[GOT7] 。기생 Gisaeng | MarkBam

ตอนที่ 18 : บทที่สิบเจ็ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 244 ครั้ง
    23 เม.ย. 62

บทที่สิบเจ็ด

 

            เด็กรับใช้คนสนิทของปันปันกำลังเดินกลับจากโรงครัว ระหว่างทางเด็กน้อยก็พบกับผู้รับใช้ของเจ้าสำนักที่เดินมาจากอีกทาง ร่างเล็กถอยกายเลี่ยงไปด้านข้าง ก้มศีรษะเล็กน้อยตามมารยาทแสดงความเคารพสมกับผู้เป็นนายสอนสั่งมาอย่างดี คนอายุน้อยยืนรอให้ผู้อาวุโสเดินไปก่อน แต่คนผู้นั้นกลับหยุดอยู่เบื้องหน้า แย้มรอยยิ้มออกมาราวกับยินดีที่ได้พบตน


            “จุน” ผู้อาวุโสเอ่ยเรียก


            “ขอรับ” เด็กน้อยขานรับ ย่อกายคารวะอีกครั้ง


            “ข้ากำลังเดินไปพบนายของเจ้าอยู่พอดี” ฟังจบคนอายุน้อยกว่าก็พอคาดเดาสถานการณ์ได้


“ข้ากำลังเดินกลับไปหาท่านพี่ปันปันขอรับ หากท่านอาวุโสต้องการฝากข้อความให้ท่านพี่ ท่านสามารถบอกกล่าวข้าได้ ท่านอาวุโสจะได้ไม่เสียเวลา”


            “เช่นนั้นหรือ...” ผู้รับใช้ของเจ้าสำนักแสร้งครุ่นคิด ถามตามมารยาท ก่อนฝากข้อความให้ปันปัน “ฝากบอกท่านปันปันด้วย...ว่าท่านเจ้าสำนักต้องการพบโดยเร็ว”


 “ขอรับ ข้าจะรีบแจ้งพี่ปันปันโดยเร็ว” จุนพยักหน้าตอบรับสารที่ได้แล้วแยกเดินไปอีกทางเพื่อทำตามหน้าที่ของตน ระหว่างเดินกลับห้องสีหน้าของเด็กน้อยก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยน จากที่เคยมีรอยยิ้มจุดที่ริมฝีปากอย่างเป็นมิตร ตอนนี้กลับขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงงงวย


เด็กน้อยครุ่นคิด แปลกใจกับข้อความที่ได้รับเมื่อครู่ เพราะสารที่เขาได้รับนั้นช่างประจวบเหมาะกับคำพูดของพี่ปันปัน พี่ปันปันเอ่ยให้เขาช่วยแต่งกายตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่อยู่ตรงกลางศีรษะ เพิ่งจัดแจงเสื้อผ้าเรียบร้อยเมื่อไม่กี่ชั่วยาม แต่มันก็เช้าเกินกว่าที่กีแซงจะเตรียมตัว


ราวกับถูกกำหนด คาดเดาไว้ตั้งแต่ต้น

คล้ายพี่ปันปันสามารถทำนายฟ้า

สามารถรู้ว่า...ท่านเจ้าสำนักจะเรียกหาตน


จุนหยุดฝีเท้าเมื่อถึงห้อง เด็กรับใช้คนสนิททำความเคารพตามมารยาทก่อนเข้าไปรายงานผู้เป็นนาย สารจากท่านอาวุโสถูกเอ่ยออกมาจากปากของเด็กน้อยทุกถ้อยคำ ไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่พยางค์เดียว


“ขอบใจเจ้ามาก” ปันปันพยักหน้าแล้วระบายยิ้ม แม้สารที่ได้รับคือการที่เจ้าสำนักเรียกตนเข้าพบอย่างเร่งด่วน แต่ใบหน้าสะคราญโฉมกลับไร้ซึ่งความรู้สึกแปลกใจ มือบางจัดเสื้อผ้าที่สวมใส่ให้เรียบร้อยอีกครั้ง แล้วเอ่ยว่า “หยิบกระจกมาให้ข้าดูหน่อยสิจุน”


ปันปันไม่ได้แสดงท่าทีรีบร้อนอันใด เพราะเขาเตรียมทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ปันปันลากปลายนิ้วจัดแต่งทรงผมอีกครั้ง แล้วหันไปถามความเห็นจากเด็กน้อยอีกหน และพยักหน้าเพื่อให้เด็กรับใช้คนสนิทมาพยุงตนให้เขาก้าวเดินออกจากห้อง มุ่งไปยังห้องของเจ้าสำนักกีแซง


ทางเดินภายในสำนักกีแซงก็เป็นเฉกเช่นเดิมไม่มีเปลี่ยน แต่มีบางสิ่งที่ทำให้ปันปันต้องลอบอมยิ้ม ยกยิ้มมุมปากกับตนเอง ก่อนกระแอมไอเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติเพียงเสี้ยววิ แต่หัวใจดวงน้อยภายในกายก็ยังอดไม่ได้ที่จะเต้นรัว


เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้น

คือ สิ่งที่ปันปันจัดแจงไว้หมดแล้ว

เพียงแค่เฝ้าคอย ให้เวลาดำเนินไป ลื่นไหลไปตามแผนการ



 

ห้องของเจ้าสำนักที่อยู่เบื้องหน้า...มีน้อยครั้งนักที่กีแซงภายในสำนักจะได้เยี่ยมเยือนหรือถูกเรียกพบเป็นการส่วนตัว แม้เป็นกีแซงอันดับต้นๆ หรือกีแซงไร้อันดับก็ตาม ปันปันยังจำได้... จำวันที่พี่ฮีชอลพามาพบท่านเจ้าสำนักได้ ภายนอกของห้องยังไม่ปรับเปลี่ยน มีเพียงร่องรอยกาลเวลาที่ทำให้บานประตูนั้นเก่าลง


ร่างบางย่อกายคุกเข่าหน้าห้อง ให้ท่านผู้รับใช้อาวุโสขานชื่อ นัยน์ตากลมมองพื้นเล็กน้อย แย้มยิ้มแต่งแต้มที่ริมฝีปาก สง่างามงดงามทุกท่วงท่า แม้จะเห็นเพียงเงาที่สะท้อนผ่านประตู


ประตูถูกแง้มเปิดออกเมื่อเจ้าของห้องขานอนุญาต ปันปันก้าวเดินแล้วย่อกายนั่งทำความเคารพท่านเจ้าสำนักให้เพรียบพร้อมทุกกิริยา ภายนอกห้องอาจไม่เปลี่ยน แต่เมื่อปรายตามองข้าวของตกแต่งภายในกลับถูกเปลี่ยนไปตามยุคสมัยพร้อมราคาที่แพงตามรสนิยม


“ท่านเจ้าสำนักมีสิ่งใดถึงเรียกพบข้าหรือ” เสียงหวานเอ่ยอย่างนอบน้อม นัยน์ตากลมกระพริบแล้วประสานสายตากับดวงตาเฉียบคมที่ทอดมองปันปันด้วยความนิ่ง สายตาเรียบเฉยเหมือนรู้สึก เหมือนไม่รู้สึกนั้นยากเกินกว่าที่จะสามารถอ่านความคิดภายในได้


ผู้ผ่านโลกมามากหันไปมองบานหน้าต่างที่ปรากฎแสงอาทิตย์ชั่วครู่ เงาที่ทอดยาวบอกเวลายังไม่เปลี่ยนทิศทาง คิ้วสีดอกเลาเลิกขึ้น เก็บความสงสัยไว้ในจิตใจ เพราะเขาเพิ่งสั่งให้คนรับใช้ส่งสารให้ปันปันได้ไม่นาน แต่คนที่เขาต้องการพบกลับมาอยู่เบื้องหน้าพร้อมเครื่องแต่งกายที่ถูกระเบียบ ถูกต้องตามธรรมเนียม เตรียมทุกอย่างมาอย่างดี


นัยน์ตาเฉียบคมจรดสายตาที่ปันปันอีกครั้ง เจ้าสำนักมองตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้า คำนวณบางอย่างกับลูกคิดรางแก้วภายในจิตใจ ชายวัยกลางคนลอบยิ้มที่มุมปาก หวนนึกถึงอดีต นึกถึงครั้งแรกที่ได้พานพบกับปันปัน...


ปันปันน้อยที่ไม่มีเคล้าความงาม ไม่ต่างจากเด็กชาวบ้าน เป็นดั่งลูกเป็ดขี้เหร่ แต่เพราะอะไรบางอย่างหรืออาจเป็นเพราะประสบการณ์การเป็นเจ้าสำนัก ที่เห็นเหล่ากีแซงเติบโตมารุ่นสู่รุ่น เห็นตั้งแต่ยังเด็กจนเติบโตเป็นกีแซงงามสะพรั่ง ทำให้เขามองเห็นอนาคต...ว่าเด็กคนนี้จะมีค่า มีราคา เป็นสินค้าทำเงินได้อย่างงาม


และนานวันก็พิสูจน์ชัดว่า... สายตาของเขามองคนไม่ผิด


ลูกเป็ดขี้เหร่... ได้เติบโตเป็นหงส์

เด็กชาวบ้านมอมแมม... ได้เป็นกีแซงสะคราญโฉม

ฮีชอล...เจ้าเด็กโง่ธรรมดาของเจ้าเติบโตแล้ว...

งามพร้อมทั้งรูปโฉม งามพร้อมกิริยา

จนแทบจะ...งามล่มเมือง


 “ข้าอยากให้เจ้าไปทำการแสดงในวัง” นัยน์ตากลมเบิกตากว้างเมื่อฟังจบ ปันปันทำเหมือนกำลังตกใจ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้เพราะกลัวไม่สำรวม “ข้ารู้ว่ามันกะทันหัน แต่เพราะเป็นคำสั่งจากพระราชวัง ข้าก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ ข้าในฐานะเจ้าสำนักเห็นว่า ตอนนี้ผู้ที่พร้อมจะทำการแสดงมากที่สุด ก็มีแต่เจ้า...ปันปัน”


“หากท่านเจ้าสำนักเห็นสมควรแล้ว ข้า...จะทำการแสดงให้สุดความสามารถ จะไม่ทำให้สำนักกีแซงและท่านเจ้าสำนักต้องขายหน้า” ปันปันตอบรับคำสั่ง เพียงชั่วครู่เหล่าผู้รับใช้ก็ถูกเรียกพร้อมยกเครื่องประดับและผ้ามากมายเข้ามาตามคำสั่งของผู้เป็นนาย


ปันปันถูกผู้รับใช้พยุงแขนทั้งสองข้างให้ลุกขึ้น ร่างบางยืนนิ่งปล่อยให้ท่านเจ้าสำนักหยิบม้วนผ้าจากคนรับใช้ข้างกายมาทาบบนกายของปันปัน ก่อนผ้าที่ถูกเลือกนั้นจะถูกสวมใส่เป็นฮันบกแสนงดงาม ผ้าสีสวยขับผิวให้เด่น เนื้อผ้าทอปราณีตเหมาะที่จะสวมใส่ พร้อมปักลวดลายอย่างวิจิตร ดูเพียงตาก็รู้ว่ามูลค่าแพงยิ่งกว่าเสื้อผ้าที่ปันปันเคยได้สวมใส่มา


กีแซงสะคราญโฉมถูกแต่งเติมให้งามงด ปันปันถูกประคองให้นั่งลง โดยที่เบื้องหน้ามีคนรับใช้ฝีมือดียกพู่กันมาเสริมแต่งแต้มระบายสีบนใบหน้าตน


เมื่อพู่กันถูกวางลง เจ้าสำนักเหยียดยิ้มกับผลงานอย่างพอใจราวกับได้ตุ๊กตากระเบื้องราคาแพง ริมฝีปากของผู้มีประสบการณ์เริ่มเอ่ยสอนสั่งกิริยามารยาทในการเข้าวังอย่างครบถ้วน สอนตั้งแต่การก้าว การสนทนา แม้แต่การแสดงสีหน้าและอารมณ์


ปันปันทวนกฎ ทวนสิ่งที่ต้องกระทำกับตนเองซ้ำๆ ก่อนจะเอ่ยย้ำถ่ายทอดคำสอนสั่งของเจ้าสำนัก จดจำได้ทุกถ้อยคำเพื่อให้รับรู้ว่าตนเองสามารถเข้าใจได้เป็นอย่างดี


นัยน์ตาคมกริบมองตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าอีกครั้ง แล้วพยักหน้าราวกับการตระเตรียมใกล้เสร็จสิ้น ก่อนจะเอ่ยบทสนทนาเกี่ยวกับการแสดงในค่ำคืน แต่ไม่ทันจะพูดจบ ผู้รับใช้หน้าห้องก็ขานเตือนว่าเกี้ยวที่ถูกเรียกมาได้อยู่หน้าสำนักกีแซง


“เจ้าไปเถิด”


“ขอบพระคุณท่านเจ้าสำนักที่สอนสั่งปันปัน” ปันปันคารวะอย่างนอบน้อม กายบางก้าวเดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังเกี้ยวที่ถูกจัดเตรียมเพื่อเข้าไปในพระราชวัง


            เสียงอึกทึกดังรอบตลอดทางที่เกี้ยวของปันปันเคลื่อนผ่าน ทั้งเสียงชาวบ้าน ทั้งเสียงทหาร บ้านเมืองคึกครื้นราวกับมีเทศกาล แต่กลับไม่มีงานรื่นเริงหรือเป็นวันสำคัญใด นอกเสียจากเหล่าทหารที่ออกมาแจกทานให้ผู้คน มือบางแง้มเปิดหน้าต่างเกี้ยวแล้วปิดเมื่อเห็นบรรยากาศ นัยน์ตากลมไม่แสดงความตกใจ ไม่เผยความรู้สึกใดๆ แต่กำลังลอบยิ้ม ลอบหัวเราะอยู่ภายใน


            ข้ากำลังไปหาท่านแล้วอี้เอิน



 

            ดวงอาทิตย์ลาลับ ท้องฟ้ามืดมิด เหลือเพียงดวงจันทราที่ฉายบนฟากฟ้าพร้อมหมู่ดาว พระราชวังในค่ำคืนนี้สว่างไสวกว่าทุกคืนนัก เสียงดนตรี เสียงพูดคุยดังมาจากลานพิธีกรรม ลานกว้างถูกประดับตกแต่งด้วยสีสันมงคล ข้าวของถูกจัดวางตามขนบประเพณี ทุกอย่างต้องมีความหมาย ทุกอย่างต้องส่งเสริมให้ราชวงศ์และบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง


            ครานี้พิธีกรรมที่มักถูกจัดเตรียมร่วมเดือน ถูกย่นระยะให้เหลือเพียงแค่ไม่กี่วัน เพราะต้องตระเตรียมให้ทันฤกษ์ยาม มิฉะนั้นจะไม่สามารถทุเลาความรุนแรงของเภทภัย


            เชื้อพระวงศ์และเหล่าขุนนางถูกเทียบเชิญพร้อมหน้า แต่ละโต๊ะอุดมไปด้วยอาหารและเหล้ามงคล และจัดให้นั่งเรียงตามระดับขั้นบรรดาศักดิ์สูงต่ำ บ่งบอกถึงอำนาจที่มีอยู่ในมือ


            องค์ชายอี้เอินรินเหล้าเกือบเต็มจอก มือหนายกดื่มในรวดเดียว 


            “ท่านพี่...ฟ้าเพิ่งมืดเองพะย่ะค่ะ” น้ำเสียงหยอกล้อ แต่รูปประโยคแสนเย้ยหยันดังมาจากด้านขวาของอี้เอิน เจียเอ่อร์แย้มยิ้มตามมารยาทให้คนที่มีศักดิ์มากกว่าเพียงเพราะแก่ชันษา


            “ขอบใจเจ้ามากที่เป็นห่วงข้า แต่เหล้าเท่านี้ ไม่ทำให้ข้าเมา” เสียงทุ้มหัวเราะเหมือนกับได้ยินเรื่องขบขัน  อี้เอินจิบเหล้าในจอกที่ถูกรินใหม่อีกครั้ง นัยน์ตาจ้องมองการแสดง สนุกสนานกับความรื่นเริงตรงหน้า ไหนๆ ก็สร้างละครฉากใหญ่ขึ้นมา ก็ต้องสวมบทบาทเป็นองค์ชายเจ้าสำราญให้สมคำร่ำลือ


            ท่าทาง ภาษากาย อารมณ์ และสีหน้า

            เขาสวมบทบาท เขาใส่หน้ากาก

            ไม่ขาดตกบกพร่อง ให้แนบเนียน ให้เชื่อจนสนิทใจ


            ใบหน้าหล่อเหลาประดับไปด้วยรอยยิ้ม มือหนาจิบเหล้า พลางคีบอาหารรสเลิศ สนุกกับการแสดงรื่นเริง หัวเราะออกมาเป็นครั้งครา ดั่งคนมีความสุข ราวกับไม่เคยมีความทุกข์ เหมือนไม่เคยผ่านอดีตเลวร้ายใดๆ

แต่เขาเก็บความคับแค้นอยู่ข้างใน กดทับมันเอาไว้ ไม่เผยออกมา       


            องค์ชายอี้เอินสำราญกับแสดงเบื้องหน้า แต่ทุกครั้งที่กวาดสายตาคือการพิจารณาระดับขั้นความสำคัญ เขาสังเกตการณ์เหล่าขุนนางทั้งทางซ้าย ทั้งทางขวา มองสลับไปมาเหมือนแค่มองผ่านสายตาไป อี้เอินจดทุกอย่างลงในสมองแทนบันทึก ก่อนมองบัลลังก์ที่อยู่ตรงกลางเป็นที่สุดท้าย บัลลังก์ตรงกลางของเหล่าผู้มีอำนาจในฝ่ายใน และผู้มีอำนาจเหนือแผ่นดิน


            มือหนาจับจอกเหล้าในมือแน่น แต่ต้องผ่อนแรงก่อนที่มันจะแหลกคามือ อี้เอินผ่อนลมหายใจยาว แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ ไม่ให้ความแค้นที่กดทับอยู่ปะทุ เขาบอกตนเอง เตือนตนเองซ้ำๆ ให้นึกถึงระยะยาว ให้นึกถึงวันข้างหน้าที่ทุกอย่างจะต้องกลับคืนมาเป็นของตน


            มือหนายกจอกเหล้าในมือดื่มจนหมด กลับไปมองผู้ที่นั่งอยู่ตรงกลางอีกครั้ง ขวามือสุด คือ พระมเหสี ผู้มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า แต่มีนัยน์ตาโศกเศร้า เพราะยังจมดิ่งกับการสูญเสียองค์รัชทายาท ซ้ายมือสุด คือ พระสนมหวังฮีพิน อี้เอินเหยียดยิ้ม เพราะเห็นแววตาภาคภูมิใจที่ส่งมาให้เจียเอ่อร์ที่อยู่ข้างตน ถัดมา... คือ เสด็จย่าที่ดูแข็งแรง มีรอยยิ้มแย้ม สนุกเหลือเกินกับการแสดงในลานพิธี และสุดท้ายเสด็จพ่อ... พระราชาผู้กำลังแย้มพระโอษฐ์ ผู้ที่ไม่ว่าแสดงอารมณ์หรือท่าทีใดๆ ก็ไม่เคยรู้สึกว่าออกมาจากจิตใจเลยสักครั้งเดียว


            เสียงดนตรี เสียงกลองที่บรรเลงชะงักหยุดชั่วครู่ เรียกความสนใจสะกดคนดูให้หันมองลานพิธีเป็นสายตาเดียว เครื่องดนตรีเริ่มกลับมาบรรเลงเพลงอีกครั้ง พร้อมกับจังหวะที่ถูกปรับเปลี่ยน พร้อมร่างของกีแซงมีชื่อที่ก้าวเข้ามา เมื่อแสงจากกองเพลิงที่อยู่ตรงกลางลานพิธีสะท้อนเผยให้เห็นใบหน้า ปันปันก็ได้เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าขุนนาง


            ด้วยตำแหน่ง ด้วยเงินทอง ทำให้พวกเขาสามารถเข้าสำนักกีแซงได้ไม่ยาก แต่การได้เป็นแขกของกีแซงปันปันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การได้เป็นแขกนั้นว่ายากแล้ว แต่การได้ชมการแสดงของปันปันนั้นยากกว่า วันนี้ถือว่าพวกเขาได้เห็นเป็นบุญตา


            ...และก็เป็นดังคำร่ำลือ


            ทุกการขยับ การเคลื่อนไหวราวกับร่ายมนตร์สะกด ให้ทุกสายตาที่จับจ้องหลงใหล ใบหน้าสะสวยส่งอารมณ์ให้ผู้ชมตราตรึงใจ ทั้งรู้สึกอิ่มเอมใจ แต่ก็กระหายต้องการชมการแสดงอีกครั้งหนึ่งก็ยังดี


            อี้เอินแย้มรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรากฎให้ผู้อื่นได้เห็นมาเนิ่นนาน รอยยิ้มไร้ซึ่งความกังวล รอยยิ้มที่บริสุทธิ์ไม่มีความแค้นแอบแฝงอยู่ภายใน และผู้ที่ทำให้เขาสามารถยิ้มได้...ก็มีแค่ปันปัน


            แม้มีผู้คนมากมายห้อมล้อม แม้มีหลากสายตาที่ชื่นชมการแสดง แต่ตลอดการร่ายรำที่แสนงดงามนี้ ทุกท่วงท่า ทุกสายตาที่สื่อสารออกมา เขารับรู้ได้ว่าปันปันได้มอบทุกอย่างให้เขาเพียงคนเดียว


            ผู้ชมถูกการแสดงสะกด ไม่สามารถละสายตาได้

            อี้เอินกับปันปันก็ไม่อาจละสายตาที่ส่งให้กันและกันได้

            เหมือนท่ามกลางผู้คนมากมาย มีเพียงแค่...เราสองคน


            เจียเอ่อร์เคลิบเคลิ้มกับการแสดงก็จริงอยู่ แต่เมื่อได้ปรายตามองพี่ชายต่างมารดาที่เคลิบเคลิ้มมากกว่าก็อดไม่ได้ที่จะหันมาสนใจ นัยน์ตาคมหรี่ตามองก่อนกระแอมไอ เป็นสัญญาณให้สติของอีกฝ่ายได้คืนมา


            “เมื่อข้าได้ชมการแสดง ข้าก็นึกถึงเรื่องบางเรื่องที่ได้ยินมา...” เจียเอ่อร์คลี่ยิ้มพร้อมเอ่ยประโยคเฉือดเฉือน “กีแซงผู้นี้ คงเป็นคนที่...ท่านพี่โปรดปราน”


            “...” ไม่มีคำตอบใด ยิ่งทำให้เจียเอ่อร์กระตุกยิ้มได้ใจมากกว่าเดิม


            “ข่าวลือก็อาจเป็นเพียงคำโป้ปด แต่ถ้าหากเป็นความจริงแล้ว... ข้าก็ไม่แปลกใจ เพราะงดงามสมควรที่ท่านพี่จะหลงใหลจริงๆ”


            แต่กีแซง...

            ก็เป็นได้แค่กีแซง

            ไม่ควรค่า และไม่คู่ควร

             

            จริงหรือ?          

 

            ท่ามกลางความคึกครื้น เต็มไปด้วยเสียงแห่งการเฉลิมฉลอง ผู้คนร่าเริงสุขสันต์ แต่ความสุขที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมานั้น กลับกลายเป็นการกลบความมืดมิด บดบังเมฆหมอกที่กำลังคืบคลานเข้ามา เปลี่ยนปรับให้บรรยากาศเงียบสงบ แสร้งทำให้ตายใจ ก่อนที่พายุลูกใหญ่ ก่อนความหายนะจะเข้ามาใกล้ แล้วค่อยๆ บีบให้แหลกสลายในคราเดียว


            พิธีบวงสรวงตามฤกษ์ยามได้เริ่มขึ้น กองไฟกลางลานพิธีลุกโชนจากการเติมเชื้อเพลิง เมฆที่บดบังแสงจันทร์ค่อยๆ เลื่อนออก เปิดให้เห็นท้องฟ้าและพระจันทร์เต็มดวงยามค่ำคืน เสียงกลองดังขึ้นเป็นจังหวะ เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะที่ดังตอนนี้เงียบกริบ ทุกสายตาของเชื้อพระวงศ์และเหล่าขุนนางกำลังจับจ้องการร่ายรำของธิดาเทพจินรี


            เสียงบทสวดคาถาอ้อนวอนต่อเทพยดาดังคลอระหว่างที่ร่างบางร่ายรำไปโดยรอบ จินรีพรมน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปทางทิศเหนือ ทิศใต้ ตะวันออก และตะวันตก ใบหน้าที่ถูกผ้าคลุมปิดครึ่งเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจากการตั้งสมาธิทำพิธีบูชา ก่อนที่ขาจะก้าวเข้าไปใกล้กองไฟ


            กองไฟปะทุ เสียงไม้ปริแตกดังลั่น พร้อมเพลิงที่ลุกโชนโหมกระหน่ำชั่วพริบตา เรียกเสียงให้คนโดยรอบร้องตกใจ จินรีพยายามควบคุมสติสมาธิเอาไว้ แล้วร่ายรำรอบกองไฟให้ครบทุกท่วงท่า แต่กลับมีบางอย่างผิดแปลก มีบางสิ่งเปลี่ยนไป เสื้อผ้าสีขาวสะอาดทั้งกายกลับกลายเป็นสีดำ ปลายกระโปรง ปลายชายเสื้อถูกย้อมสี ปรากฎสีดำทมิฬในสายตาของผู้พบเห็น เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง เพราะเมื่อพินิจมองให้ชัดร่องรอยนั้นไม่ได้เกิดจากการไหม้ แต่เหมือนกับอาภรณ์ที่สวมใส่ถูกหยดด้วยหมึกสีดำ


            จินรีหอบหายใจเมื่อพิธีบวงสรวงได้เสร็จสิ้น มือบางรับผ้าสะอาดมาซับเม็ดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนเข้าไปถวายบังคมพระราชาและเหล่าเชื้อพระวงศ์


            “ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท”


            “วันนี้ต้องขอบใจเจ้ามาก” พระราชาตรัสเสียงเรียบ ทอดพระเนตรร่องรอยดำบนเสื้อผ้านิ่ง แต่ไม่ตรัสถามถึงความประหลาดที่เกิดขึ้น พระองค์เพียงตรัสสั้นๆ ว่า “...ไปพักผ่อนเถอะ”


            “ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” จินรีถวายบังคมลาอีกครั้ง แล้วเดินถอยหลังออกไป โดยทุกกิริยาได้อยู่ในสายตาของพระพันปี


            นัยน์ตาของพระพันปีเรียบนิ่ง แต่ริมฝีปากแสร้งยิ้ม พระนางรับรู้บางสิ่งจากการสังเกตแววตาว่าสิ่งอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับธิดาเทพนั้นต้องมีความหมายซ่อนอยู่ แต่ไม่อาจเอ่ยถามได้ท่ามกลางสาธารณชน เพราะพระนางรู้...รู้ดีว่าความหมายของสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ว่าจะดีหรือร้าย คนที่ควรได้รู้เรื่องราวก็ควรน้อยที่สุดอยู่ดี


            หลังจากพระราชารับสั่งว่าพิธีการได้เสร็จสิ้น อี้เอินรีบถวายบังคมลาตามมารยาท เขาไม่ได้เข้าไปพูดคุยต่อบทสนทนากับขุนนางหรือเชื้อพระวงศ์อย่างที่คนอื่นทำ บทละครในวันนี้ได้เสร็จสิ้น เขาเหนื่อยมากพอแล้วที่จะสวมใส่หน้ากากปั้นรอยยิ้ม เขาได้ถอดหน้ากากพร้อมหยุดบทสนทนาแสนหลอกหลวง การแสร้งปั้นหน้าและพูดจาโป้ปดประจำวันได้จบลง


            อี้เอินรีบเร่งออกไปจากที่นี่ เพื่อไปพบคนที่เป็นดั่งดวงใจที่เขาสั่งให้แจบอมพานำหน้าไปสถานที่แห่งหนึ่งก่อนแล้วหลายชั่วยาม องค์ชายอี้เอินเดินไปตามเส้นทางที่คุ้นชิน เส้นทางที่เคยสว่างไสว แต่วันนี้กลับมืดมิดถูกทิ้งไร้ผู้คน ตำหนักที่เคยเป็นตำหนักสำคัญ วันนี้กลับกลายเป็นตำหนักร้าง หากไม่มีพระราชพิธีคงไม่มีผู้ใดมาสนใจใยดี ประตูตำหนักของอดีตพระสนมถูกเปิดออก ไม่มีเสียงซังกุงคอยกล่าวขาน มีแต่โอรสของพระสนมพระองค์นั้นที่เดินเข้าไปตามทางอย่างโดดเดี่ยวและเดียวดาย


            ทางเดินเงียบเฉียบ มืดสนิท ไม่ต่างจากหัวใจที่มืดมิด เหมือนปลายนิ้วกดลงที่แผลยังไม่แห้งสนิท สะกิดร่องรอยให้เลือดไหลออกมาอีกครั้ง ดังอดีตเลวร้ายที่ถูกฉายกลับมาให้เห็นซ้ำๆ จุดไฟโหมกระหน่ำความแค้นในจิตใจให้บ้าคลั่งมากกว่าเดิม แต่ทุกครั้งที่จมดิ่งก็จะมีแสงสว่างฉุดรั้ง ให้อี้เอินได้คืนสติ และในตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้นเหมือนทุกครั้ง เสียงฮัมเพลงหวานล้ำแทรกเข้ามาในโสตประสาท สร้างรอยยิ้มให้อี้เอินโดยยังไม่ได้พบหน้าด้วยซ้ำไป จิตใจที่สงบลงเดินไปตามที่หมาย ฝีเท้าชะงัก มือหนาค่อยๆ เปิดห้องบรรทมของเสด็จแม่เข้าไป ห้องที่เขาตั้งใจให้ปันปันได้มาเยือน


            ร่างสูงลงฝีเท้าอย่างเงียบเฉียบ ย่อกายนั่งข้างโฉมสะคราญที่กำลังชมแสงจันทร์ ปันปันร้องเพลงในลำคอไม่หยุด นัยน์ตากลมชื่นชมดวงจันทร์กลมสวย ปรายตามองไปทางซ้ายชมสวนก่อนจะปรายตามาทางขวาแล้วสะดุ้งตกใจ


            “อี้เอิน!” ปันปันสะดุ้งแล้วร้องลั่น ตามด้วยเสียงหัวเราะชอบใจกับท่าทางที่จะไม่มีใครได้เห็นนอกจากอี้เอิน “ท่านตั้งใจแกล้งข้า หยุดหัวเราะข้าเลยนะ”


            มือบางตีแขนอี้เอินเบาๆ โทษฐานที่ยังไม่หยุดหัวเราะเสียที


            “ก็ไม่คิดว่าเจ้าจะกลัว” ใบหน้าหล่อเหลายื่นเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มหยอกเย้า


            “ไม่ว่าจะใจแข็งแค่ไหน  ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องคิดว่าท่านเป็นผีเหมือนกัน” ปันปันเบะริมฝีปากให้คนที่สนุกกับการแกล้งตน


            “โธ่... ปันปันข้าขอโทษ” แขนแกร่งดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอด ออดอ้อนเป็นการแก้ตัว ปันปันนั่งนิ่งไม่ว่ากล่าวเหม่อมองดวงจันทร์อีกครั้ง โดยตอนนี้มีอี้เอินอยู่ข้างกาย


            “ปันปัน ถ้านั่งนานกว่านี้ น้ำค้างจะทำให้เจ้าเป็นไข้” เสียงทุ้มทำลายความเงียบด้วยความห่วงใย


            “ข้าอยากนั่งตรงนี้กับท่านอีกพักหนึ่ง” ปันปันระบายรอยยิ้มบนใบหน้า นัยน์ตากลมยังจับจ้องท้องฟ้า ชื่นชมหมู่ดาว ส่วนมือบางนั้นลูบมือหนาที่โอบกอดตน


            “สวยงามใช่ไหม... ทั้งท้องฟ้า ทั้งที่นี่...” อี้เอินเอ่ยอะไรบางอย่างท่ามกลางความเงียบ ปันปันไม่ได้ตอบคำถาม ได้แต่ฟังอย่างตั้งใจว่าอี้เอินจะพูดอะไรต่อไป “แต่ข้า...ไม่เคยชอบมัน”


            “ข้า...” ใบหน้าหล่อเหลาซบลงที่ไหล่บาง แขนแกร่งกระชับคนในอ้อมกอดอย่างหวงแหน ปันปันเข้าใจความรู้สึกที่อีกฝ่ายถ่ายทอดออกมา ไม่มีคำพูดใด มีแต่ภาษากายที่ทั้งลูบทั้งจับมืออี้เอินเอาไว้ เป็นเชิงบอกว่าตอนนี้ยังมีตน “ตำหนักแห่งนี้ กับ เสด็จแม่ เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของข้าในวังหลวง ส่วนที่เหลือไม่ต่างจากฝันร้าย เจ้าเชื่อไหมว่าการเป็นองค์ชายสุขสบายก็เพียงแค่กาย แต่ชีวิตในทุกวันมีแต่ความหวาดระแวง ความสุขของข้าช่างน้อยนิด เพราะข้าไม่ใช่พระโอรสองค์โต เพราะเสด็จแม่ไม่ใช่พระสนมองค์โปรด ฉลาดเกินไปก็ถูกเพ่งเล็ง โง่เขลาขลาดเขลาก็ถูกหัวร่อ แต่ไม่ว่าเจ้าจะดีเจ้าเลว ถ้าไม่ได้เป็นองค์รัชทายาทก็ไม่มีสิทธิ์พิเศษ แค่อยู่ใกล้ชิดเสด็จแม่ก็ยังทำไม่ได้ ตอนเด็กต้องถูกเลี้ยงดูด้วยแม่นม เมื่อโตถึงวัยก็ต้องออกจากวัง เพราะกลัวว่าองค์ชายจะชิงดีชิงเด่นอยากได้ตำแหน่งองค์รัชทายาทเสียเอง”


            “แต่สุดท้าย...” อี้เอินเค้นหัวเราะ “ข้ากับเสด็จแม่ก็เป็นหมากตัวหนึ่งอยู่ดี”


            “ตอนนี้...ท่านไม่ใช่หมากบนกระดาน แต่ท่านคือคนวางหมากกระดานนี้ต่างหากล่ะอี้เอิน” ใบหน้าสะคราญโฉมหันมาสบประสานสายตามองอย่างแน่วแน่พร้อมน้ำเสียงหนักแน่น “ท่านมีข้า มีข้าอยู่ตรงนี้ คนที่จะเคียงข้างท่านเพื่อให้ท่านได้ทุกอย่างที่ใจท่านต้องการ”


            “ข้าอยากให้เสด็จแม่อยู่ที่นี่” มือหนาเชยคางมนจูบเบาๆ ที่ริมฝีปาก “ข้าอยากให้เสด็จแม่ได้พบเจ้า ได้เห็นเจ้า ข้าเชื่อว่าเสด็จแม่ต้องรักเจ้ามากไม่ต่างจากข้า”


            “เสด็จแม่ของพระองค์อยู่ที่นี่” ปลายนิ้วเรียวจิ้มที่อกข้างซ้าย ปันปันยิ้มออกมาจากหัวใจ ยิ้มจนเรียวตาเป็นรูปครึ่งวงรี “อยู่ในหัวใจของท่าน อยู่ในความทรงจำของท่าน แล้วความดีงามของเสด็จแม่ของท่านจะโอบกอดและปกป้องรักษาท่านตลอดไป”


            “ปันปัน...ข้ารักเจ้า รักเจ้ามากจนไม่สามารถหาคำใดมาเปรียบเปรยได้” อี้เอินดึงร่างบางเข้ามาชิดใกล้แนบชิดในอ้อมกอด แขนเพรียวโอบลำคอหนาอย่างรู้หน้าที่ ก่อนที่แขนแกร่งจะช้อนร่างบางเข้าไปในห้องวางลงฟูกน้องที่ถูกจัดเตรียม


            ประตูระเบียงถูกปิด อี้เอินแทรกกายเข้ามานอนเคียงข้าง ปันปันขยับกายซุกที่อกอีกฝ่ายอย่างเคยชิน ไม่นานริมฝีปากหยักก็จูบเบาๆ ที่ขยับ ที่จมูก ที่แก้มทั้งสองข้าง กดย้ำที่ริมฝีปากซ้ำๆ แทนการอวยพรให้หลับฝันดี


            ร่างสองร่างประคองกอด

            เกาะเกี่ยวผสาน

            พันผูก ผูกมัด เคียงข้าง

            ไม่ว่าจะลงนรก หรือขึ้นสวรรค์ก็จะอยู่ชั่วกาลตลอดไป          

 

----------------------------------------------

Talk

เรากลับมาแล้ว แงงงง //ก้มลงกราบรอบทิศ ตอนแรกคิดว่าช่วงที่ผ่านมาจะอัพฟิคได้มากกว่านี้ แต่ก็อย่างที่เห็นแหละค่ะ ฝึกงานแบบเหนื่อยมาก เหนื่อยจะตาย งานยิ่งใหญ่ดาวล้านดวงสรุปว่ากว่ารอดพ้นมาได้ก็มีนา และเพิ่งส่งเล่มเสร็จเหมือนอาทิตย์ที่ผ่านมา แล้วก็ต้องทำสัมมนาจบอีกสองวีค การศึกษาไม่เคยเข้าใจเราจริงๆ แงงงงงงง

พยายามเขียนเรื่อยๆ เราอยากแต่งให้จบเร็วนี่แหละค่ะ สงสารคนอ่านที่รอมานานมากๆ แงงงง กราบขอโทษอีกที ไม่ได้แต่งนานภาษาเป็นไงบ้าง ความจริงแล้วเรากลัวมากๆ คือพอได้คำชมว่าบรรยายดีคำดีก็มีความเครียด แบบกลัวออกมาไม่ดี บางทีก็เลยแบบช้าเพราะความไม่มั่นใจเหมือนกัน

ขอบคุณทุกคนที่ยังตามถึงตอนนี้ ฟิคนี้เรารักมากๆ และเราตั้งใจมากจริงๆนะคะ เท่าที่วางพล็อตเหลือประมาณอีก 6-7ตอน อย่าเพิ่งไปไหนกันก่อนนะคะ ;___; เราอยากรวมเล่มเรื่องนี้ อยากเก็บเรื่องนี้ด้วยแหละ 

ขอบคุณทุกคนจริงๆเสมอ ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจเช่นเดิมด้วยนะคะ ติชมได้เสมอเลย รักค่า #กีแซงมบ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 244 ครั้ง

1,346 ความคิดเห็น

  1. #1345 B3erry (@B3erry) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 18:01
    เนื้อเรื่องดีมาก การดำเนินเรื่อง ภาษา การกระทำของตัวละครแต่ละตัวบรรยายได้ดีจริงๆค่ะ //รอรวมเล่มนะคะ
    #1345
    0
  2. #1341 0882868093 (@0882868093) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 17:25
    ชอบมากค่ะภาษาดีจัง
    #1341
    0
  3. #1339 XCII (@XCII) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 18:16
    เป็นเรื่องแรกที่เราเปิดใจอ่านแนวพรีเรียด อยากจะบอกว่าไรท์บรรยายได้ดีเยี่ยมมากๆเลยค่ะ ภาษาสวยมากกกก สวนจนเราหลงรักฟิคเรื่องนี้ กลับมานะคะ ยังไงก็จะรอ จะรอเล่มด้วยนะคะ ไรท์คนเก่งสู้ๆ
    #1339
    0
  4. #1338 namtoey7 (@missdiffer0o0) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 20:58

    แงงงง เป็นเรื่องที่เราชอบมากเลยย จะรอนะคะ นี่กลับมาอ่านรอบสองแล้ว คือภาษาดีมาก เราชอบมากจะรอติดตามนะคะะะะะ

    #1338
    0
  5. #1337 iloveimjaebeom (@iloveimjaebeom) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 20:41
    คิดถึงจังน้าา เปนกำลังใจให้ รออยุ่น้า
    #1337
    0
  6. #1336 LILLYAPISARA (@LILLYAPISARA) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 01:30
    พึ่งได้มาเจอเรื่องนี้ ชอบมาก ภาษาสวยมาก สนุกมาก จะรอและติดตามนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่ะ สู้ๆน้าค้า รอค้า
    #1336
    0
  7. #1335 Nan2711 (@Nan2711) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 17:59
    รอนะคะ ไรท์สู้ๆ
    #1335
    0
  8. #1334 hyuknok (@hyuknok) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 22:43
    เป็นพล็อตที่ทำให้ประหลาดใจมาก ลุ้นตามมาก
    #1334
    0
  9. #1331 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 01:33
    ยังรออ่านเสมอนะคะ ชอบมากค่ะ
    #1331
    0
  10. #1330 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 18:16
    หายไปนานมากๆๆๆๆ คิดถึงนะคะ
    #1330
    0
  11. #1329 SouL SnoW:))* (@sour) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 01:49
    คิดถึงมากๆเลยค่า รอเสมอนะคะ ยังชอบมากๆๆๆๆเหมือนเดิม
    #1329
    0
  12. #1328 PPSunday (@PPSunday) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 13:14
    คิดถึงมากๆเลยค่ะะะะ รอต่อนะคะ
    #1328
    0
  13. #1327 vandabam (@vandabam) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 00:12
    นานแค่ไหนก็รอค่ะสำหรับเรื่องนี้ ชอบองค์ประกอบทุกอย่างโดยเฉพาะภาษาและการบรรยาย ทำให้เราเข้าถึงบรรยากาศในเนื้อเรื่องได้อย่างดี ลุ้นไปกับตัวละคร เอาใจช่วยพระนายเรื่องนี้สุดๆ จะติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ ^^
    #1327
    0
  14. #1326 ออมม่า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 21:27

    สมกับที่ตั้งตารอค่ะ

    #1326
    0
  15. #1325 markbam022 (@markbam022) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 21:43

    รีบมาต่อเด้อออ คิดถึง
    #1325
    0
  16. #1323 นู๋กวาง ชุติมา (@chutimak33) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 22:30

    การรอคอยสิ้นสุดแล้ว มาต่อไวไวนะคะ
    #1323
    0
  17. #1316 Sweetty_poy (@Sweetty_poy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 18:55

    ???????????? ดีใจกับไรท์ด้วยนะคะ ที่ทุกอย่างสำเร็จลุล่วงแล้ว แล้วก็ดีใจกับการรอคอยนี้ เย้ รอคอยเทอมาแสนนาน

    #1316
    0
  18. #1315 Nismkpm_u (@oomniskpm) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 07:11
    ดีใจมากเลยค่ะะ เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นลุ้นตามทุกตอนเลยค่ะ😭
    #1315
    1
    • #1315-1 337178 (@337178) (จากตอนที่ 18)
      24 เมษายน 2562 / 22:25
      พึ่งได้มาอ่านสนุกมากกเลยค่ะ เป็นกำลังใจ ให้นะค่ะเขียนสนุกมากกกจริงๆจะติดตามจนจบเลยค่ะ ลุ้นๆ
      #1315-1
  19. #1314 Thanchanok-2544 (@Thanchanok-2544) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 22:41
    ดีใจมากเลยค่ะตอนเห็นแจ้งเตือน

    การใช้ภาษาลื่นดีค่ะอ่านแล้วอินตาม รอติดตามนะคะ
    #1314
    0
  20. #1313 Bamsoonjung (@sryko1a) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 20:48
    มาแล้วววววว แง อ่านแล้วลึกซึ้งทุกตัวอักษรเลย
    #1313
    0
  21. #1312 41124112 (@41124112) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 20:45

    ดีใจที่ไรท์กลับมา เนื้อเรื่องชอบมาก รอติดตามนะคะ

    #1312
    0
  22. #1311 ploylovely632 (@ploylovely632) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 17:06
    รับรู้ได้ถึงความรักของทั้งสอง มันพิเศษมากจริงๆ ขอให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีเถอะ
    #1311
    0
  23. #1310 Ploylymtbb (@Ploylymtbb) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 16:09
    ปันปันกับอี้เอิน ฮืออออออ ผ่านสิ่งต่างๆไปด้วยกันนะ รออยู่ตลอดนะคะไรท์เราชอบมาก สู้ๆๆค่ะ
    #1310
    0
  24. #1309 luxaky (@luxaky) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 15:21
    ทำดีแล้วคะไรท์​ สู้ๆนะเีื่องฝึกงาน
    #1309
    0
  25. #1308 jaruwanpantakun (@jaruwanpantakun) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 15:04

    คิดถึงจังในที่สุดไรท์กลับมาแล้ว
    #1308
    0