[GOT7] 。기생 Gisaeng | MarkBam

ตอนที่ 15 : บทที่สิบสี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    18 ก.ย. 59

บทที่สิบสี่

 

            กลิ่นกำยานหอมฟุ้งล่องลอยภายในห้อง บรรยากาศผ่อนคลายแตกต่างจากความตึงเครียดในวังหลวง ภายในห้องประชุมแห่งนี้เต็มไปด้วยเหล่าขุนนางจำนวนหนึ่งที่เพิ่งเสร็จกิจว่าราชการ โดยมีพระพันปีและพระสนมหวังฮีพินที่นั่งอยู่ด้านหลังม่านด้านใน


            ฝ่ามือของพระพันปียกจอกชาอย่างผ่อนคลาย นัยน์ตาคมกวาดมองไปรอบห้องเหมือนปกติธรรมดา แต่แท้จริงแล้วกำลังไล่มองใบหน้าตรวจสอบรายชื่อขุนนางที่สวามิภักดิ์ต่อตน กลิ่นหอมของใบชาลอยฟุ้งติดจมูกให้สูดดมก่อนจะบรรจงละเมียดละไมลิ้มรสชาติของชา จอกชาใบสวยถูกวางลงบนโต๊ะพร้อมพระสนมหวังฮีพินที่นั่งข้างๆ คอยเติมชาที่พร่องลงไปเกินครึ่ง


            ปลายนิ้วของพระพันปีลูบปอยผมที่ร่วงลงมาให้เข้าทรง พยักหน้าน้อยๆให้สัญญาณกับอัครมหาเสนาบดีว่าพระนางพร้อมแล้วที่จะรับฟังรายงานจากเหล่าขุนนาง


            “ทูลพระพันปี การว่าราชการในวันนี้ของฝ่าบาทเหมือนทุกๆวันพะย่ะค่ะ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในบ้านเมืองและฎีการ้องทุกข์ของประชาชน ไม่ได้มีหัวข้อใดเป็นพิเศษ ไม่ได้เอ่ยถึงตำแหน่งองค์รัชทายาทที่ว่างอยู่ ไม่มีแม้แต่ท่าทีว่าต้องการให้องค์ชายองค์ใดขึ้นมาแทน” พระพันปีพยักหน้ารับเมื่อฟังจบ แต่ไม่ได้แสดงสีหน้าหรือเอ่ยคำใด


            “ตำแหน่งองค์รัชทายาท มีผลต่อบ้านเมืองในภายภาคหน้า หม่อมฉันและขุนนางในที่นี่จึงเห็นว่าไม่ควรเว้นว่างตำแหน่งเป็นเวลานาน จึงมาขอคำชี้แนะจากพระพันปีพะย่ะค่ะ”


“แล้ว...พวกเจ้าคิดเห็นว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทคู่ควรเป็นของผู้ใด” น้ำเสียงของพระพันปีนุ่มนวล แต่เย็นยะเยือกจับหัวใจ เพราะไม่รู้ว่าคำตอบใดคือสิ่งที่นางต้องการ ภายในห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบ บรรยากาศเริ่มตึงเครียด แต่จิตใจของพระพันปีนั้นช่างเบิกบาน เพราะมันบ่งบอกถึงอำนาจที่ทุกคนต้องเชื่อฟัง


“พวกเจ้า คิดเห็นอย่างไรกับ...อี้เอิน” ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาตรงข้ามกับจิตใจ ไม่ต่างจากใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนรอยยิ้มอยู่ข้างใน พระพันปีเอ่ยชื่ออี้เอินออกมา เพราะตามลำดับขั้นแล้วอี้เอินควรจะได้ครอบครองตำแหน่ง แต่ก็มีความเหมาะสมเพียงแค่อายุเท่านั้น


            นัยน์ตาคมกริบพอใจไม่น้อยเมื่อเห็นเหล่าขุนนางพร้อมใจกันส่ายหน้า บ้างถอนถอดหายใจเพราะความไม่เอาไหน นึกถึงความสามารถที่ไม่โดดเด่นใดๆ และยิ่งไม่มีอำนาจของอดีตพระสนมยุนอันพินและอดีตเสนาบดีจองโฮคอยสนับสนุนก็ยิ่งไม่คู่ควร


            “ทูลพระพันปี จริงอยู่ที่ชันษาและลำดับขั้นขององค์ชายอี้เอินถือว่าเป็นผู้เหมาะสม แต่เพราะความประพฤติตั้งแต่อดีต ที่มุ่งหาความสำราญ ไม่สนใจศึกษาเล่าเรียน และพักหลังพฤติกรรมยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดข่าวลือหนาหูว่า องค์ชายอี้เอินลุ่มหลงมัวเมาในกามารมณ์ อยู่แต่ในสำนักกีแซง จนลืมวันลืมคืนไม่ยอมกลับจวน แม้องค์ชายอี้เอินอาจจะเป็นหุ่นเชิดให้ชักจูงได้ แต่ด้วยความสามารถและอำนาจบารมี ไม่ว่าอย่างไรหม่อมฉันก็มีความเห็นว่าไม่สมควรพะย่ะค่ะ” ขุนนางคนหนึ่งเอ่ยตอบ ตามด้วยเสียงเห็นด้วยและการพยักหน้าของเหล่าขุนนางอย่างเห็นพ้องต้องกัน


            “ที่เจ้ากล่าวมานั้นถือว่าถูกต้อง ข้าไม่ไว้วางใจอี้เอิน ไม่รู้ว่ามันซ่อนเขี้ยวเล็บอะไรไว้ ไม่รู้มันจะหันมาแว้งกัดเมื่อไร ข้าอยากให้จับตาดูมันต่อไป ส่วนตำแหน่งองค์รัชทายาทที่ว่างอยู่นั้น ข้าคิดว่าพวกท่านคงรู้อยู่แล้วว่า...ใครควรจะได้ครอบครอง” ริมฝีปากของพระพันปีค่อยๆแย้มยิ้ม นัยน์ตาคมกริบปรายตามองไปด้านข้างที่พระสนมหวังฮีพินนั่งอยู่ ใบหน้าหวานก้มหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ข้างในจิตใจกำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดี


            เพราะ...อีกไม่นาน ก็ใกล้ถึงวันที่นางรอคอย


            หลังจากการประชุมเหล่าขุนนางเสร็จสิ้น พระสนมหวังฮีพินพูดคุยเป็นเพื่อนกับพระพันปีอีกเล็กน้อยก่อนทูลลาเพื่อกลับตำหนักของตน พระสนมก้าวเดินไปตามเส้นทางอย่างไม่เร่งรีบ แต่เมื่อถึงตำหนักต้องเลิกคิ้ว เพราะขันทีประจำตำหนักรีบเดินเข้ามารายงาน


            “ทูลพระสนม องค์ชายเจียเอ่อร์มารอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ” พระสนมหวังฮีพินไม่ได้ตอบอะไร พระนางเดินไปที่ห้องประทับก่อนคลี่ยิ้มกว้างเมื่อพบบุตรชายของตนนั่งรออยู่ด้านใน


            “ถวายบังคมพะย่ะค่ะเสด็จแม่” เจ้าของใบหน้าคมทำความเคารพอย่างนอบน้อม


“มารอแม่นานแล้วหรือ” ผู้เป็นแม่ย่อกายนั่งลงบนเบาะนุ่ม โดยมีเจียเอ่อร์ที่เขยิบเข้ามาใกล้มารดาอย่างออดอ้อน “ไม่นานเลยพะย่ะค่ะ ถึงจะให้รอนานกว่านี้หม่อมฉันก็รอได้”


“ปกติเจ้าก็ชอบอ้อนแม่เป็นเด็กๆอยู่แล้ว แต่เหมือนว่าพักนี้...เจ้าจะอ้อนแม่หนักว่าเดิม” ผู้เป็นแม่หัวเราะกับท่าทางน่ารักที่ไม่สมวัยนักของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน


“วันเวลาผ่านไป อายุข้าก็มากขึ้น พิธีบรรลุนิติภาวะก็ใกล้มาถึง ข้าก็ต้องอยากเก็บเวลาที่ได้อยู่กับเสด็จแม่เอาไว้นานๆ” แม้ริมฝีปากจะแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม แต่นัยน์ตากลับขุ่นหมองลงกว่าเมื่อครู่ เจียเอ่อร์ไม่ได้กลัวการอยู่ภายนอก ไม่ได้กลัวสถานที่ที่ตนไม่รู้จัก แต่เขากลัวการที่ได้พบหน้าเสด็จแม่น้อยลง


“เรื่องนั้น...เจ้าอย่าห่วงเลย บางทีเจ้า...ไม่จำเป็นต้องออกจากวัง แม้บรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม” ฝ่ามือนุ่มของผู้เป็นแม่ลูบเบาๆที่แก้มสาก ริมฝีปากกระตุกยิ้มสบสายตาอย่างมีเลศนัยพร้อมคำพูดที่มีความหมายอื่นแอบแฝง


จะออกจากวังหลวงได้อย่างไร

ก็ในเมื่อ...องค์รัชทายาทคือตำแหน่งที่เจียเอ่อร์จะได้ครอบครอง

 



            มือบางลูบสางเส้นผมสีดำขลับที่เช็ดจนแห้งหมาด แล้วค่อยๆหวีผมยาวสลวยอีกครั้ง นัยน์ตากลมโตจ้องมองตนเองในกระจก กระจกที่ตอนนี้สะท้อนเงาของผู้มาใหม่กำลังเดินเปลือยท่อนบนมานั่งซ้อนอยู่ด้านหลังตน ไม่ทันที่ปันปันจะได้เอื้อนเอ่ย แขนแกร่งก็รวบเอวบางมาอยู่ในอ้อมแขน กระชับกอดร่างเล็กให้แผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับอกแกร่งที่เปลือยเปล่า ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะเกยบนไหล่ลาด แล้วใช้แก้มสากที่เย็นเพราะเพิ่งขึ้นจากผิวน้ำ ทาบสัมผัสแก้มใส แกล้งให้ปันปันสะดุ้งเบาๆแล้วหลุดหัวเราะออกมา


            “อี้-เอิน” ปันปันเอ่ยเสียงแข็งตวัดสายตามองอย่างดุๆ แต่ไม่ได้ทำให้เสียงหัวเราะของอี้เอินเบาบางลง


            “อย่าดุข้าสิปันปัน” อี้เอินฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี มองกระจกที่สะท้อนใบหน้าบูดบึ้งของปันปัน ก่อนใช้จมูกโด่งเป็นสันทาบลงที่ซอกคอ ดอมดมกลิ่นกายหอมหวานแล้วกดจูบเบาๆ


            “ข้าดุท่าน ไม่ใช่เพราะท่านแกล้งข้า แต่เป็นเพราะท่านไม่ยอมเช็ดผมให้แห้ง ไม่ยอมใส่เสื้อผ้า ถ้าท่านไม่สบายขึ้นมา ข้าจะทำอย่างไร” น้ำเสียงขุ่นๆ ใบหน้าบูดบึ้งบ่งบอกถึงความเป็นห่วงเป็นใย แต่ริมฝีปากอวบอิ่มที่ยู่เข้าหากันอย่างไม่พอใจนั้นกำลังเบี่ยงเบนความสนใจ ชวนให้อี้เอินอยากจะฉกชิมเสียทีสองที


            “ถ้าข้าตอบ เจ้าก็จะหาว่าข้าเอาแต่ใจ” มือหนาประคองคางมนให้หันใบหน้า เลื่อนริมฝีปากเข้าไปใกล้ทาบทับเบาๆแล้วผละออกมา ก่อนพูดว่า “เจ้าไม่ต้องทำอะไร แค่ดูแลข้าก็พอ”


            “อี้เอิน” คำหวานลื่นหูทำให้เสียงดุอ่อนลงบ้าง แต่สายตายังมีแววตำหนิ แขนแกร่งจึงกระชับกอดอีกครั้งแล้วคลายออกมาเพื่อให้ปันปันหันมาเผชิญหน้า ก่อนที่อี้เอินจะยื่นใบหน้าจนหน้าผากของคนทั้งคู่แตะกัน


            “ข้า...ก็รอให้เจ้าช่วยแต่งตัว” ริมฝีปากหยักหนาคลี่ยิ้มจนเห็นฟันเขี้ยว ปันปันได้แต่ขมุบขมิบบ่นพึมพำแล้วส่ายหน้า อยากตีอกแกร่งที่เปลือยเปล่าตรงหน้าให้ขึ้นรอยแดง


            นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่ไม่พอใจนัก แต่มือบางก็หยิบผ้ามาเช็ดผมที่ยาวประบ่าของตนให้แห้งหมาด จัดแจงผูกที่คาดหน้าผากจนมัดผมให้เป็นทรง เมื่อปันปันจัดการแต่งตัวให้อี้เอินเสร็จสิ้น ไม่ทันที่จะได้เคลื่อนกายไปไหน แขนแกร่งก็มารั้งเอวบางมาอยู่ในอ้อมแขนตนอีกครั้ง


            “ถึงข่าวลือของท่านจะแพร่สะพัด แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเล่นให้สมบทบาท” แม้ประโยคที่เอ่ยออกมานั้นจะคล้ายติเตียนไม่พอใจ แต่นัยน์ตากลมโตกลับเป็นประกายเย้าหยอกให้อีกฝ่ายกระตุกยิ้มอย่างเพลิดเพลิน


            “ข้าก็กลัว...ว่าไม่สมจริง

            องค์ชายอี้เอิน...ผู้ลุ่มหลงมัวเมาในกีแซงงั้นหรือ

ล้วนแต่เป็นข่าวลือ...ที่เกิดจากความตั้งใจ



           

            กระดานหมากล้อมถูกวางที่กลางห้อง ดูคล้าย ไม่แตกต่างจากกระดานหมากปกติธรรมดา แต่ทว่าบนกระดานนั้นกลับมีหมากสีขาวดำวางเรียงราย ราวกับเป็นกระดานที่เล่นค้างไว้ ตั้งใจรอเวลายกมันออกมาเมื่อถึงเวลาที่เหมาะที่ควร


            ปลายนิ้วหนาคีบหมากสีดำจากโถแล้ววางลงบนกระดาน แม้ตอนนี้หมากสีขาวไม่ได้มีการเคลื่อนไหวหรือถูกวางตำแหน่งใดๆ แต่มองด้วยตาเปล่าก็สามารถรู้ได้ว่าเป็นผู้ได้เปรียบในกระดาน ถึงแม้หมากสีดำจะเสียเปรียบ มีจำนวนน้อยกว่าก็ไม่อาจวางใจ เพราะหมากกระดานตานี้...ยังไม่สิ้นสุดลง


            ตัวหมากสีดำที่อี้เอินวางลง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่กำลังก้าวเดินเข้าไปอย่างช้าๆ ปล่อยข่าวลือว่าเขาอ่อนปวกเปียก ไม่เอาไหน ไร้ความสามารถ ให้ศัตรูตายใจก่อนจะเป็นไปตามแผนการ นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองกระดานอย่างถี่ถ้วน ทบทวนแผนการในหัว แต่ก่อนที่มือหนาจะวางหมากสีดำลงไปอีกครั้ง ปลายนิ้วของปันปันก็คีบหมากสีดำวางลงไปในตำแหน่งอีกตำแหน่งเสียเอง


            คิ้วหนาเลิกขึ้นอย่างสงสัย นัยน์ตาที่มองใบหน้าของปันปันเต็มไปด้วยคำถาม เพราะมันเป็นคนละตำแหน่งที่อี้เอินไม่ได้คาดการณ์ เป็นคนละตำแหน่งที่หมากของอี้เอินจะวางลง ริมฝีปากอวบอิ่มค่อยๆเหยียดยิ้มกว้างพร้อมนัยน์ตาเป็นประกาย เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาไม่สามารถคาดเดากับแผนการของตน


            “ท่านเคยบอกข้าว่า...พระพันปีเชื่อในเรื่องโชคลาง พอดีกับพักนี้ข้าได้ยินเรื่องเล่าจากชาวบ้านนอกเมืองว่ามีเทพธิดาลงมาจากสวรรค์ มาโปรดคนตกทุกข์ได้ยาก” นิ้วบางไล้เบาๆไปตามขอบกระดาน เอื้อนเอ่ยประโยคออกมาช้าๆ “แต่พอสืบไปสืบมา...ก็ไม่ใช่เทพธิดาจากสวรรค์ชั้นใด แต่เป็นธิดาเทพมีชื่อที่หายไปจากเมืองหลวงร่วมสามเดือน เพื่อไปถือศีลภาวนา”


            “...จินรี” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชื่อผู้หนึ่งออกมา เมื่อเข้าใจสิ่งที่ปันปันต้องการสื่อ จินรีคือธิดาเทพผู้โด่งดังในวังหลวง ถึงจะมีประวัติลึกลับ แต่เป็นที่โปรดปรานของพระพันปี เพราะคำทำนายที่แม่นยำ


ปันปันหยักไหล่เมื่ออี้เอินเอ่ยชื่อธิดาเทพคนนั้นออกมา นิ้วชี้ของปันปันแตะบนหมากสีดำที่เพิ่งวางลงบนกระดาน แล้วเอ่ยว่า “หมากตัวนี้น่าสนใจพอ ที่ท่านให้ข้าวางลงกระดานได้หรือยัง”


อี้เอินไม่ได้ให้คำตอบใด มีเพียงริมฝีปากหยักหนาที่ประทับบนแก้มใส แทนรางวัลที่ปันปันมอบหมากตัวใหม่ที่น่าสนใจเหลือเกิน


เสียงผิวปากเป็นจังหวะสั้นยาวดังขึ้น คือสัญญาณสื่อสารระหว่างอี้เอินกับองครักษ์เงาให้ปรากฏกายออกมาอยู่เบื้องหน้า เงาจากพระอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาขยายกว้าง จนกลายเป็นรูปเป็นร่างของคน นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างกว่าปกติ ใบหน้าสวยหวานเผยสีหน้าตกใจ แม้พอรู้อยู่บ้างว่าอี้เอินมีผู้ติดตาม แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นองครักษ์เงา


ผู้มาใหม่ทำความเคารพคนทั้งสอง นัยน์ตาสีสนิมเรียบนิ่งพร้อมสีหน้าที่ไม่ปรากฏอารมณ์ใดๆ ริมฝีปากหยักหนาเหยียดยิ้มมุมปากมองใบหน้าของสหายคนสนิท ก่อนจะขยับริมฝีปากไร้เสียงเป็นประโยคว่า สร้าง-ภาพ โดยที่อิมแจบอมไม่รู้สึกรู้สากับคำด่าทอ


แววตาขององครักษ์คนสนิทเป็นประกายแวววับไม่ต่างจากคำถากถาง แจบอมโต้กลับด้วยสายตา จดจ้องมือหนาที่คอยลูบเบาๆโอบรั้งอยู่ที่เอวเบา


“ข้าน้อยอิมแจบอมขอรับ เป็นองครักษ์ขององค์ชายอี้เอิน” แจบอมโค้งศีรษะของตน


“ข้ามีนามว่าปันปัน ท่านแจบอมอย่านอบน้อมกับข้าเช่นนั้นเลย” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเพราะรู้สึกไม่ดีกับการกระทำที่ยกเขาไว้สูงเกินกว่าจำเป็น


สหายคนสนิททั้งสองพูดคุยกันด้วยสายตาก่อนอี้เอินจะพยักหน้า บอกให้แจบอมทำตามที่ปันปันต้องการ ท่าทางเป็นทางการของแจบอมผ่อนคลายลงไปหลายส่วน เป็นครั้งแรกที่แจบอมได้เห็นปันปันถนัดสายตาและใกล้กว่าทุกครั้งที่คอยติดตามอี้เอิน


“เจ้าคงได้ยินที่ปันปันพูดเมื่อครู่ ข้าอยากรู้ว่าจินรีอยู่ที่ใด และอยากให้เจ้าไปสืบความเป็นมา ตั้งแต่พื้นเพของนาง จนกระทั่ง...ความสัมพันธ์กับพระพันปี” สิ้นคำสั่งของอี้เอิน แจบอมพยักหน้าเป็นคำตอบ ก่อนจะหายวับไปกับเงา



 

แสงแดดยามกลางวันสาดส่องเข้าไปภายในถ้ำ ที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ พื้นป่าอุดมสมบูรณ์เงียบสงบ เหมาะสมให้ธิดาเทพมีชื่อบำเพ็ญภาวนา ร่างเพรียวก้าวขาออกมาจากการนั่งสมาธิเพื่อหาผลไม้รากไม้ ใบหน้าสวยที่มีผ้าคลุมครึ่งใบหน้าค่อยๆสูดอากาศบริสุทธิ์ ฝ่าเท้าเหยียบลงบนพื้นป่าช้าๆ แต่เพียงก้าวที่เดินออกมา กลับมีบางอย่างพุ่งเฉียดผ่านเขาไป


เจ้าของนัยน์ตากลมสะบัดใบหน้าหันไปมองสิ่งนั้นตามสัญชาตญาณ ก่อนจินรีจะเบิกตากว้าง เมื่อเห็นว่า...สิ่งที่เฉียดผ่านเขาไปคือ ลูกธนู


มือเรียวกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดขึ้นชัด ร่างเพรียวควบคุมสติ พยายามไม่เผยอารมณ์ใดๆ ธิดาเทพคนงามสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ แล้วพิจารณาทิศทางที่ลูกธนูถูกส่งออกมา บริเวณนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ขึ้นทึบเหมาะสมสำหรับการซ่อนตัว


มองจากทิศทางที่ยิงออกมา เต็มไปด้วยความตั้งใจให้เฉียดใบหน้า ต้องการให้เขาเห็นลูกธนูดอกนั้น แต่ไม่ต้องการให้เขาเป็นอันตราย ลูกธนูถูกยิงปักบนต้นไม้โดยที่ปลายผูกกระดาษเล็กๆเอาไว้ หวังให้จินรีเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วแกะอ่านมัน


มือเรียวคลี่กระดาษ กวาดสายตาอ่านข้อความ นัยน์ตากลมสะท้านสั่น ในคำเจรจานั้นไม่มีถ้อยคำว่าร้าย ข่มขู่ แต่เป็นการขอความร่วมมือ ต่อรองผลประโยชน์กันและกัน แต่ความต้องการของคนส่งสารเต็มไปด้วยความทะเยอะทะยาน มันอันตรายเกินกว่าที่ใครจะกล้าเสี่ยง และเขาต้องการมีชีวิตที่สงบเงียบ ไม่ต้องการเป็นตัวหมากบนกระดานของการเมือง


ธิดาเทพฉีกทิ้งทันทีเมื่ออ่านจบ เศษจดหมายแผ่นนั้นถูกทิ้งร่วงหล่น ไม่สนใจ ไม่เหลือชิ้นดี ราวกับคำตอบของจินรีที่ไม่ให้ความร่วมมือ


            ครั้งหนึ่ง...ถูกฉีกทิ้ง แต่ผู้ส่งสารยังไม่ลดละ ระยะเวลาผ่านไปไม่ถึงสองวัน ธนูดอกใหม่ก็ถูกยิงไปปักต้นไม้อีกครั้ง ยามที่จินรีกลับมายังถ้ำ หลังออกไปชำระล้างร่างกาย นัยน์ตากลมปรายตามองลูกธนูที่เฉียดผ่านใบหน้า ครั้งที่สองแล้วที่จดหมายเจรจาถูกส่งมา และเป็นอีกครั้งที่มือเรียวนั้นคลี่อ่าน ก่อนจะฉีกทิ้งข้อความที่ส่งมาให้อย่างไม่สนใจใยดี


            แม้ธนูดอกที่สองถูกปฏิเสธ แต่องครักษ์ที่ซ่อนอยู่ในป่าทึบก็ยังไม่ยอมละออกจากหน้าที่ เขาเฝ้ารอจนผ่านเข้ามาสู่วันที่สี่ ธนูดอกสุดท้ายก็ถูกยิงออกไปยังตำแหน่งเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ได้รับความสนใจจากธิดาเทพ ไม่มีแม้แต่จะหันไปชายตามอง ร่างเพรียวได้แต่หยุดนิ่งปล่อยให้ลูกธนูผ่านสายตา แล้วเดินเข้าไปในถ้ำเพื่อบำเพ็ญภาวนาเหมือนทุกวัน


            แผ่นหลังหนาเอนพิงต้นไม้ใหญ่ สายตาเรียบนิ่งเฝ้ามองคนที่อยู่ด้านในเหมือนกับวันแรกไม่เปลี่ยนแปลง ริมฝีปากหนาค่อยๆเผยรอยยิ้มที่มุมปาก ดวงตาของแจบอมมองลูกธนูลูกที่สามที่ปักอยู่บนต้นไม้ต้นเดิม


            ได้เวลาที่เขาจะทำตามแผนการต่อไป ในเมื่อเจรจาดีๆไม่ได้ ก็คงต้องเป็นไปตามคำสั่งของอี้เอิน นัยน์ตาสีสนิมกวาดตามองจดหมายที่เพิ่งแกะออกจากนกพิราบสื่อสารของผู้เป็นนาย ที่ได้รับรายงานความคืบหน้าจากเขาและลูกน้องที่ไปสืบเรื่องราวของจินรี


            จดหมายใบเล็กถูกฉีกทิ้ง ก่อนทำลายอย่างไม่เหลือเศษซาก ไม่ต้องอ่านข้อความซ้ำสองก็สามารถจดจำคำสั่งได้อย่างขึ้นใจ เพราะมันไม่ต่างอะไรจากที่เขาคาดการณ์เอาไว้เลยสักนิดเดียว


            แจบอมทอดสายตาเข้าไปในถ้ำ เหยียดยิ้มที่มุมปากราวกับถ้อยคำที่ต้องการบอกคนด้านใน


ถึงแม้จะดื้อรั้น หรือดื้อดึงเพียงใด

...ไม่สามารถวิ่งหนีชะตากรรม


            เปลือกตาบางปิดลงช้าๆ สูดหายใจเข้าออกลึกๆเตรียมบำเพ็ญภาวนา กำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อควบคุมจิตใจ ไม่ให้คิดฟุ้งซ่านและสงบลง บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความเงียบตามที่ธิดาเทพคนงามต้องการสร้างขึ้น แต่ความสงบก็ไม่สามารถอยู่ได้นานนัก เมื่อแสงที่ลอดผ่านตามช่องของถ้ำสะท้อนเป็นเงาผิดรูปร่างไปจากเดิม


            เงาที่ทอดยาวค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่เกินกว่าปกติที่ควรจะเป็น ตามด้วยเสียงทุ้มที่เปล่งถ้อยคำเจรจาตามจดหมายที่ปลายลูกธนู จินรีพยายามสงบจิตสงบใจ ไม่ยอมเปิดเปลือกตา ราวกับว่าเสียงที่ดังขึ้นมาไม่ต่างจากแมลงรำคาญ


            “นี่คือการเจรจา...ครั้งสุดท้าย” องครักษ์เงาจุดรอยยิ้มในความมืด ใช้น้ำเสียงทุ้มที่กดต่ำข่มขู่ด้วยวาจา “ท่านสามารถตอบปฏิเสธได้... แต่ความลับของท่านจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป


            ความสงบนิ่งของธิดาเทพโดนกรงเล็บของปีศาจเงามืดฉุดกระชากออกไป มีแต่จิตใจที่หวาดกลัว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ปิดบังอาการสั่นไหว เปลือกตาบางลืมตาขึ้นในทันใด พร้อมร่างของผู้มาใหม่ปรากฏให้เห็นอยู่เบื้องหน้า โดยระยะห่างของคนสองคนนั้นใกล้เกินจำเป็น


            ตากลมที่สบตาสายตาเรียบนิ่งมากไปด้วยความรู้สึก ทั้งหวาดหวั่น สั่นไหวและโกรธเคือง แต่ไม่ทันที่จินรีจะอ้าริมฝีปากให้คำตอบใด มือหนาก็กระชากผ้าที่ปิดครึ่งใบหน้า เผยให้เห็นใบหน้าสวยเต็มสองตา แต่ความสวยงามของธิดาเทพ ไม่ได้ทำให้หน้าที่ของแจบอมสั่นคลอน


            “ท่านไม่สามารถปฏิเสธได้หรอกจินรี” แม้สีหน้าของร่างสูงไม่ได้เปลี่ยน แต่คนถูกข่มขู่เห็นความสนุกในแววตา ก่อนที่จะพลิกลิ้นกลับมาเรียกนามที่แท้จริงของตน “ไม่สิ ...ท่านจินยอง


            แล้วจินยองจะปฏิเสธได้อย่างไร

            ในเมื่อความลับไม่เป็นความลับอีกต่อไป

            และสุดท้ายก็ถูกบีบบังคับให้เดินบนเส้นทาง...ที่เขาไม่ต้องการมัน     




--------------------------------------------------------------------------------------

Talk

เรามาอัพแล้ว!!! ขอโทษที่หายไปนาน นานมากๆ ฮือออ ถ้าตามทวิตเตอร์ก็จะเห็นเราบ่นเรื่องชีวิตจริงที่มากมายมหาศาลจากวิชาที่เราเรียน//ร้องไห้ แล้วจะมิดเทอมแล้ว เรามาอัพบ่อยๆไม่ได้ พยายามจะไม่หายไปไหนล่ะกันนะคะ แต่ถ้าเราหลุดจากบ่วงมิดเทอม(กลางเดือนหน้า) เมื่อไร เราจะกลับมาอัพให้บ่อยๆ แบบคาดเดาเวลาได้เหมือนเดิม

กลับมาที่ฟิค ตอนนี้ตัวละครมาใหม่มาแล้ว ใช่แล้วล่ะจินยอง เป็นธิดาเทพ ถถถถ ธิดาเทพจริงๆ ในส่วนว่าทำไมหรือเพราะอะไรถึงเป็นธิดาเทพ ถึงต้องปิดบังปลอมเป็นผู้หญิง แล้วมาร์คแบมจะใช้จินยองทำอะไร มันจะอยู่ในเนื้อเรื่องต่อไป ใครคิดถึงองครักษ์เงาบ้างคะ นางมาแล้ว นางออกมาแล้ว ฮา

ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกคำติชมค่ะ เจอกันตอนหน้า #กีแซงมบ

ปล. ตลาดกัซ เราอยู่ บูธ G6 นะ มาซื้อฟิคเราได้//กวักมือ             

             

 


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

1,345 ความคิดเห็น

  1. #1321 chitan2557 (@chitan2557) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 20:33

    เอ้าคู่ใหม่เปิดตัววว

    #1321
    0
  2. #1275 ออมม่า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 19:05

    ไม่อยากให้แจ็คเป็นตัวโกงเลย

    #1275
    0
  3. #1245 nounaaz (@nounaaz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 18:56
    บีจินมาแล้ววว
    #1245
    0
  4. #1230 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 20:20
    ฮืออออ ไม่ว่ายังไงชั้นก็เข้าข้างลูกเเละเเฟนลูกชั้นนนน!!
    #1230
    0
  5. #1076 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 11:06
    พี่จบมเจอน้องจินแล้วค่ะ
    #1076
    0
  6. #1059 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 20:02
    เย่!เจอจินรีแล้วค่ะ55555
    #1059
    0
  7. #995 lost-death (@lost-death) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 19:51
    จินยองจริงด้วยยยยยยยยย อ่านๆไปเจอจินรีก็นึกว่าเป็นผู้หญิง พอบรรยายแทนตัวว่าเขาก็แบบ เอ๊ะ เป็นผู้ชายหรอ ละก็นึกถึงจินจินที่หน้าหวานหรือรับบทเป็นหญิงบ่อยๆ ก็แบบ จินยองปะ พอเฉลยละแบบ เย้ ถูกด้วย 555 ละตอนนี้คือรอบีจินสุดๆค่า 5555 สนุกมากๆค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #995
    0
  8. #917 arada j (@arada_jsm) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 13:04
    ข้าน้อยชอบใจยิ่งนักที่ท่านไรท์เรียกมันว่าสัญญาปีศาจ 555 // จริงอยู่ที่นายเอกเรื่องนี้ดูสวยสง่าน่าถนุถนอม แต่รี้ดก็แอบเห็นความแสบอยู่กลายๆ >< ดูฉลาดแถมยังเจ้าเลห์หน่อยๆ ชอบที่ไม่ดูเป็นคนดีเกินไปจนโดนรังแก(ถึงตอนแรกๆนายเอกของเราจะโดนไปพอสมควรก็เถอะ) ชอบความละมุนของอี้เอินด้วย เขินหนักมากตอนบอก ข้ารอให้เจ้าแต่งตัวให้ไง -///- ฉ่าาา อะไรจะหวานขนาดนั้นพ่อคู๊นนน // กังวลว่าเจียเอ่อร์จะร้ายลึกกว่าใคร แต่คงเพราะโดนคนรอบข้างชักจูงเลยต้องทำล่ะมั้งนะ // แต่ที่รู้สึกไม่ปลื้มสุดๆคงเป็นคิงนี่ล่ะ คิงใจร้ายมากเลย ลูกเมียพี่แกไม่สนใจใยดีสักนิด เหอะ -3- ดูแบบร้ายกว่าพระพันปีอีก // เอาเป็นว่ารี้ดจะตามติดชีวิตท่านอี้เอิน+ปันปันน้อย ต่อไปนะฮะ ขอท่านทั้งสองจงแสดงความแสบที่มีจัดการคนชั่วช้าทั้งหลายให้หมดไป ฮ่า! // ป.ล.ชอบแจบอมอ่ะ ดูกวนตีน+ความเทพสไตล์คนชิค แถมธิดาเทพก็มีความเป็นไปได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องนี้ หึๆๆๆ (กระตุกยิ้มวิปลาศแบบองค์ชาย)
    #917
    0
  9. #915 Jidaaa.mb. (@songprince) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 23:21
    ธิดาเทพพพ จินยองงี่มาแล้ววว~ /ชอบปันปันกับอี้เอินมากจริงๆ มีความฉลาดหนักมากกก ฮืออออ เราติดเรื่องนี้แล้วล่ะ5555 ไรท์ไฟท์ติ้งนะคะ เราชอบมากเลย เราจะรอไรท์มาต่อน้า~
    #915
    0
  10. วันที่ 23 กันยายน 2559 / 23:14
    เปิดตัวเริ่ดมากข่าา5555555
    #898
    0
  11. #888 poopeempim (@poopeempim) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 18:26
    ปันปันมีความฉลาด คู่บีจินก็มา
    #888
    0
  12. #887 toki226 (@toki226) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 06:05
    หรือความจริงแล้วธิดาเทพเป็นผู้ชายไม่ได้?
    ลุ้นง่ะ
    #887
    0
  13. #886 hyuknok (@hyuknok) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 21:48
    เหมือนมิสเตอร์และมิสซิสอะไีรสักอย่าง ฮือออ คู่ผัวเมียฉลาดล้ำโลกกก
    #886
    0
  14. #885 MTBB97 (@zooyujang) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 14:32
    ชอบอี้เอินกับปันปันมากกกกเลย
    #885
    0
  15. #884 MTBB97 (@zooyujang) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 14:32
    ชอบอี้เอิ้นกับปันปันมากกกกเลย
    #884
    0
  16. #883 xxxGgxxx (@xihcecy123x) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 12:19
    ว่าแล้วว่าต้องเป็นจินยองงง มาลุ้นกันต่อไป ว่ามีความลับอะไร
    #883
    0
  17. #882 ยัยแม่มด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 23:25
    แบมร่วมมือกับองค์ชายสินะ แล้งดูท่าจะเป็นคู่คิดที่ดีด้วย
    #882
    0
  18. #881 เจ้านีโม้ (@planemoo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 23:09
    รอค่า ตัวละครเริ่มโผล่มาเรื่อยๆ ลุ้นมาก ปันปันเหมาะกับอี้เอินจริงๆ เป็นคู่ที่ดี ช่วยเหลือช่วยคิด
    #881
    0
  19. #876 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 14:28
    ชอบอ่า เหมือนหมากในเกมส์นี้ชักจะสนุกขึ้นแล้ว เหมือนเล่นสงครามประสาทกัน655555
    #876
    0
  20. #873 Tn_kkkku (@Tn_kkkku) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 12:41
    จินยอง มีความลับอะไรรือออ
    #873
    0
  21. #872 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 10:57
    จินยองงง 5555 ว่าแล้วว่าใช่แน่ๆ แต่มีความลับไรอีก 55 โอ้ยยยยย รอต่อไป
    #872
    0
  22. #871 Reeya.P (@Tuck_Reeya) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 10:34
    จินยองมาแล้ว แซ่บแน่นอน ^^
    #871
    0
  23. #868 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 08:53
    ชักอยากรู้เรื่องของจินยองแล้วสิ
    #868
    0
  24. #866 PiPoTweeTy (@PiPoTweeTy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 08:35
    ปันปันคนงามช่วยองค์ชายวางแผนด้วย ความคิดความอ่านทันกันด้วยมีความเหมาะสม องค์รักเงากับเทพธิดาจินยอง ตบเข่าเลย รอลุ้นตอนต่อไป
    #866
    0
  25. #865 Msc' (@msc-miw) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 08:19
    คู่องค์รักษ์กับธิดาเทพมีความแซ่บ
    #865
    0