[GOT7] 。기생 Gisaeng | MarkBam

ตอนที่ 17 : บทที่สิบหก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 158 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

บทที่สิบหก

 

            แสงอาทิตย์สาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่าง สะท้อนร่างสองร่างที่นอนกกกอดกันไม่ยอมห่าง ปลุกร่างหนึ่งที่ซุกซบอยู่ในอ้อมแขนแกร่งให้ลืมตาตื่น เปลือกตาบางลืมขึ้นแล้วกระพริบถี่ให้นัยน์ตากลมโตทอดมองไปเบื้องหน้า ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นภาพแรกในยามเช้าเป็นใบหน้าหล่อเหลาจากผู้เป็นที่รักของตน ราวกับคำทักทาย ราวกับคำอวยพรให้ปันปันได้มีความสุขไปตลอดวัน


            ปันปันระบายยิ้มกว้างจนตาหยี ใจหนึ่งอยากจะขยับมือไปหยิกแก้มเย้าหยอกคนหลับใหล แต่อีกใจก็กลัวว่าการขยับกายจะทำให้อีกฝ่ายหลุดจากห้วงนิทรา เพียงแค่ความคิดร่างสูงที่โอบกอดตนก็ครางฮือ แสร้งงัวเงีย แสร้งหลับลึก ใช้แขนแกร่งดึงเอวบางเข้ามาชิดใกล้ แนบชิดไปทั้งกาย ซุกใบหน้าหล่อเหลากดจมูกโด่งของตนกับซอกคอหอมกรุ่น แกล้งถูปลายจมูกกับผิวเนียนนุ่ม จนคนถูกเย้าหยอกต้องกำมือแล้วทุบอกแกร่งแทนการติเตียน ปันปันไม่หลงกลคนขี้แกล้ง มือบางออกแรงดันคนไม่ยอมคลายกอดเพื่อให้ตนได้ลุกจากฟูกนอน


            อี้เอินยังแสร้งหลับ ทำงัวเงียแล้วปรือตามองสะคราญโฉมอย่างคนง่วงงุน แต่ปันปันหรือจะไม่ทันอี้เอิน มือบางดันอกแกร่งให้ออกห่างอีกครั้ง และออกแรงผลักมากกว่าเดิม องค์ชายเจ้าเล่ห์ถึงได้ลืมตาตื่น กระตุกยิ้มมองคนตรงหน้าพร้อมเคลื่อนใบหน้าเข้าไปหา เพื่อฉกฉวยจุมพิตแสนหวานรับอรุณ ก่อนริมฝีปากที่ทาบทับจะผละจากกันช้าๆ แล้วหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าพวงแก้มใสกำลังขึ้นสีชมพู


            “อี้เอิน ท่านควรตื่น” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาในคำแรก ค่อยเสียงชัดขึ้นในคำถัดมา แต่นัยน์ตากลมโตยังไม่ยอมเงยหน้าสบสายตา ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างเขินอาย


ยิ่งเห็นท่าทางทั้งน่ามอง ทั้งน่าแกล้ง เจ้าของมือหนาจึงหยุดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไป ใช้ปลายนิ้วสัมผัสกลีบปากอวบอิ่มที่ยื่นออกมาแล้วบีบเบาๆ จนปันปันต้องตวัดสายตาพลางตีมือที่ยังแกล้งไม่ยอมเลิกราอย่างเง้างอน


“อี้เอิน ตื่นเถิด” กีแซงคนงามย้ำอีกครั้ง แต่อ้อมแขนแกร่งยังไม่คลายพันธนาการ องค์ชายทำเพียงกลั้นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำพร้อมช้อนสายตาเว้าวอน


“ยังมีเวลาอยู่บ้าง” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความออดอ้อน หวังให้คนได้ฟังโอบอ่อนลง


“ลุกเถอะนะอี้เอิน วันนี้...ท่านยังมีหลายสิ่งที่ต้องทำ” ท่าทางเคอะเขินถูกซ่อน เรียวปากปรากฎรอยยิ้ม ปันปันปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นดั่งเช่นปกติ มือหนาจึงลูบแผ่วหลังบางแผ่วเบา ซบใบหน้าหล่อเหลากับไหล่มนพร้อมสูดดมกลิ่นกายหอมละมุน แล้วกดปลายจมูกที่ขมับของคนในอ้อมกอด ก่อนจะยอมคลายพันธนาการ


นัยน์ตากลมโตเคลื่อนตามความเคลื่อนไหวขององค์ชายที่ลุกขึ้นจากฟูกนอน ขายาวก้าวเดินไปยังหลังฉากกั้นที่มีถังไม้ขนาดใหญ่ถูกจัดเตรียมไว้ เพื่อให้อี้เอินชำระล้างร่างกายจนสะอาดสะอ้าน มือหนาใช้ผ้าซับหยาดน้ำแล้วสวมใส่อาภรณ์


บรรยากาศภายในห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบ ไม่มีเสียง ไม่มีบทสนทนา มีแต่สายตาของคนทั้งคู่ที่สบประสานกัน อี้เอินจุดรอยยิ้มที่มุมปากแล้วค่อยๆ คลี่ยิ้มจนกว้าง ก่อนหมุนกายเดินจากไป โดยที่ปันปันไม่ได้ละสายตาจากแผ่นหลังหนาไปไหน จนกระทั่งประตูถูกเลื่อนปิดลง


“จุน เข้ามาเถิด” เสียงหวานขานเรียกเด็กรับใช้ประจำกาย ประตูห้องเลื่อนเปิดอีกครั้งพร้อมเด็กน้อยที่รีบเดินเข้ามาช่วยผู้เป็นนายถอดอาภรณ์


ริมฝีปากอวบอิ่มไม่ทันได้เอ่ยคำสั่ง เด็กรับใช้คนสนิทปรนนิบัติอย่างรู้หน้าที่ เพียงกายเล็กก้าวลงในถังไม้ เพียงน้ำสัมผัสผิวกาย มือน้อยก็รีบใช้ผ้าสะอาดขัดถูผิวเนียนละเอียดเพื่อชำระคลาบไคลอย่างถนอมและแผ่วเบา


ใบหน้าสวยเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่าง ทอดมองภาพตรงหน้าราวกับว่าภายนอกนั้นมีทิวทัศน์สวยงาม แต่แท้จริงแล้วกลับตรงข้าม เพราะไม่มีสิ่งใดนอกหน้าต่างที่น่าภิรมย์ และมีเพียงกำแพงของสำนักกีแซงเท่านั้น ...ที่ปันปันได้จ้องมอง แต่ภายใต้กำแพงที่ขวางกั้น...มีบางสิ่งที่แอบซ่อน จนกีแซงคนงามต้องปิดเปลือกตา เพื่อตั้งใจเงี่ยหูฟัง ตั้งใจฟังสิ่งนั้นที่ปรากฎอยู่อีกฟากของกำแพง


เสียงภายนอกที่ลอดผ่านเข้ามาในสำนักมีแต่ความคึกคัก มีแต่เสียงเจื้อยแจ้ว ด้านนอกนั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายเฉกเช่นทุกวัน แต่ภายใต้ความปกตินั้น...กลับไม่ปกติเอาเสียเลย


แม้มีตลาด มีร้านรวงเรียงรายอยู่ภายนอก แม้มีถนนหนทางมากมาย ล้นด้วยผู้คนสัญจร แต่เสียงที่ได้ยินนั้น มัน...อึกทึกเกินกว่าเป็นวันปกติธรรมดา ราวกับว่ากำลังมีเทศกาลหรืองานเฉลิมฉลองประจำปี โดยที่วันนี้..ไม่ใช่วันสำคัญ


ใบหน้าสะคราญโฉมถูกแตะแต้มด้วยรอยยิ้ม ร่างเปลือยเปล่าที่เพิ่งขึ้นจากน้ำถูกผ้าสะอาดห่อกาย แล้วจึงสวมใส่อาภรณ์ เด็กรับใช้ตัวน้อยพยุงผู้เป็นนายนั่งลงกับเบาะนุ่ม มือบางหยิบกระจกส่องมองผมยาวสลวยที่กำลังถูกหวีอย่างเบามือ ริมฝีปากอวบอิ่มเอื้อนเอ่ยบางอย่าง ก่อนที่มือน้อยจะวางหวีลง


“จุน ช่วยข้าประดับผมที” เด็กน้อยชะงักค้างเมื่อฟังจบ คิ้วน้อยเลิกขึ้นสบสายตาผู้เป็นนายอย่างสงสัย


“นี่เพิ่งหัววัน ทำไมพี่ปันปันถึงรีบแต่งตัว” คิ้วมนขมวดเข้าหากัน เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะสดใสเป็นคำตอบ มือบางลูบผมคนอายุน้อยกว่าอย่างเอ็นดู แต่การกระทำของคนตรงหน้ายิ่งทำให้เด็กน้อยไม่เข้าใจ


“ทำตามที่ข้าบอกเถอะจุน เดี๋ยวหากถูกเรียกหาจะไม่ทันได้แต่งตัว” ผู้เป็นนายพูดอย่างกับว่าคาดเดาไว้แล้วล่วงหน้า คิ้วน้อยยิ่งขมวดเข้าหา เพิ่มความสงสัยมากกกว่าเดิม


เวลานี้เป็นเวลากลางวัน กว่าพี่ปันปันจะรับแขกก็พลบค่ำ อีกทั้งท่านเจ้าสำนักไม่ได้เรียกพบเพื่อทำสิ่งใด ทำไมถึงรีบแต่งตัวตั้งแต่พระอาทิตย์ยังตั้งไม่ตรงหัว


เด็กรับใช้คนสนิทมีแต่คำถาม ตากลมใสจึงหันไปมองใบหน้าผู้เป็นนาย แต่คำตอบที่ได้มีแต่รอยยิ้มบ่งบอกถึงความอารมณ์ดี


เพราะทุกอย่างจะเป็นไปตามเกมกระดาน

เป็นไปตามตัวหมากที่ปันปันกับอี้เอินได้คาดคะเน

 



            ท้องถนนมีผู้คนมากมายเดินสวนไปมา แต่ท่ามกลางผู้คนนั้นกลับปรากฎร่างโดดเด่นงามสง่าเกินผู้ใด องค์ชายอี้เอินเดินด้วยฝีเท้าไม่เร็วไม่ช้า ก้าวทุกก้าวสบายๆ ไม่เร่งรีบ ใบหน้าหล่อหลาเปื้อนรอยยิ้ม นัยน์ตาสีดำสนิทชมบรรยากาศโดยรอบ พร้อมฮัมเพลงในลำคอ เป็นองค์ชายเจ้าสำราญตามคำร่ำลือ


            ภายใต้ท่าทีไม่มีพิษมีภัย ภายใต้ท่าทางชมนกชมไม้ แอบแฝงความรู้สึกพออกพอใจเมื่อได้สังเกตการณ์ตลอดเส้นทางที่ตนได้พบเจอ ท้องถนนมีผู้คนมากมายก็จริงอยู่ แต่คนมากมายเหล่านั้นกลับมุ่งหน้าเดินไปตามทิศทางเดียวกัน มุ่งไปยังซุ้มทหารที่กำลังแจกทาน และกำลังป่าวประกาศว่า...ทุกอย่างมาจากความเมตตาของเชื้อพระวงศ์


            อี้เอินจุดยิ้มที่มุมปาก ทอดมองพระราชวังที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า สถานที่...ที่เขาไม่อยากก้าวกลับไปเลยสักครั้ง แต่วันนี้กลับแปรเปลี่ยนไป เขาอยากเข้าไป เดินเข้าไปในนั้น พร้อมทวงทุกอย่างที่ควรเป็นของเขา ...กลับคืนมา


            เมื่อถึงประตูวังหลวง ทหารเวรยามที่เฝ้าประตูก็รีบคารวะองค์ชายผู้มาใหม่ โดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ไม่ต้องยื่นเทียบเชิญหรือราชสารยืนยัน เพียงแค่สวมใส่ฮันบกสีเลือดนกเท่านั้น เหล่าทหารก็รีบเปิดประตูวังให้ราชนิกุลสูงศักดิ์ได้ก้าวเข้าไป แม้วันนี้เขาจะได้รับอนุญาตให้เข้าวังเป็นกรณีพิเศษก็ตาม


            เพราะมีราชสารเร่งด่วนเรียกตัวองค์ชายอี้เอินเข้าร่วมพิธีบวงสรวง เขาจึงสามารถเข้าวังได้ แม้ไม่ใช่วันที่กำหนดเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะสามารถเข้าวังได้เพราะเหตุใด วังหลวงก็ไม่หลงเหลือสิ่งใด...ให้อี้เอินห่วงหาอาทร


            วันนี้...แตกต่างจากวันเก่า ไม่มีจองซังกุงมายืนรอรับ ไม่มีผู้ใดคอยเดินติดตาม ข้างกายของอี้เอินนั้นว่างเปล่า คล้ายมีอิสรภาพ แต่แท้จริงแล้วไม่มี... ทุกฝีก้าวยังต้องระมัดระวัง ต้องรู้จักรักษาเนื้อรักษาตัวมากกว่าเก่า เพราะอี้เอินรู้ดีว่า...ภายใต้ความสวยงามของวังหลวงนั้น... มันแฝงไปด้วยความอำมหิตและเลือดเย็น


            ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มประดับอยู่ที่ริมฝีปาก คล้ายปกติ แต่ไม่ปกติ เพราะนัยน์ตาสีดำสนิทกลับสะท้อนความรู้สึกตรงข้าม มีแต่ความเรียบนิ่ง เฉยชา ไม่มีความรู้สึกใด วังหลวงสำหรับอี้เอินก็ไม่ต่างจากฝันร้าย เป็นสถานที่ที่เสด็จแม่ของเขาถูกพรากจากไป ไม่มีแม้แต่ความทรงจำดีๆ


ช่างโดดเดี่ยว อ้างว้างเหลือเกิน



 

อีกหลายชั่วยามกว่าพิธีบวงสรวงจะเริ่มขึ้น องค์ชายอี้เอินจึงมุ่งตรงไปยังตำหนักของเสด็จแม่ สถานที่เดียวในวังหลวงที่เขาสามารถพักพิงได้อย่างสบายใจ สถานที่เดียวที่เขารู้สึกปลอดภัยและคุ้นชิน แม้...ผู้เป็นเสด็จแม่จะไม่อยู่แล้วก็ตาม


ยิ่งเข้าใกล้ตำหนักก็เสมือนเข้าใกล้ฝ่ายในมากขึ้น ตลอดเส้นทางที่ก้าวผ่านล้วนมีแต่ความชุลมุนวุ่นวาย บ้างเห็นนางกำนัลเร่งฝีเท้า บ้างก็เห็นขันทีออกคำสั่ง แม้แต่เหล่าทหารยังเดินสวนไปมาอย่างเร่งรีบ เพื่อทำหน้าที่ที่รับมอบหมายให้ทันท่วงที เพื่อเตรียมพร้อมจัดงานที่แสนฉุดละหุกให้ทันฤกษ์ยาม


ฝีเท้าหยุดชะงักเมื่อตำหนักของเสด็จแม่อยู่เบื้องหน้า คิ้วหนาเลิกขึ้นเมื่อเห็นสิ่งแปลกตา ผู้มาใหม่แปลกใจไม่น้อยที่เห็นตำหนักรกร้างไร้ผู้คน ถูกปัดกวาดทำความสะอาดจนสะอาดสะอ้าน ถูกดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี อี้เอินคิด...แล้วเผลอหลุดยิ้มเย้ยหยัน


เพราะมันถูกดูแลเอาใจใส่ยิ่งกว่า

...ตอนที่เสด็จแม่ยังมีพระชนม์


            ภายใต้ตำหนักร้าง ความเงียบเฉียบถูกแทนที่ด้วยเสียงท่องคาถา เสียงเคาะจังหวะดังออกมาบ่งบอกว่ามีผู้คนอยู่ด้านใน หากเป็นเมื่อก่อน...อี้เอินคงถอยกลับหรือเดินหนี แต่เขากลับก้าวขาเพื่อดูการทำพิธี โดยตลอดทางมีนางกำนัลและขันทีคอยคารวะให้ผู้เป็นองค์ชาย


            ใบหน้าหล่อเหลาปรากฎรอยยิ้มราวกับบอกให้ผู้พบเห็นได้โล่งใจ ว่าเขาไม่ได้เข้ามาเพื่อขัดขวางใคร แค่ต้องการเห็นพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายด้วยตาตนเอง


            ฝีเท้าหยุดชะงักเมื่อเห็นผู้ทำพิธีอยู่เบื้องหน้า อี้เอินเว้นระยะห่างแล้วทอดสายตามองไปยังเหล่าธิดาที่กำลังสวดภาวนา โดยไล่สายตาจับจ้องหัวหน้าธิดาเทพที่กำลังทำพิธีอย่างตั้งใจ


            จินรี...


“...หึ” เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นในลำคอ รอยยิ้มชอบใจบนริมฝีปากถูกฉาบด้วยหน้ากากเรียบเฉย ซ่อนความรู้สึก เก็บกิริยา รับรู้ได้เพียงอี้เอินผู้เดียว


องค์ชายรูปงามยืนนิ่งใช้เพียงสายตาจดจ้อง ไม่ทันที่ธิดาเทพมีชื่อได้สังเกต เพราะกำลังตั้งสมาธิจดจ่อกับพิธีกรรม จนกระทั่งพิธีนั้นได้สิ้นสุดลง มือบางรับผ้าผืนเล็กจากธิดาเทพข้างกายมาซับเหงื่อที่ไหลซึมตามใบหน้า ก่อนจะหันมาปะทะเข้ากับสายตาขององค์ชายผู้จ้องมอง


จินรีชะงักไปครู่... ลางสังหรณ์บางอย่างแล่นเข้ามาในสมอง อยากเม้มริมฝีปาก เพราะความกังวลใจ แต่ทำไม่ได้ เพราะลางสังหรณ์ย้ำบอกว่าไม่ควรแสดงสีหน้าใดๆ ออกมาให้คนผู้นี้เห็นสักเสี้ยวเดียว


ร่างบางทำความเคารพผู้มีศักดิ์สูงกว่าเฉกเช่นปกติ ไม่หลุดกิริยาที่ไม่สำรวจ ก่อนตากลมจะเงยหน้าเผลอไปสบสายตา แต่รีบหลบแล้วเสมองไปอีกทาง


“ขอบคุณเจ้ามาก” คำพูดเพียงสั้น ไม่ต่างจากประโยคธรรมดา แต่แฝงไปด้วยความนัยที่สะกิดใจคนได้ฟัง ปลายนิ้วและฝ่ามือของจินรีเริ่มสั่นจนต้องใช้มืออีกข้างกุมเอาไว้ สงบจิตสงบใจ ไม่ให้ความรู้สึกอื่นใดแทรกความนิ่งสงบของตน


“...ขอบพระทัยเพคะองค์ชาย” หัวหน้าธิดาเทพย่อกายอย่างนอบน้อมแล้วทูลลา แสดงทุกกิริยาอย่างผู้รู้ธรรมเนียม


เหล่าทหาร เหล่าขันที เหล่าธิดาเทพจากไปแล้ว เหลือเพียงองค์ชายอี้เอินภายในตำหนักรกร้าง ความเงียบ ความเศร้ารายล้อมกาย ปลุกความทรงจำมากมายที่ซุกซ่อนอยู่ทุกมุมมอง


ยิ่งความสุขในอดีต ยิ่งมีมากมายสักเท่าไหร่ ความแค้นภายในจิตใจก็มากเท่าทวีคูณ ความแค้นนั้นสลักและฝังลึก เป็นเชื้อเพลิงที่พร้อมจุด มอบให้แก่ผู้ทำลายที่มอบความขมขื่นให้กับตน


อี้เอินก้าวออกจากตำหนัก แสดงสีหน้าท่าทาง สวมบทบาทให้สมเป็นองค์ชายเจ้าสำราญ ระบายรอยยิ้ม ชมความสวยงาม แต่สมองกำลังทบทวนแผนการที่เริ่มเดิน หมากแต่ละตัวบนกระดานประจำตำแหน่ง ถูกวางลงในความคิด ถูกจัดวางอย่างรัดกุมและถี่ถ้วน ต้องไม่พลาดพลั้ง ต้องไม่ผิดพลาด แต่ทว่ากลับขาด...หมากอีกตัวหนึ่งบนกระดาน


...ที่จะทำให้รุกฆาตได้ในตาเดียว


ทางเดินที่อี้เอินเดินอยู่นั้น เป็นไปตามเส้นทางที่ฝ่ายในได้กำหนด เขาทำตามกฎ ไม่ได้ออกนอกลู่ทาง แต่วันนี้เส้นทางธรรมดากลับมีอะไรบางอย่าง...ที่พิเศษกว่าทุกครั้งที่เข้ามา


“โอ๊ย!” เสียงใสดังขึ้น ทำให้อี้เอินชะงักฝีเท้า นัยน์ตาสีดำสนิททอดมองไปยังเหตุการณ์เห็นขันทีน้อยล้มลงพร้อมข้าวของกระจัดกระจาย ส่วนคู่กรณีไม่ใช่คนอื่นใด เป็นคนที่เขาคุ้นเคยอย่างดี


“เจ้า!” หัวหน้าขันทีที่อยู่บริเวณนั้นรีบเข้ามาคารวะองค์ชาย รีบก้มลงขอโทษขอโพยแทนขันทีน้อยที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง “โปรดประทานอภัยด้วยพะย่ะค่ะองค์ชายเจียเอ่อร์”


ขันทีน้อยเบิกตากว้างราวกับเพิ่งคืนสติ ร่างเล็กสั่นหมดไปทั้งกาย รีบลุกลี้ลุกลนนั่งคุกเข่าแล้วโขกศีรษะอย่างกลัวเกรง “มะ...หม่อมฉันขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ หม่อมฉันผิดที่ไม่ระมัดระวัง ไม่มองตาม้าตาเรือ ไม่ดูทางให้ดี องค์ชายเจียเอ่อร์ โปรดเมตตาด้วยพะย่ะค่ะ”


ขันทีน้อยสั่นไปทั้งกาย เสียงใสสั่นเครือเกือบพูดไม่เป็นภาษา ส่วนผู้มีอำนาจมากกว่ากลับเพียงชายตามองร่างขันทีทั้งสองนิ่งไม่กล่าวอะไร มือหนาปัดอาภรณ์บริเวณที่ถูกชนราวกับว่ามันเปรอะเปื้อน


“ช่างเถอะ ข้าไม่ถือสา” เจียเอ่อร์ใช้ความเงียบให้ขันทีทั้งสองรู้สึกหวาดหวั่น แล้วกล่าวประโยคไม่เอาความอะไร เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้หากเขาลงโทษก็คงถูกเอาไปนินทา ขันทีตรงหน้าก็ดูไม่รู้ความคล้ายกับเพิ่งถูกคัดเลือกเข้าวัง อีกทั้งวันนี้เป็นวันมงคลไม่ควรมีเรื่องใดให้ใจขุ่นมัว


“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” ขันทีทั้งสองกล่าวพร้อมกันเมื่อฟังจบ ขันทีน้อยโขกศีรษะอีกครั้ง ก่อนจะเงยใบหน้าเล็กน้อยด้วยความอยากรู้อยากเห็น แอบลอบมองผู้เป็นองค์ชาย แต่ใครจะคิดว่าองค์ชายยังยืนอยู่ไม่ไปไหน การแอบมองจึงกลับกลายเป็นสบสายตา ขันทีน้อยจึงรีบก้มหน้าตัวสั่นเทา


เจียเอ่อร์ส่ายหน้ากับความซุกซน ไม่รู้จักระเบียบของฝ่ายใน กายหนาเดินออกไปแล้ว แต่นัยน์ตาใสของเด็กน้อยกลับล่องลอยมองไปยังแผ่นหลังที่ค่อยๆ ห่างออกไป และจุดความรู้สึกบางสิ่งขึ้นมาในแววตา


“โอ๊ย!” เสียงใสร้องอีกครั้ง เพราะถูกหัวหน้าขันทีหยิก


“เจ้าโชคดีที่ตอนนี้กำลังวุ่นวาย ไม่งั้นเจ้าต้องโดนโบย รีบเก็บข้าวของ ไปทำหน้าที่ ระมัดระวัง สำรวมกิริยาให้ดี เข้าใจไหมขันทีชเว!” หัวหน้าขันทีเอ่ยชัดถ้อยชัดคำหวังว่าจะเข้าไปฝังอยู่ในหัว


“ขอรับนายท่าน” ขันทีน้อยเก็บข้าวของที่หล่นกระจายรวบเข้าไว้ในอ้อมกอด เร่งฝีเท้าทำตามหน้าที่ ตามคำสั่งที่ถูกถ่ายทอดลงมา มองไปเบื้องหน้าไม่ได้สนใจสิ่งรอบกาย จึงไม่รู้เลยว่ามีใครคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ แอบฟังบทสนทนา จดจำใบหน้า แย้มรอยยิ้มออกมาราวกับว่า...มองเห็นอนาคตที่ทุกคนจะได้เผชิญ


เพราะอี้เอินจะเป็นผู้ขีดเขียน

กำหนดชะตา...

มอบทุกอย่างแทนฟากฟ้าเอง

เมื่อตัวหมากทุกตัวได้วางลง




--------------------------------------------------------------------------------

Talk

ทุกคนเรากลับมาแล้วววววว//ปาดน้ำตาาาาา ขอโทษจริงๆค่ะ คนฟอลทวิตเราน่าจะเข้าใจว่าชีวิตจริงหนักหน่วงมาก จะเห็นเราบ่นบลาๆ ตลอด ตอนนี้ว่างอยู่ คิดว่าช่วงฝึกงานซัมเมอร์นี้ก็คงมาแต่งได้(อธิษฐานให้น้องด้วยนะคะ) เป้าหมายปีนี้ก็พยายามแต่งกีแซงให้จบนั่นแหละ ให้คุกกี้ทำนายกันมากๆ //ร้องไห้

ภาษาเราอาจจะไม่ดีเท่าเดิม อาจติดขัดบ้าง แต่พยายามให้ดีที่สุด มีอะไรติชมได้ แล้วก็อยากจะบอกว่าเราอาจจะเปลี่ยนพล็อตที่เคยวางเอาไว้ให้นองเลือดน้อยกว่าเก่าหน่อย5555 จริงๆคนตายจะเยอะมาก แต่คือแบบชีวิตจริงโหดร้ายอยู่แล้ว ทำไมฟิคต้องโหดร้ายขนาดนั้น เราก็เลยปรับให้มันแบบทุกข์ทรมานน้อยลง แต่ทุกอย่างยังยืนยันว่าเข้มข้นเหมือนเดิม

สุดท้ายนี้ คิดถึงเราไหมมม เราคิดถึงทุกคนมาก เราโหยหาการแต่งฟิคยาวๆมากๆ คนฟอลก็จะเห็นว่าช่วงหลังเพราะพยายามแต่งสั้น คืออยากแต่งและไม่มีเวลาจริงๆ แต่ตอนนี้ผีบ้ามาก อยากแต่ง อยากแต่ง อยากแต่ง//ร้องไห้ บ่นอะไรบ้าบอกไม่รู้//หัวเราะ คอมเมนต์ติชมเราได้เสมอ ขอบคุณที่ยังรอกัน เจอกันตอนหน้าค่ะ #กีแซงมบ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 158 ครั้ง

1,342 ความคิดเห็น

  1. #1333 hyuknok (@hyuknok) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 22:22
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1333
    0
  2. #1282 ออมม่า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 19:40

    ขันที ชเว จะเป็นพวกกับอีเอิ้น ใช่ไหม

    #1282
    0
  3. #1247 SouR:))* (@sour) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 12:42

    ลุ้นๆๆๆ

    #1247
    0
  4. #1232 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 20:34
    จะเป็นยังไงต่อเนี่ยยย
    #1232
    0
  5. #1191 Love (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 21:43

    ขอบคุณมากค่ะ ฮือออ เฝ้ารอมาตลอดเลย และแอบตกใจคำว่าคนตายเยอะมากๆ อมก นี่ขนาดว่าลดความม่าลงแล้วนะคะ เรายังระแวงมองซ้ายขวาตลอดเลยค่ะ 555

    #1191
    0
  6. #1188 Sweetty_poy (@Sweetty_poy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 02:28

    ภาษาดีเนื้อเรื่องเข้มข้นมาก รอติดตามค่ะ

    #1188
    0
  7. #1179 mmaprangt (@mmaprangt) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 19:26
    รอไม่ไหวแล้ว ภาษาดีจริงๆค่ะ ขอชม
    #1179
    1
    • #1179-1 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 17)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 08:04

      นานแค่ไหนก็จะรอ555555ขอบคุณที่มาลงให้อ่านนะคะไรท์ฮือออออคิดถึงเรื่องมากรอคอยมาตลอดเลยนะ^^
      #1179-1
  8. #1177 SugarBrowniie (@namtarn_zapp) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 11:19
    อ่านรวดเดียวเลย สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากมอบรางวัลอะไรสักอย่างให้ไรท์ ภาษาดี เนื้อเรื่องดี พล๊อตดี พระ-นายดี ดีไปหม๊ดดดดดด อยากเห็นนังพระพันปีโดนเวรกรรมตามแล้ว รอนะคะไรท์ กอดด
    #1177
    0
  9. #1173 Thanchanok-2544 (@Thanchanok-2544) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 19:02
    ง่ะ ชอบมาก สู้ๆนะนายหญิง
    #1173
    0
  10. #1169 hunjimeedog (@hunjimeedog) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 13:20
    ตอนอ่านคิดว่าภาษาไม่ได้แปลกไป ยังคงอ่านลื่นและภาษาสวยเหมือนเดิม เหตุการณ์กำลังเข้มข้น คิดว่าการที่ปันปันเตรียมแต่งตัวทำผมทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา น่าจะหมายถึงปันปันอาจจะมีโอกาสได้เข้าวังมั้ยอันนี้คือเดาล้วนๆ 555555 แต่กระดานกำลังจะพลิกด้วยมือธิดาเทพจินรี องค์ชายเจ้าสำราญผู้ไม่เอาไหนกำลังจะมีบทบาทในวังหลวง สนุกมาก รอติดตามตอนต่อไปจ้า
    #1169
    0
  11. #1159 Highnez (@kmelisee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 02:22
    เพิ่งเห็นว่าไรท์กลับแล้ว! กรี๊ดดด รองานคุณภาพเสมอน้าาาาา <3
    #1159
    0
  12. #1158 Jinly1520 (@19961107) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 23:20
    ไรท์กลับมาแล้ว
    #1158
    0
  13. #1157 PJ_PM (@pandp) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 16:25
    คิดถึงเรื่องนี้มากค่ะ รออยู่ตลอด ขอบคุถที่กลับมาอัพนะคะ จะรออ่านไปเรื่อยๆน้า
    #1157
    0
  14. #1156 ploylovely632 (@ploylovely632) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 10:15
    ง่าาา ดีใจไรท์มาต่อให้แล้ว
    #1156
    0
  15. #1153 คนแมนซังนัมจา~ (@arada_jsm) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 06:16
    ภาษายังสวยเหทือนเดิมเลยค่ะ ขอบคุณที่กลับมานะคะ รออยู่ตลอดเลย
    #1153
    0
  16. #1151 nices_nattida (@nices_nattida) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 00:47
    มาาาาาาาาแล้วววววว ฮื้อ เราปาดน้ำตาเหมือนกัน รอนานแล้ว. และหมดหวังไปแล้ว ฮื่ออ5555 ขอบคุณมากนะคะที่มาต่อ จะรอติดตามเปงกะลังใจให้นะคะ /สวดมนต์
    #1151
    0
  17. #1150 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 23:54
    รออ่านเสมอจ้า
    #1150
    0
  18. #1149 lovely_sakura (@haoloveanna) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 22:53
    ดีใจที่ไรท์กลับมาค่ะรออ่านนะคะ
    #1149
    0
  19. #1148 Atp1 (@airair0793) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 22:19
    ดีใจจจจจมากเลย ที่ไรท์กลับมา รอเสมอค่ะ
    #1148
    0
  20. #1145 Nismkpm_u (@oomniskpm) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 18:52
    รออยู่ตลอดเลยค่ะ ดีใจมากๆจริงง สู้ๆนะค่า
    #1145
    0
  21. #1144 vandabam (@vandabam) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 17:20
    ถึงกับไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นฟิคเรื่องนี้เตือนว่ามีการอัพเดท คิดถึงเรื่องนี้มากๆค่ะ ภาษายังสละสลวยน่าอ่านเหมือนเดิม การดำเนินเรื่องเข้มข้น ทำให้อยากรู้ตอนต่อไปเร็วๆค่ะ ลุ้นทุกตัวอักษรจริงๆ เอาใจช่วยคุณชายอี้เอินและปันปันเสมอ รอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ ขอบคุณไรท์ที่ไม่ทิ้งกัน ^^
    #1144
    0
  22. #1141 nnjs852 (@noomniim_s) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 13:34
    คิดถึงมากกค่ะ รอติดตามนะคะ
    #1141
    0
  23. #1139 Catherine18 (@lalida18) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 12:59
    คิดถึงเรื่องนี้
    #1139
    0
  24. #1136 BABYQueenB (@aomaom1234) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 11:41
    มาแล้ววว มาแล้วววว มาแล้วววววว
    #1136
    0
  25. #1134 สายรุ้งปลายฟ้า (@mameaw7223) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 11:13
    เอาแหล่ววววววว ขันทีน้อยเชว๊5555555
    #1134
    0