[GOT7] 。기생 Gisaeng | MarkBam

ตอนที่ 12 : บทที่สิบเอ็ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    12 ส.ค. 59

บทที่สิบเอ็ด

 


            บรรยากาศภายในห้องของอี้เอินปกคลุมไปด้วยความเงียบ แม้เสียงรายงานของแจบอมจะหยุดมาหลายนาที แต่ไม่มีประโยคใดเอ่ยออกมาจากริมฝีปากของอี้เอิน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดชัด นัยน์ตาสีดำสนิทที่คล้ายเรียบนิ่ง แต่ภายในซ่อนความแค้นที่วาวโรจน์ ภายนอกแสร้งไม่รู้สึก แต่ภายในนั้นเด่นชัด ชัดเจนและอัดอั้น อึดอัด แต่ต้องอดกลั้นเอาไว้ แม้ต้องฝืนทนหรือกล้ำกลืนปิดบังความรู้สึกมากมายที่ซ่อนลึกในจิตใจ ไม่ต้องการให้ผู้ใดรับรู้มัน


            ริมฝีปากหยักหนาเม้มเข้าหากันแน่น มีแต่ความรู้สึกตัดพ้อ น้อยใจต่อโชคชะตา และโกรธเคืองทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่เข้าข้าง ปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์อยู่ในกำมือของผู้มีอำนาจ ต้องรับโทษทัณฑ์ที่ไม่ได้ก่อหรือมีส่วนเกี่ยวข้องสักนิดเดียว


            “ล...แล้วเสด็จแม่ เป็นอย่างไรบ้าง” เสียงทุ้มสั่นเมื่อเอ่ยต้นประโยค แต่ก็รีบปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติดั้งเดิม อี้เอินรู้จักมารดาของตน แต่ก็ยังเอ่ยถาม ภาวนาว่าสิ่งที่ตนคาดการณ์จะไม่เกิดขึ้นจริง


            “พระสนมมีพระวรกายที่อ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อได้ทราบผลตัดสินของท่านเสนาบดีจองโฮ...พระสนมยุนอันพินจึงอาการทรุดลงทันที” อี้เอินนิ่งเงียบเมื่อฟังจบ อย่าว่าเสด็จแม่เลยที่ทำใจไม่ได้ แม้แต่ตัวเขาที่ไม่ได้ผูกพันเท่า แต่เคารพรักในท่านลุงนั้น เมื่อได้ยินคำตัดสินโทษประหารของท่านลุง อีกทั้งเนรเทศญาติพี่น้องสายตรงร่วมร้อยชีวิตไปเป็นทาสใช้แรงงานที่ชายแดนยังเจ็บปวดหัวใจไม่ต่างกัน


            อี้เอินห่วงเสด็จแม่ อยากไปอยู่เคียงข้าง คอยดูแล บอกท่านแม่ว่าอย่างน้อยก็มีเขาอยู่ทั้งคน แต่ในสถานการณ์เช่นนี้... มันบีบบังคับไม่ให้อี้เอินขยับไปไหน ห้ามไปยุ่งเกี่ยวใดๆกับเรื่องภายในวัง ร่างสูงสูดหายใจเข้าออกลึกๆซ้ำๆ แม้สิ่งที่เขาทำจะเป็นความหวังสุดท้าย... แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าที่ไม่ทำอะไรเลย


            มือหนาหยิบพู่กัน แท่นหมึกและกระดาษ จรดปลายพู่กันเรียงร้อยถ้อยคำและอักษร เป็นจดหมายฎีกาเพื่อร้องขอความเป็นธรรม หวังให้เสด็จพ่อรื้อคดีมาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อสืบหาตัวการที่แท้จริง ไม่ใช่แพะรับบาปอย่างท่านลุง


            ถึงแม้แสงปลายอุโมงค์เส้นนี้...

            ...จะริบหรี่และเลือนราง


            “ทำอย่างไรก็ได้แจบอม ให้ฎีกาฉบับนี้ถึงมือเสด็จพ่อโดยเร็ว” องครักษ์เงาพยักหน้ารับฎีกาจากผู้เป็นนาย แต่ก่อนที่อี้เอินจะปล่อยฎีกานั้นก็เอ่ยคำสั่ง...ที่ให้แจบอมไปจัดการโดยเร็ว “สถานการณ์ในตอนนี้ มีแต่สิ่งที่ไม่ชอบมาพากล ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ข้าพอคาดเดาได้ว่า...ใครคือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง แต่ข้าต้องการหลักฐานยืนยัน เพื่อจะได้รู้ว่า...เรากำลังต่อสู้กับผู้ใด


            แจบอมน้อมรับคำสั่ง องครักษ์เงาหายวับ เหลือแต่อี้เอินที่กำลังคิดหาทุกวิถีทาง

            เพื่อต่อสู้กับความมืด...ที่กำลังเคลื่อนเข้ามา



           

            เสียงครางจากพิษไข้ดังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าที่สวยสะคราญตามวัยตอนนี้กลับซีดเซียวและซูบผอม เม็ดเหงื่อซึมตามใบหน้า เหงื่อโซมไปทั้งกายจนเสื้อผ้าที่สวมใส่เปียกชุ่ม เพียงเพราะจิตใจและร่างกายที่อ่อนแอ


            “ท่านพี่ ...อี้เอิน” พระสนมยุนอันพินครางเรียกชื่อผู้เป็นพี่ชายและบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยเสียงสั่นเพราะความหวาดกลัวจากฝันร้าย นางกำนัลสาวที่ดูแลอยู่ข้างกายไม่รู้ว่าควรทำเยี่ยงไร ได้แต่ใช้ผ้าสีขาวสะอาดซับเหงื่อให้อาการผู้เป็นนายทุเลาลง


            ฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ห้องบรรทมของพระสนม ซังกุงคนสนิทเปิดประตูอย่างแผ่วเบาเดินเข้ามาพร้อมยาบำรุงและน้ำแกงที่ตนเคี่ยวสุดฝีมือ ลงครัวด้วยตนเอง


            “อาการของพระสนมดีขึ้นหรือไม่”


            นางกำนัลสาวส่ายหน้า “แม้จะได้พักผ่อน แต่อาการของพระสนมยังทรงตัว ไม่ได้ทุเลาลงเลยเจ้าค่ะ”


            จองซังกุงถอนหายใจ มองใบหน้าของพระสนมที่ดูทรมาน สงสารพระนางจับหัวใจที่ต้องมาเจอสถานการณ์ที่โหดร้าย ไม่ว่าจิตใจจะเข้มแข็งเพียงใด ก็ต้องเจ็บปวดหัวใจเช่นกัน


            “พระสนมเพคะ...” ซังกุงคนสนิทผ่อนลมหายใจอีกครั้ง เอ่ยปลุกพระสนมให้ตื่นจากบรรทมเพื่อเสวยโอสถและน้ำแกงบำรุงร่างกาย


            เปลือกตาบางค่อยๆปรือขึ้นตามเสียงเรียก ร่างอ่อนแอพยายามยันกาย แต่เพราะแรงอันน้อยนิดจึงต้องให้นางกำนัลและจองซังกุงเข้ามาประคองให้ลุกขึ้นนั่งก่อนจะจิบน้ำแกงและดื่มยาจนหมด พระสนมนั่งอยู่สักพัก แต่ก่อนที่จะเอนกายนั้น...ประตูหน้าห้องก็ปรากฏเงาของคนกลุ่มหนึ่งสะท้อนเข้ามา


            “หม่อมฉันปาร์คซังกุง ซังกุงปกครอง ขอเข้าเฝ้าพระสนมเพคะ”


            นัยน์ตาสวยพร่ามัวมองภาพเบื้องหน้าไม่ชัด พระสนมยุนอันพินพยายามตั้งสติเพราะอาการเจ็บป่วย ทำให้การตอบโต้และการรับรู้ของพระนางช้าลง ลมหายใจที่เข้าออกถี่กว่าปกติถูกปรับให้ช้าลงเหมือนดังเก่า ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้จองซังกุง เชิญซังกุงปกครองให้เข้ามา


            ซังกุงปกครองและซังกุงอีกสามสี่คนที่ติดตามมาด้วยทำความเคารพอย่างนอบน้อม ใบหน้าของปาร์คซังกุงเรียบนิ่ง นัยน์ตาเฉียบคมปรายมองจองซังกุงนิ่ง แต่ไม่ทันที่จะเอ่ยออกไป พระสนมก็เป็นฝ่ายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง


            “มีเหตุอันใดหรือ” คำแต่ละคำที่เปล่งออกมาช่างยากลำบาก


            “ขอประทานอภัยที่หม่อมฉันมารบกวนพระองค์เพคะ แต่หม่อมฉันมาขอประทานอนุญาต เชิญจองซังกุงไปสอบสวน” ห้องทั้งห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบ ร่างกายของพระสนมเริ่มสั่นเทา ไม่ต่างจากมือของจองซังกุง


            “ขข้า ข้าทราบได้หรือไม่ว่าเรื่องใด” เสียงหวานทั้งแหบแห้งและสั่นเครือ จิตใจของพระสนมกำลังหวาดหวั่นกับอันตรายมากมายที่โอบล้อมกาย และกำลังเข้ามาใกล้ตนทีละเล็กทีละน้อยไม่รู้ตัว


            “เรื่องการสิ้นพระชนม์ขององค์รัชทายาทเพคะ” ไม่มีการโต้แย้ง ไม่มีการเอ่ยถาม พระสนมนิ่งชะงักทำได้แต่พยักหน้า ปล่อยให้จองซังกุงเดินออกไป ถึงแม้อยากจะปกป้องเพียงใดก็ไม่สามารถขัดขวางการทำงาน ยิ่งเป็นเรื่องการตายของเชื้อพระวงศ์


            จองซังกุงเดินตามหลังซังกุงปกครองไปยังห้องสอบสวน ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความหวาดผวา เพราะเธอไม่รู้เลยว่ามีอะไรอยู่ตรงหน้าที่กำลังเกิดขึ้นกับตนเอง ใบหน้าซีดเผือกเมื่อนั่งลงบนเก้าอี้ นัยน์ตามองไปรอบๆห้องของฝ่ายใน ที่ไม่ว่าจะเป็นนางกำนัลที่มียศสูงหรือต่ำเพียงใด ก็ไม่อยากถูกเรียกให้เข้ามา


            สมองของจองซังกุงหนักอึ้ง จิตใจของนางล่องลอยไร้สติ โสตประสาทรับฟังอื้ออึ้ง ถ้อยคำประโยคที่ได้ยินนั้นจึงไม่ชัดเจน จนกระทั่งตุ๊กตาฟางและยันต์สีแดงสดถูกวางลงตรงหน้า จองซังกุงเบิกตาคืนสติกลับมาด้วยจิตใจที่สั่นไหวและหวาดกลัว


            “เจ้าเคยเห็นและรู้จักสิ่งนี้หรือไม่” ปาร์คซังกุงกดน้ำเสียงต่ำ ใช้สายตาสร้างบรรยากาศกดดันให้ผู้ที่ตนสอบสวนเอ่ยออกมาแต่ความจริง


            “ข้ารู้จักของสิ่งนี้ เพราะได้เรียนรู้มาตามกฎระเบียบของฝ่ายใน แต่ข้าไม่เคยเห็นมันจริงๆเจ้าค่ะนายหญิง” จองซังกุงตอบตามความจริง


            ตุ๊กตาฟางกับยันต์ คือคุณไสย คือสิ่งต้องห้าม เป็นหนึ่งในข้อห้ามหลายอย่างที่นางกำนัลต้องรู้ เพราะหากมีส่วนเกี่ยวข้องหรือครอบครองมันติดตัว บทลงโทษที่ได้รับ...มีแต่ตายสถานเดียว


            จองซังกุงถูกซักถามอีกหลายประโยค แม้คำตอบของนางจะชัดเจนในความหมาย แต่กว่าจะเปล่งออกมาเป็นประโยคได้...มันช่างยากเย็น น้ำเสียงจองซังกุงนั่นหวาดหวั่น สั่นเทามากขึ้นทุกครั้งเมื่อถูกตั้งคำถามใหม่ แต่ก่อนที่จะเอ่ยประโยคต่อไป ซังกุงที่เข้ามาใหม่เดินเข้ามากระซิบถ้อยคำกับซังกุงปกครอง


            “เข้าใจแล้ว” ปาร์คซังกุงพยักหน้าถอนหายใจผะแผ่ว แล้วเอ่ยสั่งซังกุงข้างๆตน “ฮันซังกุง เฝ้าจองซังกุงไว้ ส่วนที่เหลือตามข้ามา”


            “เจ้าค่ะนายหญิง” บานประตูถูกปิดลงหลังจากสิ้นเสียงตอบรับของฮันซังกุง ใบหน้าที่เรียบเฉยค่อยๆคลี่รอยยิ้ม จุดความเจ้าเล่ห์ที่ใบหน้าและมุมปาก นัยน์ตาแฝงความนัยทอดมองตรงมาข้างหน้า ...ไปที่จองซังกุง


            ร่างกายของจองซังกุงสั่น สั่นราวกับพบมัจจุราช สั่นยิ่งกว่าตอนที่ถูกสอบสวนหรือถูกพาตัวมาโดยไม่รู้ว่าต้องพบเจอกับอะไร ตอนนี้นางรู้แล้ว รู้แล้วว่าทำไม รู้ว่าเพราะอะไรเมื่อฮันซังกุงเอ่ยออกมา


“หลายปีที่ผ่านมาพระสนมยุนอันพินคงเลี้ยงดูเจ้าอย่างดี จนทำให้เจ้า...ลืมบุญคุณ


            “ข...ข้า”


            “เจ้าอย่าลืมสิจองซังกุง ว่าเจ้ามีเงินทอง มีอำนาจ พ่อแม่กับน้องชายของเจ้าสุขสบายทุกวันนี้ได้เพราะใคร เป็นพระสนมยุนอันพินงั้นหรือ เหอะ! หรือใครกันแน่” คำพูดของฮันซังกุงไม่ได้สั่งสอนหรือเตือนสติ แต่กำลังตอกย้ำว่าที่คนตรงหน้ามีทุกสิ่งทุกอย่างเช่นวันนี้ได้คือผู้ใด และ...ควรทำอะไรต่อไป


            “ฮันซังกุง...เจ้าต้องการพูดอะไร” นัยน์ตาที่สั่นไหวสะท้อนถึงหัวใจที่กำลังกรีดร้องอย่างหวาดกลัว


“เจ้ารู้ดีว่าพระพันปีมีอำนาจมากแค่ไหน จะสั่งให้อยู่หรือจะตายก็ได้ เจ้าต้องเลือกแล้วล่ะจองซังกุงระหว่างความภักดีต่อนายคนปัจจุบัน...หรือจะตอบแทนบุญคุณของพระพันปี” ถ้อยคำของฮันซังกุงเหมือนโซ่ตรวนที่กำลังรั้งทั้งแขนและขา ฉุดกระชากลากคอให้นางเดินไปตามเส้นทางที่ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน ...ก็มีแต่ความตาย


ฮันซังกุงเดินนำจองซังกุงที่ใบหน้าตอนนี้ซีดจนไร้สี ทุกย่างก้าวหนักอึ้งไม่ต่างจากนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง เสียงกรีดร้องที่ดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นางสะดุ้งทุกครั้งราวกับถูกมัจจุราชฉุดกระชากวิญญาณ


ฝีเท้าของจองซังกุงหยุดลง นัยน์ตาที่ว่างเปล่าค่อยๆเงยมองเบื้องหน้า ก่อนที่ม่านตาจะเบิกกว้าง เพราะภาพน่าหวาดกลัว ร่างของชายคนหนึ่งถูกมัดติดอยู่บนเก้าอี้ มีคานไม้สองอันงัดที่หว่างขาแล้วกรีดร้องออกมาเมื่อโดนลงทัณฑ์


จองซังกุงไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น มีแต่ภาพของชายที่นัตย์ตาแดงก่ำที่หวีดร้องอย่างทรมาน กายทั้งกายเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาดที่ปริออกมาจากบาดแผลบนร่างกาย ร่างกายจะสะท้านสั่นเมื่อนัยน์ตาของชายผู้นั้นตวัดมองมา มือที่ผูกติดกับเก้าอี้ไม่สามารถยกได้ ได้แต่เพียงขยับปลายนิ้วแล้วชี้มาที่นาง


          “เป็นนาง เป็นนางที่ให้ข้าทำยันต์กับตุ๊กตาฟาง!คานไม้งัดขาทั้งสองข้างอีกครั้งอย่างแรง ตามด้วยเสียงหวีดร้องทรมานเจียนตาย


แข้งขาจองซังกุงสั่น ร่างกายอ่อนแรงโดยพลันพร้อมนัยน์ตาที่พร่ามัว หยาดน้ำตาคลอเบ้า ริมฝีปากปริแตกจากฟันที่ขบระบายความเครียด หูได้ยินแต่คำพูดจากซังกุงรอบกายที่พยายามคาดคั้น ว่าสิ่งที่หมอผีพูดนั้นเป็นความจริงหรือถูกต้องหรือไม่


อยากจะบอก อยากจะขอร้องว่าตนเองไม่ได้ทำอะไร แต่เพียงแค่คิด ไม่กล้าพูดออกไป

...เพราะรู้ว่าถึงอ้อนวอนมากเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครยื่นมือเข้ามา


น้ำตาของจองซังกุงไหลอาบแก้ม สมองทั้งหวาดกลัวและสับสน ภาพความทรงจำมากมายย้อนหวนกลับมา ตั้งแต่วันแรกจนปัจจุบัน ภาพรอยยิ้มขององค์ชายอี้เอินตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ยังเด่นชัด นางซาบซึ้งในความอ่อนโยนและความเมตตาของพระสนมทุกครั้งไม่แปรเปลี่ยน แต่พระสนมคนงามไม่เคยรู้เลยว่า...นางคือตัวหมากตัวหนึ่งที่ถูกส่งมาสอดแนม เพื่อเป็นสายข่าว เพื่ออำนาจของพระพันปี


นางคือคนทรยศ นางทำทุกอย่างเพื่อชีวิต เพื่อความสุขสบายของตนเอง พ่อแม่ และน้องชายที่อยู่ในกำมือของพระพันปี


ในที่สุดก็ถึงจุดจบของชีวิต การตายครั้งนี้...ไม่ใช่ทดแทนบุญคุณของพระพันปี แต่เพื่อแลกกับชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพ่อแม่และน้องชาย


“ข...ข้าไม่ได้ทำ คนที่สั่งข้านั้นคือพระสนมยุนอันพิน” คำให้การสุดท้ายคือคำลาตายของจองซังกุง สติถูกบีบคั้นอย่างหนัก นางไม่มีทางออกหรือหนทางใด เพราะถึงแม้จะชีวิตอยู่ต่อไปก็ต้องถูกทรมานจนตาย สู้ฆ่าตัวตายไปพบท่านยมบาลก่อนก็ไม่แตกต่างกัน จองซังกุงกระแทกศีรษะลงกับพื้นอิฐอย่างแรงจนสิ้นใจ นัยน์ตาของซังกุงเบิกโพลงอย่างน่าหวาดผวา ไม่อาจไปสู่สุขคติได้ เพราะความผิดบาปของตนเอง


องค์ชายอี้เอิน... พระสนมยุนอันพิน

หม่อมฉันขอทูลลาเพียงเท่านี้ ขอโทษที่ทำให้ความไว้ใจของพระองค์แตกสลาย

แต่ความโกรธแค้น แค้นเคืองหม่อมฉันขอน้อมรับไว้

...เพียงจะชดใช้หนี้กรรมต่อไปในนรกภูมิ จนกว่าไฟโลกันตร์จะแผดเผามอดไหม้ ให้วิญญาณสลายสิ้นเป็นจุณ



 

หลายวันแล้วที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายภายในฝ่ายใน มีการสับเปลี่ยนขั้วอำนาจ ไม่ว่าจะมียศสูงหรือต่ำแค่ไหนก็นั่งไม่ติด เพราะเกรงกลัวว่าภัยจะมาถึงตน แต่มีสถานที่หนึ่งที่เงียบสงบ ไม่ทุกข์ร้อนหรือสั่นคลอนกับเหตุการณ์


...ที่แห่งนั้นคือห้องทรงงานของพระราชา


พระราชาทอดพระเนตรฎีกาในพระหัตถ์ อ่านทุกตัวอักษรอย่างถี่ถ้วน ก่อนตัดสินพระทัยประทับตราราชลัญจกร ฎีกาฉบับนั้นถูกวางลงในกองเพื่อนำไปสั่งการต่อ พระหัตถ์หนาหยิบฎีกาฉบับต่อไปมาอ่านผ่านตา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับความสนใจ แม้คือ...ฎีกาขององค์ชายอี้เอิน


ฎีกาฉบับนั้นถูกคัดทิ้ง กองรวมกับฎีกาที่ไม่ถูกสั่งการอย่างไร้ค่า ไม่มีการประทับตรา ไม่แม้แต่ให้ความสนใจ


ประตูห้องทรงงานถูกเปิดออก เผยร่างขันทีคนสนิทที่เดินเข้ามาใกล้พร้อมม้วนพระราชโองการใหม่ ที่ต้องการให้พระราชาประทับตรายืนยัน นัยน์ตากวาดมองข้อความในม้วนกระดาษที่ถูกคลี่ออก เข้าใจความหมาย เข้าใจทุกถ้อยคำ แต่ไม่รู้สึกวูบไหว ไหวสั่นหรือคิดจะสงสารเลยสักนิดเดียว


ก็แค่หนึ่งขั้วอำนาจอ่อนแอ...ที่กำลังถูกกำจัดทิ้งไป


พระหัตถ์จับตราราชลัญจกรเหมือนทุกครั้ง แต่ก่อนที่จะประทับลงไปนั้น เสียงขันทีคนสนิทก็เอ่ยดังขึ้นมา “โปรดทบทวนอีกครั้งเถอะพะย่ะค่ะ”


“จะให้ทบทวนอีกกี่ครั้ง ข้าก็ยังประทับตราเช่นเดิม” พระพักตร์ของพระราชาค่อยๆปรากฏรอยยิ้ม พระหัตถ์ประทับตราย้ำลงในราชโองการอย่างแน่วแน่ เพราะนี้จะเป็นหนึ่งเชื้อเพลิงให้เขากลายเป็นผู้ชนะโดยไม่ต้องเหนื่อยหรือเปลืองแรง “ข้าขอเชื่ออี้เอินสักครั้ง อยากรู้ว่าความไม่เอาไหนของมัน จะสร้างความบ้าคลั่งให้เสด็จแม่สั่นคลอนได้อย่างไร”


บ้าคลั่งโหมกระหน่ำมากเท่าไหร่ยิ่งดี

ฆ่าฟันจนกว่าจะพอใจ

ไม่ว่าผลแพ้ชนะจะตกที่ใคร ได้ผู้ชนะที่อ่อนแอเมื่อไหร่...

เขาจะออกมาจากเงา แล้วกลายเป็นผู้ปิดกระดาน



 

อาการป่วยของพระสนมยุนอันพินไม่ได้ทุเลาลงเลยสักนิด แม้จะพักผ่อนมากเพียงใด ร่างกายก็ยังอ่อนแอ ร่างของพระสนมถูกพยุงประคองสวมเสื้อผ้า สวมใส่เครื่องประดับตามยศถาบรรดาศักดิ์ที่แสนหนักอึ้ง เพื่อรอรับราชโองการตามขนบประเพณี


ประตูห้องบรรทมถูกเปิดออก เผยขบวนขุนนางที่เชิญราชโองการเพื่อประกาศก้อง ให้ได้รู้ทั่วกัน ม้วนกระดาษถูกคลี่ออก นัยน์ตาสวยของพระสนมมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีความรู้สึกกับสิ่งที่ได้รับฟัง เพราะตั้งแต่ได้ยินข่าวว่าจองซังกุงฆ่าตัวตายนั้น...ก็รู้ทันทีว่าอันตรายกำลังมาถึงตน


พระสนมปิดเปลือกตา เตรียมใจรับฟังประโยคที่ขุนนางเปล่งออกมา เพื่อได้รู้จุดจบของตน


“พระสนมยุนอันพินอิจฉาริษยา ใช้เวทมนตร์คุณไสยประทุษร้ายองค์รัชทายาท ซ้ำยังสมรู้ร่วมคิดกับอดีตเสนาบดีจองโฮลอบปลงพระชนม์รัชทายาท ด้วยเหตุนี้เพื่อเห็นแก่อนาคตและความสงบของบ้านเมือง จึงให้...ประหารชีวิตด้วยยาพิษ”


ความตายกำลังอยู่เบื้องหน้า ห้องทั้งห้องเงียบสงัด นางกำนัลสาวที่ประคองพระสนมอ้าปากค้าง อยากจะค้านว่าสิ่งเลวร้ายแบบนั้น พระสนมไม่มีทางทำ แต่ไม่มีเสียงตอบโต้หรือคัดค้านจากผู้ถูกโยนความผิด พระสนมยังสงบนิ่งไม่ได้ต่อต้าน ได้แต่ก้มศีรษะทำความเคารพเพื่อรับราชโองการ พร้อมทำตามคำสั่งที่นำไปสู่ความตาย


นางกำนัลสาวมองใบหน้าของผู้เป็นนายที่ไม่มีความหวาดกลัวหรือสั่นไหว มีแต่ความว่างเปล่าที่อยู่ภายใน ราวกับรู้ว่า...ต้องเกิดขึ้นในสักวัน


นางกำนัลนั่งอึ้ง จิตใจหวาดผวา ต่างจากพระสนมที่ค่อยๆใช้มือสั่นเทาปลดเครื่องประดับบนหัวของตนเอง กายนางกำนัลสั่น กลั้นน้ำตาไม่ให้ตนเองสะอื้นไห้ แล้วปฎิบัตินายของตนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนพิธีประทานยาพิษจะเริ่มตามธรรมเนียมในอีกสองชั่วยาม


เครื่องประดับผมถูกปลดลงมาทีละชิ้น ไม่ต่างจากการลดยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่มีชุดสวยงามที่เคยสวมใส่ เหลือแต่ชุดสีขาวสะอาด ชุดธรรมดาที่ไม่ต่างจากสามัญชน


จุดสูงสุดในชีวิตของนางกำลังจบสิ้น หวนกลับสู่สามัญและกำลังถูกกลบฝังไปกับดิน

พระสนมนั่งนิ่งสงบ ทอดมองไปข้างหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าราวกับหัวใจด้านชา เฝ้ารอความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา



 

พิธีประทานยาพิษกำลังเริ่มขึ้น พร้อมราชโองการที่ถูกติดประกาศไปทั่ว ข่าวสารมากมายมาถึงองค์ชายอี้เอิน ร่างสูงรีบวิ่งออกมาจากจวน จิตใจสั่งร่างกายให้เคลื่อนไหว ไม่สนใจว่าจะเกิดอะไร แต่เขาต้องเข้าวัง!


ขายาววิ่งมายังประตูวังบานใหญ่ แต่ทหารก็รีบวิ่งมาขัดขวาง อี้เอินพยายามดึงดัน ออกแรงตะเกียกตะกายเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและเสียใจ ตะโกนออกไปราวกับโลกนี้ไม่ยุติธรรม


“เสด็จแม่!” น้ำเสียงอัดอั้นปะปนความโกรธแค้น พยายามยื่นมือไปข้างหน้า สิ่งที่ไขว้คว้าอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ไม่มีสิทธิ์จะก้าวเข้าไป


“เข้าไปไม่ได้พะยะค่ะ” ทหารยามหลายนายออกแรงฉุดรั้ง นัยน์ตาเบิกกว้างหวังจะเดินไปเบื้องหน้า เข้าใกล้ทีละนิดก็ยังดี


“ปล่อยข้า!” เสียงทุ้มต่ำหวีดร้อง ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็อย่าคิดขัดขวาง ถึงต้องตาย... เขาก็จะเข้าไป


“เข้าไม่ได้พะยะค่ะ พระราชามีรับสั่ง ไม่ให้พระองค์เข้าไปในวัง” ร่างทั้งร่างชะงักเมื่อฟังจบ เหลือแต่เพียงร่างที่ยืนนิ่ง นัยน์ตาสีดำสนิทแดงก่ำ สั่นไปทั้งกายเพราะอาการเกร็ง ในหัวเขามีแต่คำถาม คำถามมากมายที่ให้ฟันขบแน่น มีแต่คำว่าทำไม ทำไม และทำไม ทำไมต้องเป็นเสด็จแม่ของตน


“ปล่อยข้า! บอกให้ปล่อยข้าไง ข้าจะไปหาเสด็จแม่!” อี้เอินดิ้นดันอีกครั้ง ออกแรงมากกว่าเดิม


เสียงหวีดร้องดังมากเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถสะท้อนถึง พระสนมยุนอันพินเดินออกมาจากตำหนักทีละก้าว โดยมีนางกำนัลสาวช่วยพยุง ร่างอ่อนแอคุกเข่าลงบนเสื่อ ถาดยาพิษถูกวางลงบนโต๊ะเบื้องหน้า นัยน์ตาสวยไร้แววตามองถ้วยสีขาวที่บรรจุน้ำสีดำ


นึกถึงวันแรกที่ได้เหยียบที่แห่งนี้ สถานที่งดงามตระการตาราวกับสวรรค์ แต่ความจริงนั้นมีแต่ความเย็นยะเยือก อบอวลไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี นางถูกถวายตัวเพราะมีจุดประสงค์ ไม่ได้เพื่อเป็นที่รักของพระราชา แต่เพื่อขั้วอำนาจ ไม่ให้บัลลังก์สั่นคลอน


ไม่มีความรัก ไม่เคยสนใจใยดี ทุกอย่างมีแต่คำว่าผลประโยชน์และอำนาจ ในเมื่อนางไม่มีประโยชน์ในกระดาน ตัวหมากอย่างน้อยก็ต้องโดนกำจัดทิ้งไป


ฝ่ามือสั่นระริกยื่นไปข้างหน้า ประคองถ้วยยาด้วยแรงอันน้อยนิด ขอบถ้วยสีขาวจรดริมฝีปากก่อนที่นัยน์ตาสวยจะปิดเปลือกตาลง และดื่มกินยาพิษจนหมดถ้วยลงลำคอ


พระสนมสำลักเลือดสีแดงฉาด มือทั้งสองข้างจับลำคอแล้วไอออกมาอย่างทรมาน ท่ามกลางเสียงเศร้าสลดหน้าพระราชวัง นัยน์ตาของอี้เอินแดงก่ำ เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ตัดพ้อต่อโชคชะตา สาปแช่งต่อฟ้าดิน อี้เอินตะโกนจนเสียงแหบแห้ง ตะโกนจนสุดแรง แต่ประตูตรงหน้าก็ไม่เปิดต้อนรับให้เขาเข้าไป


พระสนมทรุดกายนอนลงด้วยลมหายใจที่อ่อนล้า น้ำตาไหลรินออกมาอาบแก้ม ไม่มีแววตาของความโกรธ ความแค้น ไม่ว่าจะถูกกลั่นแกล้งหรือโยนความผิดให้ถึงตาย


สิ่งเดียวที่นางห่วงตอนนี้...ก็มีแต่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ไม่อยากให้อี้เอินโกรธแค้น ไม่ต้องการให้ความเกลียดชังนั้นกัดกิน เพราะมันคือโชคชะตาที่นางไม่สามารถหลีกหนีได้เอง


จงไปให้ไกลจากวังหลวง ไม่ต้องคิดล้างแค้น

อย่าต่อสู้ หรือคิดจะแย่งชิง

จงใช้ชีวิตให้มีความสุขอย่างสุขสบาย

อย่าโกรธแค้นเลยนะ...อี้เอิน



 

องค์ชายที่เคยต่อต้านสงบลงมาสักพัก นัยน์ตาแดงก่ำมองประตูพระราชวังอย่างเคียดแค้นชิงชัง ทหารยามมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะทำอย่างไรกับท่าทีที่เงียบนิ่งจนน่ากลัว แจบอมที่หลบซ่อนปรากฏกายเดินเข้ามาใกล้ มือแตะลงบนไหล่ แล้วสิ่งที่ได้รับกลับมาคือนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง


“ไม่มีประโยชน์ต่อไปที่จะยืนอยู่ที่นี่ ...กลับกันเถอะพะยะค่ะ”


            ไม่มีคำตอบที่ได้รับกลับมา มีแต่การก้าวเท้าไปข้างหน้า เดินอย่างกับคนไร้วิญญาณ นัยน์ตาสีดำสนิทเต็มไปด้วยหยาดน้ำ เพียงคลอเบ้าไม่ได้ไหลรินออกมา ทุกย่างก้าวนั้นยากลำบากราวกับหัวใจค่อยๆแตกสลาย ไม่เหลือชิ้นดี องครักษ์คนสนิทเพียงเดินตามแผ่นหลังของผู้เป็นนายอยู่ห่างๆ เพียงแค่เดินตาม ไม่ได้เอ่ยคำใด


ร่างสองร่างเดินผ่านประตูบ้าน เดินเข้ามายังประตูห้องก่อนที่อี้เอินจะสะดุดล้มลง ล้มลงไปทั้งกาย ร่างสูงนอนแนบนิ่ง แล้วใช้หมัดที่กำแน่นค่อยๆทุบ ทุบกับพื้นไม้ย้ำๆ ทุบซ้ำๆ ให้มันเจ็บ มันปวด ตอกย้ำว่ายังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่มีแต่ความรู้สึกด้านชา


ความรู้สึกมากมายไหลทะลัก ปลดปล่อยความอัดอั้น ระบายออกมาเป็นน้ำตา อี้เอินร้องไห้อย่างไม่อายใคร ไม่เก็บกักแล้วความรู้สึก ปล่อยมันให้ปะทุออกมา ทั้งโศกเศร้า เสียใจ น้อยใจต่อโชคชะตา ตะโกน กระแทก ถามคำถามมากมายออกมา แต่ไม่มีคำตอบเลยสักครั้งเดียว


ไม่มีแม้แต่เสียงสะท้อนกลับ มีแต่ความนิ่งเงียบราวกับจิตใจของเขากำลังถูกกลืนกิน ไร้ความหวังในชีวิต ไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ น้ำตายังไหลอาบแก้มไม่หยุด แต่ไม่มีเสียงร้องไห้หรือตะโกนเหมือนเก่า ร่างที่นอนแผ่เมื่อครู่ยันกายลุกนั่ง เอนพิงผนังก่อนแสยะยิ้มออกมา


มีความเคียดแค้นอยู่ในนัยน์ตา ราวกับว่าจิตใจถูกกัดกินให้กลายเป็นสีดำ



 

            มือบางบรรจงใช้หวีสางผมยาวสีดำขลับ จิตใจล่องลอยคิดถึงแต่ใบหน้าขององค์ชาย ร่วมเดือนแล้วที่เขาสองคนไม่ได้พบหน้า แต่ปันปันรับรู้ทุกข่าวสาร ทุกเรื่องราว รับรู้ว่าสิ่งที่องค์ชายกำลังเผชิญอยู่นั้น มันเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด


ปันปันอยากจะเข้าไปช่วยเหลือ อยากจะไปพบหน้า อยากไปอยู่เคียงข้าง แบ่งเบาความเจ็บปวดให้เจือจาง อย่างน้อยก็ให้ภาระบนบ่าขององค์ชายนั้นเบาบางลง แต่ฐานะของเขาตอนนี้ ...ทำไม่ได้


หากเอื้อมมือช่วยเหลือออกไป ...ก็มีแต่ทำให้ชื่อเสียงขององค์ชายป่นปี้ลง


นัยน์ตากลมโตสบสายตากับตนเองในกระจก ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเป็นเส้นตรง จิตใจได้แต่สวดภาวนา ขอให้เทพยดาคุ้มครององค์ชายอี้เอิน แต่นัยน์ตาต้องเบิกกว้างเมื่อมุมกระจกค่อยๆปริแตก เกิดรอยร้าวเป็นทาง รอยร้าวขยายกว้าง จนกระจกที่ถืออยู่ในมือแตกเป็นเสี่ยงๆ และร่วงหล่นไม่เหลือชิ้นดี


สีหน้าของปันปันแปรเปลี่ยนโดยพลันจากลางร้าย แววตาสั่นไหว มีแต่ความหวั่นวิตก แม้มือที่จับกระจกนั้นจะสั่นระริก แต่หัวใจของเขายังสวดภาวนา ขอให้องค์ชายปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง




----------------------------------------------------------------------------------------

Talk

ตอนนี้ยาวกว่าที่คิดมาก ขอโทษสังคมที่วางไว้จะมีมาร์คแบม แต่ไม่ได้ เพราะแบบความยาวของเนื้อเรื่อง เราจึงตัดไปตอนหน้า อย่าเพิ่งกระทืบเรา อย่าเพิ่งหนีเราไป//ร่ำไห้ มันเป็นจุดเปลี่ยนขององค์ชายค่ะ เพื่อดำเนินเรื่องต่อไป ฮือ ไม่รู้จะทอล์กอะไรเลย;w; เอาว่าเจอกันตอนหน้า เราจะอัพเร็วแบบจริงๆ ฝากคอมเมนต์ติชมด้วยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ #กีแซงมบ


ปล.ฝากฟิคในงานตลาดกัซด้วย กีแซงไม่ทันแน่ๆ เพราะเพิ่งครึ่งตอนเอง เราเลยวางสองเรื่อง คือ #ฟิควน #แวมไพร์มาร์ค ไปลองอ่านในบทความกันได้นะคะ เราเอาไปจำกัดปกละยี่สิบเล่ม ถ้าใครอยากส่งแบบไปร เมนชั่นมาบอกเราได้ @ayamemay



? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

1,346 ความคิดเห็น

  1. #1318 chitan2557 (@chitan2557) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 19:51

    ลางร้ายมาแล้ว องค์ชายเข้มแข็งนะ อดทนกับมันทุกอย่างต้องมีทางออก

    #1318
    0
  2. #1280 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 23:09
    สงสารองค์ชายอะ ขั้วอำนาจแบบ ต้องสูญเสียกันเท่าไหร่ ;(
    #1280
    0
  3. #1266 ออมม่า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 08:27

    กระจกแตกขนาดนั้น น่ากลัวจัง

    #1266
    0
  4. #1227 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 19:48
    เข้มเเข็งนะอี้เอินนนน
    #1227
    0
  5. #1155 toto (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 08:46

    ดราม่าหนักมาก ชีวิตองค์ชายแบบหมดสิ้นทุกอย่างอะ

    #1155
    0
  6. #1073 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 07:31
    สงสารอ่ะ แบบสูญเสียไปทีเดียว
    #1073
    0
  7. #1057 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 16:26
    อี้เอินแค่น้ำตาคลอเบ้า..แต่เรานี่น้ำตาร่วงไหลรินเลยล่ะคร้าาาาาโอ้ยยยยยไม่ไหวแล้วเจ็บปวดแทนT_T
    #1057
    0
  8. #912 Jidaaa.mb. (@songprince) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:56
    น้ำตาไหลเลยอ่า.. โอ้ยยยยยย เราแค้นนนนนแงฟวาฟบหาดยกสา แต่เราว่าองค์ชายมาถึงจุดเปลี่ยนแล้วล่ะ บีบหัวใจจิงจังTT
    #912
    0
  9. #877 bossbam (@bossbam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 20:19
    ความรู้สึกเหมือนอ่านต่อไม่ไหวส่งสารองค์ชาย
    #877
    0
  10. #775 Reeya.P (@Tuck_Reeya) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 08:20
    สงสารองค์ชาย แล้วจะทำยังไงต่อไป จะกลับไปแก้แค้นรึป่าว TT
    #775
    0
  11. #709 ว่าไงครับ (@miketsu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 15:57
    สงสารองค์ชายยยยยยยยยย ฆ่าล้างบางเลย
    #709
    0
  12. #707 rosemar-y (@rosemar-y) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 00:30
    ม่ามา น้ำตาก็มา ????????????

    เจ็บแค้นเคืองโกรธ ~ โทษฉันใย ~

    ขยี้ใจเกินไปแล้วววววว
    #707
    0
  13. #704 moonschedule (@moonschedule) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 11:38
    อี้เอินน่าสงสารมาก คือ เห็นต่อหน้าต่อตา

    แล้วยิ่งไม่ใช่ความผิด แต่เป็นการใส่ร้าย มันน่าเจ็บใจจริงๆ
    #704
    0
  14. #702 PiPoTweeTy (@PiPoTweeTy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 00:26
    ทำไมองค์ชายต้องมาเจอเรื่องรางแบบนี้ด้วย มันโหดร้ายและเจ็บปวดเกินไป สงสาร
    #702
    0
  15. #692 anita (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 20:21
    เรื่องราวเข้มข้นมาก บีบหัวใจสุดๆ ใจสลายไปพร้อมกับองค์ชาย.... T^T
    #692
    0
  16. #689 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 18:20
    อารมณ์แบบทำไมทำกันงี้อ่ะ แบบทำไมต้องทำขนาดนี้แบบรับไม่ไหวจริงถ้าเป็นเราก็แค้น กลัวว่าองค์ชายคนดีจะหายไปกลัว เชื่อคำแม่นะองค์ชายเราอย่าไปยุ่งเลยแต่ถ้าปล่อยไปก็แย่อยู่ดี ทำได้ ปันปันช่วยด้วยยยย
    #689
    0
  17. #686 Msc' (@msc-miw) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 16:18
    อ่านแล้วใจสั่นมาก สงสารองค์ชาย
    #686
    0
  18. #685 Popeyechancha (@conankung4u) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 14:46
    อยากรู้ว่าองค์ชายจะทำยังไง
    #685
    0
  19. #684 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 14:44
    มันเป็นจุดที่เลวร้ายเกินก่าวจะนับไหวมากจริงๆ
    #684
    0
  20. #683 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 14:39
    อ่านแล้วอินมาก เหมือนดูหนังย้อนยุคเกาหลีเลย จะร้อง สงสารองค์ชายอ่า
    #683
    0
  21. #681 WFangkam (@WFangkam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 13:37
    จุดเปลี่ยนขององค์ชายกำลังจะมา..แล้วปันปันจะมีบทบาทอะไรไหม
    #681
    0
  22. #679 iiprd (@peradaice11) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 12:59
    สงสารเสด็จแม่ขององค์ชาย ฮือ
    #679
    0
  23. #672 snl_111allmain (@snl_111mainall) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 06:02
    เนื้อเรื่องพล็อตเรื่องดูงงๆไปหมดเลยอ่ะอ่านแล้วไม่เข้าใจเลย มันไม่สมเหตุสมผลสักอย่างเลยอ่ะ ขาดๆแหว่งๆไม่เข้าใจว่าจะสื่ออะไร จะให้ลูกฆ่าพ่อชิงบัลลังก์หรอ? ละจะคู่กับกีแซงได้ยังไง ????????????????????????
    #672
    0
  24. #670 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 03:07
    TTTTTTT TTTTTTT
    #670
    0
  25. #668 Tn_kkkku (@Tn_kkkku) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 02:42
    สงสารองค์ชาย ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยยยยย
    #668
    0