[GOT7] 。기생 Gisaeng | MarkBam

ตอนที่ 13 : บทที่สิบสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

บทที่สิบสอง

 

            องค์ชายอี้เอินนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่มุมห้อง บ้างหัวเราะ บ้างร้องไห้ บ้างเงียบเฉย ทุกพฤติกรรมถูกฉาบไปด้วยความว่างเปล่า สลับกิริยาไปมาไม่ต่างจากคนบ้าคลั่ง ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน มีหนวดขึ้นเป็นตอ ผมเผ้ายุ่งเหยิงรุงรัง อีกทั้งใบหน้ายังซีดเซียวซูบผอมอย่างคนตรอมใจ


ระยะเวลาห้าวันที่ทำให้อี้เอินแปรเปลี่ยน นอกจากอารมณ์ที่แปรปรวนไม่สามารถควบคุมได้ ข้าวปลาก็กินเพียงน้อยนิด บางมื้อแทบไม่แตะต้อง แม้พ่อบ้านจะสรรหาของโปรดปรานมาให้ก็ตาม


วันเวลาค่อยๆทุเลาความบ้าคลั่ง ลดน้อยลงจนกลายเป็นความเรียบนิ่ง ลดลงทีละนิดจนไม่มีอารมณ์ที่ขึ้นๆลง อี้เอินเริ่มกินข้าวกินปลาได้บ้าง เริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่ความนิ่งเฉยขององค์ชายนั้น...ยังทำให้คนในจวนอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี


ใบหน้าเรียบนิ่ง นัยน์ตาว่างเปล่านิ่งเฉย ไม่พูดไม่จากับใคร ไม่รู้สึกยินดียินร้าย แม้จะเกิดอะไรกับตนเองก็ตาม


เวลาผ่านไปราวเดือนเศษ ร่างที่เคยสิ้นหวัง ร่างที่เคยไร้ความรู้สึก ค่อยๆกลับมามีชีวิตช้าๆ เริ่มมีชีวิตชีวา กลับมาเป็นองค์ชายอี้เอินที่เคยรู้จักคนเดิม แต่ทุกอย่างคือการเสแสร้ง ฉาบภายนอกด้วยความรู้สึกที่ปล่อยวาง แต่ภายในเก็บซ่อนความเคียดแค้นเอาไว้ เพราะระยะเวลาที่ผ่านมาสอนให้เขารู้ว่า...คลุ้งคลั่งเหมือนคนบ้าไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เสด็จแม่ก็ยังตายไปโดยมีตราบาปติดตัว ทั้งที่...ตนเองไม่ได้ทำ


มือหนาวางตะเกียบลงบนชามข้าว เมื่อจัดการอาหารมื้อเที่ยงเสร็จสิ้น นัยน์ตาสีดำสนิทปกปิดความแค้นได้อย่างมิดชิด ตอนนี้กำลังตวัดสายตาไปที่แจบอม ผู้ที่เป็นทั้งนายและสหายคนสนิทสบสายตา ทำให้แจบอมรู้ว่าแววตาที่เคยว่างเปล่าฟื้นกลับมาดังเดิม


“ท่านพร้อมจริงๆแล้วหรือ” แจบอมถามย้ำมองเข้าไปในความรู้สึก ครุ่นคิดกับตนเองซ้ำๆว่าควรบอกไปหรือไม่ แม้องครักษ์เงาจะเฉยชา แต่เต็มไปด้วยความห่วงใย ไม่ต้องการให้ผู้เป็นนายเก็บความแค้นไว้ แล้วกลายเป็นหนึ่งในผู้ที่แก่งแย่งชิงดี


“สักวัน...ข้าก็ต้องรู้อยู่ดี” อี้เอินพยายามเก็บยิ้มวิปลาส ใช้ความสงบกลบสายตาเพื่อให้ได้รู้ความจริง


            แจบอมค่อยๆผ่อนลมหายใจ ก่อนตัดสินใจเล่าสิ่งที่ตนได้รับรู้มา “ข้าคิดว่า...ท่านพอรู้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง”


            “...เสด็จย่า” อี้เอินกดเสียงต่ำลงเล็กน้อย ข้างในเย็นยะเยือกสั่นไหว แต่ไม่ถ่ายทอดความรู้สึกจริงออกไป แม้แต่คนตรงหน้าจะเป็นแจบอม


เขารู้ดีมาตั้งแต่แรก อำนาจฝ่ายในที่มีขุนนางแบ่งออกเป็นสองขั้ว คือฝั่งของเสด็จแม่กับท่านลุงจองโฮ และอีกขั้วหนึ่งนั้น...คือพระพันปี แต่มันคือการคาดการณ์ ไม่มีหลักฐาน ไม่ได้รับการยืนยันว่าคนที่เขาสงสัยคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังตัวจริง


“ไม่ผิดจากที่ท่านคิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมามีพระพันปีคอยหนุนหลัง ตั้งแต่การลดอำนาจของอดีตเสนาบดีจองโฮ การปลงพระชนม์รัชทายาท การสารภาพผิดของจองซังกุง และ...การประทานยาพิษของพระสนมยุนอันพิน” แจบอมเว้นประโยคสุดท้ายมองสีหน้าและปฏิกิริยาผู้เป็นนายที่ค่อยๆก้มใบหน้า ทำให้องครักษ์คนสนิทถอนหายใจ เพราะเข้าใจว่าอี้เอินกำลังปกปิดความเศร้าที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมา แต่แท้จริงแล้ว...กำลังซ่อนรอยยิ้มแห่งความแค้นที่คลี่กว้างขึ้นทุกที


“เพราะอยู่คนละฝั่งอำนาจ และอำนาจของท่านจองโฮเริ่มมากขึ้นทุกๆวัน เพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนาม พระพันปีจึงค่อยๆลิดรอนอำนาจทีละนิด ประจวบกับในพักหลังองค์รัชทายาทเริ่มมีทัศนคติที่แข็งข้อ ไม่เชื่อฟัง ไม่ได้อยู่ในควบคุมของพระพันปีเหมือนเก่า จึงทำให้พระพันปีคิดวางแผน...ว่าทำอย่างไรจึงจะกำจัดทั้งสองคนได้ในครั้งเดียว การลอบปลงพระชนม์ขององค์รัชทายาทจึงเกิดขึ้น พร้อมการโยนหลักฐานเท็จให้ท่านจองโฮเป็นผู้กระทำ โดยตั้งข้อหาทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็นแรงจูงใจ” อี้เอินรับฟังนิ่งๆ แต่จิตใจกำลังหัวเราะให้กับความโลภริษยา ที่กระทำชั่วช้าได้โดยไม่อายฟ้าดิน


“แต่แผนการกลับไม่ได้เป็นอย่างที่วางเอาไว้ เพราะคำให้การของท่านจองโฮยืนยันว่า ไม่มีผู้สมรู้ร่วมคิดอื่นใด มีแต่ท่านจองโฮที่กระทำผิดเพียงผู้เดียว ดังนั้นพระพันปีจึงตัดสินใจใช้ไพ่ตาย ทำอย่างไรก็ได้เพื่อเป็นหลักประกันว่ารัชทายาทองค์ต่อไป จะเป็นคนที่พระพันปีเลือก และจะไม่มีขุนนางคนใดสนับสนุนท่าน ท่านจะไม่มีทางเป็นองค์รัชทายาทองค์ต่อไป” แจบอมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มองร่างที่นิ่งไปก่อนที่จะเอ่ยความจริงที่ไม่ต่างจากมีดที่กรีดแทง “องค์ชายอี้เอิน แม่นมของท่าน จองซังกุง...คือสายข่าวของพระพันปี”


อี้เอินเหมือนดั่งถูกสายฟ้าฟาด มือหนาปกปิดใบหน้าเพื่อหลบซ่อนสีหน้าที่เขาไม่สามารถเก็บเอาไว้ นัยน์ตาเบิกกว้างแดงก่ำ ว่างเปล่าราวกับเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง มีน้ำตาที่เอ่อซึมที่ปลายหางตา พร้อมรอยยิ้มที่คลี่ออกมาเยาะเย้ย เหยียดหยันต่อคนทั้งโลก ต่อโชคชะตา ต่อชีวิตที่น่าสมเพชของตนเอง “จองซังกุงได้รับการสนับสนุนจากพระพันปีมาตั้งแต่เป็นนางกำนัลเด็ก และครอบครัวนางก็ได้รับความกรุณาอยู่มาก ดังนั้นเพราะการมีครอบครัวนางเป็นตัวประกัน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะบีบให้นางโยนความผิดให้พระสนมยุนอันพิน จนต้องโทษประหารในที่สุด...”


ความไว้ใจ ความเชื่อมั่น ถูกทำลายทิ้งป่นปี้

ไม่มีแล้ว...ไม่เหลือชิ้นดี แผ่นดินที่เขายืนอยู่ตรงนี้ มันช่างโสมม

ภาพความทรงจำย้อนกลับมาทำร้าย รอยยิ้ม ความใจดี ความเป็นห่วงเป็นใย ที่จองซังกุงมอบให้ สุดท้ายมันก็แค่...สิ่งหลอกลวงจอมปลอม


บรรยากาศในห้องปกคลุมด้วยความเงียบ พร้อมความรู้สึกเย็นยะเยือก ไร้ซึ่งการโต้ตอบจากอี้เอิน


“องค์ชายอี้เอิน โปรดฟังข้า” แจบอมพยายามเรียกคนที่นิ่งเงียบให้คืนสติ เขาเข้าใจดีว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ใด หากต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้ ต้องแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีไม่แตกต่างกัน


“ถึงอย่างนั้น จองซังกุงก็เป็นเพียงสายข่าว ไม่ได้มีส่วนร่วมหรือทำงานอื่นใด” ประโยคแรกที่แจบอมเอ่ยออกไปนั้นดังชัด ก่อนที่จะรู้สึกเหนียวหนืดในลำคอ เพราะไม่อยากพูดประโยคต่อไป แต่ทำได้เพียงเอ่ยอย่างแผ่วเบา “แต่ยังมี...นางกำนัลห้องเครื่องที่ลอบวางยาในเครื่องเสวยของพระสนมทีละนิด โดยฤทธิ์ของยาชนิดนั้นทำให้ร่างกายเสด็จแม่ของท่าน ค่อยๆอ่อนแอ และล้มป่วยลง”


มือหนาที่ปกปิดใบหน้าลดลงทีละข้าง ไม่มีความว่างเปล่าที่ฉาบอยู่ในแววตา ไม่ได้ปกปิดสีหน้าหรือความรู้สึกใด นัยน์ตาวูบไหวเป็นประกายเด่นชัด ประกายไฟที่วาวโรจน์เต็มไปด้วยความเคียดแค้น อีกทั้งรอยยิ้มที่คลี่กว้างจนเห็นฟันทุกซี่ คล้ายมัจจุราชที่ต้องการกระชากวิญญาณ


เสียงทุ้มต่ำที่หัวเราะในลำคอค่อยๆดังก้อง ดังจนขนลุกเกรียวไปทั้งกาย เพราะมันไม่ได้มาจากความสำราญใจ แต่มาจากความแค้นเคือง เสียงหัวเราะสลับเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาเอ่อคลอก่อนหยดไหลที่หางตา เวทนาโชคชะตาที่ตนเองได้เผชิญ


พฤติกรรมคลุ้มคลั่งกลับมาอีกครั้ง นัยน์ตาของแจบอมเบิกกว้าง ทั้งตกใจ ทั้งตีบตัน ไม่น่าพูดประโยคเหล่านั้นออกไป แจบอมมองภาพเบื้องหน้ากายทั้งกายของเขาชาวาบ เพราะความบ้าคลั่งนั้นเปลี่ยนไป ...เป็นความเงียบแสนน่ากลัว


ความเงียบที่ดำดิ่ง จมลึกสู่ก้นเหวแห่งความมืดมิด ความรู้สึก ความคิดถูกกลืนกิน ไม่ได้ยิน ไม่รับฟัง นอกเสียจากเสียงตะโกนของตนเอง


อี้เอินตะโกนถามฟ้า ถามโชคชะตาว่าเสด็จแม่ของเขาสร้างเวรกรรมใด ถึงต้องเจ็บปวดทรมานด้วยโทษทัณฑ์แห่งความตาย ความอ่อนโยน ความเมตตาของเสด็จแม่ ไม่มีผล ไม่เคยคิดแย่งชิง ไม่ทะเยอทะยาน ไม่คิดริษยา แต่สุดท้ายก็ไม่มีค่า เป็นแค่หมากตัวหนึ่ง บนกระดานการเมือง


ตอบมาสิ ตอบข้าสิโชคชะตา ทำไมไม่ปกป้องเสด็จแม่ข้างั้นหรือ ...หรือสุดท้ายทุกสิ่งที่สร้างมา ไม่มีค่า ไร้ประโยชน์สิ้นดี

ไม่เป็นไร... หากฟ้าไม่ขานตอบ

ข้าจะคิดว่าท่านเอ่ยอนุญาต ให้ข้าได้จัดการ

...ล้างแค้นด้วยมือของข้าเอง


ความมืดมิดดูดกลืนแสงสว่าง แผ่ความแค้นสีดำทมิฬ มีแต่ความหนาวเหน็บอำมหิตแผ่รอบกาย อี้เอินจุดรอยยิ้มวิปลาส คลี่ออกมาช้าๆพร้อมแววตาที่ไร้แสง มีแต่ความแค้นโกรธ มีแต่เปลวไฟโหมกระหน่ำ ที่พร้อมจะฆ่าฟัน ฉีกกระชาก ทึ้งร่างศัตรู


“ตอบข้ามาหน่อยสิแจบอม...ว่าเสด็จย่าสุขสบายดีหรือไม่” เสียงทุ้มต่ำยะเยือกไปถึงกระดูก ให้คนฟังรู้สึกสะท้าน แจบอมไม่ได้ให้คำตอบตามต้องการ เพียงแค่มองลึกลงไปในนัยน์ตาที่บอกเขาว่า องค์ชายอี้เอิน...ได้เปลี่ยนแปลง ไม่มีแล้วคนเดิม


เสด็จย่า... อยากควบคุมรัชทายาทหรือ

ท่านต้องการอำนาจใช่หรือไม่

แต่ไม่ว่าท่านต้องการอะไร ข้าจะแย่งชิงและครอบครองมัน

จนกว่าท่าน...จะชดใช้ทุกสิ่งทุกอย่างคืนมา




 

นัยน์ตากลมโตเหม่อมองนอกหน้าต่าง มองท้องฟ้าสีชาดจากพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า เป็นการบอกวันเวลาที่กำลังผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวัน กี่คืนแล้วที่ปันปันไม่ได้พบหน้า กี่วันแล้วที่เขาเฝ้าคิดถึง หลายเดือนแล้วที่เขาเฝ้าคำนึง ทั้งรอ ทั้งคิดถึง องค์ชายอี้เอินไม่เสื่อมคลาย


ปันปันถอนหายใจผะแผ่ว แก้มใสซูบลงไม่น้อย เป็นผลจากความเศร้าสร้อยที่บางครั้งก็ทำให้รู้สึกกินอะไรไม่ลง ใบหน้าสวยหวานจินตนาการในอากาศ อยากรู้ว่าองค์ชายอี้เอินจะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะสายข่าวที่เคยรายงาน บอกเพียงว่าองค์ชายไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ไม่แม้แต่ก้าวขาออกจากจวน


ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น เขารู้ดีว่านี่เป็นช่วงเวลาที่แสนยากลำบาก อยากจะไปอยู่เคียงข้าง แต่ความจริงนั้น ทำไม่ได้เลย... ก็หวังแค่องค์ชายมีความสุข กินอิ่มและนอนหลับ มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะบ้าง ส่วนเขานั้น... ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่เป็นอะไรเลยจริงๆ


มือบางที่กำลังเกล้าผมลดลงมาไว้ข้างกาย ปันปันกำลังจมดิ่งนึกถึงแต่ความเป็นอยู่ขององค์ชาย ตกอยู่ในภวังค์ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ จนเด็กรับใช้คนสนิทเรียกขาน รอให้ปันปันเอ่ยอนุญาต สติของเขาจึงหลุดออกมาจากห้วงภวังค์ คนอายุน้อยกว่าย่อกายคุกเข่า กิริยาเป็นไปตามธรรมเนียมมารยาท ก่อนขยับริมฝีปากเอ่ยชื่อแขกประจำวัน


“...องค์ชายอี้เอิน”


ไม่ทันทีจะฟังประโยคจนจบ ปันปันรีบร้อนลุกขึ้นยืนออกจากเบาะนั่ง ก้าวเดินออกไปตามคำสั่งของร่างกายและหัวใจ ไม่สนใจว่ายังประทินโฉมไม่เสร็จสิ้น ไม่ใยดีเส้นผมที่หลุดลุ่ยระต้นคอ ระอาภรณ์เครื่องแต่งกายไม่ได้บรรจงแต่งตัว


ขาเพรียวก้าวฝีเท้าเร่งรีบ ร่างบางไม่ได้ย่อกายเมื่อห้องรับแขกอยู่เบื้องหน้า เป็นชั่วขณะที่ปันปันลืมมารยาทที่สอนสั่งมา มือบางเป็นฝ่ายยื่นไปเลื่อนเปิดประตู นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง รู้สึกดวงตาที่กำลังร้อนผ่าว ด้วยความเป็นห่วง ด้วยความดีใจ เมื่อเห็นใบหน้าที่คิดถึงมาเนิ่นนาน


ปันปันก้าวขาทีละก้าว ทุกจังหวะก้าวออกไปอย่างเชื่องช้า เข้าไปใกล้ มองให้ชัดเพื่อยืนยันอีกครั้งว่าคนตรงหน้าคือองค์ชายอี้เอิน หัวใจของปันปันพองโตสั่นไหว กายบางทรุดลงข้างๆ ก่อนจะยื่นมือสั่นระริกถือวิสาสะอยากสัมผัสใบหน้าหล่อเหลา พร้อมสีหน้าและแววตาที่ดีใจ ที่อยากร้องไห้ เพราะความฝันได้กลายเป็นความจริง


มือบางประคองแก้มสาก นัยน์ตากลมโตกวาดตามองทุกสัดส่วน เพื่อพินิจพิจารณาให้คลายความคิดถึง ให้รู้ว่าอี้เอินไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป แต่ปันปันต้องชะงักค้างเมื่อสบสายตาที่จมดิ่ง ดวงตาที่แฝงไปด้วยความมืดมิด ปิดกั้นบดบังความรู้สึกตนเอง ปันปันรู้สึกหนาวสั่นจากดวงตาที่แฝงความนัยคู่นั้น ที่มีแต่ความโกรธแค้นพร้อมฆ่าฟัน ความโหดเหี้ยมนั้น ทำให้เขา...รู้สึกกลัว


แต่ความเป็นห่วง ความรักนั้นมีมากกว่า ปันปันพยายามเข้าใจว่าอี้เอินเพิ่งผ่านเรื่องเลวร้ายมา จึงแสดงออกด้วยความเรียบนิ่ง ไม่ตอบโต้ ไม่แสดงความรู้สึกใด ปันปันสูดลมหายใจลึกๆเข้าออก บอกตนเองให้ตั้งสติ อย่าคิดเลยเถิดหรือสั่นไหว อี้เอินไม่ได้เป็นอะไร แค่จมอยู่กับความเศร้ามากเกินไปเท่านั้นเอง


“องค์ชาย...ท่านเป็นอย่างไรบ้าง สุขสบายดีหรือไม่ วันนี้ท่านอยากรับชมการแสดงแบบใด ข้าจะแสดงให้ท่านดู" ปันปันเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว ปรับให้ดูร่าเริงสดใส แต่อี้เอินไม่ได้ตอบสิ่งใด ยังนิ่งเฉยไม่ต่างจากเดิม


คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด คิดหาทุกวิธี ทุกหนทางว่าเขาควรทำอย่างไรต่อไป ปันปันตัดสินใจลุกขึ้น ตั้งสติเพื่อเตรียมการแสดงเบื้องหน้า เปลือกตาบางปิดลงช้าๆ จินตนาการถึงภาพความทรงจำในวันแรกที่ได้พบเจอ ปันปันสูดหายใจลึกๆ ผ่อนลมหายใจอีกครั้ง โดยปิ่นปักผมที่ถูกหยิบขึ้นมานั้น ปักลงบนเส้นผมดำขลับที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างง่ายดาย


เปลือกตาบางลืมขึ้นเมื่อรวบรวมสมาธิ ตั้งสติจดจ่อเพื่อทำการแสดง ไม่มีเสียงคายากึมในวันนี้ มีแต่ร่างกายที่เคลื่อนไหว หวังชโลมจิตใจให้คล้อยไปกับศิลปะการแสดง ปันปันสร้างบรรยากาศ สร้างภาพความทรงจำให้คล้ายกับวันนั้น วันที่ทำให้หัวใจอี้เอินเต้นรัว


ปลายนิ้วม้วนลูกผมยาวที่หลุดลุ่ย ลูบไล้ไปตามความยาวของเส้นผม โดยใบหน้าสวยหวานเชิดขึ้นมา ช้อนสายตาโปรยเสน่ห์ให้ต้องมนตร์ ริมฝีปากอวบอิ่มจุดรอยยิ้มมีเสน่ห์ มือบางค่อยๆดึงปิ่นปักผม สยายเส้นผม สะบัดตามร่างกายที่เคลื่อนไหวไม่ต่างจากผีเสื้อที่โบยบิน


ขาเพรียวก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ขยับสะโพก เคลื่อนไหวอย่างงดงามให้คนมองรู้สึกถึงความเย้ายวน เสียงหวานขับขานเพลงคลอจนเกือบจบ จนปันปันเดินมาย่อกายอยู่ข้าง เรียวนิ้วสัมผัสขวดสุรา แต่เมื่อได้มองปฎิกิริยาของคนตรงหน้า ทุกอย่างก็ต้องชะงักลง


ไม่มีความรู้สึกใดๆโต้ตอบ ไม่เป็นตามที่ปันปันคาดคิด มีแต่ความเรียบนิ่ง ไม่แม้แต่หยิบจอกเหล้าว่างเปล่าขึ้นมาให้ปันปันได้เท มือบางถือขวดสุราสั่น น้ำสีใสถูกเทจนจอกเหล้าเกือบปริ่มล้น แต่อี้เอินก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ว่างเปล่า ปิดหัวใจ แม้คนนั้นคือปันปัน


หัวใจของกีแซงคนงามหล่นวูบ สมองหนักอึ้งมีแต่คำถาม แม้ร่างกายจะสั่นสะท้าน แต่ริมฝีปากอวบอิ่มยังฝืนยิ้มออกมา ฝืนทำการแสดงจนกว่าการร่ายรำจะสิ้นสุดลง


ฟันขาวขบริมฝีปากอิ่มด้านในท่ามกลางบรรยากาศในห้องที่ไร้เสียง นัยน์ตากลมโตสั่นไหว ขยับเข้าไปใกล้ๆก่อนน้ำตาจะเอ่อคลอ มือบางยื่นสัมผัสลูบเบาๆบนแก้มของอี้เอินที่ซูบผอม พยายามกลั้นก้อนสะอื้นไม่ให้ร่ำไห้ แต่สุดท้ายหยาดน้ำตาก็รินไหลอาบแก้มอยู่ดี


ปันปันมีแต่คำถาม ทำอย่างไรถึงจะรักษาแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่นี้ เขาควรทำสิ่งใด ทำอย่างไรบอกเขาที เขาพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนมัน


น้ำตามากมายที่รินไหล มีหนึ่งหยดน้ำตาที่ร่วงหล่น...บนหลังมือของอี้เอิน


ความเปียกชื้นบนผิวเนื้อไม่ได้ทำให้อี้เอินคืนสติ นัยน์ตาสีดำสนิทที่ล่องลอยสบสายตา ความคิด ความรู้สึกยังถูกความแค้นพันธนาการ แต่ปลายนิ้วหนาค่อยๆขยับ เอื้อมสัมผัสแก้มใส ทุกอย่างเป็นไปตามจิตใต้สำนึกและสัญชาตญาณ ที่ไม่ต้องการให้ปันปันร่ำไห้ ไม่ต้องการให้ปันปันรู้สึกเสียใจไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ปลายนิ้วหนาแตะสัมผัส เกลี่ยน้ำตาบนแก้มใส จนกว่าหยาดน้ำตาจะเหือดแห้งหายไป การกระทำถึงจะหยุดลง


แม้เป็นเศษเสี้ยวของความรู้สึก แม้เป็นสัญชาตญาณหรือจิตใต้สำนึก

แต่อย่างน้อยก็คือหนทาง... ที่สามารถพาอี้เอินให้กลับมาเป็นอย่างเดิม


ปันปันยื่นมือไปสัมผัสบนอกแกร่ง ทาบบนอกข้างซ้าย สัมผัสได้ถึงจังหวะของหัวใจ แม้คนตรงหน้าจะไม่ต่างจากตุ๊กตาไร้ชีวิตที่ผูกติดกับความแค้นเคือง แขนเพรียวโอบกอดลำคอหนาให้ใบหน้าเคลื่อนเข้ามา จนสัมผัสถึงลมหายใจ ปลายจมูกรั้นแตะจมูกโด่งเป็นสัน


ลืมทุกเหตุผล ไม่ต้องการคิดพิจารณา

...ใช้เพียงหัวใจที่ชี้นำ


ริมฝีปากอวบอิ่มเผยออ้า ใบหน้างดงามเอียงองศา สัมผัสทาบทับความนุ่มหยุ่นที่เคลื่อนเข้ามา หวังปลอบประโลมด้วยหัวใจ ประทับครอบครองละเมียดละไมตามเรียวปาก เน้นย้ำขบเม้มริมฝีปากราวกับยารักษา ให้บาดแผลเหวอะหวะนั้นสมานขึ้นมา ประกอบความรู้สึกที่เลือนรางช้าๆให้ชัดเจน


ริมฝีปากหยักหนาถูกดูดดึงทั้งบนและล่าง ถูกบดคลึงด้วยความหอมหวาน ชักจูง ชักนำ โดยที่มือบางไล้สัมผัสไปตามท่อนแขน บีบมือ กุมมือ ประสานมือของอี้เอินแน่น พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและเป็นที่พักพิง


ริมฝีปากอวบอิ่มพะเน้าพะนอประทับย้ำ ใช้เรียวลิ้นค่อยๆดุนดันให้อี้เอินอ้าโพรงปาก เพื่อลิ้นเล็กที่สอดเข้าไปค้นหาความหวาน หยอกเหย้าแตะลิ้นหนาเป็นการเชิญชวน ฝ่ามือบางลูบสัมผัสทาบทับบนอกแกร่ง ปลายนิ้วไล้วนเบาๆตามเนื้อผ้า ก่อนจะกระตุกริบบิ้นผูกเสื้อคลุมช้าๆ ให้เหลือแต่เสื้อสีขาวสะอาดที่อยู่ด้านใน


CUT


ปันปันหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า มองคนข้างๆที่ล้มตัวนอนลงมา แล้วดึงเขาเข้าไปกอดด้วยความรู้สึกผิดมากมาย


“ปันปัน ข้าขอโทษ...” ประโยคเดียวที่มีความหมายมากมาย


ขอโทษที่ทำให้เสียใจ

ขอโทษที่ควบคุมตนเองไม่ได้

ขอโทษที่ปล่อยอีกฝ่ายทิ้งไว้ตามลำพัง


นัยน์ตาสีดำสนิทราวกับมีแสงสว่างวาบ สติกลับมาอีกครั้ง ไม่ต้องซ่อนความอัดอั้นหรือคับแค้นอยู่ในใจ แขนแกร่งที่โอบกอดกำลังสั่นไหว แขนเพรียวจึงกอดเอวของอี้เอินไว้ ซบลงบนไหล่เพื่อยืนยันว่าตรงนี้ยังมีเขาอีกคน


“องค์ชาย...ท่านเคยบอกข้าว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ข้าจะมีท่าน และท่านก็มีข้าอยู่เคียงข้างเช่นกัน ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใด”


อี้เอินเม้มริมฝีปากแน่น สบสายตากลมโตที่สะท้อนแต่ความจริงใจ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ปันปันพูดนั้นมีแต่ความจริง โครงหน้าสวยหวานถูกนิ้วหนาลากไล้ อี้เอินบรรจงจับคางมน แล้วโน้มใบหน้าเพื่อจุมพิตแทนทุกความรู้สึกที่มี


แขนแกร่งกอดปันปันแน่นอีกครั้ง ซบใบหน้าหล่อเหลากับไหล่บอบบาง ราวกับว่านี่คือบ้าน ที่พักพิง สถานที่ที่เขาคือตนเอง เป็นสถานที่เพื่อเขาคนเดียว


“องค์ชาย...” ปันปันเรียกขาน มือบางลูบแผ่นหลังหนาเป็นการปลอบประโลม พร้อมใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนขึ้นมาสบสายตา


“ปันปัน ตั้งแต่นี้ ข้าอยากให้เจ้าเรียกข้าว่า... อี้เอิน” คางมนถูกเชยขึ้น นัยน์ตาสอดประสาน ริมฝีปากอวบอิ่มกำลังจะเอ่ยชื่อเรียกตามที่อีกฝ่ายต้องการ แต่ริมฝีปากหยักหนากลับจุมพิตแผ่วเบา


แต่เป็นจุมพิตที่หวานล้ำ... อ่อนโยนกว่าครั้งใด


หัวใจของปันปันสะท้านสั่น ราวกับเอ่ยประโยคกับคนตรงหน้าว่า

ข้ารักท่าน...อี้เอิน




--------------------------------------------------------------------------------------------------- 

Talk

ตอนนี้ยาวมาก ยาวแบบมาก เราไม่ได้แต่งฉากเรทนานแล้ว ไม่รู้ภาษาโอเคไหม ดีไหม คือเหนื่อยยากกว่าฉากปกติอีก ฮืออออ ติชมกันได้นะคะ แต่งไปก็แบบเบลอไป ง่วงไป หนักหนากับชีวิตจริงเหลือเกิน ฮือออ ช่วงนี้เปิดเทอมอาจจะอัพช้าหน่อย แต่พยายามให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจะไม่หายไปไหน แงงงง

ตามที่เราวางไว้ ตอนนี้อยู่ครึ่งเรื่องแล้วค่าาา //ตบมือ ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ขอบคุณทุกคำติชม เจอกันตอนหน้าค่ะ #กีแซงมบ


 


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

1,346 ความคิดเห็น

  1. #1324 markbam022 (@markbam022) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 20:20
    อ่านncยังไงอ่าาาาา
    #1324
    0
  2. #1319 chitan2557 (@chitan2557) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 20:06

    เศร้ามากอะ แต่ยังดีอยู่ที่ยังพาองค์ชานคนเดิมกลับมา

    #1319
    0
  3. #1281 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 06:52
    ให้น้องเรียกชื่อแล้ว ไม่อยากให้องค์ชายอยู่เกมส์การเมืองเลยอะ
    #1281
    0
  4. #1267 ออมม่า (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 09:00

    น่าสงสาร ทั้งคู่

    #1267
    0
  5. #1242 nounaaz (@nounaaz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 18:40
    สงสารองชาย
    #1242
    0
  6. #1228 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 20:05
    ฮือออออออ
    #1228
    0
  7. #1172 Thanchanok-2544 (@Thanchanok-2544) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 12:21
    ฟินมาก
    #1172
    0
  8. #1146 Phricej Sq (@phrixe11) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 20:42
    พึ่งกลับมาเริ่มอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นเห็นตอนนี้โดนแบนซะงั้นค่ะ ฮืออ จะขาดใจจ แงงง
    #1146
    0
  9. #1124 it is tea time (@anties1) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 00:13
    สวัสดีค่า writer มาปลดแบนได้ไหมคะ please... ตอนนั้นอ่านถึง ch.10 เอง เห็นแจ้งเตือนแล้ว อยากกลับมาอ่านต่อค่ะ please~~~~
    #1124
    0
  10. #1108 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 11:35
    อยากอ่านนน รอไรท์ระคะ
    #1108
    0
  11. #1103 19MTBB98 (@zahatyai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 16:41
    ฮืออ อ่านไม่ได้ ข้าอยากอ่าน ต้องไปอ่านตรงไหนหรือเพคะ //วอนไรท์โปรดเมตตา
    #1103
    0
  12. #1074 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 07:42
    ฮือ ร้องไห้ องค์ชายจะกลับมาเป็นคนเดิมมั้ย
    #1074
    0
  13. #994 lost-death (@lost-death) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 19:35
    งืออออ ร้องงไห้เลย ทั้งรัก ทั้งหน่วง
    #994
    0
  14. #913 Jidaaa.mb. (@songprince) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 23:05
    ปันปันอยู่นี่แล้วนะอี้เอิน พักก่อนเหอะ
    #913
    0
  15. วันที่ 23 กันยายน 2559 / 22:50
    ไรท์ขา อยากกราบไรท์มาก คือบรรยายดีมาก โอเคสุดๆอะ ชอบ คือแม่งใช่อ่ะไรท์ สู้ๆนะคะมันโคตรดีเลยอะ !
    #897
    0
  16. #878 เจ้านีโม้ (@planemoo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 22:43
    ไรท์เขียนดีเกินไปแล้ว อ่านแล้วให้ความรู้สึกตรงๆเลย ความใจทุกตัวอักษรที ความรู้สึกนึกคิด สุดยอดมาก 
    ชอบปันปันมาก นิสัยอย่างนี้แหละเหมาะสุดๆ สงสารองค์ชายอ่า
    #878
    0
  17. #828 mew-k-g-b (@mew-k-g-b) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 01:45
    ฉากคัทนี่ยิ่งกว่าโอเคอีกค่ะ ทำไมโปรขนาดนี้ บรรยายดีอ่ะ ชอบบบบ แทบจะเป็นเรื่องที่บรรยายฉากนี้ประทับใจเรามาก นอกจากไรท์ก็มีแค่นักเขียนอีกคนเดียวที่เราชอบฉากคัทเค้า
    มีความฟิน มีความเมคเลิฟ มีความสงสารและเศร้าผสมอยู่
    #828
    0
  18. #776 Reeya.P (@Tuck_Reeya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 08:50
    อี้เอินยังเหลือปันปันอยู่นะ
    #776
    0
  19. #774 1111 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 17:45
    รอไรท์มาอัพคร้าาาาา
    #774
    0
  20. #773 hyuknok (@hyuknok) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 00:26
    ชอบตรงบอกว่าปันปันคือบ้าน ใช่แล้วล่ะ ที่บ้านต้องมีเมีย ฮือออออ
    #773
    0
  21. #771 jun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 13:30
    องค์ชายได้กับปันปันแล้ว แล้วจะเป้นยังไงต่อน้า
    #771
    0
  22. #770 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 08:48
    หื่อองค์ชายยังมีปันปันนะ จะร้อง
    #770
    0
  23. #768 lovely_sakura (@haoloveanna) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 23:03
    ปันปันสู้ๆนะปันปันเป็นเหมือนแสงสว่างของอี้เอินช่วยให้โลกของอี้เอินไม่มืดมนเกินไป
    #768
    0
  24. วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 21:13
    สงสารองค์ชาย ทำไมครั้งแรกของทั้ง 2 คนดูเศร้าๆ ฮือออ
    ปันปันจะลบความแค้นในใจขององค์ชายไปได้บ้างมั้ยนะ
    #765
    0
  25. #764 JumaeleN (@20114) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 18:23
    ปันปันนนอย่าทิ้งกันไปไหนนะ
    #764
    0