[GOT7] 。기생 Gisaeng | MarkBam

ตอนที่ 10 : บทที่เก้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    27 ก.ค. 59

บทที่เก้า

 


            “เข้ามา” เสียงทุ้มของแขกประจำวันเอ่ยอนุญาตก่อนที่มือบางจะเลื่อนประตูเปิด เผยให้เห็นร่างบางที่ก้าวเข้ามาคุกเข่าเพื่อทำความเคารพอยู่เบื้องหน้า พร้อมรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ที่เสริมใบหน้างามงดให้ตรึงตามากกว่าเดิม


            “ไม่ได้พบกันนานเลยขอรับ ท่านดองกัน” เจ้าของใบหน้าสวยสะคราญเงยหน้าขึ้นเมื่อพูดจบ เสนาบดีกรมคลังคลี่ยิ้มมองคนตรงหน้าไม่ยอมละสายตา แม้จะไม่ได้พบหน้าร่วมสามเดือน แต่ปันปันก็ยังงดงามไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งได้เครื่องประทินโฉมเสริมแต่งเครื่องหน้ายิ่งโดดเด่นมากกว่าเดิม


            “สามเดือนที่ข้าไม่ได้พบ แต่เจ้าก็ยังงดงามไม่เปลี่ยน” ดองกันหัวเราะในลำคอ มือหนายื่นจอกสุราให้ปันปันรินเหล้า


            “ท่านดองกันไปว่าราชการมาเป็นอย่างไรบ้าง” มือบางคีบกับแกล้มที่จานของคนตรงหน้า เอาอกเอาใจตามหน้าที่


            “ถึงการสอบสวนจะลำบากไปเสียหน่อย แต่ก็สามารถหาหลักฐานมามัดตัวคนผิดได้” เสนาบดีวัยกลางผ่อนลมหายใจเมื่อนึกถึงภารกิจที่เพิ่งผ่านพ้น ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงให้กลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง “แล้วเจ้าล่ะ มีอะไรพิเศษเล่าให้ข้าฟังหรือไม่”


            “ไม่มีอะไรน่าสนใจ” ปันปันปฏิเสธทันควัน


            “แต่คราวแรกข้าคิดว่าอาจไม่ได้พบเจ้า เพราะเจ้าคงมีแขกประจำที่มาบ่อยกว่าข้าเสียด้วยซ้ำไป” ไม่ใช่เสียงหึงหวง ไม่ใช่เสียงโกรธเคือง แต่เป็นน้ำเสียงหยอกเย้าด้วยความเอ็นดู


            “ข้าต้องขอบคุณท่านเช่นเดียวกัน ที่ท่านนึกถึงข้าก่อนเป็นคนแรก ท่ามกลางคนโปรดมากมายของท่าน” เสียงหวานเอ่ยหยอกกลับ นัยน์ตากลมโตเป็นประกายหยอกล้อ ท่านเสนาบดีกรมคลังคนนี้เป็นแขกประจำของเขาก็จริงอยู่ แต่ก็มีกีแซงที่ท่านดองกันชมชอบอีกมากมาย เขาก็เป็นเพียงคนโปรดท่ามกลางกีแซงที่งดงามเหล่านั้น


            “เจ้าก็พูดเกินไป สุดท้ายเพราะศิลปะของเจ้าก็ทำให้ข้าชอบเจ้ามากที่สุดอยู่ดี” นัยน์ตาทรงเสน่ห์ที่ทอดมองกีแซงคนงามบ่งบอกว่าสิ่งที่ตนเอ่ยออกมานั้นเป็นความจริง แม้เขาจะเป็นผู้เปิดบริสุทธิ์ เป็นแขกประจำที่มีพร้อมทั้งอำนาจและเงินทอง แต่ปันปันก็ไม่ได้อนุญาตให้เขาล่วงเกิน อย่างมากก็แค่โอบเอว จับมือ น้อยครั้งนักที่เขาจะได้หอมแก้มใสเพื่อเชยชม


            แต่คนโปรดก็คือคนโปรด เพราะหน้าตาที่มองกี่ครั้งก็ไม่เบื่อหน่าย เพราะศิลปะที่แสดงออกมาได้อย่างตรึงตาและตรึงใจ อีกทั้งความจริงใจที่ทำให้เขาไม่ต้องสวมหน้ากากหรือปั้นคำพูดจา แม้จะเป็นคนโปรด แต่ไม่มีครั้งใดที่ปันปันร้องขออำนาจหรือลาภยศ ปันปันก็ยังเป็นปันปัน เหมือนวันแรกไม่เปลี่ยนแปลง และ ...ไม่มีอะไรเกินเลย


            จนกระทั่งท่านดองกันต้องกลับจวน ปันปันก็ยังปรนนิบัติเสนาบดีกรมคลังอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ใบหน้าสวยหวานมีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าจวบจนอีกฝ่ายเดินออกจากห้องไป ร่างบางลุกขึ้นยืนเตรียมก้าวเดินเพื่อกลับไปพักผ่อน ถ้าหากไม่มีเสียงของเด็กรับใช้คนสนิทที่นั่งอยู่หน้าห้องเรียกเสียก่อน


            “พี่ปันปัน” นัยน์ตากลมที่จ้องมองมาฉายแววสับสน ริมฝีปากเผยออ้าแล้วกลับมาเม้มแน่นราวกับกำลังลังเลว่าควรเอ่ยออกไปหรือไม่


            “เกิดอะไรขึ้นหรือจุน” คิ้วมนเลิกขึ้นอย่างสงสัย เอ่ยประโยคเป็นเชิงอนุญาตให้อีกฝ่ายพูดประโยคต่อไป


            “ระหว่างท่านพี่รับแขกอยู่ ...องค์ชายอี้เอินมาขอรับ” ปันปันพยักหน้าน้อยๆอย่างเข้าใจ เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่เขาก็ไม่สามารถปลีกตัวออกไปจนกว่าแขกของตนนั้นจะกลับจวน


            “งั้นหรือ” เสียงหวานเอ่ยสั้นๆ ขาเพรียวคล้ายจะเดินกลับห้อง แต่ประโยคของเด็กน้อยทำให้ปันปันต้องเปลี่ยนเส้นทาง


“ข้าบอกว่าพี่ปันปันมีแขกอยู่ แต่องค์ชายก็ยังยืนยันว่าจะรอจนกว่าพี่จะมา”


            ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ก้าวเดินไปยังเส้นทางที่คุ้นชิน นัยน์ตากลมโตไม่ได้รู้สึกลิงโลดหรือดีใจ เขาไม่ต้องการให้องค์ชายมานั่งเฝ้ารอ แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะคำพูดของอี้เอินตั้งแต่ที่เขารู้จักกันนั้น...ไม่เคยโป้ปดเลยสักครั้งเดียว


            แม้ปันปันจะร้อนรนอยากถือวิสาสะเปิดประตู แต่ด้วยมารยาททำให้กีแซงคนงามย่อกายเอ่ยขานเสียงหวาน พยายามสงบแม้จิตใจจะไม่สงบก็ตาม เขาไม่ได้คาดหวังจะมีผู้ใดอยู่ข้างใน แต่ไม่นานนักเสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยอนุญาตออกมาพร้อมมือหนาที่เลื่อนเปิดประตูให้ด้วยตนเอง


            ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มต้อนรับ แต่นัยน์ตากลมโตที่สบตามองนั้นเต็มไปด้วยความสับสน ทั้งดีใจ ทั้งไม่ชอบใจปะปน แต่การกระทำที่แสดงถึงความรู้สึก ตอกย้ำว่าเขาคือคนสำคัญนั้น...ทำให้หัวใจของปันปันพองโตอยู่ร่ำไป


            “มันดึกมากแล้ว...ท่านไม่ควรรอข้า” ร่างบางไม่ทันที่จะลุก แขนยาวก็เกี่ยวเอวบางให้ขาเพรียวก้าวดันกายมายืนข้างตน มือหนาโอบเอวชักจูงปันปันมานั่งข้างๆบนเบาะนิ่มแนบชิดจนคนตัวเล็กกว่าแทบเกยมานั่งบนตักแกร่ง


            “ควรหรือไม่ควร ข้าไม่รู้... แต่ข้าอยากจะรอ” ใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ เปลือกตาที่ตื่นเมื่อครู่แสร้งปรือหนัก ริมฝีปากหยักหนาอ้าปากหาว ทำเสียงงัวเงียแนบชิดซบลงกับไหล่บอบบาง


“ท่านก็รู้ว่าวันนี้ข้ามีแขก” ปันปันผ่อนลมหายใจ ระบายยิ้มมององค์ชายอี้เอินที่กำลังออดอ้อน


            “แต่ข้าก็เป็นแขกของเจ้าเช่นเดียวกัน” เสียงทุ้มต่ำเรียบนิ่งไม่ได้ติดเล่นเหมือนเมื่อครู่ มือหนากระชับเอวปันปันราวกับหวงแหน


            “...ท่านไม่เหมือน” ปันปันเผลอตอบออกไป เพราะเขาไม่รู้ว่าใบหน้าที่ซบเขาอยู่นั้นแสดงสีหน้าอย่างไร โกรธเคืองเขาหรือไม่ หรือไม่พอใจ แต่เปล่าเลย...อี้เอินเกยคางสบสายตายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ราวกับนายพรานที่ล่อกวางน้อยให้เข้ามาติดบ่วงกับดัก


            “ไม่เหมือนอย่างไร หืม?” ปันปันอ้ำอึ้ง ไม่คิดเลยว่าท่าทีของคนตรงหน้าต่างจากที่เขาคิด นอกจากจะไม่มีความขุ่นเคือง ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยแล้ว สีหน้าและแววตาเหมือนกำลังไล่ต้อนเขาให้จนมุม


            ใบหน้าหล่อเหลายื่นเข้ามาใกล้ กวางน้อยที่ถูกต้อนพยายามหนี แต่บ่วงเชือกยิ่งรัดแน่นทุกที นายพรานไม่ยอมให้เหยื่อหลุดไปไหนจนกว่าตนเองจะมาแกะปม


            “ถ้าเจ้าไม่บอกข้า... ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าต่างกัน” ปันปันนิ่งเงียบไม่ได้ให้คำตอบ เสียงทุ้มต่ำจึงกระซิบเพื่อหยอกเย้า เป่าลมหายใจที่ใบหูเบาๆให้อีกฝ่ายสะดุ้งแล้วหันมา


            “องค์ชาย ท่าน...” ใบหน้าสวยหวานมองคนที่ถือวิสาสะเลื่อนศีรษะจากไหล่มานอนลงบนตัก


“ถือว่าคือการลงโทษที่เจ้าไม่ยอมพูดออกมา” อี้เอินกุมมือบางของคนตรงหน้าแล้วแนบกับแก้มสากของตน “แต่ข้า...ก็อยากได้ยินบ้างเหมือนกันนะปันปัน”


            “ในเมื่อท่านก็รู้อยู่แล้ว ข้าคงไม่จำเป็นต้องบอกท่านแล้วล่ะองค์ชาย” ปันปันหัวเราะคิกคักจนปลายนิ้วหนาเผลอจิ้มปลายจมูกรั้นอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะบีบเบาๆด้วยความเอ็นดู


            “เจ้านี่มัน...” อี้เอินส่ายหน้า ไม่ได้คาดคั่นต่อไป เพราะเขาทั้งคู่รู้ความรู้สึกของกันและกัน แล้วบางครั้งคำพูดก็ไม่ได้สำคัญเท่าการกระทำที่แสดงออกมา


            บทสนทนาสลับเสียงหัวเราะสดใสดำเนินต่อไป จนกระทั่งอี้เอินได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เสียงคล้ายนกส่งสัญญาณสั้นยาว ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาหยุดนิ่งเพื่อตั้งใจเงี่ยหูฟัง และก็เป็นตามคาด ...มันคือสัญญาณลับที่แจบอมส่งมาเตือน


            นัยน์ตาสีดำสนิทวูบไหวชั่วครู่แกล้งทำเป็นนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ร่างสูงที่นอนบนตักปันปันลุกขึ้นมามองหน้าอีกฝ่ายตรงๆก่อนเอ่ยคำลา


            “ข้าต้องกลับแล้วปันปัน” มือหนาลูบเบาๆที่แก้มนิ่ม ใบหน้าสวยหวานพยักหน้าไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใด แต่ทุกกิริยาที่แปลกไปเพียงเสี้ยววินาทีนั้นอยู่ในสายตา


            ริมฝีปากหยักหนาระบายยิ้มกว้าง บีบมือบางที่กุมเอาไว้แน่น อี้เอินค่อยๆคลายมือออก คลายปลายนิ้วที่เคยสัมผัสแตะกัน ในเมื่อได้พบหน้าก็ต้องมีการจาก แต่การจากไปในครั้งนี้กลับทำให้ปันปันรู้สึกไม่ดี


ทำไมนะ เพราะอะไร

ถึงมีลางสังหรณ์ประหลาดราวกับเตือนให้เขาระมัดระวังตนเอง



 

รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่ใบหน้าหล่อเหลาถูกฉาบด้วยสีหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาสีดำสนิทที่เคยเป็นประกายกลับตึงเครียดมากขึ้นหลังจากก้าวออกมาจากสำนักกีแซง ขายาวก้าวเดินไปยังจุดนัดหมาย ก่อนเสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยเรียกให้ใครบางคนปรากฏกายออกจากเงา


“เกิดอะไรขึ้น”


“อาการท่านแม่ของท่านไม่ค่อยสู้ดี” แจบอมเอ่ยใจความสำคัญ ไม่อ้อมค้อม ใบหน้าเรียบนิ่งเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง อีกทั้งน้ำเสียงจริงจังเป็นเชิงบอกว่าเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นนั้นไม่ชอบมาพากล


ไร้เสียงเอื้อนเอ่ย ไม่มีประโยคตอบกลับ คิ้วหนาขมวดเข้ากันอย่างใช้ความคิด ก่อนจะสั่งให้สหายคนสนิทไปจัดการ


“แจบอม เจ้าไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ข้าจะเข้าวัง” อิมแจบอมพยักหน้าตอบรับ ร่างนั้นหายไปในชั่วพริบตา


องค์ชายอี้เอินกำลังเดินไปยังวังหลวง แต่ไม่ได้ย่างก้าวไปที่ประตูหน้าเหมือนทุกครั้ง เขาเป็นเพียงองค์ชายไม่ได้มีสิทธิ์เข้านอกออกวังได้ตามอำเภอใจ ...ยิ่งในยามวิกาล แต่ทุกกฎย่อมมีข้อยกเว้น แม้แต่วังหลวงก็สามารถหาทางหนีทีไล่เพื่อจะเข้าไปในพระราชวั


อี้เอินแฝงกายในอาภรณ์ทหารหนุ่ม ร่างสูงเดินเข้าไปในเขตพระราชวังอย่างอาจหาญ แนบเนียนราวกับเป็นทหารที่กำลังไปแลกเปลี่ยนเวรยามที่ตำหนักของพระสนมยุนอันพิน นัยน์ตาสีดำสนิทสอดส่องตลอดเส้นทางอย่างระมัดระวัง เพื่อไปหาเสด็จแม่ของตนที่ห้องบรรทมโดยไม่ให้มีผู้ใดรู้ตัว


คิ้วหนาเลิกขึ้นอย่างสงสัยเพราะไม่มีจองซังกุงคอยรอรับใช้อยู่หน้าห้องเหมือนทุกครั้ง แต่ก็ถือว่าโชคเข้าข้างเขา เพราะการแฝงตัวนั้นยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ ยิ่งเป็นเรื่องดี


มือหนาถือวิสาสะเลื่อนเปิดประตูให้เบาที่สุด ไม่ให้ผู้เป็นแม่ที่น่าจะอยู่ในห้วงนิทราตื่นขึ้นมาตกใจเมื่อเห็นคนที่อยู่ในชุดทหารยามเข้ามาในยามวิกาล ร่างสูงเข้าไปนั่งใกล้ๆ พอดีกับที่คนหลับใหลค่อยๆขยับกายและเปิดเปลือกตา นัยน์ตาสวยเบิกกว้าง ลุกยันกายด้วยความตกใจ ริมฝีปากเปิดอ้าทำท่าจะกรีดร้องถ้าอี้เอินไม่รีบถอดหมวกที่สวมใส่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง


เสด็จแม่ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก แขนยาวรีบเข้ามาประคองร่างมารดาให้นอนลงพักผ่อน แต่สายตาที่อี้เอินได้รับกลับเป็นแววตาตำหนิติเตียนที่บุตรชายเลือกจะเสี่ยงอันตรายแฝงตัวเข้ามา


“อี้เอิน...อย่าทำแบบนี้อีกนะลูก โขลกๆ มันอันตราย” เสียงหวานแหบแห้งเอ่ยอย่างแผ่วเบาไม่ต้องการให้ผู้ใดได้ยินบทสนทนา พระสนมเอกไอออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ไอไม่หยุดจนอี้เอินต้องรินน้ำที่วางอยู่ข้างๆให้ผู้เป็นมารดาค่อยๆจิบให้ชุ่มคอ


แม้น้ำเสียงอ่อนหวานของมารดาจะแห้งแหบ แม้ใบหน้าสวยสะคราญตามวัยจะซูบผอม ถึงร่างกายจะอ่อนล้าคล้ายไม่มีเรี่ยวแรง แต่ผู้เป็นแม่ก็เป็นห่วงลูกมากที่สุดอยู่ดี อี้เอินจึงพยายามพยักหน้าพร้อมยิ้มรับ อยากให้คนตรงหน้าสบายใจ แม้ภายในใจจะเป็นทุกข์อยู่ก็ตาม


            “ในวันนี้...วังหลวงอันตรายมากขึ้นกว่าเก่า บรรยากาศฝ่ายในกำลังตึงเครียด” นัยน์ตาสวยมีแต่ความหวาดหวั่นเมื่อนึกถึงบรรยากาศในวังที่เย็นยะเยือกกว่าเก่าในหลายเดือนที่ผ่านมา


            “เสด็จแม่มักบอกหม่อมฉันว่าให้ทำตัวกลมกลืน อย่าโดดเด่น แล้วตนเองจะไม่เป็นภัย” อี้เอินเอ่ยถ้อยคำที่มารดาสอนสั่งออกมาได้อย่างขึ้นใจ มือของมารดาที่กุมมือเขาไว้บีบแน่นกว่าเดิม


“ยิ่งในตอนนี้เจ้าต้องสงบเสงี่ยมมากกว่าเก่า มีหลากหลายคนที่กำลังโดนอำนาจของพระพันปีคอยบีบและกดดัน อีกทั้งอำนาจของตระกูลเราในเวลานี้...ก็ยังมาถูกลดทอน” ฟันขาวของผู้เป็นแม่ขบริมฝีปากอย่างอัดอั้น น้อยเนื้อต่ำใจที่ตนเองเป็นถึงพระสนมเอก แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลือตระกูลได้แม้แต่น้อย


“สุขภาพของเสด็จแม่สำคัญที่สุด ส่วนเรื่องอื่นนั้นอย่าทรงเป็นกังวลเลยพะย่ะค่ะ” มือหนาอีกข้างวางซ้อนบนมือมารดา ลูบเบาๆให้มือที่กุมแน่นเพราะความตึงเครียดนั้นผ่อนคลายลง น้ำเสียงทุ้มต่ำแสร้งเอ่ยออกมาอย่างสบายอกสบายใจ ให้คนฟังได้คิดว่าเรื่องราวไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด “ท่านลุงนั้นมีทั้งคุณธรรมและความสามารถ ตระกูลของเราก็มีคุณงามความดีต่อแผ่นดิน เสด็จแม่อย่าห่วงเลย”


“ถึงอย่างไร แม่ก็อยากให้เจ้าดูแลตนเองให้ดี” ผู้เป็นมารดาเอ่ยย้ำ แต่ละประโยคที่พูดออกมาช่างยากลำบาก เสียงหวานสั่นไหว นัยน์ตาเป็นห่วงเป็นใย คล้ายกลัวบุตรชายผู้เป็นยอดดวงใจจะต้องมาข้องเกี่ยวกับความเลือดเย็นของเกมการเมือง


อย่าต้องมาตกเป็นเครื่องมือ...

เป็นหมากบนกระดาน...อย่างแม่เลย อี้เอิน


            “สำหรับหม่อมฉันแล้วเสด็จแม่คลายกังวลได้เลยพะย่ะค่ะ คำสอนทุกคำสอน ข้าท่องจำได้ขึ้นใจ และปฏิบัติอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่องเลยสักครั้ง” ริมฝีปากหยักหนาคลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นใบหน้าของมารดานั้นค่อยๆคลายความตึงเครียดลง


ผู้เป็นแม่พยายามยันกายจากฟูกนุ่ม เข้ามาโอบกอดบุตรชายของตนช้าๆ มือบางลูบหลังที่ตอนนี้กว้างกว่าวัยเยาว์หลายเท่า แต่ในสายตาของมารดาก็ยังเห็นอีกฝ่ายเป็นเด็กอยู่ดี


แขนแกร่งโอบกอดผู้เป็นแม่ตอบราวกับเห็นภาพตนเองในอดีตที่เสด็จแม่มักจะชอบกอดและลูบหลังเขาทุกครั้ง เวลาที่ต้องการชมว่าเขานั้นเป็นเด็กดี  


“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะพระสนม” แจบอมที่แฝงกายอยู่ในเงาเผยร่างของตนออกมานั่งคุกเข่าที่มุมห้อง น้อยครั้งนักที่องครักษ์เงาจะเปิดเผยกายแม้อีกฝ่ายจะเป็นเสด็จแม่ขององค์ชายอี้เอิน


“ได้เวลาแล้วพะย่ะค่ะ องค์ชาย” อี้เอินพยักหน้าตอบรับ กอดมารดาของตนอีกครั้ง ก่อนที่แก้มสากจะถูกมารดาฝังจมูกทั้งซ้ายและขวา


“หม่อมฉันจะดูแลตนเองอย่างดี ขอให้เสด็จแม่โปรดดูแลตนเองด้วยเช่นกัน” ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มโดยมีพระมารดายิ้มรับ


“แม่สัญญา” สองแม่ลูกกอดกันอีกครั้งก่อนมือหนาจะหยิบหมวกทหารยามที่ถอดออกมาสวมใส่แล้วก้าวออกไปจากห้องบรรทมอย่างแนบเนียน นัยน์ตาสวยมองตามแผ่นหลังบุตรชายจนประตูเลื่อนปิดแล้วเอ่ยทิ้งท้ายฝากฝังไว้กับองค์รักษ์เงาก่อนที่แจบอมจะหายไป


“ฝากองค์ชายด้วยแจบอม”



 

ร่างสูงก้าวเดินออกมาจากตำหนักพระมารดาไม่นานนัก บรรยากาศที่เคยเงียบสงบจนน่าขนลุกค่อยๆแปรเปลี่ยน เสียงฝีเท้าดังขึ้น ดังมากขึ้นจนกลายเป็นความวุ่นวาย ประตูหน้าต่างทุกบานถูกทยอยปิดก่อนเสียงทหารจะประกาศดังลั่น


“ขอให้ทุกตำหนักปิดเงียบ ไม่ว่าเป็นผู้ใดก็ห้ามออกมา”


อี้เอินขบกรามแน่น ใบหน้าหล่อเหลาก้มมองพื้น ปิดบังรูปโฉม ปิดบังตัวตนที่แท้จริง ขายาวก้าวเดินอย่างรวดเร็วรีบออกจากวังหลวงให้เร็วที่สุด ให้ตนเองหลุดพ้นและออกห่างจากสถานการณ์วุ่นวาย


แต่ท่ามกลางค่ำคืน ท่ามกลางความมืด กลับมีเสียงฟ้าผ่าดังลั่นตามด้วยคำประกาศราชโองการจากขันที


“องค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์...”


ไม่ทันได้ฟังประโยคถัดไปของราชโองการที่ประกาศ ร่างทั้งร่างขององค์ชายก็ไม่ต่างจากถูกฟ้าผ่า หูที่เคยฟังชัดกลับอื้อดับ สมองที่ครุ่นคิดอย่างว่องไวนั้นกลับหนักอึ้ง ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ร่างกายกำลังสั่งให้หันหลังกลับ เพราะเป็นห่วงพระมารดา


ขายาวไม่ทันจะก้าวก็ถูกแขนขององครักษ์เงายื่นมากั้น นัยน์ตาเคร่งขรึมเต็มไปด้วยความจริงจังนั้นเอ่ยถ้อยคำเตือนสติผู้เป็นนาย


“ท่าน...ต้องออกจากวัง”


นั่นคือความจริงที่อี้เอินไม่สามารถปฏิเสธ มือหนากำแน่นจนปลายเล็กจิกฝังลงในอุ้งมือ ใบหน้าหล่อเหลาขบกรามจนปวด สั่งตนเอง บอกตนเองให้เดินไปข้างหน้า ห้ามแม้แต่จะหันหลังกลับ ปล่อยความวุ่นวายไว้เพียงเบื้องหลัง เขาต้องออกจากวัง...


...ท่ามกลางทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลง




-----------------------------------------------------------------------------

Talk

ตอนนี้แบบฉากมาร์คแบมหวานแหววมาก ฟริ้งมากเหมือนเทียบกับเรื่องที่ผ่านมา แต่งไปก็ขนลุก หมั่นไส้ไป บางครั้งก็อยากจะกดแบนองค์ชาย//เบะปาก และแล้วทุกคนก็รู้แล้วว่าพี่บีที่ผุดๆโผล่ๆออกจากเงานี่คือใคร นางเป็นองครักษ์เงาจ้า นั่นแหละจ้า5555555555 

ไม่รู้จะทอล์กอะไรเลย ตอนนี้เป็นตอนที่เขียนเร็วในหลายตอนที่ผ่านมา//หัวเราะ ไม่รู้จะพูดอะไรเลยค่ะ พูดไปก็เหมือนสปอย รออ่านตอนหน้าดีกว่า ฮา เอาเป็นว่าที่ผ่านมาคือปูความสัมพันธ์ตัวละคร กำลังเข้าสู่เนื้อเรื่องจริงๆแล้ว ฮา ขอบคุณทุกคำติชม ทุกคอมเมนต์ค่ะ #กีแซงมบ



? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

1,342 ความคิดเห็น

  1. #1279 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 20:44
    องค์ชานมั่นคงกับปันปันมากอะ แต่ในวังนี่แบบดูเครียดมากๆ เลย
    #1279
    0
  2. #1264 ออมม่า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 23:26

    องค์ชาย จะหายไปอีกแล้ว สงสาร ปันปัน

    #1264
    0
  3. #1225 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 19:17
    อี้เอินนนนนนนนนน
    #1225
    0
  4. #1152 toto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 04:02

    เข้มข้นมาก สนุกอะ ไม่ได้มีแต่เรื่องรักอย่างเดียว

    #1152
    0
  5. #1114 Chansmile11 (@Chansmile11) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 01:20
    ในวังดูเครียดมากเลยย องค์ชายจะทำยังไง กลัวจะเกิดเรื่องไม่ดี
    #1114
    0
  6. #1106 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 11:09
    ในวังคงวุนวายหนักกว่าเดิม
    #1106
    0
  7. #1071 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 22:31
    กลัวอ่ะ มันจะต้องมีอะไรไม่ดีแน่เลย
    #1071
    0
  8. #1004 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 12:33
    เกิดอะไรขึ้น งง
    #1004
    0
  9. #989 toto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 14:47
    มาร์คน่าสงสารนะ ชีวิตองค์ชายนี่ไม่ง่ายเลย
    #989
    0
  10. #987 chonry99 (@vvtoei) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 13:19
    เหยยย อย่าว่านะ อี้เอินจะได้ขึ้นครองอะ เห้ยย กลัวอ่าา
    #987
    0
  11. #910 Jidaaa.mb. (@songprince) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:38
    จะเกิดอะไรขึ้นเนี่ยTT ฮือออ กลัวไปหมดเลยอ่า..
    #910
    0
  12. วันที่ 23 กันยายน 2559 / 16:03
    เหยยย อย่านะอย่าาTT
    #896
    0
  13. วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 02:11
    เดี๋ยวนะ.. องค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ ก็เหลืออี้เอินกับเจียเออร์

    แล้วถ้าอี้เอินได้เลื่อนเป็นรัชทายาท แล้วถ้าต้องขึ้นเป็นกษัตริย์ จะมีเมียเป็นกีแซงได้ยางงายยย แถมเป็นผู้ชาย โอ๊ยย T.T

    แววม่ามาแต่ไกลเลย
    #655
    0
  14. #641 Reeya.P (@Tuck_Reeya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 08:21
    ความวุ่นวาย และอุปสรรค กำลังจะมา เป็นบททดสอบของชีวิต อี้เอินและปันปัน
    #641
    0
  15. #637 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 00:36
    รู้สึกได้ถึงคลื่นซึนามิกำลังจะมา
    #637
    0
  16. #622 PurpleRainBow (@PurpleRainBow) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 21:08
    อ๊ากกก ทำไมยิ่งอ่านยิ่งหวั่นใจอ่าาาาาา นี่กลัวม่าม่าขั้นสุด อ่านไปกังวลไปจนจะบร้าแย้ววววว
    #622
    0
  17. #597 nora (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 03:39
    ท่านไม่เหมือนแขกคนอื่น ปันปันหนูหลุดอะไรออกมา นิดนึงองค์ชายก็ชื่นใจได้เนอะ
    #597
    0
  18. #594 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 02:09
    โห ทุกอย่างแลดูวุ่นวายมาก
    #594
    0
  19. #592 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 15:50
    ห๊ะองค์รัชทายาทสิ้นพระชนคือองชายอี้เอินจะโดนใส่ร้ายหรือเป็นอันตรายไหมนั่นน หวั่นใจเหลือเกิน

    แล้วทำไมดูเหมือนปันปันจะไม่ได้พบกับองค์ชายอีกTT

    ท่านดองกันดีอะ ถึงจะได้เปิดซิงแต่ก็เอ็นดูมากไม่หักหาญน้ำใจปันปันแต่อย่างใด
    #592
    0
  20. #591 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 10:27
    เหอออเพราะอำนาจเลยทำให้วุ่นวายขนาดนี้ องค์ชายก็คงห่วงแม่ตัวเอง สู้ๆนะ
    #591
    0
  21. #590 kunpimooktuan (@kunpimooktuan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 10:11
    สวัสดีค่ะไรท์เตอร์ ชั้นเป็นคนนึงที่ไม่ค่อยชอบเม้นฟิคสักเท่าไหร่ เพราะขก.555555555 แต่เรื่องนี้ ชั้นอดใจไม่ไหวจริงๆค่ะ เพราะภาษาสวยมากกกกกกกกกก สวยสุดๆเนื้อเรื่องก็ดี ชอบมากๆเลย ชั้นได้แนะนำฟิคเรื่องนี้ไปให้เพื่อนๆหลายคนแล้วนะคะ555 ซึ่งหลายคนตอบตรงกันว่า ภาษาสวยมาก ชอบมาก เนื้อเรื่องดีมาก ไรท์เก่งมากๆค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ
    #590
    0
  22. #589 JumaeleN (@20114) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 23:29
    ท่านแม่จะโดนลอบพระชนม์มั้ยเนี่ยยย โอ้ยย สงสารอี้เอิน แต่อี้เอินก็ต้องช่วยได้อยู่แล้วหล่ะ
    #589
    0
  23. #587 Carery (@socare) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 15:37
    ชอบความละมุน ภาษา และอะไรหลายๆอย่างเลยคะ เหมือนเราดูหนังอยู่เรื่องหนึ่งจริงๆ เก่งมากกกกก ตามทุกตอนนะคะไรท์^^
    #587
    0
  24. #586 pkl---- (@ploy9822) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 14:07
    องค์ชายอี้เอืนเองก็มีแผนอะไรอยู่หรือเปล่า
    #586
    0
  25. #584 snl_111allmain (@snl_111mainall) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 03:07
    รู้สึกหลงองครักษ์เงาอิมแจบอมจังค่ะกรี๊ด 5555 ผิดประเด็นท่ดๆ ตอนนี้อ่านละตื่นเต้นจังค่ะ
    #584
    0