้ไผ่ถูกเก็บไม่เป็นที่

ล้มกลิ้ง...ตกลงมา

 



รุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ได้มาถึง เด็กน้อยทุกคนนั่งประจำที่และพร้อมหน้า ทุกคนมาถึงก่อนเวลาที่อาจารย์จะเปิดประตู ทุกย่างก้าวยังสวยงามก่อนจะวางกระบอกไม้ไผ่ลงบนโต๊ะ ตั้งใจให้เกิดเสียงดัง อาจารย์ชินนิ่งไม่ได้เปิดหัวข้อในการสอบ เหล่าลูกศิษย์น้อยเลิกคิ้ว มองหน้ากันอย่างงงวย บางก็สงสัยว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตน นัยน์ตาเรียวสวยจับจ้องที่ใบหน้า อ่านพฤติกรรมและแววตาของเด็กแต่ละคน  


เด็กคนอื่นมีสีหน้าไม่แตกต่าง แต่มีเด็กสามคนเท่านั้นที่มีพฤติกรรมไม่เหมือนใคร ใบหน้าก้มหน้าต่ำซ่อนหลบสายตา ไม่อยากให้เห็นแววตาที่สั่นกลัว เด็กน้อยมีชนักติดหลัง ทำให้ร่างเกร็งสั่น ทั้งหวาดหวั่น ทั้งกลัวเกรง


“พวกโง่งม! ถ้อยคำของอาจารย์ทำให้เกือบทั้งห้องงงเป็นไก่ตาแตก เหล่าลูกศิษย์มองหน้าไปมาราวกับว่าต้องการให้ใครบางคนช่วยอธิบาย


“คืนก่อนมีคนลักลอบเข้ามาในห้องข้า ยอมรับมา ใครทำกัน!” ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกต่างจากนัยน์ตาเรียวสวยที่วาวโรจน์ด้วยความโกรธ เด็กทั้งห้องเบิกตากว้างกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน มองหน้าเพื่อจะหาคนกระทำ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากยอมรับผิดจริงๆ


เป็นเวลานานแล้วที่ในห้องนั้นตึงเครียด ความกดดันยิ่งมากขึ้นเมื่อไม่มีใครคิดจะปริปาก ผู้เป็นอาจารย์ปิดเปลือกตาเพื่อครุ่นคิดบางสิ่งก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วกล่าวน้ำเสียงเยือกเย็น


“ไม่เป็นไร กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ ...ไม่เป็นไร ในเมื่อไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ข้าก็จะไม่สอนอีกต่อไป ไปเรียนกับนายของเจ้าเอาล่ะกัน” ร่างระหงลุกขึ้นยืนฉับพลันเมื่อยื่นคำขาด ขาเพรียวก้าวไปข้างหน้า ไม่คิดจะหันหลังกลับมามอง แต่ฝีเท้าก็ต้องหยุดลง เพราะเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมา


“อาจารย์ชิน ข้าผิดเอง” ผู้เป็นอาจารย์หันหลังกลับมองคนที่รับผิด แต่เจ้าของเสียงนั้นกลับไม่ใช่หนึ่งในสามคนทำ มือเรียวสวยคลี่พัดโบกสะบัดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนพัดเล่มโปรดจะใช้ปิดบังครึ่งใบหน้า นัยน์ตาเรียวสวยจ้องมานัยน์ตากลมโตเพื่อสบสายตา พิจารณาอะไรบางอย่างตามสัญชาตญาณ


ริมฝีปากยกยิ้มเมื่ออ่านบางสิ่งออก แสร้งกดเสียงให้เข้มดุ “ถึงยอมรับ ข้าก็ไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้เกิดซ้ำสอง พวกเจ้าจงจำขึ้นใจว่าคือสิ่งไม่ดี ให้คัดหนังสือทั้งสี่มาทั้งหมดสี่ฉบับและส่งข้าภายในสามวัน ส่วนปันปันนั้น...เจ้าไปตัดฟาง”


ปันปันต้องตัดกองฟางที่มีอยู่เกือบครึ่งห้อง ร่างเล็กหยิบฟางหนึ่งมัดใหญ่มาวางลงข้างๆ ลองใช้มีดหั่นตัดตามคำสั่งของอาจารย์ คิดว่าคงไม่ยากเกิน แต่ไม่มีอะไรง่ายดายอย่างที่คิด มือเล็กตัดฟางหลายๆครั้ง แต่ไม่ขาดตามที่อาจารย์ได้สั่ง ใบหน้าน่ารักเต็มไปด้วยเหงื่อ ปันปันใช้แขนเสื้อเช็ดตามใบหน้า ก่อนที่จะออกแรง ใช้กำลังแขนอย่างพอดิบพอดี ถึงจะสามารถตัดฟางขาดได้ภายในครั้งเดียว


ในมุมหนึ่งมีเด็กน้อยสามคนที่แอบซ่อนอยู่ นัยน์ตาสามคู่จ้องมองทุกการกระทำของปันปัน ไม่มีใครเอ่ยอะไร นัยน์ตาทั้งสามนั้นแข็งกร้าวแต่แฝงความรู้สึกผิดและสงสัย พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องยอมรับผิดแทนตน


“ข้าไม่เข้าใจ” เด็กตัวสูงทอดถอนหายใจ ก่อนจะหันมาถามความเห็นจากเพื่อนทั้งสองคน


“ถึงอย่างไร...สิ่งที่เราทำมันก็มากเกินไป” เด็กอีกคนเอ่ยเสียงสั่นเครือ รู้สึกผิดกับทุกอย่าง อยากจะขอโทษ แต่อีกใจก็กลัวซังมินโกรธและไม่เห็นด้วยกับความเห็นของตน


ซังมินก้าวเดินออกมาจากมุมที่หลบซ่อน ไม่ได้ให้คำตอบในสิ่งที่ถูกถาม ขาก้าวมุ่งไปหาปันปันโดยมีเพื่อนสองคนวิ่งเข้ามาห้าม เพราะกลัวว่าซังมินจะก่อเรื่องอีกครั้งหนึ่ง


            “เจ้าทำแบบนี้ทำไม” น้ำเสียงของผู้มาใหม่เข้มขรึมผิดจากทุกครั้ง


“ข้าทำอะไร” ปันปันเลิกคิ้วเต็มไปด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าต้องการคำตอบแบบใดกัน


            “ข้าถามเจ้าว่ายอมรับผิดทำไม ทั้งที่เจ้าไม่ได้ทำ” ซังมินถามซ้ำต้องการที่จะรู้คำตอบ ปันปันหัวเราะเบาๆแล้วส่ายหน้า นัยน์ตากลมโตสบตาไม่ได้คิดแค้นหรือโกรธเคือง “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าต้องการคำตอบแบบไหน แต่ข้าไม่ได้ต้องการเป็นคนดีในสายตาใคร เพราะข้า...ก็ทำเพื่อตัวเอง”


            “ทำเพื่อตัวเอง?


            “ใช่ ข้าคิดแค่ว่า ถ้ายอมรับผิดก็ได้เรียนกับอาจารย์ต่อ ข้าคิดเพียงเท่านั้น” ริมฝีปากอวบอิ่มระบายยิ้ม มือเล็กตัดฟางไม่ได้หยุด หัวใจของเด็กทั้งสามหนักอึ้ง มองปันปันที่ไม่ปริปากหรือคิดแม้แต่จะโทษหรือโกรธใคร


อคตินั้น เลิกบดบังสายตา

จึงทำให้เห็นว่า...ไม่ควรกลั่นแกล้งหรือเกลียดชัง


            “ข้า...ขอโทษ” ซังมินที่นิ่งเงียบไปครู่เอ่ยน้ำเสียงสั่น ขอโทษในทุกๆการกระทำที่ผ่านมา


            “ไม่เป็นอะไร” ปันปันนั้นเอ่ยคำตอบอย่างใจจริง รอยยิ้มที่ส่งให้ช่างสดใสเหลือเกิน


เด็กทั้งสามขอโทษในทุกๆการกระทำที่ผ่านมา เขาสัญญาว่าหลังจากนี้จะเป็นเพื่อนที่ดีกับปันปัน ทุกความรู้สึกและคำพูดไม่ได้ลวงหลอก แต่มาจากจิตใจที่แท้จริง


“ข้า...ควรไปยอมรับผิดกับอาจารย์” ซังมินครุ่นคิดอยู่นาน เขาไม่ต้องการให้คนใสสะอาดต้องมายอมรับผิดแทน มือเล็กแตะหลังมือคนเอ่ยแล้วส่ายหน้า “ไม่เป็นไรหรอก”


“แต่ว่า...”


“อย่าทำให้เรื่องยุ่งยากกว่านี้เลย” ซังมินพยักหน้าเข้าใจเมื่อเห็นปันปันยืนยันซ้ำอีกครั้ง


เรื่องตลก บทสนทนามากมายทำให้ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้า ปันปันระบายยิ้มไม่หยุด นัยน์ตากลมเป็นประกาย เสียงหัวเราะสดใสดังในลำคอ ไม่ได้เพราะความสนุกสนาน ไม่ได้มีใจหรือคิดจะเบิกบานกับมิตรภาพที่กำลังก่อตัว


ปันปันกำลังหัวเราะเยาะให้จิตที่คิดริษยา อมยิ้มน้อยๆแผนการที่ไม่ต่างจากเกมกระดานที่จับหมากตัวนั้นเดิน ทุกการกระทำไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความตั้งใจ ทั้งรอยยิ้ม ทั้งสีหน้า บทบาทและสถานที่ ทุกการกระทำเป็นการจัดฉากเพื่อยั่วยุ หลอกล่อความเกลียดชัง ให้คิดกระทำผิด และจบด้วยการรุกฆาต ซื้อน้ำใจ ซื้อมิตรภาพ ให้เป็นสหายของกัน


จะไม่มีแล้วการกลั่นแกล้ง

ไม่มีแล้วความหวาดระแวง

ชีวิตของปันปัน...คงสงบสุขมากกว่าเดิม

 



แขนยาวกางขึ้นบิดขี้เกียจ ริมฝีปากหยักหนาอ้าปากหาว เปลือกตาหนักอึ้งจากความง่วงงุนพร้อมจะปิดได้ทุกเมื่อ อี้เอินสะบัดใบหน้าต่อต้านห้วงนิทรา ก่อนจะมองไปเบื้องหน้าเพื่ออ่านหัวข้อสอบของตน นัยน์ตาสลับมองกระดาษคำตอบว่างเปล่า ห้วงนิทราแสนหวานไม่อาจจะต้าน ล่อลวงให้ศีรษะของอี้เอินก้มลงต่ำ แนบแก้มและใบหน้าลงกับผิวกระดาษ หลับใหลโดยที่มือหนายังจับด้ามพู่กัน

 

เสียงเคาะจังหวะดังขึ้น เตือนเป็นครั้งที่สาม เวลาของการสอบเหลือไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เหล่าบัณฑิตต่างรีบเขียนคำตอบของตน ใบหน้าตึงเครียดเต็มไปด้วยความกังวล แตกต่างกับองค์ชายอี้เอิน...ที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจ


แจบอมที่หลบซ่อนอยู่ส่ายหน้า เขาถอนหายใจอีกครั้งแล้วกลอกตาเมื่อสหายคนสนิทไม่มีทีท่าจะตื่นนอน มือหนาหยิบก้อนกรวดที่ตระเตรียม เล็งเป้าหมายแล้วปาออกไป ...เข้าเป้าอย่างแม่นยำ


“โอ๊ย!” อี้เอินร้องเสียงดังลั่น กลายเป็นจุดสนใจท่ามกลางความเงียบ มือหนากุมศีรษะเพราะความเจ็บ ก่อนหันไปขอโทษขอโพยทุกคนที่หันมามอง


แจบอมยกยิ้มมุมปาก พอใจไม่น้อยกับสถานการณ์ที่ได้เห็น แผ่นหลังเอนพิงบนต้นไม้ใหญ่ ไม่สนใจใยดีหรือแยแสกับสายตาอำมหิตที่จ้องมอง อี้เอินตวัดสายตาอย่างอาฆาต ริมฝีปากพึมพำเก็บเอาไว้ในบัญชี อย่าถึงทีของตน


อี้เอินสั่งให้แจบอมนั้นคอยปลุก และอีกฝ่ายก็ทำตามคำสั่ง ไม่ขาดตกบกพร่องในหน้าที่ แต่ดูเหมือนว่าจะตั้งใจทำมากเกินไป ปาแม่นโดนหัวเขาไม่เท่าไร แต่ออกแรงปาก้อนกรวดอย่างเต็มแรง


แม้หงุดหงิดอยากจะโต้กัน แต่ก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะจิกกัดหรือเอาคืน อี้เอินเหลือเวลาอีกมากในการสอบ ทั้งที่กระดาษคำตอบตรงหน้ายังว่างเปล่า ใบหน้าหล่อเหลาผ่อนลมหายใจกับกระดาษที่แสนจะขาวสะอาด ไม่เต็มใจนักที่จะบรรจงขีดเขียน นัยน์ตาสีดำสนิทมองไปเบื้องหน้า อ่านหัวข้อ ข้อสอบให้แตกฉานก่อนปลายพู่กันจะตวัด เขียนคำตอบที่หนักแน่นและมั่นคง


            องค์ชายอี้เอินเดินออกจากห้อง มือหนาคอยปิดปากที่อ้าหาว เขากำลังมุ่งหน้าไปยังสระบัวขนาดใหญ่ สถานที่พักผ่อนที่ไม่ค่อยมีใครจะมารบกวน ร่างสูงเอนพักพิงกับเสาก่อนแผ่นหลังเกียจคร้านจะเลื่อนลงมา จนนอนอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว เปลือกตาปิดสนิทหวังจะหลับใหล บรรยากาศเงียบสงบแสนจะเป็นใจ แต่กลับมีเสียงขัดจังหวะจากใครบางคน


            “ท่านหนีเรียน” แจบอมกอดอกยืนพิงกับเสาจงใจเอ่ยมาในตอนนี้


            “พูดอย่างกับข้า เป็นคนตั้งใจ” อี้เอินหาวทิ้งท้ายประโยค โบกมือไล่แล้วพลิกกาย หันหลังคล้ายไม่อยากฟัง


            ใบหน้านิ่งเรียบเฉยไม่ได้รู้สึกสะท้าน อิมแจบอมยกยิ้มมุมปากไม่ได้จิกกัดหรือตอบโต้ เจ้าหน้านิ่งยืนนิ่งเฉย ตั้งใจฟังฝีเท้าด้วยโสตประสาทเพื่อยืนยันว่ากำลังมีผู้มาใหม่เดินเข้ามา ฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ ไม่นานนักร่างนั้นก็หาบวับราวกับเงา


“จีซอน...มันจะดีจริงๆหรอ” สองเพื่อนสนิทฉุดกระชากลากถู คล้ายเดินหน้า แต่ก็คล้ายจะถอยหลัง


“ดีสิ ไปเที่ยว ไปผ่อนคลาย มันต้องดี” จีซอนออกแรงดึงหาเหตุผลสนับสนุนที่จะก้าวไปข้างหน้า ทั้งที่ฮันอุนก็พยายามจะลากเขาให้ถอยหลังเช่นเดียวกัน ไม่นะ ไม่! ไปเที่ยวเล่นต้องเดินหน้า เขาไม่ยอมถอยหลังไปพบเจอตำราของเหล่านักปราชญ์เด็ดขาด!


            “แต่พวกเจ้ากำลังหนีเรียน” เสียงปริศนาดังขึ้น


ฮันอุนพยักหน้ารีบตอบว่า “ใช่ ข้าเห็นด้วย!


แต่เดี๋ยว... น้ำเสียงหนักแน่นเห็นด้วยเมื่อครู่ต้องฉุกคิด เพราะเสียงนั้นไม่ใช่เสียงที่พวกเขาคุ้นเคย ไม่ใช่เขา... ไม่ใช่จีซอน แล้วเป็นใครกัน


            เพื่อนสนิททั้งสองหันไปมองเจ้าของเสียงที่เอื้อนเอ่ย ใบหน้าหล่อเหลายืนพิงเสาต้นใหญ่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาว ริมฝีปากกระตุกยิ้มมุมปากแล้วกระโดดลงมา ร่างสูงเดินไปข้างจีซอนแล้วตบบ่าเบาๆ


            “แต่ข้าว่า...เที่ยวเล่นน่ะ สนุกกว่าเรียนเป็นไหนๆ” จีซอนได้ยินแล้วหูผึ่งกับคำพูดเห็นดีเห็น นัยน์ตาของเด็กหนุ่มลุกวาวรีบไปกอดคอแม้จะเพิ่งได้รู้จักกัน


“ข้าบอกแล้ว!


ฮันอุนส่ายหน้ากุมขมับ อยากจะตบหน้าผากตนเองซ้ำๆอย่างกลุ้มใจ ทั้งหนักใจ ทั้งหมั่นไส้ คนสองคนที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เห็นทุกสิ่งอย่างเป็นเรื่องดีงาม จีซอนกับอี้เอินสนิทกันอย่างรวดเร็ว แม้เพิ่งรู้จักกันแค่ชื่อ ฮันอุนอยากจะเดินหนี ทิ้งสองคนนี้ไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดอยู่ที่ว่า...จีซอนน่ะตัวปัญหา ถ้าคลาดสายตาอาจจะไปก่อเรื่องก่อราว ฮันอุนจึงต้องจำใจหนีเรียนไปกับทั้งสองคน


บรรยากาศในตลาดช่างคึกครื้น เต็มไปด้วยร้านรวงและผู้คนคึกคัก เด็กหนุ่มทั้งสามเดินตั้งแต่ต้นตลาด เดินเข้าออกตามร้านค้ามากมายโดยไม่ได้สนใจเวลา อี้เอินแย้มยิ้มหัวเราะกับเรื่องตลกที่จีซอนเล่า แต่เรื่องตลกนั้นยิ่งตลกไปอีกเมื่อจีซอนโดนฮันอุนขัดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง จีซอนเบะริมฝีปากบ่นพึมพำ ทำหน้าทำตาล้อน้ำเสียงและสีหน้าของฮันอุน


แต่เมื่อเดินมาเกือบท้ายตลาด จีซอนที่พูดไม่หยุดกลับหยุดนิ่ง ริมฝีปากอ้าอย่างอ้ำอึ้งกับภาพที่ตนเองได้มอง มือกระตุกชายเสื้อฮันอุนเพราะพูดไม่ออก อยากให้ทุกคนได้มองเพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้ฝันไป


ร่างระหงของผู้เป็นอาจารย์เดินนำเส้นทางโดยมีลูกศิษย์คอยตามหลัง อาจารย์ชินเชิดใบหน้า ปรายสายตา ประดับรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ให้คนที่จ้องมอง ผู้อื่นอาจจับจ้องอาจารย์กีแซงสะคราญโฉม แต่ไม่ใช่อี้เอินที่ทอดมองไปยังปลายแถว เขาเห็นร่างเล็กนั้นไม่ชัดเจน แต่ทำไมถึงดึงดูดให้จ้องมอง


เหมือนโลกทั้งใบขององค์ชายหยุดนิ่ง ร่างเล็กเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ ทุกอิริยาบถอยู่ในสายตา แต่เห็นใบหน้าไม่ชัดเจน ใบหน้ามนเอียงหน้าพูดคุยสลับหัวเราะกับเพื่อนข้างๆ รอยยิ้มสดใสนั้นปักอยู่ในจิตใจ


...หัวใจอี้เอินกำลังเต้นรัว


ระยะห่างของกันและกันลดน้อยลงตามฝีก้าว ใกล้กันจนอี้เอินแทบลืมหายใจ เมื่อปันปันเงยหน้าช้อนสายตาขึ้นมาจ้องมอง สองสายตาสบกันและกัน นัยน์ตากลมโตนั้นราวกับอัญมณีล้ำค่า คิ้วมนโค้งสวย จมูกโด่งรั้น พวงแก้มป่องสีระเรื่อ ริมฝีปากอวบอิ่ม ทุกองค์ประกอบนั้นเข้ากัน โดดเด่นราวโฉมสะคราญแม้ยังไม่โตเต็มวัย


เด็กคนนั้นเดินไปแล้ว... แต่อี้เอินยังนิ่งราวกับต้องมนตร์ เพียงเสี้ยววิ เพียงไม่กี่นาที แต่ตราตรึงในหัวใจและสายตา ภาพของเด็กน้อยยังวนเวียนอยู่ในหัว โนรีแกรูปผีเสื้อตกแต่งอยู่บนอาภรณ์ กระพือปีกราวกับมีชีวิต โบยบินอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำ


โชคชะตากลับมาได้พานพบ...

สบสายตา พบเจอกันอีกครั้ง

ตอกย้ำ พรหมลิขิตของกันและกัน

ดั่งผูกพันด้วย...ด้ายแดง



* 1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง

** โนรีแก คือ เครื่องประดับที่เป็นทั้งเชือกถักหรือพวกเครื่องเงิน ประดับที่ตรงตัวเสื้อฮันบก (แต่ของแบมเป็นเชือกถักรูปผีเสื้อนะคะ)

edit-คำผิด

----------------------------------------------------------------------------

Talk

มาอัพแล้วค่ะ ขอโทษที่หายไปนาน เพราะความฟีลไม่มา ฟีลประหลาด แก้ๆลบๆ//นอนตาย ตอนนี้รายละเอียดเยอะ จะเห็นได้ว่าตัวละครของเรามีการเติบโตแล้วน้า ฮือออ ปันปันน้อยค่อยๆเติบโตแล้ว;-; 

แล้วก็ได้พบเจอกันอีกครั้งตามด้ายแดงที่ผูกกัน-V- ช่วงเจอกันครั้งแรก แบม 8 ขวบ มาร์ค 13 นะคะ ตอนนี้แบม 12-13แล้ว แล้วตอนหน้านอนก็จะโตขึ้นไปอีกค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ิติดตาม เวลาแต่งไม่ออก เวลาแบบฟีลไม่มาก็อ่านคอมเมนต์นี่แหละค่ะ เป็นกำลังใจให้ตนเอง ฝากติชมด้วยนะคะ เจอกันตอนหน้า(จะพยายามมาอัพให้เร็วๆ) #กีแซงมบ

 

 

  

 


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

1,346 ความคิดเห็น

  1. #1273 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 12:28
    ปันปันแบบต้องการความสงบแล้วอะ ใช้ความเป็นมิตรนี้แหละ แต่องค์ชายนี่โลกหยุดหมุนเลยใช่มั้ยคะ?~
    #1273
    0
  2. #1258 ออมม่า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 08:23

    นาน ๆ จะเจอฟิคที่ทำให้เราอยากเข้ามาอ่านตลอดเวลา อย่าเทเลยนะ ชอบมาก

    #1258
    0
  3. #1221 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 18:21
    พรหมลิขิตป้ะจ้ะ
    #1221
    0
  4. #1185 Sweetty_poy (@Sweetty_poy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 20:26

    ชอบภาษาและอารมณ์สุดๆ

    #1185
    0
  5. #1176 Bampita777 (@Bampita777) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 01:46
    สนุกมากค่ะ รอครั้งหน้าน้องจะโตขึ้นแล้ว
    #1176
    0
  6. #1165 sangster97 (@sangster97) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 00:04
    แหม อี้เอินตกหลุมรักเข้าอย่างจังแล้วหล่ะ รุกเลยค่ะรุกเลย เชียร์ๆ
    #1165
    0
  7. #1135 toto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 11:29

    แบมฉลาดแบบล้ำอะ ไม่โดนรังแกแถมได้เพื่อนอีก

    #1135
    0
  8. #1104 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 01:47
    อิ้เอินตกหลุมรักอย่างจัง
    #1104
    0
  9. #1067 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 21:30
    แต่งเรื่องดีมากเลยค่ะ ภาษาสวย อ่านแล้วชอบมากเลยค่ะ
    #1067
    0
  10. #1029 sphinxxx (@pbployy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 22:11
    องค์ชายอี้เอินตกหลุมรักหนูปันปันของเราแล้วววว // จุดพลุ
    #1029
    0
  11. #1012 shuffle2 (@Shuffle) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 02:49
    ไรท์สู้ๆ นะคะ แต่งได้ดีมาก ไหนจะต้องหาข้อมูลมาเพิ่มอีก สุดยอดไปเลยค่ะ แต่งภาษาสวยมากกกก
    #1012
    0
  12. #991 pupypoopey (@poopey555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 16:12
    อ่านแล้วในหัวเห็นภาพสโลวตอนมาร์คเจอแบมเลยค่ะ
    #991
    0
  13. #982 toto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 11:39
    แบมวางแผนขนาดนั้นเลยหรอ
    #982
    0
  14. #905 Jidaaa.mb. (@songprince) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:02
    อ่าาา เจอกันแล้วว ปันปันอี้เอิน~
    #905
    0
  15. วันที่ 23 กันยายน 2559 / 14:54
    เอาเหว่ยยๆๆๆ><
    #891
    0
  16. #697 Sai-tray (@killer-hell) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 09:38
    เห็นภาพเลยตอนบรรยายตอนสบตา ฮืออออ ดีมาก ใจเต้นเลย T T
    #697
    0
  17. #631 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 23:24
    เจอกันอีกครั้งแล้วแอบเสียดายที่ไม่ได้คุยกันแต่แค่นี้ก็ฟินนนน
    #631
    0
  18. #618 PurpleRainBow (@PurpleRainBow) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 20:23
    เจอกันแล้วววววววววววว มาร์คนี่จริงๆเรียนเก่งแต่ต้องทำตัวเสเพลเพื่อปกปิดความสามารถชะป่าว
    #618
    0
  19. #610 MKearnista (@ieunn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 13:09
    เจอกันแล้วแก
    #610
    0
  20. #568 Aoyyah (@jxperyah) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 12:58
    ปันปันเก่งขึ้นแล้วว
    #568
    0
  21. #541 ktpyui (@ktpyui) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:05
    พึ่งเข้ามาอ่านค่ะ เป็นเรื่องที่ใช้ภาษาดีมาก อ่านแล้วเห็นภาพเข้าใจลึกซึ้ง
    การสอนสั่งปันปันของพี่ฮีชอลเข้าถึงและเข้าใจแบบผู้ใหญ่ที่ผ่านอะไรมามาก
    การเรียนรู้ของปันปันค่อยๆซึมซับและเข้าใจสังคมที่ละนิด เห็นพัฒนาการตัวละคร
    การได้เจอกันขององค์ชายกับปันปันเหมือนรักแรกพบ มีบทน้อยแต่ค่อยเป็นค่อยไป


    สรุป  ชอบมากค่ะเป็นกำลังใจให้ไรท์มาอัพบ่อยๆนะคะ (ถึงแม้จะรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าจะแต่งยากอยู่ค่ะ)
           จะติดตามตลอดค่ะ
    #541
    0
  22. #414 plangtonika (@plangtonika) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 23:54
    ปันปันเริ่มทันคนแล้ว
    #414
    0
  23. #409 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 03:33
    ซ่อนคมกันทั้งคู่อ่ะ
    #409
    0
  24. #387 Towaei (@Towaei) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 21:27
    ชอบละสิ ไรท์ข้อมูลดีมากเลย
    #387
    0
  25. #362 CORDD (@heyyol) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 15:47
    เค้าเจอกันแล้ว ฮื่ออออออ ปันปันเริ่มโตแล้วเริ่มมีความคิดที่หลักแหลม
    #362
    0